รายงานพิเศษ
ความคืบหน้า รายงานพิเศษ ความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมัครสอบงานราชการ
-
กรมบัญชีกลาง – เกณฑ์รักษา รพ.เอกชนได้แค่ 4 กรณี

“กรมบัญชีกลาง”
ลิงค์: https://iqepi.com/32058/ หรือ
เรื่อง: เกณฑ์รักษา รพ.เอกชนได้แค่ 4 กรณี
—

กรมบัญชีกลางแจงหลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาจากสถานพยาบาลเอกชน ย้ำได้แค่ 4 กรณีเท่านั้นนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อสถานพยาบาลของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการกับกรมบัญชีกลางโดยไม่มีรายละเอียดประกอบใดๆ ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง รวมทั้งอาจจะเข้าใจผิดว่าสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาจากสถานพยาบาลของเอกชนดังกล่าวได้ทุกกรณี
นายมนัส แจ่มเวหา กล่าวว่า ขอย้ำว่า หลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาจากสถานพยาบาลเอกชนสามารถเบิกได้ 4 กรณีเท่านั้น ดังนี้
1.การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน สามารถเบิกค่ารักษาได้ในโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง กรณีวิกฤต (สีแดง) กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง) ซึ่งเป็นการบูรณาการหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลร่วมกันของ 3 กองทุน โดยอิงเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน คือ ถ้าเป็นกรณีวิกฤต (สีแดง) กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง) ให้โรงพยาบาลเอกชน ส่งข้อมูลค่าใช้จ่ายผู้ป่วยทุกสิทธิ ในระบบ EMCO ที่ สปสช. เพื่อตรวจสอบและจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลก่อน แล้ว สปสช.จึงเรียกเก็บจากหน่วยงานของผู้มีสิทธิ โดยจ่ายตามระบบ DRGs ซึ่งนโยบายในตอนนั้นไม่ให้โรงพยาบาลเก็บเงิน แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลจะเก็บเงินไว้ก่อน เมื่อโรงพยาบาลได้รับแจ้งจาก สปสช.ว่า เข้าข่ายวิกฤต/เร่งด่วน และได้เงินจาก Clearing house แล้ว จึงคืนเงินส่วนที่เบิกได้ให้แก่คนไข้
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
2.การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินไม่รุนแรง (สีเขียว) หรือเป็นกรณีที่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตหรือฉุกเฉินเร่งด่วน กรมบัญชีกลางกำหนดให้นำมาเบิกจากต้นสังกัด คือ ค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 8,000 บาท เบิกค่าห้องค่าอาหารได้วันละ 1,000 บาท และเบิกค่าอุปกรณ์บำบัดรักษาโรคฯ ได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้
3.การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีส่งต่อ สามารถเบิกได้ 2 กรณี คือ การล้างไต หรือรังสีรักษา โดยต้องเป็นคนไข้นอก และต้องเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเบิกตรงกับกรมบัญชีกลางตามรายชื่อที่ประกาศในเว็บไซต์ของกรม ในหัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาล
4. การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้า โดยต้องเป็นคนไข้ในของสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 30 แห่ง และการนัดผ่าตัดล่วงหน้าเฉพาะโรคที่กำหนดไว้ตามรายการโรค/หัตถการที่ประกาศในเว็บไซต์กรม เช่น การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง การผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การผ่าตัดต้อหิน การรักษาภาวะแทรกซ้อนโดยตรงจากการรักษาครั้งก่อน เป็นต้น
อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า สำหรับการเบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการจากสถานพยาบาลของเอกชนนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เข้ารับบริการต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง และขณะนี้ได้มีข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในสื่อ Social Media เป็นจำนวนมาก ข้อมูลส่วนใหญ่ค่อนข้างคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง หากข้าราชการ ผู้รับบำนาญ หรือบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ไม่แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้หรือไม่ สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2273-6400 หรือ 0-2271-7000 ต่อ 4441
“กรมบัญชีกลางเตรียมขยายการให้บริการกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้าของสถานพยาบาลเอกชน อีกกว่า 100 แห่ง คาดว่าจะประกาศให้ทราบและสามารถเข้าใช้บริการได้ในเร็ว ๆ นี้” นายมนัสกล่าว
-
ราชบัณฑิตยสภา – แจกหนังสือ กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทยพร้อมประวัติและคำอธิบาย ให้โรงเรียนมัธยม และสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษา

“ราชบัณฑิตยสภา”
ลิงค์: https://iqepi.com/31967/ หรือ
เรื่อง: แจกหนังสือ กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทยพร้อมประวัติและคำอธิบาย ให้โรงเรียนมัธยม และสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษา
—

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้จัดพิมพ์หนังสือ “กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทยพร้อมประวัติและคำอธิบาย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมวรรคทองที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมานำเสนอในเชิงวิจักษ์และวิเคราะห์ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายและคุณค่าของวรรคทองเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น วรรคทองที่รวบรวมในหนังสือดังกล่าวมีจำนวน ๕๒ บท จากวรรณคดีร้อยกรองจำนวน ๑๕ เรื่อง ได้แก่ กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร, อิเหนา, เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน, นิราศนรินทร์, นิราศภูเขาทอง, ประชุมโคลงโลกนิติ, ลิลิตตะเลงพ่าย, พระอภัยมณี, ประชุมโคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕, โคลงสยามานุสติ, พระร่วง, มัทนะพาธา, เวนิสวานิช, วิวาหพระสมุท, และสามัคคีเภทคำฉันท์บัดนี้ หนังสือ “กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทยพร้อมประวัติและคำอธิบาย” ได้จัดพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น สำนักงานราชบัณฑิตยสภามีความประสงค์มอบหนังสือดังกล่าวให้แก่สถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีคณะที่สอนวิชาภาษาไทย จำนวน คณะละ ๑ เล่ม และหอสมุดจำนวน ๑ เล่ม พร้อมทั้งมอบให้แก่โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ โรงเรียนละ ๑ เล่ม
สถานศึกษาที่มีความประสงค์จะขอรับหนังสือกวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทยพร้อมประวัติและคำอธิบาย ให้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือดังกล่าวไปติดต่อรับหนังสือ “กวีวัจน์วรรณนา วรรคทองในวรรณคดีไทยพร้อมประวัติและคำอธิบาย” ด้วยตนเองที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในวันและเวลาราชการ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือจนกว่าหนังสือจะหมด
รายละเอียดหนังสือโดยสังเขป
๑. หนังสือขนาด ๑๘.๕๐ x ๒๕.๕๐ เซนติเมตร
๒. ปกนอกเป็นกระดาษหุ้มกระดาษแล็กซีนสีขาว ปั๊มฟอยล์ทอง มีปกหุ้ม (jacket) สีขาว ปั๊มนูน ปั๊มฟอยล์ทอง
๓. เนื้อในจำนวน ๔๓๙ หน้า ส่วนที่เป็นเนื้อหาใช้กระดาษถนอมสายตา หน้าแทรกที่เป็นภาพประกอบสีใช้กระดาษพิเศษ
๔. เนื้อหาวรรคทองพร้อมทั้งประวัติและคำอธิบาย มีจำนวนทั้งหมด ๕๒ บท มีภาพประกอบทุกบทแบ่งเป็นภาพสี ๓๒ ภาพ ภาพขาวดำ ๕๐ ภาพ
๕. ภาคผนวกมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติและผลงานของกวีผู้ประพันธ์วรรคทอง และรูปแบบคำประพันธ์ของวรรคทอง -
อยากรู้?? – ทักษะ 7 ประการ บัณฑิตศตวรรษที่ 21 มีอะไรบ้าง

“อยากรู้??”
ลิงค์: https://iqepi.com/31956/ หรือ
เรื่อง: ทักษะ 7 ประการ บัณฑิตศตวรรษที่ 21 มีอะไรบ้าง
—

วันที่ 13 กรกฎาคม ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นายสุภัทร จำปาทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวในการบรรยาย บทบาทการอุดมศึกษาไทย และการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในโครงการสัมมนาผู้บริหาร มก.หลักสูตรการบริหารภาควิชาสู่ความเป็นเลิศ ว่า ทิศทางอุดมศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 จะมุ่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน ปรับปรุง และยกระดับมาตรฐานหลักสูตรทางไกล อีเลิร์นนิ่ง พัตนาหลักสูตรการเรียนอินเตอร์
เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก ใช้ความสามารถของมหาวิทยาลัยพัฒนาอุตสาหกรรม และเน้นความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ตอบโจทย์การสร้างความรู้ และนวัตกรรมพัฒนาประเทศ ผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
บัณฑิตในยุคนี้ต้องมีทักษะสำคัญ 7 ประการ คือ
- ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ทักษะความอยากรู้อยากเห็นและจินตนาการ
- ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
- ทักษะการเป็นผู้สร้างและรู้จักต่อยอดความคิด
- ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน
- ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ
- เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างและมีความรู้เกี่ยวกับโลก
แหล่งที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1436776330
-
กรมการปกครอง – เตรียมสอบปลัดอำเภอ 2,523 อัตรา

