รายงานพิเศษ
ความคืบหน้า รายงานพิเศษ ความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมัครสอบงานราชการ
-
สอบท้องถิ่น บัดนี้ – มติ ก.ท.จ.บุรีรัมย์ ชะลอการสอบ อปท.ทุกแห่ง

“สอบท้องถิ่น บัดนี้ – มติ ก.ท.จ.บุรีรัมย์ ชะลอการสอบ อปท.ทุกแห่ง”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15943 หรือ
เรื่อง: มติ ก.ท.จ.บุรีรัมย์ ชะลอการสอบ อปท.ทุกแห่ง
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

สอบท้องถิ่น-มติคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดบุรีรัมย์ในการประชุมครั้งที่ 9/2557 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2557 ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการรายงานตำแหน่งว่าง เพื่อดำเนินการสอบแข่งขันของเทศบาลในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้วเห็นว่า เนื่องจากขณะนี้เทศบาลในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวนทั้งสิ้น 62 แห่ง อยู่ระวห่างดำเนินการจัดทำแผนอัตรากำลัง 3 ปี (2558-2560) เพื่อเสนอ ก.ท.จ.บุรีรัมย์ พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อประกาศใช้บังคับในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ประกอบกับกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งแนวทางเกี่ยวกับมาตรการดำเนินการสอบแข่งขัน ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0809.2/ว 2500 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2557 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเทศบาลในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์แห่งใดอยู่ระวห่งดำเนินการสอบแข่งขันแต่อย่างใด ดังนั้น เพื่อให้การรายงานตำแหน่งว่างเพื่อดำเนินการสอบแข่งขันของเทศบาลในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สอดคล้องกับอัตรากำลังและภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรตามแผนอัตรากำลัง 3 ปี (2558-2560) และเป็นไปตามมาตรการดำเนินการสอบแข่งขันของกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ในฐานะประธานกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีข้อแนะนำแก่ ก.ท.จ.บุรีรัมย์ ว่าให้ชะลอพิจารณาการดำเนินการสอบแข่งขันของเทศบาลไปจนกว่าการปรับปรุงหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันใหม่จะแล้วเสร็จ และให้เทศบาลดำเนินการจัดทำแผนอัตรากำลัง 3 ปี (2558-2560) ให้แล้วเสร็จก่อน
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
ก.ท.จ.บุรีรัมย์ ในการประชุมครั้งที่ 9/2557 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2557 จึงมีมติให้ชะลอการพิจารณาการดำเนินการสอบแข่งขันของเทศบาลทุกแห่งไปจนกว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันใหม่จะแล้วเสร็จตามแนวทางเกี่ยวกับมาตรการดำเนินการสอบแข่งขันที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งและตามข้อแนะนำของผู้ว่าราชการจังหวัดบุรรัมย์ในฐานะประธานกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดบุรีรัมย์ดังกล่าวข้างต้น โดยให้เทศบาลดำเนินการจัดทำแผนอัตรากำลัง 3 ปี (2558-2560) ให้แล้วเสร็จเสียก่อน ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลทุกแห่งทราบและดำเนินการตามมติ ก.ท.จ.บุรีรัมย์ ดังกล่าวต่อไป
-
ธนาคารแห่งประเทศไทย บัดนี้ – กำหนดวันหยุดกรณีพิเศษ

“ธนาคารแห่งประเทศไทย บัดนี้ – กำหนดวันหยุดกรณีพิเศษ”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15936 หรือ
เรื่อง: กำหนดวันหยุดกรณีพิเศษ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

ฉบับที่ 45/2557
เรื่อง กำหนดวันวันหยุดทำการของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษ
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2558 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศาเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ นั้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นสมควรกำหนดให้วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2558 เป็นวันหยุดทำการของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติมอีก 1 วัน เพื่อสนับสนุนการกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยว อันจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม นอกจากนี้ การประกาศวันหยุดให้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาพอสมควร ทำให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมการปรับตัวได้ จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ดี แม้ในวันดังกลา่วจะเป็นวันหยุดทำการ สถาบันการเงินสามารถใช้ดุลยพินิจในการเลือกเปิดสาขาบางแห่ง เช่น สาขาในห้างสรรพสินค้า เพื่อให้บริการแก่ประชาชนได้ เช่นเดียวกับกรณีวันหยุดตามปกติทั่วไป แต่ทั้งนี้ สถาบันการเงินควรคำนึงถึงการดูแลพนักงานของสถาบันการเงินให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามสมควรด้วย
ธนาคารแห่งประเทศไทย
9 ตุลาคม 2557
-
สำนักงาน ก.พ. บัดนี้ -14 ต.ค. 2557 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น The Young Leaders Program (YLP) (School of Government) ประจำปีการศึกษา 2558 *เฉพาะข้าราชการ

"สำนักงาน ก.พ. บัดนี้ -14 ต.ค. 2557 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น The Young Leaders Program (YLP) (School of Government) ประจำปีการศึกษา 2558 *เฉพาะข้าราชการ"
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15835 หรือ
เรื่อง: ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น The Young Leaders Program (YLP) (School of Government) ประจำปีการศึกษา 2558 *เฉพาะข้าราชการ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—
ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อรับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น The Young Leaders' Program (YLP) (School of Government) ประจำปีการศึกษา 2558
-
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ – ส่อยุบ อบจ.-อบต.

“กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ – ส่อยุบ อบจ.-อบต.”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15817 หรือ
เรื่อง: ส่อยุบ อบจ.-อบต.
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

ผนวก”อบจ.-เทศบาลเมือง”ยกเป็น”เทศบาลจังหวัด” ปฏิรูปท้องถิ่นคงเหลือเทศบาลอำเภอ-เทศบาลตำบล
คสช.ถก “มหาดไทย” ส่อยกเลิก “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” ผนวก อบจ.เข้ากับเทศบาลเมือง ยกเป็น “เทศบาลจังหวัด” แทน สมาชิกมาจากทั้งเลือกตั้ง-แต่งตั้ง สัดส่วนเท่ากัน พร้อมยกเลิก อบต. คงเหลือเฉพาะเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล
การปฏิรูปโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวโน้มที่อาจจะยกเลิกองค์กรปกครองท้องถิ่นบางองค์กร โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมหารือพร้อมเชิญตัวแทนกระทรวงมหาดไทย(มท.) เข้าร่วม เพื่อวางแนวทางการยุบโครงสร้างองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ อบจ. เพื่อปรับเป็น เทศบาลจังหวัด ส่วนตำแหน่ง นายก อบจ. เปลี่ยนเป็น นายกเทศมนตรีจังหวัด
สำหรับแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างนั้น ให้ยุบเทศบาลเมืองของจังหวัดรวมกับ อบจ. เป็นเทศบาลจังหวัด ซึ่งต่อไปนี้จะมีเพียงเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้ยกเลิกไป
สำหรับอำนาจหน้าที่ นายกเทศมนตรีจังหวัด จะไม่ได้มามีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่จะเป็นหน้าที่ของ ปลัดสภาจังหวัด โดยสมาชิกจะมาจาก 2 ระบบ คือ มาจากการเลือกตั้ง 50% และแต่งตั้ง 50% ที่มาจาก เทศบาลอำเภอ ตำบล และข้าราชการประจำ
ส่วนข้อเสนอการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปท้องถิ่น จากเดิม มี 4 รูปแบบคือ 1.อบต. 2.เทศบาล 3.อบจ. และ 4.รูปแบบพิเศษ กทม.-เมืองพัทยา ให้คงเหลือ 2 รูปแบบ คือ 1.เทศบาล กับ 2.รูปแบบพิเศษ
2.ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบท้องถิ่น อบต.ทั้งหมด เป็นเทศบาลตำบล มีที่ตั้ง 1 ตำบล 1 ท้องถิ่น อบต.ใดที่มีพื้นที่เป็นตำบลเดียวกัน แต่มี 2 อบต. หรือ ตำบลเดียวกัน มีทั้ง อบต.และเทศบาลอยู่ด้วยกัน หรือ ตำบลเดียวกัน มี 2 เทศบาลอยู่ในตำบลเดียวกัน ให้ยุบรวมเป็น 1 เทศบาล ต่อ 1 ตำบล
3.จัดให้เทศบาล มี 3 รูปแบบ คือ 1.เทศบาลตำบล มีที่ตั้ง อยู่ในเขตตำบล นั้น ๆ 2.เทศบาลอำเภอ มีที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ นั้น ๆ 3.เทศบาลจังหวัด มีที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด หรือเขตเทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร เดิม
4.แบ่งระดับชั้น ขนาดของเทศบาลไว้ 3 ระดับ ดังนี้ 1.เทศบาลตำบล มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก 2.เทศบาลอำเภอ มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก และ 3.เทศบาลจังหวัด มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก โดยแบ่งตาม จำนวนหมู่บ้าน พื้นที่ ประชากร พื้นที่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯ กำหนด
5. อบจ. หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เปลี่ยนอำนาจหน้าที่ จากเดิมให้บริการสาธารณะเหมือนท้องถิ่นอื่น เปลี่ยนใหม่ให้เป็นฝ่ายอำนวยการ โดยให้เปลี่ยนชื่อองค์กรใหม่ จัดตั้งเป็น สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด…………. มีหน้าที่ เป็นฝ่ายอำนวยการให้กับเทศบาล จัดตั้งแยกงบประมาณเป็นกองทุน จัดสวัสดิการ เงินเดือน ค่าตอบแทน ประโยชน์ตอบแทนอื่น การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กำกับดูแล ตรวจสอบ รับเรื่องร้องเรียน สอบสวนทางวินัย ฝึกอบรมให้ความรู้ ให้กับข้าราชการท้องถิ่น ในจังหวัดนั้น ๆ และจัดสรรงบประมาณให้กับ เทศบาลตำบล เทศบาลอำเภอ และเทศบาลจังหวัด อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค เป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มี หัวหน้าสำนักงานมาจากข้าราชการประจำ (อาจมาจาก ปลัดเทศบาลที่มีคุณสมบัติผ่านการสอบคัดเลือกมาก็ได้) เรียกชื่อ ผู้อำนวยการท้องถิ่นจังหวัด…..ไม่มีฝ่ายการเมืองมาทำหน้าที่ ยกเลิกการเลือกตั้งในระดับนี้
