สอบครู-ครูผู้ช่วยเปิดสอบ
ข่าวรับสมัครสอบครู สอบครูผู้ช่วย ที่เปิดสอบ
-
สอบท้องถิ่น อบจ.สกลนคร เปิดรับสมัครสอบ 14 ก.พ. -27 ก.พ. 2560 รวม 5 อัตรา

เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
“สอบท้องถิ่น อบจ.สกลนคร”
ลิงค์: https://iqepi.com/37299/ หรือ
ตำแหน่ง: ครู
ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี
อัตราเงินเดือน: –
อัตราว่าง: 5
ปฏิบัติงานที่: สกลนคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 14 ก.พ. – 27 ก.พ. 2560
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.** -
สพฐ – |

“สพฐ“
ลิงค์: https://iqepi.com/37015/ หรือ
เรื่อง: ปรับเกณฑ์คัดเลือกครู-ผอ.เขตฯ ให้ ก.ค.ศ.พิจารณา
—


สพร. ปรับเกณฑ์คัดเลือกครู-ผอ.เขตฯ ให้ ก.ค.ศ.พิจารณา
สพร.ชงปรับเกณฑ์คัดเลือกครู-ผอ.เขตฯ ยื่น ก.ค.ศ.พิจารณา
นายอัมพร พินะสา ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามแผนการบริหารงานบุคคลของ สพฐ. ปีงบประมาณ 2560 จะต้องมีการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ตามอัตราที่ว่าง อาทิเช่น ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 38 ตำแหน่ง รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 204 ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์กว่า 600 ตำแหน่ง และครูผู้ช่วยทั่วไป อีกกว่า 10,000 อัตรา เป็นต้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดปฏิทินการสอบได้ เนื่องจาก ศธ.มีนโยบายให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ทั้งหมด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) กำลังดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์เหล่านั้นอยู่
นายอัมพร กล่าวต่อไปว่า โดยหลักการการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ โดยเฉพาะศึกษานิเทศก์ และครูผู้ช่วย ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเทอม รวมถึง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ก็เป็นตำแหน่งที่ต้องเร่งคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานในเขตพื้นที่ไม่หยุดชะงัก แต่เมื่อหลักเกณฑ์ใหม่ยังไม่ออกมา ก็จำเป็นต้องชะลอออกไป และหากไม่ทันจริง ๆ ก็คงต้องใช้หลักเกณฑ์เดิมไปก่อน ทั้งนี้ แม้ ก.ค.ศ.จะเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ สพฐ.ในฐานะผู้ใช้ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาร่างหลักเกณฑ์คู่ขนาน เพื่อเสนอแนวคิดการคัดเลือกบุคคลในตำแหน่งต่าง ๆ ให้ ก.ค.ศ.นำไปพิจารณาด้วย โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะได้เห็นตัวร่างหลักเกณฑ์ของ สพฐ.เพื่อเสนอ ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป
“แนวคิดที่ สพฐ.เสนอจะยึดตามหลักการของรมว.ศึกษาธิการ ว่าการสอบไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะได้คนเก่งมาทำงานได้จริง และการเลื่อนตำแหน่ง หรือการเข้าสู่วิทยฐานะที่สูงขึ้น ไม่ได้พิจารณาจากผลงานที่เป็นกระดาษเท่านั้น แต่น่าจะพิจารณาผลของการปฏิบัติงานด้วย ซึ่งก็ต้องนำสิ่งเหล่านี้มาพิจารณาเป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้าสู่ตำแหน่งด้วย”
ผอ.สพร. กล่าวและว่า สำหรับการสอบครูผู้ช่วยทั่วไป เบื้องต้นมีแนวคิดว่าจะเสนอให้สอบภาค ก.ด้วยข้อสอบกลางที่ส่วนกลาง เหมือนกับการสอบแข่งขันของข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ต้องผ่านภาค ก.ก่อน จึงจะมีสิทธิไปสอบภาค ข.ที่เขตพื้นที่การศึกษา
แหล่งที่มา: www.siamrath.co.th/n/7700
-
สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว เปิดรับสมัครสอบ 12 ม.ค. -20 ม.ค. 2560 |รวม 20 อัตรา

“สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว“
ลิงค์: https://iqepi.com/36985/ หรือ
ตำแหน่ง: เจ้าพนักงานธุรการ,พยาบาลเทคนิค,นักทรัพยากรบุคคล,ครู,พนักงานขับรถยนต์,เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
ระดับการศึกษา: ปวช.,ปริญญาตรี,ไม่ระบุ
อัตราเงินเดือน: –
อัตราว่าง: 20
ปฏิบัติงานที่: สระแก้ว
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 12 ม.ค. – 20 ม.ค. 2560
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้วสระแก้ว
สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว เปิดรับสมัครสอบ
สมัครงาน สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว งานราชการ สระแก้ว สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว รับสมัคร สอบ สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว2560 สอบ สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว 60
ehenbook.com สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว :ตนเอง
ดาวน์โหลดไฟล์ สอบท้องถิ่น อบจ.สระแก้ว คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน เปิดรับสมัครสอบ 21 ธ.ค. -29 ธ.ค. 2559 |ผู้ช่วยนักวิชาการพัสดุ,ผู้ช่วยครู,ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ,ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,ผู้ช่วยนายช่างโยธา,ผู้ช่วยนายช่างเครื่องกล,ฯลฯ

“สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน”
ลิงค์: https://iqepi.com/36716/ หรือ
ตำแหน่ง: ผู้ช่วยนักวิชาการพัสดุ,ผู้ช่วยครู,ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ,ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,ผู้ช่วยนายช่างโยธา,ผู้ช่วยนายช่างเครื่องกล,ฯลฯ
ระดับการศึกษา: ปวช.,ปวส.,ปริญญาตรี,ปริญญาโท,ปริญญาเอก,เฉพาะ,ไม่ระบุ
อัตราเงินเดือน: 10,000-15,000
อัตราว่าง: 18
ปฏิบัติงานที่: ลำพูน,ลำพูน
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 21 ธ.ค. – 29 ธ.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูนลำพูน
สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน เปิดรับสมัครสอบ
สมัครงาน สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน งานราชการ ลำพูน,ลำพูน สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน รับสมัคร สอบ สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน2559 สอบ สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน 59
ehenbook.com สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ สอบท้องถิ่น อบจ.ลำพูน คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | แผนที่ | ประกาศ 1 | -
กระทรวงศึกษาธิการ – |ครูไทย 4.0

“กระทรวงศึกษาธิการ”
ลิงค์: https://iqepi.com/36407/ หรือ
เรื่อง: ครูไทย 4.0
—

กระทรวงศึกษาธิการ เปิดรับสมัครสอบ
เมื่อครั้งที่ผู้เขียนเข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 พอไปถึงโรงเรียน ครูแจกกระดานชนวนและดินสอหินให้ผู้เขียนและเพื่อนๆ ในชั้นเรียนคนละ 1 ชุด ส่วนไม้บรรทัด ผู้ปกครองของนักเรียนต้องจัดหาเอง ครูแก้ว เหล่าสะพาน ซึ่งเป็นครูประจำชั้น ป.1 ของโรงเรียน สอนให้พวกเราคัดและอ่านพยัญชนะไทย ฝึกคัดและอ่านเลขไทยในช่วงเช้า
ส่วนช่วงบ่ายพวกเราก็จะลงวิ่งเล่นในบริเวณโรงเรียน ถ้าฝนไม่ตกและแดดไม่ร้อนมาก พวกเราก็จะออกวิ่งเล่นกันกลางสนาม มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง ตามวัยของเด็ก หลังจากฝึกคัดและอ่านพยัญชนะไทย และเลขไทยไประยะหนึ่ง จนพวกเราคัดและอ่านได้ชำนาญ ครูแก้วก็จะให้พวกเราคัดและอ่านสระ คัดวรรณยุกต์ ส่วนวิชาเลขเมื่อนักเรียนคัดและอ่านเลขไทยได้คล่องแล้ว คุณครูก็จะให้พวกเราคัดและอ่านเลขอารบิคจนชำนาญ
เมื่อนักเรียนคัดและอ่านพยัญชนะไทย สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เลขอารบิคชำนาญแล้ว ครูแก้วก็จะสอนให้พวกเราเอาพยัญชนะและสระมาผสมกัน อ่านให้พวกเราฟัง ให้พวกเราอ่านตาม ฝึกให้นำพยัญชนะตัวใหม่ สระตัวใหม่มาผสมและอ่าน นำวรรณยุกต์มาเติม อ่านให้เราฟัง ให้พวกเราฝึกอ่าน ฝึกผสมคำ เริ่มต้นจากคำง่ายๆ และเพิ่มคำยากขึ้นตามลำดับ ผู้เขียนและเพื่อนๆ ในชั้นเรียนก็อ่านและเขียนกันได้ทุกคน
ส่วนวิชาเลข ในชั้น ป.1 เราเรียนเรื่องการบวกและการลบ พวกเราบวกลบเลขได้ดีกันทุกคน ส่วนเรื่องระเบียบวินัย ความสะอาด การแต่งกาย คุณธรรม จริยธรรม สุขภาพอนามัย เป็นเรื่องที่ครูทุกคนต้องช่วยกันดูแลเอาใจใส่ให้นักเรียนทุกคนปฏิบัติตามระเบียบวินัย รักษาความสะอาดตัวเอง ห้องเรียน โรงเรียนและบริเวณโรงเรียน ยึดมั่นในค่านิยม จริยธรรมและคุณธรรมที่พึงประสงค์ และแต่งกายให้สะอาด เรียบร้อย แม้ว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้เป็นครูประจำชั้นของพวกเราก็ตาม
การที่พวกเราไม่มีสมุดสำหรับจดบันทึก ใช้เพียงกระดานชนวนคนละแผ่นและดินสอหินคนละแท่งเขียนแล้วต้องลบ จึงจะเขียนสิ่งใหม่ลงไปแทนได้ พวกเราจึงต้องจำทุกอย่างที่ครูสอนให้ได้ เมื่อขึ้นชั้น ป.2 พวกเราจึงมีสมุดใช้ แต่ความรู้ทุกอย่างมาจากครู เรียนจาก ป.1-ป.4 ผู้เขียนระลึกเสมอว่าผู้เขียนได้ความรู้ทุกอย่างมาจากครู ไม่เคยรู้จักห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ หรือแหล่งค้นคว้าอื่น
