รายงานพิเศษ
ความคืบหน้า รายงานพิเศษ ความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมัครสอบงานราชการ
-
คสช. – เพิ่มเงินเดือน ขรก. 8%+สิทธิบำเหน็จบำนาญ

“คสช. – เพิ่มเงินเดือน ขรก. 8%+สิทธิบำเหน็จบำนาญ”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14810 หรือ
ตำแหน่ง: เพิ่มเงินเดือน ขรก. 8%+สิทธิบำเหน็จบำนาญ
ระดับการศึกษา:
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: –
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ฝ่ายกิจการพิเศษ ประชุมหารือแนวทางการพิจารณาปรับค่าตอบแทนต่าง ๆ ทั้งเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำการ และค่าตอบแทนอื่น ๆ ทั้งระบบ โดยมีรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธานในที่ประชุม
แหล่งข่าว กล่าวว่า ผลการประชุมสรุปว่า จะปรับฐานอัตราเงินเดือนทั้งระบบ เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 8 ของฐานอัตราเงินเดือนเดิม โดยคำนวณวงเงินงบประมาณในรอบ 3 เดือน หรือ 6 เดือน แล้วแต่ความเหมาะสม และกำหนดเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวให้แก่ชั้นผู้น้อย โดยไม่ปรับเพิ่มเงินเดือน เพื่อมิให้กระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจระดับชาติ
“จากเดิมกำหนดกรอบเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 1,500 บาท โดยเมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท แต่ไม่สูงกว่า 12,285 บาท ปรับเป็นเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท โดยเมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท หรือไม่สูงกว่า 13,285 บาท และให้แต่ละส่วนราชการไปคิดคำนวณวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการดำเนินการ โดยได้แจ้งผลการคำนวณให้กรมบัญชีกลางทราบ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมาแล้ว”
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
ยังไม่พอ!!
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” วันที่ 1 ส.ค. 2557 ว่า ขณะนี้ คสช. ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติรวม 12 ฉบับ ที่จะเสนอเข้าสู่ สนช.ได้ทันทีที่มีการเปิดประชุมสภา เช่น ร่าง พ.ร.บ. การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญ ตาม พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 เพื่อให้ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) สามารถกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อช่วยเหลือลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการและผู้รับบำนาญ ซึ่งเป็นสมาชิก กบข. ในการดำรงชีวิตในระยะยาว ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม แก้ไขให้ขยายขอบเขตการบังคับใช้ให้ครอบคลุมลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ ร่าง พรบ. การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยให้มีคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินการให้ความคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและให้จัดตั้งสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนและดูแลคนไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ เป็นต้น
สมัครงาน คสช. งานราชการ คสช. รับสมัคร สอบ คสช. 2557 สอบ คสช. 57 คสช. เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน คสช. :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ: -
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ปรับปรุงหลักสูตรการสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ปรับปรุงหลักสูตรการสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร”ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14691 หรือ
เปิดรับสมัครตั้งแต่: –
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
หากยังจำกันได้ที่เคยแจ้งให้ทราบว่าจะมีการรับสมัครสอบข้าราชการตำรวจ ระดับสัญญาบัตร (รอง สว.) ทั้งบุคคลภายใน และบุคคลภายนอก 910 อัตรา ติดยศ ร.ต.ต. คุณวุฒิ ปริญญาตรี/โท
ขอนุญาตอธิบายเกี่ยวกับบุคคลภายในและบุคคลภายนอกสำหรับท่านที่ไม่ทราบ (เคยถามเข้ามา) บุคคลภายในคือข้าราชการตำรวจ บุคคลภายนอกคือบุคคลทั่วไปที่มิได้เป็นข้าราชการตำรวจ แค่นั้น ^^ ที่นี่ว่ากันต่อ
เกี่ยวกับข่าวการรับสมัครสอบที่จะมีขึ้น ท่านสามารถกลับไปเช็คได้จากลิงค์ https://iqepi.com/14486/
ในรายละเอียดได้แยกออกเป็น กลุ่มใหญ่ๆ คือบุคคลภายนอก และบุคคลภายใน ในส่วนของบุคคลภายใน จำนวนรวม 500 อัตรา ทั้งกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน และ สายงานปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม โดยแบ่งเป็นผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรี จำนวน 150 อัตราและผู้ที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรี (จ.ส.ต.-ด.ต.) จำนวน 50 อัตรา
ในส่วนของผู้ที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรีได้รับสมัครเสร็จสิ้นไปแล้ว และได้กำหนดวันสอบคือวันที่ 28 กันยายน 2557 และทาง บช.ศ. ก็ได้เผยแพร่หลักสูตรการสอบที่ปรับปรุงใหม่สำหรับข้าราชการตำรวจชั้นประทวนสอบเลื่อนเป็นชั้นสัญญาบัตร โดยให้รายละเอียดได้ทั้งกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน และ สายงานปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม

ในส่วนของบุคคลภายนอกที่จะเปิดรับสมัครสอบจำนวน 410 อัตรา นั้น ยังไม่มีประกาศรับสมัครสอบ แต่เมื่อได้เห็นหลักสูตรการสอบของบุคคลภายใน จึงคิดว่าอาจจะเป็นโอกาสดีสำหรับท่านที่ต้องการจะสมัครสอบข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร (รอง สว.) ยศ ร.ต.ต. หรือหมายมั่นปั้นมือจะสมัครสอบตำรวจไม่มียศ หรือข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ประเภทไม่มียศ ในโครงการ CRIME จำนวน 5,000 อัตรา จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการเตรียมสอบ อย่างไรก็ตามส่วนนี้ได้ระบุชัดว่าเป็นหลักสูตรการสอบของข้าราชการตำรวจชั้นประทวนสอบเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ก็ไม่ได้หมายความว่าในการสอบอื่นๆ จะมีหลักสูตรการสอบที่เหมือนกัน เนื่องจากสายงาน-กลุ่มงาน แตกต่างกัน อาจจะทำให้หลักสูตรการสอบมีการเพิ่มเติมหรือตัดทอนส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายงาน-กลุ่มงานออกไป จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามประกาศรับสมัครสอบของการเปิดรับสมัครสอบในแต่ละครับ
หากสังเกตุหนังสือประชาสัมพันธ์ของ บช.ศ. จะเห็นชัดว่าส่วนสำคัญส่วนหนึ่งนั่นคือวิชาภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในชั้นประทวนจะมีเป็นปกติอยู่แล้ว แต่สำหรับการสอบข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร จะเป็นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในหลักสูตรการสอบ และอยากให้ท่านระวังส่วนของ ประกาศ คสช. ที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ใช้ในการเตรียมสอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ หรือ ป.วิ อาญา ผิดถูกอย่างไรชี้แนะได้นะครับ ผมก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่องเหล่านี้เท่าไรนัก^^
ประชาสัมพันธ์ การปรับปรุงขอบเขตวิชาสำหรับทดสอบความรู้ความสามารถด้วยวิธีสอบข้อเขียนของ การรับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (สอบนายร้อยตำรวจภายใน)
บช.ศ. ได้จัดส่งรายละเอียดขอบเขตวิชาการทดสอบความรู้ความสามารถด้วยวิธีการสอบข้อ เขียน รวมทั้งกระบวนการแผนการปฏิบัติงานนการับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้น ประทวนเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้ทุก บช. และบก. ในสังกัด ส่ง ผบ.ตร. เพื่อทราบและดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนใน สังกัดได้ทราบอย่างทั่วถึงโดยทั่วกันไปส่วนหนึ่งแล้ว เมื่อเดือน ก.พ. 2557 รวมทั้งได้มีการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ บช.ศ. และ กส. ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมตัวและเตรียมความพร้อในการสมัครและคัดเลือกฯ ในครั้งต่อไป
บช.ศ. โดย กส. ขอประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมให้ข้าราชการตำรวจได้ทราบว่า ขอบเขตวิชาสำหรับทดสอบความรู้ความสามารถด้วยวิธีสอบข้อเขียนในการรับสมัคร คัดเลือกฯ ดังกล่าวข้างต้น มีบางวิชาที่ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยดำเนินการในปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2554-2556) ซึ่งมีข้อเท็จจริงโดยสรุป ดังนี้
1. การปรับปรุงขอบเขตวิชาฯ เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์รองรับการเข้าสู่ประชาคมอา เซียน ปี 2558 ของ ตร. ในยุทธศาสตร์ที่ 4 ภารกิจที่ 9 ซึ่งมอบหมายให้ บช.ศ. เตรียมความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพของข้าราชการตำรวจให้มีทักษะที่เหมาะสมใน การปฏิบัติงานเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ความชำนาญการด้านอื่นๆ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ในการวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ความชำนาญการด้านอื่นๆ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษเบื้อง ต้น โดยภารกิจที่ได้รับมอบหมายส่วนหนึ่งมีการจัดทำคู่มือภาษาอังกฤษสำหรับตำรวจ ไทย เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของ บช.ศ. เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้ศึกษาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 และต่อมาได้จัดทำหนังสือแจ้งเวียนประชาสัมพันธ์คู่มือภาษาอังกฤษสำรหับตำรวจ ไทยและแอพพลิเคชั้นภาษาอังกฤษ i-edupol เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง เมื่อเดือน ต.ค. 2556 และยังมีอีกหลายๆ หน่วยงานได้มีการอบรมสัมมนาเิ่มพูนความรู้ภาษาอังกฤษให้กับข้าราชการตำรวจใน สังกัดตามนโยบาย ตร.