6.จัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ทุกระดับโดยตรง ให้เทศบาลตำบล มี รอยนายกฯ ได้ 1 คน เลขานายก 1 คนเทศบาลอำเภอ มีรองนายก 2 คน เลขานายก 1 คน เทศบาลเมือง มีรองนายก 3 คน เลขานายก 1 คน เป็นผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน ให้นายกเทศมนตรี มีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ขั้นสูงสุดของระดับซีหรือแท่งเงินเดือนของปลัดเทศบาลนั้น ๆ นายกเทศมนตรีอยู่ได้ ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน มีวาระละ 4 ปี
7.สภาเทศบาลตำบล และเทศบาลอำเภอ ให้มาจากจำนวนผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านในเขตตำบลนั้น ๆ เท่าที่มีอยู่เป็นสมาชิกสภาโดยตำแหน่ง สภาเทศบาลจังหวัด ให้ใช้หัวหน้าชุมชน เป็นสมาชิกสภาเทศบาล มีจำนวน ไม่เกิน 36 คน หากจำนวนชุมชนเกินกว่า 36 ชุมชน ให้เลือกกันเองให้เลือกไม่เกิน 36 คน ตามขนาดของเทศบาลจังหวัด โดยให้สมาชิกสภาเทศบาล ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน แต่ไม่น้อยกว่าเงินเดือนขั้นต่ำระดับปริญญาตรี และมีเบี้ยประชุม เป็นรายครั้งที่มีการประชุม ตามระเบียบที่กำหนด
8.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 10 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 12 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 16 คน หากจำนวนหมู่บ้านมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี
9.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลอำเภอ ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 12 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 16 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 18 คน หากจำนวนหมู่บ้านมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี
10.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลจังหวัด ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 18 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 24 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 36 คน หากจำนวนชุมชนมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี
11.อำนาจการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ให้อยู่ในรูปคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ 1.ผู้แทนส่วนราชการอื่นจำนวน 6 คน ผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 6 คน ผู้แทนข้าราชการประจำ 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี โดยให้คณะกรรมการคัดเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน ขึ้นเป็นประธาน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ให้มีการคัดเลือกใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จะเป็นประธาน เกิน 2 วาระติดต่อกัน ไม่ได้
12.ไม่เห็นด้วย ที่จะไปเปลี่ยนให้ตำบล มี ผอ.เขต ให้บริหารงานเหมือนกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพราะบริบท พื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน พื้นที่ในเมืองหลวงมีความแตกต่างกับพื้นที่ชนบท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศฉบับที่ 85 และ 86/2557 ให้งดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมถึงงดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เป็นการชั่วคราว และให้ใช้การสรรหาแทน
โดยกำหนดจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล มีสมาชิกสภาจำนวน 10 คน เทศบาลทุกประเภท มีสมาชิกสภาจำนวน 12 คน และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้มีสมาชิกสภาจังหวัดกึ่งหนึ่ง ของจำนวนปัจจุบัน
และให้งดจัดการเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข. แล้วให้ใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลจำนวน 30 คนทำหน้าที่ ส.ก.โดยอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวน ส.ก. ต้องเคยเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการตั้งแต่ระดับนักบริหารระดับสูง หรือระดับ 10 หรือเทียบเท่า