“กรมการปกครอง”
ลิงค์: https://iqepi.com/31901/ หรือ
เรื่อง: เตรียมสอบปลัดอำเภอ 2,523 อัตรา
—

การขออัตรากำลังเพิ่มตำแหน่งปลัดอำเภอ อำเภอละ 1 อัตรา และเจ้าหน้าที่ปกครอง อำเภอละ 2 อัตรา รวมจำนวน 2,523 อัตรา เพื่อรับภารกิจของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และส่วนราชการอื่นที่ไม่มีหน่วยงานระดับอำเภอ อีกทั้งเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของพวกเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำการปกครองอำเภอต่างๆ ที่ต้องแบกรับภารกิจจำนวนมากในปัจจุบัน
ขณะนี้ทราบว่า เรื่องการขออนุมัติอัตรากำลังจำนวน 2,523 อัตรา นั้น สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากกรมการปกครอง เพื่อสรุปเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนของรัฐ (คปร.) โดยจะมีการประชุมเพื่อจะพิจารณาในโอกาสอันเร็วๆ นี้
การขออัตรากำลังเพิ่มตำแหน่งปลัดอำเภอ อำเภอละ 1 อัตรา และเจ้าหน้าที่ปกครอง อำเภอละ 2 อัตรา รวมจำนวน 2,523 อัตรา เพื่อรับภารกิจของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และส่วนราชการอื่นที่ไม่มีหน่วยงานระดับอำเภอ อีกทั้งเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของพวกเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำการปกครอง อำเภอต่างๆ ที่ต้องแบกรับภารกิจจำนวนมากในปัจจุบันขณะนี้ทราบว่า เรื่องการขออนุมัติอัตรากำลังจำนวน 2,523 อัตรา นั้น สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากกรมการปกครอง เพื่อสรุปเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนของรัฐ (คปร.) โดยจะมีการประชุมเพื่อจะพิจารณาในโอกาสอันเร็วๆ นี้– See more at: http://www.sobkorpor.com/news-id574.html#sthash.gxaCHn0P.dpuf
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง กรมการปกครอง
ประกาศรับสมัคร | -
กระทรวงการต่างประเทศ -24 ก.ค. 2558 ทุนเรียนต่อต่างประเทศระดับปริญญาโท 2 ทุน (เรียนจบใช้ทุนตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการ)

“กระทรวงการต่างประเทศ”
ลิงค์: https://iqepi.com/31894/ หรือ
เรื่อง: ทุนเรียนต่อต่างประเทศระดับปริญญาโท 2 ทุน (เรียนจบใช้ทุนตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการ)
—

ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง กระทรวงการต่างประเทศ
ใบสมัคร | -
ครม.ไฟเขียว – เพิ่มค่าธรรมเนียมการทำบัตรประชาชนใหม่จาก 20 บาทเป็น 100 บาท

“ครม.ไฟเขียว”
ลิงค์: https://iqepi.com/31788/ หรือ
เรื่อง: เพิ่มค่าธรรมเนียมการทำบัตรประชาชนใหม่จาก 20 บาทเป็น 100 บาท
—

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (23 มิ.ย.58) ได้เห็นชอบการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวประชาชนใหม่กรณีบัตรหาย ชำรุด หรือถูกทำลาย รวมทั้งการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ จากเดิมฉบับละ 20 บาทเป็น 100 บาทเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการจัดทำบัตรประชาชนใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับต้นทุนในการจัดทำบัตรประชาชนในปัจจุบันต่อใบอยู่ที่ประมาณ 54.64 บาท โดยแยกเป็นค่าวัสดุบัตร ค่าวัสดุผลิตบัตรสำหรับเครื่องพิมพ์ ค่ากระบวนการพร้อมข้อมูลต่อการใช้งาน ค่าเช่าระบบคอมพิวเตอร์ และต้นทุนอื่นๆ ซึ่งเป็นราคาที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ ค่าผลิต และค่าบริหารจัดการในการผลิตบัตร
ทั้งนี้ มติดังกล่าวได้ให้อำนาจอธิบดีกรมการปกครองในการประกาศให้ท้องที่ในเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเป็นเขตยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยให้มีผลนับแต่วันที่ร่างกฎกระทรวงและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เคยมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการทำบัตรประชาชนใหม่ในอัตรา 100 บาท เมื่อช่วงปี 1 กันยายน 2554-31 พฤษภาคม 2555 ก่อนที่จะมีการลดค่าธรรมเนียมลงมาเหลือ 20 บาทตั้งแต่ช่วงระหว่าง 1 มิถุนายน 2555 ถึงปัจจุบัน ซึ่งหลังจากที่ค่าธรรมเนียมการทำบัตรใหม่ถูกลงพบว่ายอดบัตรหายพุ่งสูงขึ้นจากราว 1.4 รายเป็น 6.1 ราย รัฐจึงเชื่อว่าการเพิ่มค่าธรรมเนียมในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเก็บรักษาบัตร ซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการมากขึ้น
-
ปฏิรูปท้องถิ่น บัดนี้ – ยุบ อบต. 5 พันแห่ง-เพิ่มอำนาจเก็บภาษี