2. การปรับปรุงขอบเขตวิชา สำหรับใช้ในการรับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวนเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร นั้น ได้มีการร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานต่างๆ ไปครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2555 โดยผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยในกรณีดังกล่าว แต่เนื่องจากการรับสมัครและคัดเลือกฯ เป็นโครงการสรรหากำลังพลต่อเนื่อง ที่ ก.ต.ช. อนุมัติไว้เป็นระยะเวลา 3 ปี (ปีงบประมาณ 2554-2556) และ ตร. ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี ดังนั้นในปีที่ 3 (ปีงบประมาณ 2556) จึงคงใช้แนวทางเดิม และบัดนี้โครงการดังกล่าวก็เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งต่อมาได้มีการร่วมประชุมหารือเพื่อพิจารณาปรับขอบเขตวิชาสำหรับการสอบ ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2557 ซึ่งการประชุมได้มีการถกแถลงจนได้ข้อยุติเป็นมติที่ประชุม คือ ที่ประชุมเห็นชอบ ในการกำหนดขอบเขตวิชาการสอบในการรับสมัครและคัดเลือกฯ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ ตร. ที่ต้องการได้ผู้มีคุณสมบัติให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และการสอบข้อเขียนที่มีขอบเขตวิชาด้านความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลและจำนวน จะทำให้การคัดเลือกได้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ได้ใช้ความคิดเชิงเหตุเชิงผล มีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ไหวพริบปฏิภาณ การใช้เหตุผล สำหรับแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติงานในภาพรวมของ ตร. มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นเรื่องที่ ตร. ได้ดำเนินการสอบบุคคลภายนอกมาแล้ว อีกทั้งหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงาน ก.พ. กระทรวงแรงงานก็ใช้แนวทางเช่นเดียวกันนี้
3. บัดนี้ ตร. ได้มีบันทึกสั่งการ อนุมัติให้ดำเนินการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญา บัตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 โดยให้รับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเลื่อนขั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร แล้ว
จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
18 กรกฎาคม 2557
ประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงการปรับปรุงขอบเขตวิชาสอบ ปี 2557 (21/7/57)
ตร. ได้อนุมัติให้ดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็นข้าราการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ดำรงตำแหน่ง รอง สว. จำนวน 500 อัตรา (18/7/57)
กำหนดวันสอบ 28 กันยายน 2557 แยกเป็น
1. กลุ่มงานที่มีวุฒิปริญญาตรี
– รอง สว.กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน จำนวน 150 อัตรา
– รอง สว.สายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม จำนวน 200 อัตรา
2. กลุ่มผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิปริญญาตรี (จ.ส.ต. – ด.ต.)
– รอง สว.กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน จำนวน 50 อัตรา
– รอง สว.สายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม จำนวน 100 อัตรา
ขอบเขตวิชาสอบข้อเขียน (18/7/57)
ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 150 ข้อ เวลา 3 ชั่วโมง ดังนี้
รอง สว.สายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม
1. ประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 35 ข้อ
2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 35 ข้อ
3. กฎหมายลักษณะพยาน จำนวน 20 ข้อ
(ป.วิอาญา ภาค 5 พยานหลักฐาน)
4. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 จำนวน 10 ข้อ
และแก้ไขเพิ่มเติม, พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554
– กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556
– กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2551
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
5. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 25 ข้อ
6. ความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลและจำนวน จำนวน 25 ข้อ
รอง สว.กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน
1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 จำนวน 25 ข้อ
และแก้ไขเพิ่มเติม, ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจ
ไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ พ.ศ.2556
2. ภาษาไทย จำนวน 35 ข้อ
3. ทักษะงานอำนวยการ จำนวน 30 ข้อ
ทดสอบความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานอำนวยการ ดังนี้
– ภารกิจของฝ่ายอำนวยการ
– ความรู้พื้นฐานฝ่ายกำลังพล
– ความรู้พื้นฐานฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์
– ความรู้พื้นฐานฝ่ายส่งกำลังบำรุง
– ความรู้พื้นฐานงานงบประมาณ
– ความรู้พื้นฐานระเบียบพัสดุ
– กฎหมายเกี่ยวกับพัสดุ
– ความรู้พื้นฐานของระเบียบการเงิน
– คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานสำนักงาน
4. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 จำนวน 10 ข้อ
และแก้ไขเพิ่มเติม, พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554
– กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556
– กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2551
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
5. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 25 ข้อ
6. ความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลและจำนวน จำนวน 25 ข้อ
สมัครงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ งานราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับสมัคร สอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2557 สอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 57 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ :
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:
ดาวน์โหลดรายละเอียด/ประกาศรับสมัครสอบ คลิกที่นี่!! -
ความคืบหน้า – สอบตำรวจไม่มียศ&ตำรวจ+ท้องถิ่น
“ความคืบหน้า – ตำรวจไม่มียศ&ตำรวจ+ท้องถิ่น”ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14672 หรือ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
เมื่อเรื่องสอบตำรวจไม่มียศกลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง ที่แต่เดิมเริ่มเรื่องจากกลุ่มผู้สนใจสอบแข่งขันเข้ารับราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ต่อเมื่อ คสช.มีประกาศออกมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 ก็เลยเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ได้สนใจที่จะสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เพราะเป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจมากกับ “ตำรวจไม่มียศ” ทั้งที่เพียงเริ่มต้นกับโครงการ CRIME เท่านั้น ไม่ได้ไปเกี่ยวกับสายงานปัจจุบันแบบเดิมๆ การสอบสายอำนวยการและสนับสนุน ชั้นสัญญาบัตร ที่มีชั้นยศ สำหรับบุคคลภายนอกหรือบุคคลภายในก็ยังคงมีอยู่ แต่ก็ยอมรับว่าน่าจะเกิดปัญหากรณี “ข้ามห้วย” การข้ามไปมียศก็ไม่มีปัญหา แต่การข้ามมาฝั่งไม่มียศ ตรงนี้คงต้องรอดู พรฎ.ข้าราชการตำรวจไม่มียศ แต่ตามสรุปข้อสั่งการในการประชุม ศปก.ตร.ครั้งที่ 104/57 (251)(228) เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ค. 2559 โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. เป็นประธาน ก็ได้ระบุรายละเอียดไว้ว่าเป็นข้าราชการตำรวจ “ชั้นประทวน” ปฏิบัติงานในสายอำนวยการสนับสนุนและเทคโนโลยีของสถานีตำรวจ

อาจจะเพราะในวันเดียวกันได้ออกประกาศ คสช. ฉบับที่ 111/2557 ที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เอา ประกาศ คสช. ทั้งฉบับที่ 111/2557 กับ 114/2557 มาปะติปะต่อกัน ทีนี้ถ้าฟังแต่ข่าวไม่เห็นประกาศอาจทำให้สับสนจึงเอาประกาศที่เกี่ยวข้องดังกล่าวมาดูรายละเอียดอีกครั้ง
หลังจากที่ได้ก่อนหน้านี้ได้แจ้งข่าวเรื่อง การสอบตำรวจไม่มียศ ถ้าติดตามประกาศของ คสช. ในระยะนี้ มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 3 ฉบับที่น่าสนใจ ตามวิทยุในราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 ได้มีการกล่าวถึง ประกาศ คสช. ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ลงวันที่และมีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน คือ 21 กรกฎาคม 2557 ทั้ง 3 ฉบับ
ซึ่งทั้งหมดก็เคยนำมาแจ้งให้ทราบแล้ว จากเว็บไซต์ข่าว ในภาพสรุปภาพรวมคร่าวๆ สั้นๆ ที่มาจากการสัมภาษณ์ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ (คลิกที่นี่) แต่ก็อยากให้ดูในรายละเอียดที่เป็นประกาศของ คสช. ทั้ง 3 ฉบับ ตามวิทยุในราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2557 สรุปสั้นๆ ดังนี้