ซึ่งระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-31 ธ.ค.2557 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครบวาระทั้งหมด 255 แห่ง โดยแบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 8 แห่ง เทศบาลตำบลจำนวน 157 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 86 แห่ง และกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง
ทันทีที่มีประกาศดังกล่าวออกมา ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทั้งจากสมาชิกองค์บริหารส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ จนเป็นประเด็นหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคสช. ต้องหยิบยกขึ้นมาอธิบายถึงเหตุผลที่ คสช.ต้องออกประกาศ “งดการเลือกตั้งท้องถิ่น” และกำหนดให้มีการสรรหาทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง
และจากประกาศคสช.ดังกล่าว มีการคาดการณ์กันว่าจะไม่มีการเลือกท้องถิ่นไปจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นอกจากนี้ระหว่างที่คณะทำงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช.ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะ ในขณะนั้น ได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และเจ้าหน้าที่ด้านการเลือกตั้งเข้าไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทางคณะทำงานของคสช.ได้มีความเห็นว่า น่าจะชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อน เพราะหากเลือกตั้งก็จะได้ผู้บริหารที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองระดับชาติอีก
รวมถึงหากมีรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งอาจจะกำหนดที่มาของสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นใหม่ ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้สมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นชุดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์
-
สอบ ภาค ก. ก.พ. บัดนี้ – กรณีพิเศษฯ VS สนามใหญ่ประจำปี 2558

“สอบ ภาค ก. ก.พ. บัดนี้ – กรณีพิเศษฯ VS สนามใหญ่ประจำปี 2558”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15814 หรือ
เรื่อง: กรณีพิเศษฯ VS สนามใหญ่ประจำปี 2558
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
สอบ ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ ดูเหมือนว่าการที่สำนักงาน ก.พ. จัดสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ จะสร้างความสับสนให้กับหลายท่านมาก ไม่แปลกหรอกครับ เพราะเรามักจะคุ้นแต่กับการสอบภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่ ที่เปิดสอบเป็นประจำทุกปี ปีละครั้ง จนคุ้นชิน พอมีการเปลี่ยนแปลงก็ทำให้สับสนในช่วงแรกๆ เป็นธรรมดา
เพื่อไม่ให้สับสน แบ่ง ภาค ก. ออกเป็น 2 รูปแบบก่อน คือ
1. ภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่
2. ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ
ภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่ เป็นการจัดสอบภาค ก. ก.พ. ประจำทุกปี เพื่อออกใบรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ที่จัดสอบโดยสำนักงาน ก.พ. การรับสมัคสอบก็จะรับสมัครพร้อมกันหมดทั่วประเทศ ทุกระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี ปริญญาโท ทุกคนสมัครสอบได้หมด ไม่มีข้อจำกัดใดๆ นอกจากนี้อีก ในส่วนนี้คงไม่ต้องกล่าวอะไรมากเพราะไม่มีอะไรซับซ้อนและลหายท่านก็คุ้นกับ ลักษณะการสอบภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่แล้ว สอบผ่าน/สอบตกมากแล้ว
ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ เป็นการจัดสอบภาค ก. ก.พ. จะคล้ายกับการจัดสอบสนามใหญ่ ต่างกันที่รับสมัครเฉพาะผู้ที่สอบผ่านภาค ข. แล้วเท่านั้น ถ้าไม่ผ่านไม่มีสิทธิ์สมัครสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษ โดยเมื่อสอบผ่านภาค ข. ไม่ว่าจากส่วนราชการใดที่ระบุในประกาศรับสมัครสอบว่ารับผู้ที่สอบผ่านภาค ก. ก.พ. และผู้ที่สอบไม่ผ่านภาค ก. ก.พ. โดยให้ผู้ที่สอบไม่ผ่านสอบภาค ข. ก่อน เมื่อผ่านแล้วจึงไปสมัครสอบภาค ก. กรณีพิเศษฯ กับ ก.พ. อีกครั้งแล้วนำผลการสอบภาค ก. มายื่นในวันที่สอบภาค ค.