ครั้นเรียนจบชั้น ป.4 จบการศึกษาภาคบังคับ นักเรียนที่เรียน (วิชาภาษาไทยและเลข) ไม่ค่อยเก่งก็จะเลือกออกไปช่วยงานพ่อแม่ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ส่วนผู้เขียนโชคดีได้เรียนต่อชั้น ม.1 (เทียบเท่าชั้น ป.5 ในปัจจุบัน) การเรียนการสอนก็ไม่แตกต่างไปจากเดิม จากชั้น ม.1-ม.6 พวกเราเรียนวิชาต่างๆ จากคุณครู และคุณครูก็ใช้หนังสือหรือตำราเรียนเพียงไม่กี่เล่ม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวิชาละเล่ม ตั้งใจฟังคุณครูอธิบาย ทำแบบฝึกหัดให้ครบทุกข้อ เวลาสอบก็มักจะได้คะแนนเต็มเสมอ ส่วนคนที่ไม่ตั้งใจฟังครู ไม่ทำการบ้าน ไม่ทำแบบฝึกหัดก็จะสอบตก การเรียนในช่วงปี พ.ศ.2495-2504 จึงเป็นการเรียนที่ค่อนข้างง่ายๆ เรียนสบายๆ ตั้งใจรับความรู้จากครูให้ได้ครบถ้วน เราก็จะได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนเก่ง
การเรียนการสอนในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มแรกมาจนถึงยุค พ.ศ.2500 ต้นๆ จึงเป็นการเรียนการสอนที่พึ่งครูเป็นสำคัญ มาถึงสมัยปัจจุบันเรานิยมเรียกการเรียนการสอนแบบนี้ว่าเป็นการเรียนการสอนแบบ “Teacher-Centered” เป็นการเรียนการสอนที่ครูรู้เนื้อหาวิชาดีที่สุด ครูทุ่มเทเสียสละ ตั้งใจ เตรียมการสอน ตรวจการบ้าน เอาใจใส่ศิษย์ทุกคน ทำตนให้เป็นแบบอย่างในทุกโอกาส ประสานงานกับผู้ปกครอง ห่วงใย แนะนำ อบรม สั่งสอนศิษย์ในทุกๆ เรื่องโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย นักเรียนที่เรียนช้าก็ได้รับคำแนะนำ ช่วยเหลือ
ผู้เขียนเรียนในโรงเรียนในต่างจังหวัดจึงไม่มีความรู้เรื่องการกวดวิชาเพราะครูในโรงเรียนก็ไม่มีใครไปสอนกวดวิชา
หลังจากเรียนจบชั้น ม.6 (ในขณะนั้น) ผู้เขียนมีโอกาสได้เรียนต่อในวิทยาลัยครู ในหลักสูตร ป.กศ. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพทางการศึกษา) ซึ่งเป็นหลักสูตร 2 ปีที่วิทยาลัยครู การเรียนการสอในวิทยาลัยครูตั้งแต่ชั้น ป.กศ.ต้น จนถึงชั้น ป.กศ.สูง ยังคงเป็นการเรียนการสอนแบบ “Teacher Centered” ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าอาจารย์ที่สอนวิชาจิตวิทยาทางการศึกษาในสมัยโน้นจะพูดถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Difference) ให้พวกเราท่อง ให้ค้นคว้า ให้รายงาน แต่เมื่อถึงเวลาสอบก็ยังออกข้อสอบเฉพาะเรื่องที่อาจารย์บรรยายเป็นหลัก ถ้าใครตั้งใจฟังคำบรรยาย อ่านทบทวนคำบรรยาย ก็จะตอบได้และได้เกรด A ง่ายๆ
คำว่า “Individual Differences,” “Multiple Intelligences,” หรือ “Learning Styles” จึงเป็นเพียงคำศัพท์ทางจิตวิทยาการศึกษาให้พวกเราอ่านและท่องให้เข้าใจ แต่การปฏิบัติต่อพวกเราโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลจริงๆ ไม่เกิดในชั้นเรียน สาเหตุอาจเป็นเพราะครูยังเป็นใหญ่ในชั้นเรียน นักเรียนต้องเรียนตามสไตล์การสอนของครู ใครเรียนตามสไตล์การสอนของครูไม่ได้ก็จะกลายเป็นคนไม่เก่ง สอบตก ทำเกรดเฉลี่ยได้ต่ำกว่าเกณฑ์ และถูกให้ออกจากวิทยาลัยครูไป
การเรียนการสอนที่เน้นครูเป็นสำคัญ หรือ Teacher-Centered ปัจจุบันนี้หลายคนก็จะเรียกว่าเป็นการเรียนการสอนแบบ 1.0 ที่สอนโดยครู 1.0 และนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาออกมาก็จะกลายเป็นนักเรียน 1.0 คือรู้ เข้าใจเนื้อหา ทฤษฎี หลักการและแนวปฏิบัติ และอธิบาย ปฏิบัติตามและใช้เครื่องมือที่ครูสอนได้เป็นอย่างดี
ส่วนผู้บริหารโรงเรียนที่ทำหน้าที่กำกับดูแลให้ครูสอนจนนักเรียนรู้ เข้าใจ ปฏิบัติตามครูได้ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารโรงเรียน 1.0 ส่วนโรงเรียนก็กลายเป็นโรงเรียน 1.0