1. ประกาศ คสช. ฉบับที่ 111/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ มาตรา 7 เกี่ยวกับการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยของประชาชน ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบาย งบประมาณและอาสาสมัคร ฯลฯ
2. ประกาศ คสช.ฉบับที่ 114/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ตามมาตรา 8 เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ โดยให้มีระบบการบริหารงานบุคคล เงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฯลฯ
3. ประกาศ คสช. ฉบับที่ 115/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 21 เรื่องอำนาจการสืบสวนสอบสวน มาตรา 142 และมาตรา 145 เรื่องการสอบสวนสามัญ
ในที่นี่จะขอกล่าวถึงเพียง 2 ฉบับ คือ ประกาศ คสช. 111/2557 และ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 114/2557 เพื่อความต่อเนื่องกับความคืบหน้าของการรับสมัครสอบตำรวจไม่มียศ ที่ได้แจ้งให้ทราบไปก่อนหน้านี้
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับที่ 114/2557
เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจโดยให้มีระบบการบริหารงานบุคคล เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมาย่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา 8 ข้าราชการตำรวจอาจให้แบ่งเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้ โดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้าที่ใด จะเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดประเภทตำแหน่ง วิธีการกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การบรรจุ การแต่งตั้ง การบังคับบัญชา วินัยและการรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การโยกย้ายระหว่างข้าราชการตำรวจประเภทมียศและข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ รวมทั้งการปรับยศและปรับเงินเดือนเมื่อมีการโยกย้ายดังกล่าวตลอดจนการอื่นตามที่จำเป็น
การกำหนดอัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำตำแหน่ง การรับและการจ่ายเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศสำหรับตำแหน่งแต่ละประเภท ให้นำกฎหมายว่าด้ยระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มาใช้บังคับ โดยอนุโลมตามลักษณะของประเภทตำแหน่ง แล้วแต่กรณี
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง ไม่มีผลกระทบฐานะของข้าราชการตำรวจที่มียศอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ”
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติสรุปก็คือเปลี่ยนแปลงเฉพาะ
“การรับและการจ่ายเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศสำหรับตำแหน่งแต่ละประเภท ให้นำกฎหมายว่าด้ยระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มาใช้บังคับ โดยอนุโลมตามลักษณะของประเภทตำแหน่ง แล้วแต่กรณี”
จากข่าวก็คาดว่าประมาณ 1-2 เดือนก็สามารถออก พรฎ.ข้าราชการตำรวจไม่มียศได้
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับที่ 111/2557
เรื่อง การแก้ไขเพิ่มกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพ เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา 7 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดระบบการบริหาร การปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยของประชาชนให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนมีส่วนร่วม ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบาย งบประมาณ และอาสาสมัคร ตลอดจนการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานตำรวจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต.ช. กำหนด
การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภาคเอกชนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภาคเอกชนนั้น”
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
จริงๆ แล้วยังมีประกาศ คสช. ที่มีการยกเลิก/แก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 อยู่หลายฉบับ ซึ่งหากต้องใช้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการสอบ ก็คงต้องติดตามเพิ่มเติม เท่าที่พบตอนนี้มี 5 ฉบับ
ความเห็นส่วนตัว..ความเป็นไปได้ของ “ตำรวจท้องถิ่น”
พยายามจะเรียบเรียงบทความนี้ด้วยความระมัดระวังหาหลักฐานและข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้มากที่สุด เนื่องจากยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการมีเพียงสัญญาณอ่อนๆ ผ่านประกาศ คสช. ทั้ง 2+3 ฉบับเพราะเรื่องการปฏิรูปตำรวจที่เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ค่อนข้างเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ และบางทีนี่คือการเริ่มเคลื่อนไหวสำหรับการปฏิรูปตำรวจ
จากประกาศ คสช.ทั้ง 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 111/2557 และ ฉบับที่ 114/2557 ทำให้เริ่มคิดว่าหรือนี่คือส่วนหนึ่งของการ “ปฏิรูปตำรวจ” ไม่นับรวมถึงฉบับที่ 87,88,89 อีก 3 ฉบับที่ก็มีการยกเลิก/แก้ไข/เปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ
สำหรับประกาศ คสช. ฉบับที่ 111/2557 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ มาตรา 7 เกี่ยวกับการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยของประชาชน ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบาย งบประมาณและอาสาสมัคร ฯลฯ
ในรายละเอียดมันช่างสอดคล้องกับแนวคิดการปฏิรูปตำรวจที่ว่าให้แยกงานบางส่วนออกไปจากทบวงตำรวจ เช่น ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจรถไฟ, ตำรวจน้ำ, ตำรวจตระเวนชายแดนให้ไปขึ้นกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้แต่ละภาคแต่ละจังหวัดรวมไปถึงนครใหญ่มีกิจการตำรวจของตนเองเหมือนกับในต่างประเทศ ซึ่งหากทำได้ก็จะไปสัมพันธ์กับแนวคิดกระจายอำนาจ สตช. ก็ยิ่งทำให้จินตนาการเตลิดไปว่า ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะมี..”ตำรวจท้องถิ่น” หรือเปล่า?? เพราะจากรายละเอียดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 111/2557 ในลักษณะงานที่ปฏิบัติจะไปสอดคล้องกับ.. “สายงานป้องกันและปราบปราม” มากๆ คือ “ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยของประชาชนให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน”
โดยอาจจะรับโอนมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามสัดส่วนที่ตกลงกันระหว่าง สตช. กับ อปท. หรือจะเปิดรับสมัครใหม่ ดังย่อหน้าสุดท้ายของประกาศฉบับนี้ที่ว่า “การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภาคเอกชนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภาคเอกชนนั้น” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือเฉพาะที่ได้ยกตัวอย่าง เพราะนั่นยังไม่นับรวมถึง ตำรวจดับเพลิง ที่ไปสังกัด กทม. ก็เป็นอีกตัวอย่างที่สนับสนุนความน่าจะเป็นของการปรับโครงสร้างขององค์กรตำรวจ ในรูปแบบใหม่เหมือนกิจการตำรวจในสากลนั่นคือ “เป็นตำรวจของท้องถิ่น”
ถ้าเอามาผูกกับ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 114/2557 เกี่ยวกับเรื่องชั้นยศแล้ว เว็บข่าวออนไลน์บางแห่งยังกล่าวว่าประกาศสองตัวนี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกันและกัน จึงลองกลับมาดูรายละเอียดอีกครั้งและเห็นว่าว่าในลักษณะของ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 111/2557 ได้ให้ความสำคัญไปที่งานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันและปราบราม จำเป็นต้องเข้าศูนย์ฝึกฯ โดยในขณะที่ฝึกนั้นจะเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ยังอยู่ในชั้นพลตำรวจ ซึ่งไม่มีอำนาจในการจับกุมผู้ต้องหาได้จนกว่าจะฝึกจบครบหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจแล้วจึงจะได้เลื่อนเป็นชั้นประทวน และติดยศเป็น ส.ต.ต. หรือสิบตำรวจตรี หรือที่นิยมเรียกว่านายสิบตำรวจ จึงจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ หากจะให้นายตำรวจเหล่านี้ไปสังกัดอยู่กับท้องถิ่นโดยไม่ติดยศให้ ก็อาจจะต้องแก้ไขหลักสูตรการฝึกการอบรม หรืออาจต้องยุบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น และลดรูปแบบการฝึกแบบมีชั้นยศลง
อย่างไรก็ยังเป็นเพียงการคาดการณ์จากสถานการณ์แวดล้อม และข้อมูลต่างๆ ที่พอจะหาได้ ก็จะขอลองเดาเล่นๆ ดูว่าจะถูกหรือไม่กับ.. “ตำรวจท้องถิ่น” ^^
สมัครงาน ความคืบหน้า งานราชการ ความคืบหน้า รับสมัคร สอบ ความคืบหน้า 2557 สอบ ความคืบหน้า 57 ความคืบหน้า เปิดสอบ
-
สอบตำรวจไม่มียศ – ความคืบหน้าสอบตำรวจไม่มียศ

“สอบตำรวจไม่มียศ – ความคืบหน้าสอบตำรวจไม่มียศ”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14638
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

รรท.ผบ.ตร. เผยจ่อปรับโครงสร้างตำรวจใหม่ ทำงานร่วมท้องถิ่น ชี้ 1 – 2 เดือน พ.ร.ฎ.ข้าราชการตำรวจไม่มียศได้ เตรียมเปิดรับใหม่ 5 พันอัตรา เน้นงานด้านไอที พร้อมเผย “พัชรวาท” ต้องได้รับสิทธิทุกอย่างย้อนหลังพร้อมเงินบำนาญ