โดยส่วน ราชการดังกล่าวจะต้องส่งรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ข. ให้สำนักงาน ก.พ. ภายในเวลาที่ ก.พ.กำหนด ก็คือก่อนวันเปิดรับสมัครสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษ ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ
ผู้ที่สอบผ่านจะได้ รับใบรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ก.พ. ไว้ใช้สมัครสอบภาค ข. โดยไม่ต้องสอบภาค ก. ก.พ. อีกเลยตลอดชีวิตสำหรับระดับที่สอบผ่าน เช่นเดียวกันกับการสอบภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่
ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษนี้ ทางสำนักงาน ก.พ. จะจัดสอบให้ปีละ 2 ครั้ง แต่ในสนามใหญ่จะจัดสอบให้เพียง 1 ครั้งต่อปี เนื่องจากมีขั้นตอนการสอบซ่อมวิชาภาษาอังกฤษรวมระยะเวลาทั้งหมดในการดำเนิน การจัดสอบภาค ก. ก.พ. ของสำนักงาน ก.พ. แล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน ใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเต็มเลยทีเดียว
เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ตามประกาศจึงมีการกำหนดว่าผู้สมัครสอบภาค ก. ก.พ. ในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะสนามใหญ่หรือกรณีพิเศษ จะต้องเว้นระยะห่าง 150 วัน นับตั้งแต่วันสอบครั้งก่อนจนถึงวันที่จะสมัคร ไม่นับวันสอบซ่อมภาษาอังกฤษ คำนวณคร่าวๆ ก็ประมาณ 5 เดือน เช่น ครั้งก่อนสอบวันที่ 29 ม.ิย. 57 เริ่มนับไป 150 วัน ก็คือวันที่ 26 พ.ย.57 เป็นวันที่จะสามารถสมัครสอบภาค ก. ก.พ. ได้อีกครั้งไม่ว่าการสมัครสอบหลังจากวันที่ 26 พ.ย. 57 จะเป็นการจัดสอบภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่ หรือ ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษ ก็ตาม
ดังนั้น ผู้ที่เคยสอบภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2557 ก็สามารถสมัครสอบ สำหรับการสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ ครั้งที่ 1 ได้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไป หรือจะไปสมัครสอบครั้งที่ 2 ก็ได้ แต่ไม่แนะนำเพราะไม่ใช่ว่าทุกคุณวุฒิจะสมัครสอบได้เหมือนกับสนามใหญ่ ผู้กำหนดคุณวุฒิคือส่วนราชการที่จัดสอบภาค ข.ตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ระบุในประกาศรับสมัครสอบภาค ข. ซึ่งก็ไม่ทราบได้ว่าจะเป็นตำแหน่งใด คุณวุฒิใด สาขาอะไร เพราะถ้าไม่ตรงก็สมัครสอบภาค ข. ไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิ์สอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ แต่สำหรับการสอบครั้งที่ 1 กรมพินิจฯ มีบางตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบปริญญาตรีทุกสาขา หากสมัครได้ก็ควรสมัครเพราะระหว่างทางกว่าจะถึงการสอบรอบต่อไปอาจจะมีการเปิดรับสมัครสอบงานราชการที่สำคัญแล้วผลจากการที่ไม่ได้สมัครสอบครั้งนี้คือ
1. ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบภาค ข. กรณีที่ส่วนราชการดังกล่าวไม่ประสงค์รับผู้ที่สอบไม่ผ่านภาค ก. ก.พ. เพราะไม่มีประกาศใดที่จำกัดว่าส่วนราชการที่จะเปิดรับสมัครสอบบรรจุบุคคลเข้ารับราชการจะต้องดำเนินการในรูปแบบเดียวกับกรมพินิจฯ
2. เพิ่มภาระในการเตรียมสอบ หากส่วนราชการดังกล่าวจัดสอบรูปแบบเดียวกับกรมพินิจฯ ก็เสียเปรียบผู้ที่ผ่านภาค ก. ก.พ. แล้วเพราะต้องเตรียมสอบทั้งภาค ก. และ ภาค ข. พร้อมกันก็อาจจะทำให้สอบไม่ผ่านเลยทั้งภาค ก. และภาค ข. หรือทำภาค ข. ได้คะแนนไม่ดีไม่ถูกเรียกบรรจุ และถ้าเป็นตำแหน่งที่ใฝ่ฝันหรือส่วนราชการที่ปรารถนา พอนึกภาพออกใช่ไหมว่าจะเสียใจแค่ไหน การเสียเปรียบที่ไม่ควรจะเสียเปรียบเพียงแต่วางแผนให้ดีๆหาก สังเกตให้ดีๆ ในการสอบภาค ก. ก.พ. ประจำปี 2557 สนามใหญ่ ก.พ.ได้กำหนดวันประกาศผลการสอบภาค ก. ก.พ. เฉพาะผู้ที่สอบไม่ผ่านเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ(สอบซ่อม) หลังการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านวิชาภาษาอังกฤษรอบสุดท้ายนี้ ก็เป็นอันสิ้นสุดกระบวนการสอบภาค ก. ก.พ. ประจำปี 2557 สนามใหญ่จริงๆ นั่นคือ วันที่ 26 พ.ย. 2557 ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนด 150 วันพอดิบพอดี จากนั้นก็เริ่มกระบวนการจัดการรับสมัครและจัดสอบ ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษครั้งที่ 1