“ปฏิรูปท้องถิ่น”
ลิงค์: https://iqepi.com/31770/ หรือ
เรื่อง: ยุบ อบต. 5 พันแห่ง-เพิ่มอำนาจเก็บภาษี
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ เดินหน้ามาเกือบถึงปลายทางแล้วซึ่งประชาชนต่างเฝ้ารอดูว่ากติกาการปกครอง ประเทศฉบับใหม่นี้ จะพลิกโฉมประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการเมือง สังคม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตความเหลื่อมล้ำในสังคม และที่สำคัญจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้หรือไม่
นอกจากนั้นด้าน “การกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น” ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน โดยอยู่ในหมวด 7 ตั้งแต่มาตรา 211 ถึงมาตรา 216
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นระบุว่า ปัจจุบันมีจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งสิ้น 7,853 แห่ง ประกอบด้วย 1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 แห่ง 2) เทศบาล 2,440 แห่ง โดยแบ่งเป็นเทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาลเมือง 178 แห่ง เทศบาลตำบล 2,232 แห่ง 3) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 5,335 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา) 2 แห่ง
“วัลลภ พริ้งพงษ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย อธิบายว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีการบัญญัติเรื่องการปกครองท้องถิ่น โดยมีบทบัญญัติทั้งหมด 9 มาตรา รัฐธรรมนูญปี 2550 มีบทบัญญัติ 10 มาตรา ส่วนรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่นี้ จะมีบทบัญญัติน้อยลงแต่จะมีอำนาจหน้าที่ท้องถิ่นมากขึ้น และมีการเปลี่ยนชื่อจาก “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เป็น “องค์กรบริหารท้องถิ่น”
ทั้งนี้จะกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างมี ประสิทธิภาพ แต่ขอบเขตและขั้นตอนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร รัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่นี้ได้กำหนดหน้าที่การทำงานของท้องถิ่นอย่าง ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการยกฐานะของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ทัดเทียมกับข้า ราชการในส่วนอื่น ๆ
“เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง” นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะพลิกโฉมท้องถิ่นไทย คือ การให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหารมากขึ้น โดยจะยึดโมเดลการบริหารงานของประเทศญี่ปุ่นที่ถือว่าเป็นชาติที่ประสบความ สำเร็จอย่างมากในการบริหารงานท้องถิ่นซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่จะยุบองค์การบริหาร ส่วนตำบล(อบต.) ทั้งหมดทั่วประเทศ และยกฐานะเป็นเทศบาล และจะรวม อบต.ขนาดเล็กที่อยู่ใกล้กันรวมเป็นเทศบาล อีกทั้งยังจะยุบเทศบาลขนาดเล็กที่อยู่ใกล้กันรวมเป็น 1 เทศบาล ซึ่งโมเดลดังกล่าวญี่ปุ่นใช้มานานแล้วประสบผลสำเร็จดีมาก
“ข้อดีของโมเดลนี้คือ บริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว สามารถบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รัฐบาลจัดสรรงบประมาณได้เร็วขึ้นและทั่วถึง หากได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เร็วขึ้น จะสนองความเดือดร้อนของประชาชนได้ ทำให้การเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์เร็วขึ้น เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ การช่วยเหลือผู้สูงวัย ศูนย์เด็กเล่น เป็นต้น รวมทั้งสามารถตรวจสอบนักการเมืองท้องถิ่นที่ทุจริตคอร์รัปชั่นได้”
สำหรับหลักเกณฑ์ที่จะยุบ อบต.หรือเทศบาลไหนรวมกันนั้น จะดูจากจำนวนประชากร รายได้ประชากร โครงสร้างสังคม ลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นหลัก
นอกจากนั้นจะให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดเก็บภาษีมากขึ้น เช่น เพิ่มเปอร์เซ็นต์การจัดเก็บภาษีให้ ทั้งภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน อากรฆ่าสัตว์ และมอบอำนาจให้จัดเก็บภาษีใหม่ เช่น ภาษีขยะ ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้ที่จะนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิต
เกรียงไกรบอกว่า ปัจจุบันท้องถิ่นมักจะคาดหวังเงินที่ได้รับการจัดสรรให้จากรัฐบาลอย่างเดียว หากงบประมาณไม่มา โครงการต่าง ๆ ก็ไม่เดินแต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะให้อำนาจท้องถิ่นเต็มที่ ให้หาเงินได้ด้วยตัวเองด้วยการจัดเก็บภาษี เช่น ทุกวันนี้กลุ่มโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในท้องถิ่น แต่ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้แม้แต่บาทเดียว เพราะอ้างว่าเสียภาษีที่ส่วนกลาง แต่ในทางกลับกันกลุ่มทุนขนาดใหญ่เหล่านั้นเข้ามา ทำให้สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเสียหาย ดังนั้นจะต้องให้เสียภาษีที่ท้องถิ่นด้วย
“ประเสริฐ วชิรเขื่อนขันธ์” ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) และนายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ กฎหมายท้องถิ่นบางฉบับจะบรรจุไว้ที่กฎหมายลูก จึงเสนอให้กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะบรรจุลงสู่ รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูก โดยให้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมากที่สุด
ดังนั้นต้องจับตาดูว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะพลิกโฉมท้องถิ่น และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน อย่างไร
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 18 พฤษภาคม 2558
-
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บัดนี้ – เตรียมเปิดรับสมัคร 2,000 อัตรา ปลาย มิ.ย.นี้!!

