รายงานพิเศษ

ความคืบหน้า รายงานพิเศษ ความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมัครสอบงานราชการ

  • รายงานพิเศษ

    สปสช. –  เพิ่มยา 18 รายการเข้าสิทธิ “บัตรทอง” ยาเอดส์ มะเร็ง วัคซีนโปลิโอ ฯลฯ

    สปสช.

    “สปสช.”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32741/ หรือ
    เรื่อง: เพิ่มยา 18 รายการเข้าสิทธิ “บัตรทอง” ยาเอดส์ มะเร็ง วัคซีนโปลิโอ ฯลฯ


    บอร์ด สปสช.เห็นชอบเพิ่มยา 18 รายการเข้าสิทธิบัตรทอง

    ทั้งยารักษาเอดส์ มะเร็ง วัคซีนโปลิโอ ฯลฯ

    เภสัชกรหญิง เนตรนภิศ สุชนวณิช รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า บอร์ด สปสช.ได้มีมติเพิ่มยา 18 รายการเข้าสิทธิประโยชน์บัตรทองโดยมียาที่สำคัญ อาทิ

    ภญ.เนตรนภิส สุชนวนิช รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบเพิ่มยาจำนวน 18 รายการ ให้แก่ผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 เป็นต้นไป

    ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการ สปสช.เสนอ หลังจากที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ มีมติเห็นชอบเพิ่มรายการยาใหม่ 18 รายการดังกล่าว เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติในปี 2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยยาใหม่ทั้ง 18 รายการ ประกอบด้วย

      Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน

    ฝากประชาสัมพันธ์






    เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ

    1. วัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดเชื้อตายรูปแบบฉีด (IPV)
    2. วัคซีนโปลิโอชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์รูปแบบหยอดรับประทาน (OPV) ชนิด Bivalent
    3. ยาโปรคาบาซีน แคปซูล (Procabazine capsule) ยารักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน
    4. ยาคาร์มัสทีน (Carmustine inj.) ประกอบการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กินและนอนฮอดจ์กิน
    5. ยาไตรแอมซิโนโลน อะเซโทไนด์ (Triamcinolone acetonide) ยาป้ายรักษาแผลเปื่อยในช่องปาก
    6. ยาอิสพากัวลา ฮัสก์ (Ispaghula Husk) ยาเพิ่มกากในทางเดินอาหาร
    7. ยาเพอร์เมทริน 1% (Permethrin1% cream, lotion) ยาทารักษาโลน
    8. ยาเพอร์เมทริน 5% (Permethrin 5% cream ,lotion) ยาทารักษาหิดและโลน
    9. ไอเวอร์เมกติน (Ivermectin tab) ยารักษาโรคหิดที่ใช้ยาทาไม่ได้ผล
    10. ลีวีไทราซีแทม (Levetiracetam) ยารักษาผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ หรือไม่ตอบสนองต่อการใช้ ไดอะซีแพม ลอราซีแพม เฟนีโทอิน ฟีโนบาร์บิทัล และวาลโปรเอท
    11. ยาฟีนอล (Phenol inj.) รักษากล้ามเนื้อหดเกร็ง
    12. ยาแอลกอฮอล์ (Acetyl alcohol) รักษากล้ามเนื้อหดเกร็ง
    13. อะบาคาเวียร์ (Abacavir tab) ยาต้านไวรัสเอดส์ สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาทีโนโฟเวียร์ไม่ได้ และเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีอายุ 6 เดือนขึ้นไป
    14. ริลพิไวรีน (Rilpivirine tab) ยาต้านไวรัสเอดส์ กรณีผู้ป่วยเกิดผลข้างเคียงทางจิตประสาทที่ทำให้ไม่สามารถใช้ยาเอฟฟาไวเรนซ์ได้
    15. ยาสูตรผสมทีโนโฟเวียร์ ไดโซพรอกซิล ฟูมาเรต + เอ็มทริซิทานีน + เอฟฟาไวเรนซ์ (Tenofovir disoproxil fumarate + Emtricitabine + Effavirenz Tab)
    16. ยาสูตรผสมทีโนโฟเวียร์ ไดโซพรอกซิล ฟูมาเรต + เอ็มตริไซตามีน (Tenofovir disoproxil fumarate + EmtricitabineTab)
    17. ยาสูตรผสมอะบาคาเวียร์ + ลามิวูดีน ( Abacavir+ Lamivudine Tab) กรณีผู้ป่วยเกิดผลข้างเคียงทางจิตประสาทที่ทำให้ไม่สามารถใช้ยาเอฟฟาไวเรนซ์ได้
    18. ยาทริปโทเรลิน และยาลูโปรเรลิน อะซิเตท (Triptorelin และ Leuprorelin acetate) รักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระดับความเสี่ยงปานกลาง สูง และสูงมาก