วันนี้ (28 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีประกาศ คสช. แก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ในมาตรา 7 และ 8 เรื่องการปฏิบัติเชิงนโยบายร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และกรณีการจัดให้มีตำรวจไม่มียศ ว่า ทางคสช. มองว่าตำรวจไม่สามารถทำงานโดยไม่อิงกับท้องถิ่นได้ ที่ผ่านมาแม้ทำงานร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาองค์กรส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต.- อบจ. ซึ่งมีงบประมาณจำนวนมาก ยังไม่สามารถสนับสนุนในเชิงงบประมาณในการร่วมป้องกันปราบปรามอาชญากรรมกับ ตำรวจได้เต็มที่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายที่ระบุให้องค์กรปกครองท้องถิ่นจ่ายงบอุดหนุนตำรวจ การที่ท้องถิ่นจัดสรรงบให้ตำรวจในส่วนนี้ จึงผิดระเบียบ ใช้เงินไม่ถูกประเภท ครั้งนี้ ตร. ก็เพียงให้ท้องถิ่น องค์กรท้องถิ่นเอกชน ชุมนุมเข้ามามีบทบาทกับตำรวจมากขึ้น ร่วมกันคิด วางแผน และสนับสนุนงบประมาณได้ หัวใจคือให้ท้องถิ่นสามารถอุดหนุนงบ และร่วมกับคิดออกแบบการรักษาความปลอดภัยในท้องถิ่นนั้น
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา ตำรวจถูกครหาอยู่ภายใต้อิทธิพลการเมืองท้องถิ่น การเขียนกฎหมายเช่นนี้ทำให้ตำรวจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมากขึ้นหรือไม่ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า สังคมสมัยนี้ สังคมพัฒนา การสื่อสารรวดเร็ว สื่อสารมวลชนเจริญก้าวหน้า เชื่อว่าทั้งประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ สามารถตรวจสอบตำรวจได้เข้มแข็งขึ้น เรามองมิติที่ว่าถ้าตำรวจมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนประชาชนในท้องถิ่น และต่างมีเจตนาดีที่จะทำงานเพื่อบ้านเมือง ให้ประชาชนเป็นอยู่ปลอดภัย เชื่อว่าการทำงานร่วมกันจะมีประโยชน์แก่บ้านเมืองมากขึ้น หากคิดจะไปร่วมกันกระทำความผิด ตนมองว่าสามารถถูกตรวจสอบได้หมด ถ้าตำรวจทำงานดี ทำงานชอบถูกต้องตรงไปตรงไป ซื่อสัตย์สุจริตภาคประชาชนพร้อมสนับสนุน
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวต่อไปว่า การกำหนดตำรวจไม่มียศนั้น มีอยู่ใน พ.ร.บตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อยู่แล้ว โดยระบุการกำหนดตำรวจไม่มียศให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องมีการระบุถึงโครงสร้างเงินเดือน ที่มีเรื่องของ พ.ร.บ. อื่นๆ มาเกี่ยวข้อง ดังนั้น ในการแก้ ม.8 พ.ร.บ.ตำรวจฯ โดย คสช. ครั้งนี้ ได้เพิ่มเติมรายละเอียดว่าการทำให้มีตำรวจไม่มียศ จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ที่ครอบคลุมเรื่องการโครงสร้างเงินเดือน ที่สามารถนำโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการพลเรือน ฯลฯ มาใช้ได้ การออก พ.ร.ฎ. ตำรวจไม่มียศ ก็จะเร็ว ไม่ผ่านต้องผ่านสภา โดยได้มอบหมายหน่วยที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตรวจสอบ แก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในวันพรุ่งนี้ (29 กรกฎาคม) เวลา 13.30 น.ที่ห้องศรียานนท์ ตร. ตนเชิญรอง ผบ.ตร.- ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช.- ผบก. ในหน่วยขึ้นตรงสำนักงาน ผบ.ตร. ประชุมบริหาร เพื่อทำความเข้าใจกำหนดแนวทางปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวเนื่องคำสั่งคสช.
“คาดว่าภายใน 1 – 2 เดือน จะออก พ.ร.ฎ.ข้าราชการตำรวจไม่มียศได้ นอกจากนี้ ล่าสุด คสช. ได้อนุมัติอัตรากำลังพลและเงินเดือนมาให้ ตร. 5,000 อัตรา หาก พ.ร.ฎ.ข้าราชการตำรวจ ไม่มีผล จะมีการเปิดรับข้าราชการตำรวจใหม่ 5,000 อัตรา ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่จะให้เป็นตำรวจไม่มียศ โดยให้แต่ละจังหวัดสรรหา นำอัตราตำรวจที่เป็นตำรวจไม่มียศส่วนนี้สรรหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะ ตร. กำลังต้องการผู้มีความรู้ความชำนาญงานประเภทนี้มาพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ พัฒนาระบบไครม์ (CRIME) ซึ่งเป็นระบบรับแจ้งบริหารเหตุอาชญากรรม หากระบบนี้ใช้งานได้ดีตำรวจจะทำงานได้ดีขึ้น ทั้งนี้ การมีตำรวจไม่มียศ ก็มีความคิดเห็นหลากหลาย แต่ทั้งนี้ เป็นการพัฒนาอีกก้าว เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งไม่กระทบตำรวจที่มียศอยู่แล้ว” รรท.ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.วัชรพล ยังได้กล่าวถึงกรณี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งยกโทษปลดออกจากราชการ กรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ว่า หลังจากมีคำสั่งยกโทษแล้ว จะต้องมีการคืนเงินบำนาญที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ได้รับเลยนับแต่ปี 2552 เป็นต้นมา รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่เสียไปด้วย ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์
สมัครงาน สอบตำรวจไม่มียศ งานราชการ สอบตำรวจไม่มียศ รับสมัคร สอบ สอบตำรวจไม่มียศ 2557 สอบ สอบตำรวจไม่มียศ 57 สอบตำรวจไม่มียศ เปิดสอบ
-
ความคืบหน้า – สอบตำรวจ(ไม่มียศ)

"ความคืบหน้า – สอบตำรวจ(ไม่มียศ)"
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14637 หรือ
ตำแหน่ง: สอบตำรวจ(ไม่มียศ)
ระดับการศึกษา:
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: –
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—
รรท.ผบ.ตร. เผยจ่อปรับโครงสร้างตำรวจใหม่ ทำงานร่วมท้องถิ่น ชี้ 1 – 2 เดือน พ.ร.ฎ.ข้าราชการตำรวจไม่มียศได้ เตรียมเปิดรับใหม่ 5 พันอัตรา เน้นงานด้านไอที พร้อมเผย “พัชรวาท” ต้องได้รับสิทธิทุกอย่างย้อนหลังพร้อมเงินบำนาญ
วันนี้ (28 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีประกาศ คสช. แก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ในมาตรา 7 และ 8 เรื่องการปฏิบัติเชิงนโยบายร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และกรณีการจัดให้มีตำรวจไม่มียศ ว่า ทางคสช. มองว่าตำรวจไม่สามารถทำงานโดยไม่อิงกับท้องถิ่นได้ ที่ผ่านมาแม้ทำงานร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาองค์กรส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต.- อบจ. ซึ่งมีงบประมาณจำนวนมาก ยังไม่สามารถสนับสนุนในเชิงงบประมาณในการร่วมป้องกันปราบปรามอาชญากรรมกับ ตำรวจได้เต็มที่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายที่ระบุให้องค์กรปกครองท้องถิ่นจ่ายงบอุดหนุนตำรวจ การที่ท้องถิ่นจัดสรรงบให้ตำรวจในส่วนนี้ จึงผิดระเบียบ ใช้เงินไม่ถูกประเภท ครั้งนี้ ตร. ก็เพียงให้ท้องถิ่น องค์กรท้องถิ่นเอกชน ชุมนุมเข้ามามีบทบาทกับตำรวจมากขึ้น ร่วมกันคิด วางแผน และสนับสนุนงบประมาณได้ หัวใจคือให้ท้องถิ่นสามารถอุดหนุนงบ และร่วมกับคิดออกแบบการรักษาความปลอดภัยในท้องถิ่นนั้น
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา ตำรวจถูกครหาอยู่ภายใต้อิทธิพลการเมืองท้องถิ่น การเขียนกฎหมายเช่นนี้ทำให้ตำรวจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมากขึ้นหรือไม่ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า สังคมสมัยนี้ สังคมพัฒนา การสื่อสารรวดเร็ว สื่อสารมวลชนเจริญก้าวหน้า เชื่อว่าทั้งประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ สามารถตรวจสอบตำรวจได้เข้มแข็งขึ้น เรามองมิติที่ว่าถ้าตำรวจมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนประชาชนในท้องถิ่น และต่างมีเจตนาดีที่จะทำงานเพื่อบ้านเมือง ให้ประชาชนเป็นอยู่ปลอดภัย เชื่อว่าการทำงานร่วมกันจะมีประโยชน์แก่บ้านเมืองมากขึ้น หากคิดจะไปร่วมกันกระทำความผิด ตนมองว่าสามารถถูกตรวจสอบได้หมด ถ้าตำรวจทำงานดี ทำงานชอบถูกต้องตรงไปตรงไป ซื่อสัตย์สุจริตภาคประชาชนพร้อมสนับสนุน
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวต่อไปว่า การกำหนดตำรวจไม่มียศนั้น มีอยู่ใน พ.ร.บตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อยู่แล้ว โดยระบุการกำหนดตำรวจไม่มียศให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องมีการระบุถึงโครงสร้างเงินเดือน ที่มีเรื่องของ พ.ร.บ. อื่นๆ มาเกี่ยวข้อง ดังนั้น ในการแก้ ม.8 พ.ร.บ.ตำรวจฯ โดย คสช. ครั้งนี้ ได้เพิ่มเติมรายละเอียดว่าการทำให้มีตำรวจไม่มียศ จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ที่ครอบคลุมเรื่องการโครงสร้างเงินเดือน ที่สามารถนำโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการพลเรือน ฯลฯ มาใช้ได้ การออก พ.ร.ฎ. ตำรวจไม่มียศ ก็จะเร็ว ไม่ผ่านต้องผ่านสภา โดยได้มอบหมายหน่วยที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตรวจสอบ แก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในวันพรุ่งนี้ (29 กรกฎาคม) เวลา 13.30 น.ที่ห้องศรียานนท์ ตร. ตนเชิญรอง ผบ.ตร.- ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช.- ผบก. ในหน่วยขึ้นตรงสำนักงาน ผบ.ตร. ประชุมบริหาร เพื่อทำความเข้าใจกำหนดแนวทางปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวเนื่องคำสั่งคสช.