ครู 1.0 และผู้บริหารโรงเรียน 1.0 ทำงานประสบความสำเร็จและทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า และเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนนักเรียนทั่วทั้งประเทศมีจำกัด สัดส่วนของนักเรียนที่เรียนจบชั้น ป.4 และได้เรียนต่อ ม.1 ก็มีไม่ถึง 50% ของผู้สำเร็จการศึกษา นอกจากนั้น ความรู้ หรือทฤษฎี หลักการ งานวิจัย กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาต่างๆ เป็นต้นว่าทฤษฎี หลักการ งานวิจัย กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติในวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลข ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ฯลฯ ก็มีจำกัด หนังสือเรียนเกี่ยวกับวิชาต่างๆ เหล่านี้ก็มีเพียงไม่กี่เล่ม การเรียนการสอนก็เน้นที่การทำความเข้าใจในทฤษฎี หลักการ งานวิจัย กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาต่างๆ ก็ถือว่าเพียงพอ แค่เข้าใจ ทำโจทย์ได้ ก็สอบได้คะแนนเต็มแล้ว ครูผู้สอนหลายท่านจึงเข้าสอนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำรา เพราะคุณครูท่านจำทฤษฎี จำโจทย์ตัวอย่าง และจำโจทย์แบบฝึกหัดได้หมด อาชีพที่ผู้จบชั้น ม.6 หรือสูงกว่า จะออกไปประกอบก็เน้นที่การนำความรู้ที่เรียนมาไปใช้โดยตรง
ครู 1.0 และผู้บริหารโรงเรียน 1.0 จึงทำงานอย่างมีความสุข
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2503 รัฐบาลไทยในสมัยนั้นได้ประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2503 บังคับให้เยาวชนไทยต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ 7 ปี เยาวชนที่เข้าอยู่ในระบบโรงเรียนจึงเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับผู้ปกครองก็เห็นความสำคัญของการศึกษามากขึ้น ผู้สำเร็จการศึกษาสูงๆ มักจะได้เป็นเจ้าคนนายคน ทำงานก็มีรายได้สูงๆ จากการที่ต้องเข้าเรียนในระบบการศึกษาภาคบังคับ 7 ปี ผู้ปกครองหลายคนจะชักนำ บังคับ หรือขืนใจให้บุตรหลานของตนเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น จากการที่จำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ประเทศจำเป็นต้องจัดหาครูเพิ่มมากขึ้น
การที่ประชากรวัยเรียนเข้าเรียนต่อในสัดส่วนที่สูงขึ้น นักเรียนที่ไม่ถนัดทางภาษาและคณิตศาสตร์ก็เรียนต่อมากขึ้น ประกอบกับความจริงที่ว่ามนุษย์มีความสนใจ ความถนัด สติปัญญา (Intelligences) และวิถีการเรียนรู้ (Learning Styles) ที่แตกต่างกัน นักการศึกษาโดยเฉพาะนักการฝึกหัดครู จึงคิดรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายให้เหมาะสมกับสติปัญญา ความสนใจและความถนัด และสไตล์การเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน มีเครื่องมือวัดสติปัญญาและความถนัด และสไตล์การเรียนรู้ของผู้เรียน และครูก็จัดให้ผู้เรียนได้เรียนเพื่อพัฒนาสติปัญญาและความถนัดของตน โดยใช้สไตล์การสอนที่เหมาะสมกับสไตล์การเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น นักเรียนที่มีสติปัญญาและความถนัดทางคณิตศาสตร์ก็ให้ได้เรียนกับครูที่มีความสามารถในการจัดรูปแบบการรู้เรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้สไตล์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่หลากหลาย
นักเรียนที่มีสติปัญญาและความถนัดทางดนตรีก็ให้ได้เรียนดนตรีตามสไตล์การเรียนรู้ของเขา ผู้ประกอบวิชาชีพครูจึงมีหน้าที่หลักคือการทำให้นักเรียนที่มี Intelligences ที่หลากหลาย (เพราะสัดส่วนผู้เรียนเรียนต่อสูงขึ้น) ได้เรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียนแต่ละคน การเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะยึดครูเป็นสำคัญเหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติมาไม่ได้ แต่ครูจะต้องจัดการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
หรือที่เรียกว่าการจัดการเรียนการสอนแบบ “Child-Centered” ซึ่งครูที่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจนประสบความสำเร็จ
ปัจจุบันเราก็มักจะเรียกว่าเป็น “ครู 2.0” และเรียกนักเรียนที่ได้เรียนตามความถนัดและความสนใจจนสติปัญญาได้รับการพัฒนาเต็มที่ตามศักยภาพว่าเป็น “นักเรียน 2.0” ส่วนผู้บริหารโรงเรียนที่สามารถบริหารให้เกิดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่างมีประสิทธิผลก็จะได้รับเรียกว่าเป็น “ผู้บริหารโรงเรียน 2.0” และเรียกโรงเรียนที่มี ครู 2.0 และผู้บริหาร 2.0 ปฏิบัติงานอยู่ว่าเป็น “โรงเรียน 2.0”