    ทั้งนี้ ภญ.เนตรนภิส ระบุด้วยว่า สำหรับการบรรจุวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอทั้ง 2 ตัวนั้น เป็นการดำเนินงานตามนโยบายกวาดล้างโรคโปลิโอขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยวัคซีนชนิดหยอดที่บรรจุใหม่นั้นเป็นการปรับลดวัคซีนรวม 3 สายพันธุ์ เหลือเพียงสองสายพันธุ์ ส่วนในกลุ่มยามะเร็งนั้นถือว่าเป็นยาที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก และเป็นยาที่อยู่ในโปรโตคอลรักษามะเร็งอยู่แล้ว ขณะที่ยาต้านไวรัสเอดส์ในกลุ่มสูตรผสมส่งผลให้มีราคาถูกลง อีกทั้งเพิ่มความสะดวกต่อผู้ป่วยในการรับประทานยา จึงทำให้สามารถบรรจุในบัญชียาหลักฯ ได้ สำหรับยารักษาแผลในช่องปากนั้นเดิมทีเคบยรรจุอยู่ในบัญชียาหลักฯ มาก่อนแล้วแต่ถูกถอดออกไป แต่ภายหลังมีเสียงจากทันตแพทย์ว่าหายารักษาได้ยาก จึงนำกลับเข้ามาบรรจุอีกรอบ

    • ยารักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นยาทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาเดิมได้ เช่น ยา”อะบาคาเวียร์”สำหรับผู้ป่วย เอชไอวีที่ไม่สามารถใช้ยา”เอฟฟาไวเรนซ์”ได้เนื่องจากเกิดผลข้างเคียงต่อจิตประสาท
    • ยารักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง “โปรคาร์บาซีนแคปซูล” ยารักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ที่สำคัญคือวัคซีนชนิดเชื้อตาย (ไอพีวี) สำหรับกวาดล้างโปลิโอตามนโยบายองค์การอนามัยโลกและ วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ แบบหยอด โอพีวี สำหรับการกวาดล้างโปลิโอเช่นกัน ซึ่งยาใหม่ทั้ง 18 รายการ คณะอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการของ สปสช.เห็นชอบเพิ่มสิทธิประโยชน์ และจะมีผลใช้ได้ในปี งบ59 หรือราวเดือนพฤศจิกายนนี้.สำนักข่าวไทย

    แหล่งที่มา: http://social.tnews.co.th/content/163921/

  • รายงานพิเศษ

    ครม. –  เพิ่มวันหยุดราชการ “6 พ.ค. และ 18 ก.ค. 2559”

    ครม.

    “ครม.”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32734/ หรือ
    เรื่อง: เพิ่มวันหยุดราชการ “6 พ.ค. และ 18 ก.ค. 2559”



    คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดวันหยุดราชการประจำปี พ.ศ. 2559 เพิ่มเป็นกรณีพิเศษ

             การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 ซึ่งมี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ได้มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษในปี พ.ศ. 2559 ดังนี้
    1. กำหนดให้วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559 และวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม 2559 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ รวมจำนวน 2 วัน เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่อง จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสนับสนุนภาคธุรกิจ 4 ปี ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

    2. ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

    3. ในกรณีหน่วยงานใดที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชน หรือมีความจำเป็นหรือราชการสำคัญในวันดังกล่าวโดยได้กำหนดหรือนัดหมายไว้ ก่อนแล้ว ซึ่งหากยกเลิกหรือเลื่อนไปจะเกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการให้บริการ ประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและประชาชน

     

    ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง ครม. คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
    ประกาศ |
  • รายงานพิเศษ

    สำนักงานประกันสังคม –  ขยายความคุ้มครอง “ลูกจ้างชั่วคราว” ทุกประเภท พรบ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ประกาศใช้ 20 ต.ค. 58

    สำนักงานประกันสังคม

    “สำนักงานประกันสังคม”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32733/ หรือ
    เรื่อง: ขยายความคุ้มครอง “ลูกจ้างชั่วคราว” ทุกประเภท พรบ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ประกาศใช้ 20 ต.ค. 58



    พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อ 22 มิ.ย.58 มีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศ (20 ต.ค.58)