“คาดว่าภายใน 1 – 2 เดือน จะออก พ.ร.ฎ.ข้าราชการตำรวจไม่มียศได้ นอกจากนี้ ล่าสุด คสช. ได้อนุมัติอัตรากำลังพลและเงินเดือนมาให้ ตร. 5,000 อัตรา หาก พ.ร.ฎ.ข้าราชการตำรวจ ไม่มีผล จะมีการเปิดรับข้าราชการตำรวจใหม่ 5,000 อัตรา ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่จะให้เป็นตำรวจไม่มียศ โดยให้แต่ละจังหวัดสรรหา นำอัตราตำรวจที่เป็นตำรวจไม่มียศส่วนนี้สรรหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะ ตร. กำลังต้องการผู้มีความรู้ความชำนาญงานประเภทนี้มาพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ พัฒนาระบบไครม์ (CRIME) ซึ่งเป็นระบบรับแจ้งบริหารเหตุอาชญากรรม หากระบบนี้ใช้งานได้ดีตำรวจจะทำงานได้ดีขึ้น ทั้งนี้ การมีตำรวจไม่มียศ ก็มีความคิดเห็นหลากหลาย แต่ทั้งนี้ เป็นการพัฒนาอีกก้าว เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งไม่กระทบตำรวจที่มียศอยู่แล้ว” รรท.ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.วัชรพล ยังได้กล่าวถึงกรณี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งยกโทษปลดออกจากราชการ กรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ว่า หลังจากมีคำสั่งยกโทษแล้ว จะต้องมีการคืนเงินบำนาญที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ได้รับเลยนับแต่ปี 2552 เป็นต้นมา รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่เสียไปด้วย ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลยที่มา: ผู้จัดการออนไลน์
สมัครงาน ความคืบหน้า งานราชการ ความคืบหน้า รับสมัคร สอบ ความคืบหน้า 2557 สอบ ความคืบหน้า 57 ความคืบหน้า เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน ความคืบหน้า :
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ: -
สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (5) – อัตราว่าง-บัญชีผู้สอบผ่านที่เหลือ

“สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (5) – อัตราว่าง-บัญชีผู้สอบผ่านที่เหลือ”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14609 หรือ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
สรุปจำนวนผู้สอบแข่งขันได้ขึ้นบัญชีรอเรียกบรรจุและแต่งตั้ง และอัตราว่างที่เหลือไม่มีบัญชีผู้สอบผ่าน รายเขต/ภาค ของแต่ละตำแหน่ง และสรุปภาพรวมทั้งประเทศ จากภาพด้านล่าง ช่องรวมที่ติดเครื่องหมายลบและเป็นตัวอักษรสีแดง คือ จำนวนอัตรว่างที่มีจำนวนผู้สอบผ่านไม่เพียงพอต่อการบรรจุและแต่งตั้งคงเหลือ อย่ายึดติดกับตัวเลขเหล่านี้นะครับ อาจจะมีโอกาสคลาเคลื่อนอันเนื่องมาจากการพิมพ์ บวกกับการไล่หาแต่ละตำแหน่งในรายเขต และภาค ค่อนข้างลำบาก แต่ค่อนข้างใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะหาข้อมูลได้
สำหรับผู้สอบผ่านรอเรียกบรรจุถ้าใช้ทุกมุขตามที่บทความก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ได้บรรจุ อ่านหนังสือรอสอบรอบใหม่เถอะครับจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน (เพราะเป็นข้าราชการมัเท่ห์กว่าเป็นภาระ) อย่างน้อยก็มีประสบการณ์ในการสอบครั้งก่อน ความรู้ก็ยังอุ่นๆ อาจจะเป็นข้อได้เปรียบในการสอบครั้งต่อไปทำให้ได้ลำดับที่ดีขึ้น
สำหรับท่านที่สอบผ่านได้บรรจุรอบแรก สามารถเอาไปเล่าเป็นมหากาพย์ให้ลูกหลานฟังได้เลยเกี่ยวกับความยากลำบากกว่าจะได้บรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องลุ้นกันตั้งแต่สำรวจอัตราว่างกันเป็นแรมเดือนแรมปี กว่าจะจัดสอบได้ และกว่าจะได้สอบ และที่สำคัญที่สุด “ไปสอบเท้าเปล่า(ข้อเขียน) ก่อนจะไปสอบปากเปล่า(สัมภาษณ์)”
และบทความนี้จะเป็นบทความสุดท้ายเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่นหลังการสอบที่ผ่าน มาเมื่อต้นปี ต้องขออภัยที่ข้อมูลบางอย่างอาจจะล่าช้าไปหน่อย เนื่องจากต้องการข้อมูลเพิ่มให้ได้ความชัดเจน ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของท่านแล้ว จะวางแผนชีวิตอย่างไรต่อไป เพื่อให้ได้สวมชุดข้าราชการสมความปรารถนา อย่าลืมว่า..ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาส ลงทุนเท่าไรก็คุ้มแสนคุ้ม
ย้อนอ่านทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่ 1-5

-
สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) – อัตราว่างเกิดใหม่

“สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) – อัตราว่างเกิดใหม่”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14588 หรือ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
ย้อนอ่านทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่ 1-5

“หลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้ร้องขอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันแทนได้รับการบรรจุแต่งตั้งจนครบจำนวนที่ร้องขอแล้ว หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มิได้ร้องขอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ดำเนินการสอบแข่งขันแทน หรือกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีตำแหน่งว่างภายหลังซึ่งมีพื้นที่อยู่ในภาค/เขตใด และประสงค์จะขอใช้บัญชีสอบแข่งขันได้ในครั้งนี้ของภาค/เขตนั้น สามารถขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ หรือตำแหน่งอื่นที่กำหนดคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงกันกับคุณวุฒิที่ผู้นั้นนำมาสมัครสอบแข่งขันแต่ต้องเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องและเกื้อกูลกัน ตามที่คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล หรือคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลกำหนด โดยต้องเรียกบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้”
ย่อๆ ไม่ว่าก่อนนี้จะส่งอัตราว่างให้ กสถ. จัดสอบแทนให้หรือไม่ ไม่เกี่ยว อปท.ทุกแห่งสามารถขอใช้บัญชีตามเขต/ภาค ปัจจุบันได้ทันทีหากมีอัตราว่าง
และในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ ล่าสุด เมื่อไม่นาน คสช. ได้มีประกาศ งดการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นบางมาตราเป็นการชั่วคราว ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 85/2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว าลงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ทำให้อำนาจการปกครองและการบริหารท้องถิ่นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ในสถานการณ์เช่นนี้ท่านคิดว่า อปท.ที่ขาดอัตรากำลังคนจะเลือกใช้วิธีการใช้บัญชีส่วนกลางหรือจะดำเนินการจัดสอบเอง [ดาวน์โหลดประกาศฯ คลิกที่นี่]
อีกเหตุผลที่จะทำให้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้หมด ถ้าดูสรุปรวมที่รวบรวมไว้ ตำแหน่งที่น่ากังวลว่าจะไม่หมดก่อน 2 ปี นอกจากตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการระดับ 2 แล้ว ยังมีตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 และตำแหน่งบุคลากร ระดับ 3 แต่สองตำแหน่งหลังไม่น่ากังวลเท่าตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ ระดับ 2 เพราะเหลือแค่หลักร้อยกว่าๆ เท่านั้น 2 ปีน่าจะเรียกจนหมดได้ ถ้าผู้สอบผ่านไม่นิ่งนอนใจรวมกลุ่มและติดตามบัญชีแล้วจะกล่าวต่อไปว่าทำไมจึงเน้นและให้ความสำคัญส่วนนี้ ตอนนี้อยากให้พิจารณาส่วนนี้ก่อน
ย้อนกลับไปช่วงที่ปิดรับสมัครสอบท้องถิ่น เพื่อจะดุว่าทำไม 3 ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ ระดับ 2 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 และ ตำแหน่ง บุคลากร ระดับ 3 จึงมีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เหลือเป็นจำนวนมาก แตกต่างจากตำแหน่งอื่นๆ ที่เหลืออัตราว่างเยอะแยะบางตำแหน่งว่างเกือบ 600 อัตรา โดยส่วนตัวเข้าใจว่าผู้สมัครสอบเลือกตำแหน่งที่จะสมัคร โดยพิจารณาเรื่องคุณวุฒิตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเป็นประเด็นหลัก ซึงก็เป็นเรื่องปกติ และประเด็นที่สองคือจำนวนอัตราว่างที่ กสถ. ประกาศออกมา ทำให้ผู้สมัครสอบส่วนใหญ่แม้จะมีคุณวุฒิเพียงพอจะสมัครสอบตำแหน่งอื่น แต่ก็หลีกเลี่ยงตำแหน่งที่มีจำนวนอัตราว่างน้อย และในส่วนนี้จะไม่ขอกล่าวถึงประเด็นที่สามเกี่ยวกับหลักสูตรการสอบและความสามารถในการทำข้อสอบของผู้สมัครสอบเองในแต่ละตำแหน่ง มันเหนือความคาดหมายและการคาดเดา