ด้วยเหตุที่ สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานเดียวที่จัดเก็บผลการสอบภาค ก. ซึ่งไม่เหมือนกับภาค ก. อื่นๆ ที่ไม่เก็บผลคะแนนหลังจากสอบแล้วผ่านหรือไม่ผ่านก็ไม่มีสามารถนำผลการสอบภาค ก. ไปใช้เพื่อการใดได้อีก แต่สำหรับ ภาค ก. ก.พ. จะเก็บผลการสอบภาค ก. ให้ใช้เป็นหลักฐานยื่นเพื่อไม่ต้องสอบภาค ก. อีกได้ตลอดชีวิตตามระดับที่สอบได้ มาถึงตรงนี้คงเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องห่าง 150 วัน เพื่อให้ ก.พ. จัดการขึ้นบัญชีผู้ที่สอบผ่านภาค ก. ก.พ. ครั้งก่อน และจัดทำใบรับรองผลการทดสอบภาค ก. ก.พ.ให้กับผู้เข้าสอบนั่นเอง
ใน การกำหนดคุณวุฒิของผู้สมัครสอบ การสอบภาค ก. ก.พ.กรณีพิเศษฯ สำนักงาน ก.พ. ไม่ได้เป็นผู้กำหนด เหมือนกับการสอบสนามใหญ่ ผู้ที่จะกำหนดคุณวุฒิในการรับสมัครสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ คือส่วนราชการที่จัดสอบภาค ข. คุณวุฒิจึงต้องเป็นไปตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่กำหนดในประกาศรับสมัครสอบ ภาค ข. ของส่วนราชการที่ได้สมัครสอบภาค ข. ไว้ ไม่สามารถใช้คุณวุฒิที่ไม่ตรงกันสมัครเพื่อไปสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ
แม้ ว่าการสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ นี้ จะใช้หลักสูตรการสอบเดียวกันกับการสอบภาค ก. ก.พ. สนามใหญ่ คือ ความสามารถทั่วไป ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ใช้เกณฑ์ตัดผ่านเหมือนกัน แต่สำหรับการสอบ ภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษนี้จะไม่ให้สอบซ่อมวิชาภาษาอังกฤษ ใน ขณะที่สนามใหญ่ยังเปิดโอกาสให้สอบซ่อมได้ แต่ยังคงรับผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษจากสถาบัน Toeic Toefl CU-TEP TU-GET เหมือนกัน ซึ่งก็ดีกว่าสอบกับ ก.พ. มากมายเพราะนอกจากจะใช้เพื่อไม่ต้องสอบวิชาภาษาอังกฤษกับ ก.พ. แล้วยังใช้เป็นหลักฐานเพื่อเพิ่มเงินเดือนแรกเข้าได้อีก 375 ต่อเดือนด้วย
สำหรับ การสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษ จะทำให้รูปแบบการรับสมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการเปลี่ยนไปจากเดิมเพราะจะ สอบภาค ข. ก่อน ภาค ก. (กรณีผ่านภาค ก. ก.พ. แล้วก็ไม่ต้องสอบอีกยื่นผลรอสอบภาค ค. ได้เลย) จะสลับกับการสอบสนามใหญ่ ที่จะสอบภาค ก. ก่อนไปสอบภาค ข. เพื่อให้ ก.พ. สามารถจัดสอบให้ส่วนราชการต่างๆ ที่จัดสอบภาค ข. ได้ในคราวเดียวกัน โดยส่วนราชการต่างๆ จะต้องส่งรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ข. ให้กับ ก.พ. ก่อนวันที่ ก.พ. เปิดรับสมัครสอบ
เรียกว่าเป็นรูปแบบใหม่ก็ได้ เพราะในอดีตหาก ก.พ. ไปจัดสอบภาค ก. ให้ก็จะจัดสอบพร้อมกัน คือ ไม่ว่าอย่างไรก็จะจัดสอบภาค ก. ก่อนภาค ข. เช่นสอบ ก. เช้า ข. บ่าย และเหมือนว่าลำดับการตรวจก็จะเป็นแบบเดียวกันคือตรวจภาค ก. ก่อน ถ้าผ่านก็ตรวจภาค ข. ต่อ แต่รูปแบบใหม่นี้ ตามประกาศของ สำนักงาน ก.พ. เองก็ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นการเปิดรับสมัครสอบให้กับส่วนราชการใดส่วนราชการ หนึ่งเป็นการเฉพาะ เห็นได้จากในประกาศรับสมัครสอบภาค ก.กรณีพิเศษ ไม่ได้กล่าวถึงการจัดสอบภาค ข. ของส่วนราชการใดเป็นการเจาะจงเลย ไม่ว่าจะเป็นกรมพินิจหรือส่วนราชการอื่น เป็นการจัดสอบให้ส่วนราชการต่างๆ ก็คืออาจจะมีมากกว่า 1 ส่วนราชการที่จัดสอบภาค ข. ในขณะนั้น และประสงค์จะรับสมัครผู้ที่ไม่ผ่านภาค ก. ด้วยโดยให้ไปสอบกรณีพิเศษฯ ก็สามารถ ส่งรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ข.ให้ ก.พ. เพื่อใช้การจัดสอบภาค ก. กรณีพิเศษฯ ร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ ได้เลย ก.พ. ก็ไม่ต้องจัดสอบภาค ก. ให้หลายครั้ง เพราไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็ใช้หลักสูตรการสอบภาค ก. ก.พ. เดียวกันทั้งหมด แต่ด้วยสำหรับขณะนี้ถือรูปแบบใหม่ และในปัจจุบันก็มีเพียง กรมพินิจฯ ที่ใช้หลักเกณฑ์นี้ จึงทำให้ยังมองเห็นภาพไม่ชัดเจนเท่านั้นเอง