โรงเรียน 2.0 ต้องจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้ตอบสนองความสนใจ ความถนัด สติปัญญา และสไตล์การเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน โต๊ะ เก้าอี้ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งเรียนรู้ต้องพร้อม ขนาดของห้องเรียนต้องเล็ก จำนวนนักเรียนต่อห้องต้องน้อย ส่วนใหญ่จะไม่เกิน 15 คนต่อห้อง การจัดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนก็จะจัดให้นักเรียนนั่งเรียนเป็นวงกลม มีครูที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดีในหลากหลายวิชาเอกตามความสนใจ ความถนัด และสติปัญญาของผู้เรียน นักเรียนที่เรียนช้า หรือมีปัญหาในการเรียนวิชาใดวิชาหนึ่งจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ปรับฐานสติปัญญาให้ทัดเทียมเพื่อนๆ เป็นระยะ (Remedial Learning) โดยใช้ครูผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ (Expert Teacher) จนนักเรียนสามารถเรียนร่วมกับเพื่อนได้ นักเรียนจะได้เรียนในสิ่งที่ตนเองชอบและถนัด กับครูที่มีความสนใจ ความถนัด และสติปัญญาในวิชานั้นๆ อย่างแท้จริง
ครู 2.0 จึงต้องเก่งในวิชาที่ตนสอนเช่นเดียวกับ ครู 1.0 แต่ที่ต้องเก่งมากกว่า ครู 1.0 ก็คือ ครู 2.0 ต้องรู้ความถนัด ความสนใจ สติปัญญาและวิถีการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน และต้องทำให้ผู้เรียนแต่ละคนประสบความสำเร็จตามศักยภาพของตน การผลิต ครู 2.0 จึงต้องฝึกแบบเข้ม คนที่จะมาเรียนเพื่อออกไปเป็น ครู 2.0 จึงต้องผ่านการคัดกรองมาเป็นอย่างดี และมีกระบวนการผลิตที่ดี คล้ายๆ กับระบบ และกระบวนการผลิตแพทย์
ครู 2.0 ที่จัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญยังเป็นที่ปรารถนาของผู้ปกครองและนักเรียนแทบทั่วทุกประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology= ICT-ไอซีที) ได้รับการพัฒนาจนมีศักยภาพสูงมาก มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้แบบไม่มีขอบเขตจำกัด สามารถสื่อสารถึงกันได้ในรูปแบบที่หลากหลาย ผ่านทางตัวหนังสือ ข้อความเสียง ภาพนิ่ง ภาพวิดีโอ แผนภูมิ และระบบอัตโนมัติต่างๆ ความรู้ในทุกศาสตร์ ทั้งที่เป็นทฤษฎี หลักการ งานวิจัย สมมุติฐาน แนวปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาต่างๆ ถูกนำขึ้นเผยแพร่ในสื่อดิจิทัล Websites, YouTube, PowerPoint, LINE, สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และอื่นๆ อีกมากมาย ความรู้ไม่มีขอบเขตจำกัด ความรู้ไม่คงที่ มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง การเป็น ครู 1.0 หรือ ครู 2.0 ที่ดีเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ครูในยุคปลาย ศตวรรษที่ 20 จึงต้องเป็นทั้ง ครู 1.0 และครู 2.0 ที่มีคุณภาพ และนอกจากนั้นก็จะต้องเป็นครูที่สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร สื่อดิจิทัล และสื่อสารมวลชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการเรียนการสอน และสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้เรียนเกี่ยวกับแนวทางการตรวจสอบความถูกต้องและน่าเชื่อถือของความรู้ที่ปรากฏตามสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
ครูที่มีคุณลักษณะของ ครู 1.0 และครู 2.0 และสามารถใช้สื่อดิจิทัล สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น Websites, YouTube, PowerPoint, LINE, Digital Learning Sources, Radio, TV, Printed Materials, Museums, Displays, Presentations, Local Wisdoms, etc. ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิผล ก็จะได้รับการเรียกชื่อว่า ครู 3.0
แหล่งที่มา: www.matichon.co.th/news/343147
-
สพฐ – |วิเคราะห์ข้อสอบครูผู้ช่วย 1/2559 สาเหตุครูสอบผ่านน้อย