ถ้าจำไม่ผิดเคยเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการสอบ ปรากฎว่ามีผู้สมัครสอบท้องถิ่นรวมแล้วหกแสนกว่าคน พอดูในรายละเอียด ถ้าไม่ติดเรื่องคุณวุฒิ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ ระดับ มีสัดส่วนจำนวนผู้สมัครสอบมากกว่าจำนวนอัตราว่างเยอะแบบน่าตกใจ เช่น ภาคเหนือ เขต 1 มีอัตราว่างเพียง 45 อัตรา แต่มีผู้สมัครสอบถึง 7,494 อัตรา เทียบเป็นอัตราส่วน 1:166 หรือ ภาคใต้ เขต 2 อัตราว่างเพียง 19 อัตรา แต่ผู้มีผู้สมัครสอบในตำแหน่งนี้เขตนี้ถึง 5,069 อัตรา เทียบเป็นอัตราส่วน 1:267 โดยประมาณ ถ้าไปเปรียบเทียบกับตำแหน่งอื่นๆ จะไม่มีสัดส่วนที่แตกต่างกันขนาดนี้ จึงไม่แปลกถ้าจะมีผู้ที่สอบผ่านและสอบไม่ผ่านในตำแหน่งนี้จำนวนมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ เพราะผู้สมัครสอบเยอะนั่นเอง ไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน และตำแหน่งบุคลากร สองตำแหน่งนี้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องของคุณสมบัติล้วนๆ คือสอบตำแหน่งอื่นไม่ได้เพราะคุณวุฒิไม่มีก็จะมาลงที่สามตำแหน่ง คือ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน บุคลากร และพัฒนาชุมชน ก็แอบแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมตำแหน่งนักพัฒนาชุมชนที่มีอัตราว่างมากเหมือนกัน คุณวุฒิก็เปิดกว้างมากๆ สัดส่วนระหว่างจำนวนผู้สมัครสอบและจำนวนอัตราว่างก็ห่างกันยิ่งกว่าตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ ระดับ 2 แต่กลับมีคนสอบผ่านได้น้อยมาก มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เหลือติดบัญชี 55 คนทั่วประเทศ ก็คงเป็นเรื่องของความรู้ความสามารถในการทำข้อสอบ ได้ข่าวหลังสอบใหม่ๆ ว่า..ยากมาก และส่วนตัวคิดว่าขอบเขตข้อสอบกว้างด้วย
พยายามจะหาข้อมูลให้ทั้งหมดเท่าที่คิดว่าจำเป็นแล้ว อาจจะถูกบ้างผิดบ้างท่านตรวจสอบด้วยตนเองและชี้แนะได้ ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญในงานสายนี้ แค่พอจะหาข้อมูลให้ได้เท่านั้น สำหรับท่านที่เตรียมสอบจะได้เตรียมความพร้อมเรียนรู้เงื่อนไขต่างๆ หลังการสอบก็จะเป็นประโยชน์ในการเลือกตำแหน่งที่จะสมัครสอบ และสำหรับท่านที่สอบผ่านมีชื่อในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไม่ว่าจะเขต/ภาคใด ขึ้นอยู่กับท่านแล้วว่าจะทำอย่างไรให้บัญชีเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วจนหมดบัญชีไม่เหลือเพื่อนตกค้างในบัญชีก่อนครบกำหนด 2 ปี เพราะบางครั้งการรอเรียกอย่างเดียวก็อาจจะได้แต่..รอ โดยไร้จุดหมายถึง 2 ปี ก็ไม่ได้บรรจุ และคงจะจบเรื่องราวเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น หลังจากการสอบได้ผ่านมาแล้วในบทความต่อไป ซึ่งจะเป็นบทความสุดท้าย สรุปรวมยอดผู้ที่สอบผ่านและอัตราว่างคงเหลือ รวมทุกเขต/ภาค ทั่วประเทศ เพื่อเห็นภาพรวมและคาดเดาตำแหน่งที่มีโอกาสจะเปิดในการสอบท้องถิ่นรอบต่อไปได้ชัดเจนขึ้น
ด้วยความปรารถนาดี
สมัครงาน สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) งานราชการ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) รับสมัคร สอบ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) 2557 สอบ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) 57 สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (4) เปิดสอบ
-
สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) – บัญชีเกื้อกูลฯ ยอมลดระดับ
“สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) – บัญชีเกื้อกูลฯ แผน B ให้บัญชีหมดก่อนกำหนด”ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14587 หรือ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
ย้อนอ่านทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่ 1-5
จากบทความตอนก่อน เกี่ยวกับการผลักดันให้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบางตำแหน่งหมดลงก่อนกำหนด 2 ปี นอกจากการใช้บัญชีข้ามเขต/ภาค ซึ่งในความเป็นจริงจากที่ได้รวบรวมข้อมูลปรากฎว่าบัญชีใดที่มีผู้สอบผ่านเหลือก็จะเหลือเหมือนกันทุกเขต/ภาค และบัญชีที่ไม่มีบัญชีผู้สอบผ่านเหลือก็จะไม่มีเหมือนกันทุกเขต/ภาค ทางออกอีกทาง..”บัญชีตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน”
ค่อนข้างเห็นใจท่านที่สอบผ่านได้ขึ้นบัญชีแต่โอกาสที่จะได้บรรจุริบหรี่เหลือเกินสำหรับบางตำแหน่ง กว่าจะได้สอบก็ยากเย็นแสนเข็ญใจ เรียกว่าเป็นมหากาพย์กันเลย สำหรับการสอบท้องถิ่นรอบที่ผ่านมา สอบแล้วได้แค่ขึ้นบัญชีแต่ไม่ได้บรรจุ
ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะท่านที่สอบท้องถิ่นผ่านและได้ขึ้นบัญชีเท่านั้น ท่านที่เตรียมจะสอบในรอบต่อไปสามารถศึกษาไว้เป็นข้อมูลในวันที่ท่านสอบผ่านและได้ขึ้นบัญชีก็จะดำเนินการได้เพื่อจะได้เป็นพนักงานราชการส่วนท้องถิ่น หรือ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสมดังใจปรารถนาเร็วกว่า ไม่ใช่แค่รู้ไว้ใช่ว่า แต่ใช้ได้จริง
ว่ากันต่อจากบทความก่อน สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบท้องถิ่น (2) ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 จบตอนไหนติดตามกันนะครับ^^

การใช้บัญชีตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน เดิมทีการกำหนดตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลกันเพื่อประโยชน์ในการเลื่อนและแต่งตั้งในตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ หรือนิยมเรียกกันว่า “เลื่อนไหล”
ในปัจจุบันถ้าจะใช้บัญชีตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน ก็จะพิจารณาตามภูมิศาสตร์เช่นกัน เริ่มจากเขตเดียวกันก่อน ไล่ไปเขตที่ใกล้เคียงกันที่สุด จนถึงระดับภาคก็ต้องเป็นภาคที่ใกล้กันที่สุดก่อนเช่นเดียวกัน ทีนี้เราก็ลองพิจารณาว่าตำแหน่งที่ยกตัวอย่างมาคือ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีที่ไม่ว่าจะหาระดับเขตหรือระดับภาคก็ไม่มีบัญชีจะใช้ได้ จนต้องใช้ไม้ตาย “ตำแหน่งเกื้อกูลฯ” ตามบัญชีกำหนดงานที่เกี่ยวข้องกันตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1,2 ตำแหน่งดังกล่าวจะอยู่ในกลุ่มที่ 2 กลุ่มงานการเงินและการคลัง ซึ่งมี 6 ตำแหน่งในกลุ่มนี้ คือ
1. เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
2. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
3. เจ้าหน้าที่พัสดุ
4. เจ้าพนักงานพัสดุ
5. เจ้าหน้าที่การคลัง
6. เจ้าพนักงานการคลัง
7. เจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชีจึงต้องกลับไปดูบัญชีผู้สอบผ่านท้องถิ่นตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พัสดุ ว่าจะมีเหลือว่างพอให้ใช้บรรจุในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ตำแหน่งที่ยกตัวอย่างได้หรือไม่ ผลปรากฎว่า..บัญชีไม่พอใช้ ทุกเขต ทุกภาค เหมือนกัน โดยเมื่อรวมทุกเขตทุกภาค แล้วยังมีอัตราว่างเหลือถึง 158 อัตรา
สรุปอย่างไรตำแหน่งนี้ก็ต้องสอบใหม่
แต่..จะพูดถึงเรื่องตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลกันทำไมถ้าไม่มีประโยชน์สำหรับท่านที่สอบผ่านแต่มีอัตราว่างไม่พอ ต้องรอเรียกบรรจุเพราะอยู่ในลำดับไกลออกไปเช่นตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 มีบัญชีเหลือ 118 อัตรา หรือ บุคลากร ระดับ 3 ที่มีบัญชีเหลือ 135 อัตรา ลองดูเงื่อนไขนี้
ตามประกาศบัญชีกำหนดกลุ่มตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องและเกื้อกูลกัน สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 กลุ่มที่ 1
1. บุคลากร
2. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
3. เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร
4. เจ้าพนักงานเทศกิจ
5. นักวินัยการจราจรลองดูที่เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร เหลือบัญชีผู้สอบผ่านทั่วประเทศ 5 อัตรา แต่ที่ภาคกลาง เขต 1 มีอัตราว่าง 1 อัตรา เขต 2 มีอัตราว่าง 3 อัตรา รวมภาคกลางมีอัตราว่าง 4 อัตรา ถ้าภาคกลาง เขต 1 ไปขอใช้บัญชีภาคเหนือ เขต 1 ที่มีบัญชีเหลือ 2 อัตรา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 ที่มีบัญชีเหลือ 1 อัตรา และเขต 3 อีก 1 อัตราก็เพียงพอ
