คลังเก็บหมวดหมู่: ข้อมูลเตรียมสอบงานราชการ

สอบท้องถิ่น มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ระดับ 1

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ชื่อตำแหน่ง                                  ช่างผังเมือง 1

ลักษณะงานโดยทั่วไป

สายงานนี้คลุมถึงตำแหน่งต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานช่างผังเมือง  ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการร่าง เขียนแบบแปลน แผนผัง สำหรับการวางผังเมือง ดำเนินการสำรวจ รวบรวม ตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมของพื้นที่และชุมชนในบริเวณเขตสำรวจเพื่อการวาง

ผังเมือง รวมทั้งศึกษาสำรวจโครงการและนโยบายการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค เพื่อประมวลเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์ วิจัย และเพื่อใช้ในการจัดทำวางผังเมืองหรือเพื่อการแก้ไขป้องกันปัญหาต่าง ๆ ทางด้านการเมือง เป็นต้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

หน้าที่และความรับผิดชอบ

ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับงานช่างผังเมืองที่ไม่ยากภายใต้การกำกับและตรวจสอบโดยใกล้ชิด และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ช่วยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสำรวจ รวบรวมข้อมูล และรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อการวางผังเมืองในบริเวณพื้นที่ของเขตสำรวจเพื่อการวางผังเมือง จัดทำข้อมูลที่สำรวจ รวบรวมได้ลงในแบบสำรวจ ตารางแผนที่

  Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน  

กร๊าฟ  แผนภาพ และอื่น ๆ ช่วยเขียนแบบแปลน แผนผัง หรือแผนที่ เก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ในระหว่างที่ใช้ดำเนินการ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางช่างก่อสร้าง ช่างสำรวจ ช่างโยธา ช่างเขียนแบบ    หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

  1. มีความรู้ในวิชาช่างอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่
  2. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลและกฎหมาย  กฎ ระเบียบและข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่
  3. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานธุรการและงานสารบรรณอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่
  4. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่
  5. มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดแม่นยำ

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เทคนิคการสอบสัมภาษณ์

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

มักจะถูกถามถึงเสมอเกี่ยวกับ.. การสอบภาค ค. หรือสอบสัมภาาษณ์ ที่ปกติในการรับสมัครสอบจะมีการระบุหลักสูตรการสอบไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนจะกว้าง จนบางท่านก็จินตนาการไม่ออกว่าในสภาพความเป็นจริงจะต้องเผชิญกับสิ่งใด

ลองอ่านหลักสูตรการสอบตามประกาศรับสมัครสอบระบุไว้นะครับ

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแนห่งหน้าที่จกาประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฎของผู้เข้าสอบ และจากการสัมภาษณ์ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง

แต่ถามใครจะบอกได้ดีเท่าได้ลองด้วยตนเอง สนามซ้อมอาจช่วยได้ครับ ลองไปสมัครหน่วยงานที่อาจจะไม่ใช่เป้าหมายหลัก (แต่อาจจะมีความสนใจอยู่บ้าง) ท่านที่มุ่งมั่นจะก้าวสู่อาชีพข้าราชการทุกท่านน่าจะมีหน่วยงานหรือตำแหน่งที่ใฝ่ฝันอยู่แล้ว แต่ถ้าหน่วยงานนั้นๆ ยังไ่ม่เปิดรับสมัครทำไมไม่ลองสมัครสอบหน่วยงานที่อาจจะมีลักษณะใกล้เคียงกัน แม้การสอบครั้งนั้นๆ อาจจะไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ อาจจะเป็น พนักงานราชการ หรือ ลูกจ้างชั่วคราว ก็ลองสมัครและสอบดูครับ จะได้มีประสบการณ์ และเห็นแนวทางการสอบภาค ค. หรือสอบสัมภาษณ์ เมื่อถึงเวลาที่หน่วยงานเป้าหมาย หรือตำแหน่งเป้าหมายเปิดรับสมัครสอบก็จะได้ไม่ต้องกลับมาเสียดายหลังการสอบว่าทำได้ไม่ดีพอ

เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ^^


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เฉลยข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. (แบบทดสอบออนไลน์ของ ก.พ.)