“สพฐ”
ลิงค์: https://iqepi.com/36381/ หรือ
เรื่อง: วิเคราะห์ข้อสอบครูผู้ช่วย 1/2559 สาเหตุครูสอบผ่านน้อย
—

สพฐ.เร่งวิเคราะห์ข้อสอบครูผู้ช่วยเชิงลึก
ดร.พะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ.ได้รายงานผลการวิเคราะห์ข้อสอบที่ใช้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 ในเบื้องต้น ว่า จากจำนวนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.) รวม 61 แห่งที่เปิดสอบในครั้งนี้ ผู้เข้าสอบทั้งสิ้น 126,328 คน สอบได้ 11,333 คน คิดเป็นผู้สอบได้ 8.97% นั้น ข้อสอบที่ใช้สอบสามารถจำแนกคุณภาพผู้เข้าสอบได้หรือไม่ มีความยากง่ายของข้อสอบเป็นอย่างไรเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงการออกข้อสอบคัดเลือกครู รวมถึงให้มหาวิทยาลัยใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการผลิตบัณฑิตครูต่อไป
ดร.พะโยม กล่าวต่อไปว่า ข้อสอบที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 นั้น 56 กศจ./สศศ.ได้จ้าง 11 มหาวิทยาลัยออกข้อสอบ จำแนกเป็น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ใช้สอบใน 43 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 93,567 คน สอบได้ 6,935 คน คิดเป็น 7.14% มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุราษฎร์ธานี ใช้สอบใน 3 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 3,950 คน สอบได้ 1.048 คน คิดเป็น 26.53% มหาวิทยาลัยทักษิณ ใช้สอบใน 2 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,907 คน สอบได้ 177 คน คิดเป็น 9.28% มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 143 คน สอบได้ 3 คน คิดเป็น 2.10% มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,480 คน สอบได้ 26 คน คิดเป็น 1.76%
มรภ.เชียงราย ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,668 คน สอบได้ 160 คน คิดเป็น 9.59% มรภ.เพชรบูรณ์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,574 คน สอบได้ 49 คน คิดเป็น 3.11% มรภ.เลย ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 3,240 คน สอบได้ 164 คน คิดเป็น 5.06% มรภ.บุรีรัมย์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 6,868 คน สอบได้ 230 คน คิดเป็น 3.35% มรภ.ราชนครินทร์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,649 คน สอบได้ 110 คน คิดเป็น 6.67% มรภ.สกลนคร ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 674 คน สอบได้ 59 คน คิดเป็น 8.75% และเป็นข้อสอบที่กศจ. 5 จังหวัดออกเอง ได้แก่ ภูเก็ต ยะลา หนองคาย บึงกาฬ และศรีสะเกษ มีผู้เข้าสอบ 9,608 คน สอบได้ 2,372 คน คิดเป็น 24.69%
“การวิเคราะห์เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุที่มีผู้ทำข้อสอบผ่านได้น้อย ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา มีปัญหามาจากผู้ข้อสอบ ตัวข้อสอบ หรือการออกข้อสอบ ดังนั้น สพฐ.จะมอบให้สำนักทดสอบทางการศึกษา และสพฐ.ร่วมกันวิเคราะห์ข้อสอบเชิงลึก โดยขอข้อมูลไปยังผู้ออกข้อสอบ ให้ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างข้อสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาการหรือไม่ สัดส่วนความยากง่ายของข้อสอบมีความเหมาะสมหรือไม่ และภูมิหลังของผู้เข้าสอบ ทั้งอายุ เพศ ระดับผลการเรียน และมหาวิทยาลัยที่จบออกมาว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร โดยจะวิเคราะห์ให้เร็วที่สุดเพื่อรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นว่าทำไม นักศึกษาครูทำข้อสอบได้ลดลง”ดร.พะโยม กล่าว
แหล่งที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/725399
-
สพป.นครราชสีมา เขต 6 เปิดรับสมัครสอบ 25 ต.ค. -28 ต.ค. 2559 |ครูผู้สอน

“สพป.นครราชสีมา เขต 6”
ลิงค์: https://iqepi.com/36307/ หรือ
ตำแหน่ง: ครูผู้สอน
ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี
อัตราเงินเดือน: 17,000-
อัตราว่าง: 20
ปฏิบัติงานที่: นครราชสีมา
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 25 ต.ค. – 28 ต.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

สพป.นครราชสีมา เขต 6นครราชสีมา
สพป.นครราชสีมา เขต 6 เปิดรับสมัครสอบ
สมัครงาน สพป.นครราชสีมา เขต 6 งานราชการ นครราชสีมา สพป.นครราชสีมา เขต 6 รับสมัคร สอบ สพป.นครราชสีมา เขต 62559 สอบ สพป.นครราชสีมา เขต 6 59
ehenbook.com สพป.นครราชสีมา เขต 6 เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง สพป.นครราชสีมา เขต 6 :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: 29 ต.ค. 2559
สอบวันที่: 31 ต.ค. 2559
ประกาศผลสอบ: 1 พ.ย. 2559ดาวน์โหลดไฟล์ สพป.นครราชสีมา เขต 6 คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
สอบท้องถิ่น อบจ. เปิดรับสมัครสอบ 3 ต.ค. -12 ต.ค. 2559 |ผู้ช่วย (นักประชาสัมพันธ์,นักวิเคราะห์นโยบายและแผน,นายช่างโยธา,ครู)

“สอบท้องถิ่น อบจ.”
ลิงค์: https://iqepi.com/36096/ หรือ
ตำแหน่ง: ผู้ช่วย (นักประชาสัมพันธ์,นักวิเคราะห์นโยบายและแผน,นายช่างโยธา,ครู)
ระดับการศึกษา: ม.ต้น,ม.ปลาย,ปวช.,ปวส.,ปริญญาตรี,ไม่ระบุ
อัตราเงินเดือน: 10,000-15,800
อัตราว่าง: 33
ปฏิบัติงานที่: สุราษฎร์ธานี
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 3 ต.ค. – 12 ต.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