พอเห็นภาพกันไหม สำหรับท่านที่ยังไม่เข้าใจการใช้บัญชีข้ามเขต ข้ามภาค นี่ยังไม่อยู่ในลักษณะของการใช้ตำแหน่งเกื้อกูล เพราะมีบัญชีตำแหน่งเดียวกันในภาคอื่นๆ เหลือให้ขอใช้บัญชีได้ กรณีนี้จะส่งผลให้บัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร ระดับ 3 ทั่วประเทศเหลือบัญชีผู้สอบผ่านเพียง 5 อัตรา แต่หากไม่มีการขอใช้บัญชีข้ามเขตข้ามภาค จะทำให้บัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ แต่ไม่ได้บรรจุ ค้างถึง 9 อัตรา ตรงนี้ก็ไม่ทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของใคร แต่ท่านที่สอบผ่านมีชื่อในบัญชีไปสอบถามหน่วยงานที่เป็นเจ้าของบัญชีได้ และลองติดตามดูจะได้ไม่ต้องสอบรอบใหม่ และเพื่อนที่อยู่ในลำดับถัดๆ ไปจะได้บรรจุด้วย
นอกเหนือไปจากนี้ ที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นในระดับเดียวกัน แต่ตามประกาศรับสมัครสอบได้ระบุไว้ว่า..
“การอนุญาตให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นที่มีระดับสูงกว่ามาบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่มีระดับต่ำกว่าอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าตำแหน่งที่ขอใช้จากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นต้องเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลกันกับตำแหน่งที่จะบรรจุแต่งตั้ง และมีคุณวุฒิที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่าคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงกันกับตำแหน่งที่จะบรรจุแต่งตั้ง และในขณะบรรจุแต่งตั้งจะต้องไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นหรือบัญชีของภาค/เขตในตำแหน่งนั้นโดยผู้นั้นต้องสมัครใจไปดำรงตำแหน่งที่มีระดับต่ำกว่าด้วย”
เห็นได้ว่า..สูงกว่าไประดับต่ำกว่าได้ เงื่อนไขคือจะต้องมีคุณวุฒิตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งด้วย เกี่ยวกับคุณวุฒิเดี๋ยวจะกล่าวต่อในภายหลัง จะยกตัวอย่างอีกตำแหน่ง คือตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ 2 ที่สรุปรวมทั่วประเทศจะมีอัตราว่างสิริรวมแล้ว 1,694 อัตรา เป็นจำนวนบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่เยอะที่สุดจากทุกตำแหน่งทุกระดับ จะใช้บัญชีข้ามเขต/ภาค ก็ไม่ได้เหลือกันบานเบอะ ขอดูตำแหน่งเกื้อกูลก่อน
ตามบัญชีกำหนดตำแหน่งที่มีลักษระหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องและเกื้อกูลกันในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 และระดับ 2 จะอยู่ในกลุ่มงานที่ 1 กลุ่มงานปฏิบัติช่วยบริหารจัดการ
1. เจ้าหน้าที่ธุรการ
2. เจ้าพนักงานธุรการ
3. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
4. เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
5. เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อได้มาแล้วลองหาอัตราว่างในระดับเดียวกันก่อน
ระดับ 2
1. เจ้าพนักงานธุรการ อัตราว่างไม่เหลือ
2. เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีอัตราว่างเหลือ 63 อัตราระดับ 1
1. เจ้าหน้าที่ธุรการ ระดับ 1 อัตราว่างไม่เหลือ
2. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ระดับ 1 อัตราว่างเหลือ 92 อัตรา
3. เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อัตราว่างเหลือ 115 อัตราแบบนี้ก็เป็นไปได้ว่าขอใช้บัญชีธุรการไปลงตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระดับ 2 ก่อน 63 อัตรา ครบแล้วจึงจะลงมาที่ระดับ 1 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล และตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่อย่าลืมว่าคุณวุฒิต้องได้ด้วย ระดับ 2 ปวส. ลงมาระดับ 1 ปวช. ก็ต้องจบสาขาที่ตรงกับตำแหน่งที่สมัครด้วย แต่คิดว่าโดยมากคงไม่มีปัญหาอะไร..มั้ง เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป เกี่ยวกับคุณวุฒิเพราะในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งมักจะระบุว่า
“..หรือทางอื่นที่ ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้”
อย่าเพิ่งดูถูกว่าระดับ 1 หรือระดับ 2 นาทีนี้ส่วนตัวแล้วเห็นว่าอย่างไรก็ได้แค่ขอให้ได้บรรจุก่อนดีกว่าบัญชีหมดอายุและไม่ได้บรรจุเลย บรรจุก่อนดีกว่าตรงที่นับอายุราชการเลย ยิ่งอายุน้อยรับราชการเร็วยิ่งได้เปรียบ โดยเฉพาะขนาดยอมลดระดับจากระดับ 2 มาที่ระดับ 1 บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการยังเหลือ 1,424 อัตรา โดยประมาณ
ดูแล้วก็หมดหวัง 1,000 กว่าอัตราจะเรียกบรรจุหมดได้อย่างไร ยังมีความหวังอยู่ที่เงื่อนไขเหมือนจะสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดนั่นคือ ระหว่างทางกว่าจะมีการสอบท้องถิ่นครั้งที่ผ่านมา จะเกิดอัตราว่างขึ้นตาม อปท. ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ทั่วประเทศ แม้แต่ อปท.ที่ให้ กสถ.จัดสอบแทนให้ ก็อาจจะเกิดอัตราว่างขึ้นระหว่างรอบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เฉพาะส่วนนี้ทำให้อัตราว่างต้องเปลี่ยนแปลงไป เพราะจำนวนอัตราว่างที่ส่งให้ กสถ. นับระยะเวลาดูก็มิใช่น้อยกว่าจะได้จัดสอบ ขึ้นอยู่กับว่า อปท. นั้นจะยอมใช้บัญชีกลางที่ กสถ. จัดสอบให้ครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ หรือจะจัดสอบเอง หรือจะส่งให้ กสถ.จัดสอบรอบใหม่ อย่างไรตรงนี้ก็มีประกาศกำกับไว้ ในประกาศรับสมัครสอบท้องถิ่นครั้งที่ผ่านมา ดังนี้ อ่านต่อตอนต่อไป เรื่อง หนทางที่บัญชีผู้สอบท้องถิ่นจะหมดก่อนอายุ (3)
สมัครงาน สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) งานราชการ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) รับสมัคร สอบ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) 2557 สอบ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) 57 สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (3) เปิดสอบ
รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลกันคลิกที่นี่ -
สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) – การใช้บัญชีข้ามเขต/ภาค เกื้อกูล ให้บัญชีเคลื่อนไหว
“สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) – การใช้บัญชีข้ามเขต/ภาค เกื้อกูล ให้บัญชีเคลื่อนไหว”ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14586 หรือ
ย้อนอ่านทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่ 1-5
ในวันเดียวกันกับที่มีประกาศให้สำรวจอัตราและตำแหน่งว่างฯ ก็มีประกาศกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงวันที่เดียวกันนั่นคือ ประกาศ เรื่อง การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 ความน่าสนใจของประกาศตัวนี้ ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดเป็นเจ้าของบัญชีตามประกาศของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะในเมื่อหลายตำแหน่งไม่เหลือบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้ขอใช้ด้วยซ้ำ เช่น
ภาคเหนือเขต 1 ให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าของบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ แต่ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ระดับ 1 มีจำนวนอัตราว่าง 18 อัตรา แต่มีผู้สอบผ่านเกณฑ์เพียง 8 อัตรา ยังเหลืออัตรว่างตั้ง 10 อัตรา ที่ไม่มีผู้สอบผ่านในบัญชีใช้ จะเป็นที่มาของเรื่องที่ต้องพิจารณากันต่อไป

เกี่ยวกับเรื่องการขอใช้บัญชีฯ ยังแอบสงสัยนิดหน่อย เพราะคล้ายกับว่าการขอใช้บัญชีเป็นเรื่องของความสมัครใจของ อปท. ใดๆ ที่จะใช้บัญชีของจังหวัดอื่นหรือไม่ เพราะตามประกาศ “อปท.ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในภาค/เขต ใด ประสงค์จะขอใช้บัญชี” เหมือนว่าไม่ประสงค์ก็ได้หรือเปล่า?? จะจัดสอบเองหรือจะส่งเรื่องให้ กสถ.จัดสอบแทนให้ใหม่ แต่ตรงนี้ก็ติดที่ว่าถ้าให้ กสถ. จัดสอบแทนให้ใหม่ในตำแหน่งเดิม กสถ. อาจจะต้องยกเลิกบัญชีผู้สอบผ่านเดิม ซึ่งตามประกาศให้บัญชีมีอายุ 2 ปี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ถามว่าทำได้หรือไม่ก็ทำได้ แต่ไม่นิยมทำกัน ถ้าจะบอกว่าก็บัญชีเฉพาะเขต แต่ก็มีประกาศว่าให้ใช้บัญชีข้ามเขตได้แล้วจะจัดสอบใหม่เป็นการเฉพาะสำหรับบัญชีที่ขาดในเขตใดเขตหนึ่ง ก็แปลกๆ นะ
ถ้าเป็นอย่างที่สันนิษฐานคือ ตามความสมัครใจของ อปท. หรือไม่ใช่ก็ตาม ท่านที่สอบผ่านอย่าได้นิ่งนอนใจ “ติดตามบัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ” หาอัตราว่างปลายทาง และบัญชีต้นทาง ถ้าเกาะกลุ่มและช่วยๆ กัน ได้บรรจุแล้วทำไป 1 ปี ค่อยทำเรื่องขอโอน/ย้าย/สับเปลี่ยนกลับ จังหวัดที่ต้องการก่อนบัญชีจะหมดอายุจะไม่ดีกว่าหรือ??