    นายโกวิท สัจจวิเศษ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม โฆษกเฉพาะกิจการประชาสัมพันธ์ร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 เปิดเผยว่า ตามที่ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 3 และนายกรัฐมนตรีได้นำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 20 ตุลาคม 2558 ซึ่งสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนจะได้รับตามพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 มีสาระสำคัญในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น ดังนี้

    กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่ม ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์
    อดีต : มีสิทธิได้รับเฉพาะค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่ และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย

    กรณีคลอดบุตร  มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง
    อดีต : มีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง เหมาจ่าย ครั้งละ 13,000 บาท + เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน

    กรณีสงเคราะห์บุตร  มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน
    อดีต : ได้รับสำหรับบุตรอายุ 0 – 6 ปี คราวละ ไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาท ต่อคน

    กรณีว่างงาน เพิ่ม  ให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น กรณีสถานประกอบการถูกน้ำท่วม
    อดีต : ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออก

    ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ เพิ่ม : สิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง/ ผู้ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ
    อดีต : ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีตาย

    ผู้จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย เพิ่ม : สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น
    อดีต : ไม่ได้รับความคุ้มครอง

    กรณีทุพพลภาพ เพิ่ม :

    • ผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพ ไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกายมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ
      อดีต : ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายร้อยละ 50 ถึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ
    • ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต
      อดีต : ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 15 ปี

    กรณีตาย เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย

    • ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหกเดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง รายเดือน ที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสี่
    • ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบเดือนขึ้นไปให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสิบสอง

    ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่ม : ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท หากไม่มีทายาท หรือไม่มีบุคคลที่ทำหนังสือระบุจะให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา
    อดีต : ผู้ประกันตนที่ไม่มีทายาท (บิดา มารดา บุตร และคู่สมรส) ไม่สามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยเงินบำเหน็จชราภาพจะตกเป็นของกองทุน

    ระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน เพิ่มเป็น 2 ปี
    อดีต : ระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี

    ขยายความคุ้มครอง

    ความคุ้มครองลูกจ้างส่วนราชการ ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ
    อดีต : คุ้มครองเฉพาะลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน

    ความคุ้มครองให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศและไปประจำทำงานในต่างประเทศ
    ขยายความคุ้มครอง
    อดีต : ไม่คุ้มครอง

    ความโปร่งใส ตรวจสอบได้

    1. คณะกรรมการตรวจสอบ กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่งตั้งเพื่อกำกับดูแลความโปร่งใส ได้มาตรฐาน โดยหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา องค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกันสังคม
      อดีต : ไม่มี
    2. คณะกรรมการประกันสังคม กำหนดวิธีการได้มา คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของกรรมการประกันสังคม และต้องแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
      อดีต : ไม่มีการกำหนดวิธีการได้มา คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามและการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
    3. ที่ปรึกษา มาจากการสรรหาตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
      อดีต : มาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรี
    4. คณะกรรมการการแพทย์ กำหนดวิธีการได้มา โดยให้มาจากการสรรหาตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกันสังคม กำหนดคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการการแพทย์
      อดีต : ไม่มีการกำหนดวิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม
    5. การบริหารการลงทุน กำหนดให้อสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานประกันสังคมได้มาจากการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนไม่เป็นที่ราชพัสดุ จะมีผลทำให้สำนักงานประกันสังคมสามารถนำเงินกองทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทน สูงได้
      อดีต : ไม่สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ เพราะจะทำให้อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ตกเป็นที่ราชพัสดุ

    เงินสมทบ

    1. รัฐบาลสามารถออกประกาศลดหย่อนการออกเงินสมทบเพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตน และนายจ้างให้ได้รับผ่อนปรนการเก็บเงินสมทบในท้องที่ที่เกิดภัยพิบัติ
      อดีต : ไม่สามารถลดอัตราเงินสมทบเฉพาะพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติได้หากจะลดอัตราเงินสมทบ จะต้องประกาศลดอัตราเงินสมทบทั่วประเทศ
    2. กำหนดให้รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนมาตรา 40 ไม่เกินกึ่งหนึ่งของเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน
      อดีต : ไม่ได้กำหนดในกฎหมายให้รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบแต่ปัจจุบันรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้เป็นเงินอุดหนุนสำหรับจ่ายเป็นเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนมาตรา 40

    ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง สำนักงานประกันสังคม คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง

    ประกาศ |
  • รายงานพิเศษ,  สอบท้องถิ่น 2563-2564

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ –  เตรียมสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร (นายร้อยตำรวจ) รวม 600 อัตรา บุคคลภายนอก 100 อัตรา ภายใน 500 อัตรา) 2559

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32730/ หรือ
    เรื่อง: เตรียมสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร (นายร้อยตำรวจ) รวม 600 อัตรา บุคคลภายนอก 100 อัตรา ภายใน 500 อัตรา)


    วุฒิ ปริญญาตรี เตรียมสอบนายร้อยตำรวจ รวม 600 อัตรา สอบตำรวจ 2559

    “บุคคลภายใน” และ “บุคคลภายนอก”

    การรับสมัครสอบข้าราชการตำรวจชั้นประทวนสายอำนวยการและเทคนิค วุฒิ ม.6/ปวช. 985 อัตรา ที่ยังเปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตใน รายละเอียดคลิกที่นี่  ที่ในขณะนี้ยังไม่สิ้นสุดการรับสมัครสอบ ก็แอบเห็นส่วนท้ายเกี่ยวกับ.. การสอบครั้งต่อไป ซึ่งน่าสนใจมากสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี เพราะจะเป็นการรับสมัคครสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตรี ทั้งบุคคลภายนอกและบุคคลภายใน ซึ่งผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีขึ้นไปเพราะเป็นชั้นสัญญาบัตร

    โดยจะรับสมัครสอบ บุคคลภายนอก(ไม่เป็นข้าราชการตำรวจ) จำนวน 100 อัตรา และ บุคคลภายใน (เป็นข้าราชการตำรวจ) 500 อัตรา  รวม 600 อัตรา

    ตามเงื่อนไขปกติกรณีเป็นข้าราชการตำรวจหรือบุคคลภายในต้องเป็นข้าราชการตำรวจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งไม่บ่อยนักที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปิดรับสมัครบุคคลภายนอกสมัครสอบข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังกัดหน่วยใด จะเปิดรับสมัครสอบเมื่อไร หรือคุณสมบัติ คุณวุฒิของผู้สมัครสอบตำรวจ 600 อัตรารอบต่อไป ตลอดจนวัน เวลา รับสมัครสอบ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    ขอบคุณภาพจาก กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา

    แหล่งที่มา: http://rcm.edupol.org/NewWeb/

  • รายงานพิเศษ,  สอบท้องถิ่น 2563-2564

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ -22 ต.ค. 2558  คำถามยอดฮิต, ขั้นตอน-เตรียมตัว สมัครสอบตำรวจ 985 อัตรา

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32726/ หรือ
    เรื่อง: คำถามยอดฮิต, ขั้นตอน-เตรียมตัว สมัครสอบตำรวจ 985 อัตรา


    รายละเอียดการสมัครสอบตำรวจชั้นประทวน 985 อัตรา คลิกที่นี่

    สอบตำรวจ ชั้นประทวน

    คำถามยอดฮิต, ขั้นตอน-เตรียมตัว สมัครสอบตำรวจ

    ทางกองการสอบ กองบัญชาการศึกษา ได้เผยแพร่คลิปวีดิโออธิบายรายละเอียดต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการสมัครสอบตำรวจ

    โดยได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ตั้งแต่เงื่อนโดไขการสมัครสอบตำรวจ เกี่ยวกับคุณสมบัติของกลุ่มต่างๆ ที่รับผิดชอบในการดำเนินการจัดสอบ แบบไหนสมัครได้หรือสมัครไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติทางทหาร การเลือกสนามสอบ ลายสัก วุฒิ กศน. หรือ ปริญญาตรี ข้อสอบ การแต่งกายเข้าสอบ (เครื่องประดับ-กุญแจรีโมท) การขอเพิ่มคะแนนพิเศษ การเลือกบรรจุ ซึ่งเป็นสรุปประเด็นคำถามที่ผู้สนใจสมัครสอบสอบถามไปยังกองการสอบ กองบัญชาการศึกษากันมาก

    คำถามยอดฮิต สอบตำรวจ ปี ๕๘

    ประชาสัมพันธ์การรับสมัครสอบตำรวจ ปี 2558

    ขั้นตอนการสมัครสอบตำรวจ

    การเตรียมตัวก่อนสอบเข้ารับราชการตำรวจ

    แหล่งที่มา: http://rcm.edupol.org/NewWeb/

    ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
    ประกาศ |

  • รายงานพิเศษ

    ครม.ไฟเขียว –  เพิ่มข้าราชการใหม่ 1.3 หมื่นอัตรา

    ครม.ไฟเขียว

    “ครม.ไฟเขียว”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32651/ หรือ
    เรื่อง: เพิ่มข้าราชการใหม่ 1.3 หมื่นอัตรา