หาก นึกภาพว่า มีส่วนราชการสัก 3-4 แห่ง เปิดรับสมัครในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ก.พ. ก็ไม่ต้องแยกไปจัดสอบภาค ก. ให้ 3-4 ครั้ง และบางหน่วยงานก็เป็นการจัดสอบสนามเล็กๆ ที่มีผู้เข้าสอบไม่มาก ก็มาใช้การจัดสอบภาค ก. ก.พ. กรณีพิเศษฯ เพื่อให้ผู้ที่สอบผ่านภาค ข. แต่ยังสอบไม่ผ่านภาค ก. ร่วมกันได้ ก.พ.ก็จัดสอบรวมพร้อมกันครั้งเดียวเลย
ความ เห็นส่วนตัว(ตามที่ผมเข้าใจ) หลังจากที่ติดตามข้อมูลมาได้สักระยะ บางตำแหน่งที่เป็นคุณวุฒิที่มีผู้สมัครน้อยแล้วยังมาติดเรื่องไม่ผ่านภาค ก. ก.พ. อีกน่าจะเป็นส่วนสำคัญ เพราะในแต่ละปีจำนวนผู้สอบผ่านภาค ก. ก.พ. รวมทุกระดับ ขณะที่ยังไม่มีภาษาอังกฤษก็น้อยมาก มาตอนนี้มีภาษาอังกฤษเข้ามาอีกก็คงพอจะนึกภาพออกใช่ไหมครับ ทั้งผู้ที่จบใหม่จะได้มีโอกาสที่จะได้เข้าร่วมในการสอบแข่งขันฯ ภาค ข. ด้วย อย่าเพิ่งไปมองสาขาที่มีผู้เรียนจบมาแต่ปีจำนวนมาก แต่ขอให้มองสาขาที่หายากหรือคนเรียนจบออกมาแต่ละปีจำนวนน้อย อาจจะไม่ถึงกับขาดแคลนเหมือนพวกหมอหรือพยาบาล แต่ก็น้อยจนทำให้การสมัครสอบภาค ข. ของส่วนราชการนั้นๆ มีผู้สมัครสอบเพียงไม่กี่ราย เมื่อผ่านการสอบแล้วปรากฎว่าสอบไม่ผ่านเกณฑ์อีก ก็จะเป็นการสูญเสียงบประมาณไปโดยไม่ได้บุคคลากรมาบรรจุแต่งตั้งเป็นข้า ราชการเลย
หลายงานที่แม้เว็บไซต์นี้และอีกหลายเว็บไซต์จะช่วย ประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัครสอบแล้ว เมื่อย้อนกลับไปดูก็ปรากฎว่ายังมีผู้สมัครสอบน้อยอยู่จนต้องขยายเวลารับ สมัครสอบบ่อยๆ
อ่านประกาศสำนักงาน ก.พ. คลิกที่นี่ | ประกาศกรมพินิจฯ (ใช้ภาค ก.กรณีพิเศษ)คลิกที่นี่
-
กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ บัดนี้ – เปิดรับสมัครทุน Chevening ปีการศึกษา 2558/2559 จำนวน 1,500 ทุน ถึง15 พ.ย. 57
“กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ บัดนี้ – เปิดรับสมัครทุน Chevening ปีการศึกษา 2558/2559 จำนวน 1,500 ทุน ถึง15 พ.ย. 57 “
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15811 หรือ
เรื่อง: เปิดรับสมัครทุน Chevening ปีการศึกษา 2558/2559 จำนวน 1,500 ทุน ถึง15 พ.ย. 57
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

ข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ แจ้งว่า เปิดรับสมัครทุน Chevening ปีการศึกษา 2558/2559 จำนวน 1,500 ทุน โดยเป็นทุนในระดับปริญญาโท เพื่อให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลรับคำแนะนำ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และสมัครผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.chevening.org วันนี้ถึง15 พ.ย. 57
หรือรับข้อมูลในงานมหกรรมการศึกษาต่อต่างประเทศ วันที่ 1-2 พ.ย 57 จัดโดยสำนักงาน ก.พ. ชั้น 5 สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 547-1456
-
กรมควบคุมโรค บัดนี้ – นักกีฎวิทยา,นิติกร สำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลาเปลี่ยนวันรับสมัครเป็น 7-13 ต.ค.57 เนื่องจากวันที่ 6 ต.ค.เป็นวันหยุดราชการของ 5 จังหวัดชายแดนใต้

“กรมควบคุมโรค บัดนี้ – นักกีฎวิทยา,นิติกร สำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลาเปลี่ยนวันรับสมัครเป็น 7-13 ต.ค.57 เนื่องจากวันที่ 6 ต.ค.เป็นวันหยุดราชการของ 5 จังหวัดชายแดนใต้”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15804 หรือ
เรื่อง: นักกีฎวิทยา,นิติกร สำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลาเปลี่ยนวันรับสมัครเป็น 7-13 ต.ค.57 เนื่องจากวันที่ 6 ต.ค.เป็นวันหยุดราชการของ 5 จังหวัดชายแดนใต้
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

-
สอศ. บัดนี้ – อาชีวะเฮ!ขอ”ศาสตราจารย์”ได้ ก.ค.ศ.เคาะอัตรา”19″สถาบัน “190”อาจารย์ไม่ต้องมี”ตั๋วครู”

“สอศ. บัดนี้ – อาชีวะเฮ!ขอ”ศาสตราจารย์”ได้ ก.ค.ศ.เคาะอัตรา”19″สถาบัน “190”อาจารย์ไม่ต้องมี”ตั๋วครู””
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15794 หรือ
เรื่อง: อาชีวะเฮ!ขอ”ศาสตราจารย์”ได้ ก.ค.ศ.เคาะอัตรา”19″สถาบัน “190”อาจารย์ไม่ต้องมี”ตั๋วครู”