สอบท้องถิ่น อบจ.สุราษฎร์ธานี
สอบท้องถิ่น อบจ. เปิดรับสมัครสอบ
ประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เรื่อง รับสมัครเพื่อสรรหาและเลือกสรรบุคคลเป็นพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560
ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะดำเนินการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานจ้างในตำแหน่งต่างๆ ที่ว่างอยู่ จำนวน 9 ตำแหน่ง รวม 33 อัตรา ตามแผนอัตรากำลัง 3 ปี ปีงบประมาณ พ.ศ.2558-2560
อาศัยอำนาจตามความในข้อ 19(1), (2) และ (3) แห่งประกาศคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับพนักงานจ้าง ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2547 จึงประกาศรับสมัครเพื่อสรรหาและเลือกสรรบุคคลเป็นพนักงานจ้างในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้
ตำแหน่งที่รับสมัคร
-
1.1 สังกัดองค์การบริาหรส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 6 ตำแหน่ง 11 อัตรา
-
1.1.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
- (1) ตำแหน่งผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ จำนวน 2 อัตรา (ปฏิบัติงานสังกัดสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด)
- (2) ตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 1 อัตรา (ปฏิบัติงานสังกัดกองแผนและงบประมาณ)
- (3) ตำแหน่งผู้ช่วยนายช่างโยธา จำนวน 2 อัตรา (ปฏิบัติงานสังกัดช่าง)
-
1.1.2 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีทักษะ
- (1) ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ จำนวน 2 อัตรา (ปฏิบัติงานสังกัดสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกองคลัง)
-
1.1.3 พนักงานจ้างทั่วไป
- (1) ตำแหน่งคนสวน จำนวน 1 อัตรา (ปฏิบัติงานสังกัดกองช่าง)
- (2) ตำแหน่งคนงาน จำนวน 3 อัตรา (ปฏิบัติงานสังกัดกองช่าง และสังกัดกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม)
-
1.1.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
-
1.2 สังกัดโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 (ดอนสักผดุงวิทย์) จำนวน 3 ตำแหน่ง 5 อัตรา
-
1.2.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
-
(1) ตำแหน่งผู้ช่วยครู
- 1) วิชาเอกภาษาไทย จำนวน 1 อัตรา
- 2) วิชาเอกคหกรรม จำนวน 1 อัตรา
- (2) ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าพนักงานพัสดุ จำนวน 1 อัตรา
-
(1) ตำแหน่งผู้ช่วยครู
-
1.2.2 พนักงานจ้างทั่วไป
- (1) ตำแหน่งภารโรง จำนวน 2 อัตรา
-
1.2.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
-
1.3 สังกัดโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 (บ้านดอนเกลี้ยง) จำนวน 2 ตำแหน่ง 6 อัตรา
-
1.3.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
-
(1) ตำแหน่งผู้ช่วยครู
- 1) วิชาเอกปฐมวัย จำนวน 2 อัตรา
- 2) วิชาเอกคณิตศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา
- 3) วิชาเอกนาฎศิลป์ จำนวน 1 อัตรา
-
(1) ตำแหน่งผู้ช่วยครู
-
1.3.2 พนักงานจ้างทั่วไป
- (1) ตำแหน่งภารโรง จำนวน 2 อัตรา
-
1.3.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
-
1.4 สังกัดโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 (บ้านนา) จำนวน 1 ตำแหน่ง 11 อัตรา
-
1.4.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
-
(1) ตำแหน่งผู้ช่วยครู
- 1) วิชาเอกภาษาไทย จำนวน 2 อัตรา
- 2) วิชาเอกปฐมวัย จำนวน 2 อัตรา
- 3) วิชาเอกคณิตศาสตร์ จำนวน 2 อัตรา
- 4) วิชาเอกวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา
- 5) วิชาเอกสังคมศึกษา จำนวน 2 อัตรา
- 6) วิชาเอกภาษาอังกฤษ จำนวน 1 อัตรา
- 7) วิชาเอกประถมศึกษา จำนวน 1 อัตรา
-
(1) ตำแหน่งผู้ช่วยครู
-
1.4.1 พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ
สมัครงาน สอบท้องถิ่น อบจ. งานราชการ สุราษฎร์ธานี สอบท้องถิ่น อบจ. รับสมัคร สอบ สอบท้องถิ่น อบจ.2559 สอบ สอบท้องถิ่น อบจ. 59
ehenbook.com สอบท้องถิ่น อบจ. เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง สอบท้องถิ่น อบจ. :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ สอบท้องถิ่น อบจ. คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
1.1 สังกัดองค์การบริาหรส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 6 ตำแหน่ง 11 อัตรา
-
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – |สำรวจความต้องการกำลังพล เตรียมเปิดรับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก)

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
ลิงค์: https://iqepi.com/35973/ หรือ
เรื่อง: สำรวจความต้องการกำลังพล เตรียมเปิดรับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก)
—