    ครม.ไฟเขียวเพิ่มขรก.ใหม่ 1.3 หมื่นอัตรา-สธ.นำโด่ง | เดลินิวส์
    „เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม.เห็นชอบการเพิ่มอัตราข้าราชการที่ตั้งใหม่ให้กับส่วนราชการในปีงบประมาณ 2558 ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังพลภาครัฐ(คปร.)เสนอ จำนวน 13,280 อัตรา ประกอบด้วย

    1.กระทรวงมหาดไทย 1,000 อัตรา

    2.กระทรวงยุติธรรมขอมาใน 2 หน่วยงาน คือกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีการก่อสร้างเรือนจำใหม่ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ซึ่งได้รับอนุมัติ 1,794 อัตรา จากที่ขอมา 3,767 อัตรา และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) 343 อัตรา

    3.กระทรวงการต่างประเทศ 7 อัตรา

    4.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 143 อัตรา จากที่ขอมา 654 อัตรา และ

    5.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขอมามากที่สุด 9,863 อัตรา และได้รับการอนุมัติทั้งหมด

    โดยทั้งหมดเป็นอัตราการบรรจุพยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุขที่จะให้บริการด้านสุขภาพต่อประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่ากระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานเดียวที่ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินทั้งหมดในการบริหารงาน เนื่องจากสามารถมีรายได้เป็นของตัวเองในบางส่วน เช่น งบประมาณส่วนหนึ่งที่ได้จากการรักษาพยาบาล จึงสามารถใช้งบประมาณจำนวนหนึ่ง จ้างบุคลากรแพทย์ และพยาบาลได้เอง “ทั้งนี้ข้าราชการหนึ่งคนต้องใช้งบประมาณถึง 25 ล้านบาท การเพิ่มข้าราชการจำนวนมาก โดยการแปรสภาพจากลูกจ้าง พนักงาน เป็นข้าราชการนั้น ขอให้ทุกส่วนราชการได้พึงสังวร และพยายามป้องกันไม่ให้เกิดลักษณะอย่างในอดีตขึ้นอีก แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องขอบรรจุข้าราชการปีหนึ่ง 200-300 อัตรา ก็ว่ากันไปเป็นปี ๆ แต่ไม่ต้องการให้มีลักษณะอย่างที่กล่าวมาข้างต้นขึ้นอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อประเทศในภาพรวม”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว.“

    แหล่งที่มา: อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/politics/351403

  • รายงานพิเศษ,  สอบครู-ครูผู้ช่วยเปิดสอบ

    สพฐ. –  บุรีรัมย์กำชับครูและบุคลากร “ห้ามเปิดติว” สอบ “ครูผู้ช่วย”

    สพฐ.

    “สพฐ.”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32597/ หรือ
    เรื่อง: บุรีรัมย์กำชับครูและบุคลากร “ห้ามเปิดติว” สอบ “ครูผู้ช่วย”


    บุรีรัมย์ 26 ก.ย.-ผอ.สพม.เขต 32 บุรีรัมย์ กำชับครูและบุคลากรในสังกัด ห้ามเปิดติวสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยอย่างเด็ดขาด หากพบจะเอาผิดทั้งวินัยและกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มป้องกันการทุจริตสอบทุกรูปแบบ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานการกระทำทุจริต พบเพียงเอกชนที่ติดป้ายประกาศรับติวตามสถานที่ต่างๆ

    นายกิตติ บุญเชิด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม) เขต 32 (บุรีรัมย์) ได้ออกมาเน้นย้ำไม่ให้ข้าราชการครูและบุคลากรในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เปิดติวข้อสอบหรือกวดวิชาให้กับผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2558 หากตรวจพบหรือได้รับแจ้งว่ามีข้าราชการครูหรือบุคลากรในสังกัดคนใดลักลอบเปิดติวข้อสอบให้กับผู้สมัครเข้าสอบแข่งขัน ก็จะดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น เพราะถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและส่อกระทำทุจริต

    อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจบรรยากาศทั่วไปภายในตัวจังหวัด พบว่ามีการติดป้ายรับติวข้อสอบให้กับผู้สมัครสอบตำแหน่งครูผู้ช่วย ของเอกชน ไว้ตามริมถนนและตามจุดต่างๆ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการกระทำทุจริต หรือมีข้าราชการครูลักลอบเปิดติวข้อสอบแต่อย่างใด จากข้อมูลพบว่าการเปิดรับสมัครสอบระหว่างวันที่ 14-20 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สนใจสมัครสอบรวมทั้งสิ้น 925 คน โดยจะมีการสอบภาค ก. ในวันที่ 10 ต.ค. สอบ ภาค ข. ในวันที่ 11 ต.ค. และสอบ ภาค ค. ในวันที่ 12 ต.ค.58

    ผอ.สพม.เขต 32 กล่าวอีกว่า นอกจากห้ามข้าราชการครูหรือบุคลากรในสังกัดเปิดติวข้อสอบแล้ว ยังได้มีการเพิ่มมาตรการในการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวดด้วย ซึ่งทุกขั้นตอนต้องเป็นความลับ ตั้งแต่สถานที่ออกข้อสอบ กรรมการออกข้อสอบก็ยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง ห้องออกข้อสอบมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด 2 ตัว และติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบห้องออกข้อสอบอีก 4 ตัว ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งกระเป๋าเดินทาง และเครื่องมือสื่อสารของกรรมการออกข้อสอบทุกคน

    ส่วนมาตรการป้องกันการทุจริตในวันสอบ ก่อนเข้าห้องสอบจะมีเครื่องสแกนทำการตรวจจับสัญญาณวัตถุ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และจะไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารเข้าห้องสอบเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าไปใช้ทุจริตในการสอบอย่างเข้มงวดด้วยเช่นกัน.-สำนักข่าวไทย

  • รายงานพิเศษ

    กบข. -31 มี.ค. 2559  โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 11

    กบข.

    “กบข.”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32593/ หรือ
    เรื่อง: โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 11


    กบข.

    โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 11

  • รายงานพิเศษ

    กยศ –  เอาจริง!! ยึดทรัพย์แล้ว 786 จ่อคิวอีก 4,175 ราย ปีนี้ไม่ไกล่เกลี่ยร่วมภาคเอกชน-ราชการ หักเงินเดือนลูกหนี้

    กยศ

    “กยศ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32560/ หรือ
    เรื่อง: เอาจริง!! ยึดทรัพย์แล้ว 786 จ่อคิวอีก 4,175 ราย ปีนี้ไม่ไกล่เกลี่ยร่วมภาคเอกชน-ราชการ หักเงินเดือนลูกหนี้


    วันที่ 16 กันยายน น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 2558 มีผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ รวมประมาณ 750,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้กู้รายใหม่ ประมาณ 200,000 ราย เบื้องต้นจำนวนผู้กู้รายใหม่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมาสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกยศ.จำกัดจำนวนผู้กู้ไม่ให้เกิน 200,000 ราย

    แต่ในส่วนการชำระหนี้นั้น ปีนี้มีผู้ชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นจากปี 2557 รวม 2.2 ล้านคน เป็นผลมาจากการรณรงค์ชำระหนี้ในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะการจ้างบริษัทติดตามหนี้ โดยในปี 2557 ได้เงินคืนมาประมาณ 800 ล้านบาท ปี 2558 ประมาณ 5,000 ล้านบาท

    หากยังมีผู้ค้างชำระจำนวนมาก และต้องเร่งติดตาม ทางกยศ.พยายามหามาตรการรณรงค์ เพื่อไม่ให้มีผู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดยล่าสุดมีผู้ถูกฟ้องร้อง และไม่มาชำระคดีตามที่ถูกบังคับคดี จึงถูกยึดทรัพย์ไปแล้ว 786 รายเป็นเงิน 22 ล้านบาท และมีผู้ที่เข้าข่ายจะถูกยึดทรัพย์อีก 4,175 รายรวมเป็นเงิน 109 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นผู้กู้ที่อยู่ในช่วงปีการศึกษา 2547

    “อยากเชิญชวนให้ผู้กู้ที่ค้างชำระรีบมาชำระเพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้อง และยึดทรัพย์ ซึ่งในปีนี้กยศ.จะไม่จัดโครงการไกล่เกลี่ยแล้ว แต่จะร่วมกับสถานประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานราชการ เข้าร่วมโครงการรณรงค์ชำระหนี้โดยหักเงินเดือน พนักงานที่เป็นลูกหนี้กยศ. ซึ่งเริ่มมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการบ้างแล้ว”

    แหล่งที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1442398350

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2564-2565
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.