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
ลิงค์: https://iqepi.com/31605/ หรือ
เรื่อง: เตรียมเปิดรับสมัคร 2,000 อัตรา ปลาย มิ.ย.นี้!!
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

ประชาสัมพันธ์ ปลายเดือน มิ.ย. บช.น.ประกาศรับสมัคร
นสต. วุฒิ ม.๖ จำนวน ๒,๐๐๐ คน รับสมัคร ต้นเดือน ก.ค.
-
1.สาย ป. (อายุ 18 – 27 ปี) จำนวน 1,000 คน
-
2.สายจราจร (จร.) (อายุ 18 – 27 ปี) จำนวน 500 คน
-
3.สายธุรการ (ธร.) (อายุ 18-35 ปี) จำนวน 500 คน (รับสมัครเฉพาะของ บช.น)
ประกาศโดย.. พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศฝร.บช.น.
ขอบคุณ อ.วันนรัตน์ แห่งสถาบันติว แอ๊คกรุ๊ป ช่วยแจ้งข่าว
-
1.สาย ป. (อายุ 18 – 27 ปี) จำนวน 1,000 คน
-
แก้ ป.แพ่ง บัดนี้ – ผู้ค้ำฯ ไม่ต้องรับผิดเสมือนลูกหนี้

“แก้ ป.แพ่ง”
ลิงค์: https://iqepi.com/31504/ หรือ
เรื่อง: ผู้ค้ำฯ ไม่ต้องรับผิดเสมือนลูกหนี้
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหรือมีผลบังคับใช้ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองซึ่งมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้นแต่เป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ในการที่จะชำระหนี้แทนลูกหนี้เท่านั้น
โดยข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติปรากฏว่าเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืม มักจะอาศัยอำนาจต่อรองที่สูงกว่าหรือความได้เปรียบในทางการเงินกำหนดข้อตกลงอันเป็นการยกเว้นสิทธิ ของผู้ค้ำประกันหรือผู้จำนองตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หรือให้ค้ำประกันหรือผู้จำนองต้องรับผิดเสมือนเป็นลูกหนี้ชั้นต้น
กรณีจึงส่งผลให้ผู้ค้ำประกันหรือผู้จำนองซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปไม่ได้รับความคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของกฎหมายรวมทั้งต้องกลายเป็นผู้ถูกฟ้องล้มละลายอีกเป็นจำนวนมากดังนั้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มีทั้งสิ้น ๒๔ มาตรา ดังนี้


















ดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบ คลิกที่นี่