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติอนุมัติให้กำหนดกรอบอัตรากำลังในสถาบันการอาชีวศึกษาในระยะเริ่มแรกของการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เสนอ ได้แก่ 1.กรอบอัตรากำลังบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) ในสถาบันการอาชีวศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 19 แห่ง แห่งละ 14 อัตรา รวม 266 อัตรา ซึ่งเป็นตำแหน่งในสำนักงานผู้อำนวยการสถาบัน สำนักพัฒนายุทธศาสตร์และความร่วมมืออาชีวศึกษา สำนักพัฒนากิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา อาชีวศึกษาบัณฑิต อาทิ ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปหรือเจ้าพนักงานธุรการ นิติกร นักวิชาการเงินและบัญชีหรือเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี นักวิชาการศึกษา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน เป็นต้น ซึ่งการกำหนดกรอบอัตรานี้ จะต้องไม่เป็นการเพิ่มอัตราข้าราชการใหม่ในภาพรวม และไม่ขัดหรือแย้งกับมติคณะรัฐมนตรีและมาตรการบริหารและพัฒนากำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2557-2561)
เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า 2.กรอบอัตรากำลังคณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษา ระยะที่ 1 ที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีแล้ว จำนวน 18 แห่ง โดยกำหนดกรอบอัตรากำลังให้ประเภทวิชาละ 5 อัตรา รวม 190 อัตรา อาทิ ประเภทวิชาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม บริหารธุรกิจ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ศิลปกรรม คหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งกรอบอัตรากำลังกลุ่มนี้ ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเพราะเป็นการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา
“หลังจากที่ ก.ค.ศ.อนุมัติกรอบอัตรากำลังแล้ว สอศ.จะต้องไปเกลี่ยอัตรากำลังเพื่อกำหนดตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามาตรา 38 ค(2) และตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาเพื่อนำตำแหน่งมาเกลี่ยกันเอง ไม่ได้ตำแหน่งเพิ่ม เช่น กรณีที่เป็นข้าราชการในตำแหน่งที่กำหนดกรอบใหม่ หากจะไปอยู่ ก็ตัดโอนตำแหน่งตามตัวไปเลย หรือกรณีที่เป็นอาจารย์ จะเปลี่ยนสถานะจากข้าราชการครูเป็นอาจารย์ ขึ้นกับผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาและต่อไปจะออกกฎหมายเพื่อให้สามารถขอตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นโฉมหน้าใหม่ของอาชีวศึกษา” นายชัยพฤกษ์กล่าว
ที่มา: มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1412225228
-
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บัดนี้ – ขออัตรา พนง.ราชการ-ลูกจ้างครูอาชีวะ 1.5 หมื่นอัตราแก้ขาดครู

“สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บัดนี้ – ขออัตรา พนง.ราชการ-ลูกจ้างครูอาชีวะ 1.5 หมื่นอัตราแก้ขาดครู”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15792 หรือ
เรื่อง: ขออัตรา พนง.ราชการ-ลูกจ้างครูอาชีวะ 1.5 หมื่นอัตราแก้ขาดครู
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เปิดเผยภายหลัง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบนโยบายการจัดการอาชีวศึกษาแก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นำเสนอนโยบายเร่งด่วน
ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการศธ.ที่ได้ดำเนินการไปแล้วและกำลังจะดำเนินการ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูอาชีวศึกษาที่พล.ร.อ.ณรงค์ได้ให้ความสนใจและได้เห็นชอบให้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่องบประมาณสนับสนุนประมาณ 3,500 ล้านบาทเพื่อจ้างชั่วคราวเป็นครูผู้สอนและบุคลากรสายสนับสนุน 15,973 อัตราจะใช้งบประมาณกลางปีละ 3,500 ล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอครม.อนุมัติรอบอัตราบรรจุพนักงานราชการ 15,973 อัตราเช่นเดียวกับแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ซึ่งสอศ.จะนำอัตราดังกล่าวมาบรรจุเป็นพนักงานสายผู้สอน 10,000 อัตรา สายสนับสนุน 4,564 อัตราและข้าราชการครูในสถาบันการอาชีวศึกษา 1,409 อัตรา
ที่มา: มติชนออนไลน์ ลิงค์ข่าว คลิกที่นี่


