ที่สงสัยเพราะเท่าที่ดูกำหนดส่งตำแหน่งและอัตราว่างให้ กสถ. วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 มันค่อนข้างกระชั้นชิดไปสักหน่อย ไม่น่าจะสามารถจัดการเรื่องบัญชีกันทัน ไม่ว่าจะข้ามเขต หรือข้ามภาค หรือจะเกื้อกูล หรือจะเป็นความประสงค์ที่จะไม่ให้ใช้บัญชีข้ามเขต ข้ามภาค เกื้อกูล อันนี้ก็สุดจะเดา หรือจะป้องกันเหตุที่เหนือจินตนาการ เพราะถ้าย้อนอดีตกลับไปมันก็มีเรื่องเล่าในยุคหนึ่ง เกี่ยวกับการไล่ล่าหาที่ว่างเพื่อให้หมดบัญชี ทั้งการเซ็นต์ข้ามหัวข้ามลำดับกัน แน่นอนมีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกประกาศห้ามใช้บัญชีข้ามเขต ข้ามจังหวัด ถ้าใครได้ทันการสอบท้องถิ่นในยุคแรกๆ คงจะจำกันได้ดี มันคือประวัติศาสตร์ อย่างไรในเมื่อปัจจุบันประกาศฯ ให้ข้ามเขต ข้ามภาค เกื้อกูลได้ ก็ต้องดูรายละเอียดว่ามีเงื่อนไขอย่างไร
เมื่อมีอัตราว่างเหลือ แต่ไม่มีบัญชีทำอย่างไร ตามประกาศฉบับนี้ ให้ไปหาเอาจากเขตหรือภาคที่ใกล้ที่สุด เน้นให้ไล่ไปตามภูมิศาสตร์ เอาเขตที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วจึงไล่ไปหาเขตที่ไกลออกไป แต่ถ้ายังไม่มีก็ให้ไล่ไปหาภาคที่ใกล้ที่สุด จนถึงภาคที่ไกลออกไปตามลำดับ
ลองดูที่เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร เหลือบัญชีผู้สอบผ่านทั่วประเทศ 5 อัตรา แต่ที่ภาคกลาง เขต 1 มีอัตราว่าง 1 อัตรา เขต 2 มีอัตราว่าง 3 อัตรา รวมภาคกลางมีอัตราว่าง 4 อัตรา ถ้าภาคกลาง เขต 1 ไปขอใช้บัญชีภาคเหนือ เขต 1 ที่มีบัญชีเหลือ 2 อัตรา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 ที่มีบัญชีเหลือ 1 อัตรา และเขต 3 อีก 1 อัตราก็เพียงพอ
พอเห็นภาพกันไหม สำหรับท่านที่ยังไม่เข้าใจการใช้บัญชีข้ามเขต ข้ามภาค นี่ยังไม่อยู่ในลักษณะของการใช้ตำแหน่งเกื้อกูล เพราะมีบัญชีตำแหน่งเดียวกันในภาคอื่นๆ เหลือให้ขอใช้บัญชีได้ กรณีนี้จะส่งผลให้บัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร ระดับ 3 ทั่วประเทศเหลือบัญชีผู้สอบผ่านเพียง 5 อัตรา แต่หากไม่มีการขอใช้บัญชีข้ามเขตข้ามภาค จะทำให้บัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ แต่ไม่ได้บรรจุ ค้างถึง 9 อัตรา ตรงนี้ก็ไม่ทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของใคร แต่ท่านที่สอบผ่านมีชื่อในบัญชีไปสอบถามหน่วยงานที่เป็นเจ้าของบัญชีได้ และลองติดตามดูจะได้ไม่ต้องสอบรอบใหม่ และเพื่อนที่อยู่ในลำดับถัดๆ ไปจะได้บรรจุด้วย
ปัญหามันอยู่ตรงที่บางตำแหน่งไม่ว่าจะข้ามเขต หรือข้ามภาค ก็ไม่มี ตัวอย่างเช่น ภาคเหนือเขต 1 ที่มีจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าของบัญชีฯ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ที่มีอัตราว่าง 18 อัตรา แต่มีผู้สอบผ่านในบัญชีเพียง 8 อัตรา หลังจากเรียกผู้สอบผ่านบรรจุแต่งตั้งไปเรียบร้อยแล้วก็ยังเหลือว่างอีก 10 อัตรา ก็ต้อง.. “ข้ามเขต” ไปหาเอาจากเขตใกล้เคียงในภาคเดียวกัน ซึ่งก็คือ ภาคเหนือ เขต 2 ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นเจ้าของบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
แต่.. เมื่อดูรายละเอียด ภาคเหนือเขต 2 ที่ประกาศจำนวนอัตราว่างของตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีไว้ 13 อัตรา มีผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ เพียง 2 อัตรา ทำให้เหลือตำแหน่งว่าง 11 อัตรา ไม่เหลือบัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์เลย แบบนี้ก็ต้อง..”ข้ามภาค” เอาจากภาคใกล้สุด ก็..ภาคกลาง หาไปจนสุดขอบชายแดนภาคใต้ ก็ไม่มีบัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์เหลืออยู่เลย มีแต่อัตราว่างทั้งนั้น สรุปรวมเฉพาะตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ระดับ 1 มีอัตราว่างเหลือทุกเขต ทุกภาค ทั่วประเทศรวมกัน 147 อัตรา* พระเจ้า!! เป็นร้อยเลย แต่ยังมีตำแหน่งอื่นที่มีอัตราว่างเหลือมากกว่านี้เยอะ นี่แค่เด็กๆ
ดูกันต่อ.. เมื่อควานหาบัญชีที่จะใช้ทั้งเขต ทั้งภาค ทั่วประเทศแล้วก็ยังหาไม่ได้ สิ่งต่อไปที่จะทำได้คือ..”บัญชีตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน” ไม้ตายสุดท้ายของการหาผู้สอบผ่านเกณฑ์ฯ มาบรรจุ อ่านต่อตอนต่อไปเรื่องบัญชีเกื้อกูล
สมัครงาน สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) งานราชการ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) รับสมัคร สอบ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) 2557 สอบ สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) 57 สอบท้องถิ่น เตรียมจัดสอบเพิ่ม (2) เปิดสอบ
ดาวน์โหลด ประกาศ การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น คลิกที่นี่!!














คลิกเลือกหน้า: 