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครสอบ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมเปิดรับสมัครสอบ
จากการสอบตำรวจ 6,000 อัตราครั้งที่ผ่านมา มีผู้สอบผ่านได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก) เพียง 5 อัตรา แต่อัตราว่างเปิดไว้ 180 อัตรา ทำให้อัตราว่างเหลือ 175 อัตรา จึงทำการสำรวจพร้อมเสนอเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้สมัครสอบตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก) โดยไม่ต้องเป็นทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการพื้นที่ต่างๆ เปิดกว้างให้บุคคลภายนอกมีโอกาสสมัครสอบเพิ่มมากขึ้น และกำหนดให้ต้องทดสอบร่างกายเช่นเดียวกับการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอก เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ (นสต.) และยังไม่จบ หากสอบผ่านสองด่านแล้วต้องเข้ารับการฝึกอบรมก่อนการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 หลักสูตร
—————————-
เรื่องขอทราบข้อมูลความต้องการกำลังพล ระดับชั้นประทวน กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน (ทำหน้าที่ครูฝึก)
1. ตามหนังสือ สกพ. ด่วนที่สุด ที่ 0009.161/6729 ลง 17 ก.ค. 58 แจ้งบันทึกสั่งการ ตร. ลง 16 ก.ค. 58 ท้ายหนังสือ สกพ. ส่วนที่สุด ที่ 0009.161/6630 ลง 15 ก.ค. 58 อนุมัติให้ดำเนินการรับสมัครและคัดเลือก และการรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยม ศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ (นสต.) หรือชั้นประทวน จำนวน 6,000 อัตรา แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม นสต. จำนวน 5,000 อัตรา กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน จำนวน 885 อัตรา และกลุ่มงานเทคนิคจำนวน 115 อัตรา โดยมอบหมายให้ บช.ศ. เป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาดำเนินการตามแนวทางที่ ตร.อนุมัติ โดยให้ประสานกับ สกพ. และ หน่วยงที่เกี่ยวข้อง
2. ตามข้อ 1 กลุ่มงานอำนวยการและนับสนุน จำนวน 885 อัตรา แบ่งเป็น
2.1 ทำหน้าที่อำนวยการ จำนวน 705 อัตรา
2.2 ทำหน้าที่ครูฝึก จำนวน 180 อัตรา
3. สำหรับกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน (ทำหน้าที่ครูฝึก) จำนวน 180 อัตรา ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ (ตามไฟล์แนบ)
4. จากการดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตามข้อ 2.2 ปรากฎว่า มีผ่านการสอบแข่งขันและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก) จำนวนเพียง 5 อัตรา ทำให้มีอัตราเหลืออู่อีกจำนวน 175 อัตรา บช.ศ. (บก.ฝรก.) เห็นว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก) ของศูนย์ฝึกฯ ต่างๆ จึงควรดำเนินการรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้า ราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก) ในครั้งที่ผ่านมา จำนวน 175 อัตรา เพื่อจัดสรรให้กับ บก.ฝรก. และ ศฝร. ต่างๆ และให้ปรับปรุงแก้ไขแนวทางการดำเนินการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ตามไฟล์แนบ4.1 ควรยกเลิกคุณสมบัติ ตามข้อ 3 ในส่วนของการเป็นทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการพื้นที่ต่างๆ ซึ่งทำให้เป็นการจำกัดจำนวนผู้สมัคร แต่ควรเปิดกว้างให้บุคคลภายนกทั่วไปสามารถสมัครสอบแข่งขันได้ และเพื่อให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเป็นครูฝึกสอน ควรกำหนดให้ต้องผ่านการทดสอบร่างกายเช่นเดียวกับการรับสมัครและคัดเลือก บุคคลภายนอกเข้ารับราชการเป็้นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ (นสต.)
4.2 เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ครูฝึกได้อย่างเหมาะสม ควรให้ผู้ผ่านการสอบเข้ารับการฝึกอบรมก่อนการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 หลักสูตร ดังนี้
(1) หลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการ ตำรวจชั้นประทวน (กอป.) ให้ดำเนินการฝึกอบรมตามหน่วยต่างๆ
(2) หลักสูตรครูฝึก ให้ดำเนินการฝึกที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง (หนองสาหร่าย) อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ต่อจากการฝึกอบรมหลักสูตร กอป.
(3) หลักสูตรสำหรับผู้ทำหน้าที่ปกครองโรงเรียน เพื่อให้มีสิทธิรับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งผู้ทำ หน้าที่ปกครองโรงเรียน (พ.ร.ด.) ให้ดำเนินการฝึกที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง (หนองสาหร่าย) อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ต่อจากการฝึกอบรมหลักสูตรครูฝึก
5. ตามข้อ 4 เพื่อเป็นข้อมูลในการนำเรียน ตร.(ผ่าน สกพ.) ขอรับการสนับสนุนอัตราข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ครูฝึก) จึงประสานมายังท่านเพื่อสำรวจว่ายังคงมีความต้องการกำลังพลดังกล่าวอยู่หรือ ไม่ รวมทั้งขอให้พิจารณามีความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติตามที่ บช.ศ.(บก.ฝรก.)เสนอ ว่าเหมาะสมหรือไม่ หรือเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมประการใด กรุณาแจ้งให้ กส.ทราบ ภายในวันที่ 26 ส.ค. 59
ดาวน์โหลดไฟล์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ไฟล์แนบ 1 |
