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ตัวอย่างข้อสอบ


1. ความสามารถทางด้านการคิดคำนวณ

1.1 อนุกรมคำสั่ง จงเลือกคำตอบจากตัวเลือก 1. – 4. มาเติมลงในช่องว่าง เพื่อให้ได้อนุกรมที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างสมเหตุสมผลมากที่สุด
1.1.1)   13   9   3   15   25   5   17   49   7   19   81   9   21 …
 
 
 
 
1.1.2)   3   9   12   21   33 …
 
 
 
 
1.1.3)   12   13   16   14   15   36   16   17 …
  
 
 
 
1.1.4)   3   14   7   45   15   124   31 …
 
 
 
 
1.1.5)   2500   625   250   175   160 …
 
 
 
 
1.1.6)   13   53   915   2527 …
 
 
 
 
1.1.7)   30   70   147   274   464 …
 
 
 
 
1.2 โจทย์คณิตศาสตร์คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดจากตัวเลือก 1. – 4. แล้วตอบลงในกระดาษคำตอบ
1.2.1) ซื้อเครื่องใช้ชิ้นหนึ่งราคา 2,550 บาท ถ้าต้องการขายให้ได้กำไรร้อยละ 30 จะต้องขายเครื่องใช้ชิ้นนี้ไปในราคากี่บาท
 
 
 
 
1.2.2) ถ้า x > y และ m เป็นเลขจำนวนเต็มที่มีค่ามากกว่าศูนย์ อยากทราบว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นความจริง
 
 
 
 
1.2.3) เลขจำนวนคู่ 3 จำนวนเรียงลำดับกัน รวมกันได้ 36 ผลคูณของเลข 2 จำนวนหลัง จะมีค่าเท่าไร
 
 
 
 
1.2.4) ถ้า 4*2 = 14 และ 7*6 = 32 แล้ว 11*4 มีค่าเท่าใด
 
 
 
 
1.2.5) พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งถูกปรับลดเงินเดือนถึง 25% เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ถ้าในปีต่อไปเศรษฐกิจดีขึ้น เขาจะต้องได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ จึงจะทำให้เขาได้รับเงินเดือนเท่าเดิม
 
 
 
 
1.2.6) พ่อค้าซื้อไข่ไก่มาจำนวนหนึ่งทั้งหมด 270 ฟอง เขาจะคัดไข่ออกขาย 13 ของไข่ที่เหลืออยู่ทุกๆวัน อยากทราบว่าภายใน 3 วัน จะมีไข่ถูกคัดออกทั้งหมดกี่ฟอง
 
 
 
 
1.3 การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับข้อ 1.3.1 – 1.3.3

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศและผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น (ล้านบาท)

ปี มูลค่าสินค้าออก มูลค่าสินค้าเข้า รวม ผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น
ปีที่ 1 14,166 22,188 36,354 108,294
ปีที่ 2 13,679 24,103 37,782 116,774
ปีที่ 3 14,709 25,966 40,675 128,566
ปีที่ 4 14,772 27,009 41,781 135,939
ปีที่ 5 17,275 26,794 44,069 143,908
ปีที่ 6 22,491 30,875 53,366 162,071
ปีที่ 7 32,266 42,184 74,450 216,543
ปีที่ 8 49,799 64,044 113,843 269,695
ปีที่ 9 45,007 66,835 111,842 296,298
ปีที่ 10 60,797 72,877 133,674 332,177
ปีที่ 11 71,198 94,177 165,375 370,445

 

1.3.1) ปีใดต่อไปนี้ที่ไทยขาดดุลการค้าสูงที่สุด
 
 
 
 
1.3.2) อัตราส่วนของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศต่อผลิตภัณฑ์ประชาชาติในปีเดียวกันของปีใดมีค่าเท่ากับ 2.5
 
 
 
 
1.3.3) มูลค่าการค้าระหว่างประเทศในช่วงระหว่างปีที่ 7 – ปีที่ 11 เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณกี่ล้านบาท
 
 
 
 

2. ความสามารถทางด้านเหตุผล

2.1 อุปมาอุปไมย
2.1.1) คน : อาหาร : : ? : ?
 
 
 
 
2.1.2) เต้าเจี้ยว : ถั่วเหลือง : : ? : ?
 
 
 
 
2.1.3) สะใภ้ : พี่ : : ? : ?
 
 
 
 
2.1.4) ธุรกิจ : ค้าขาย : : ? : ?
 
 
 
 
2.2 การสรุปความจากภาษาเงื่อนไข สำหรับข้อ 2.2.1 – 2.2.2

– พีระพล กุลวิทย์ และอิทธิ เลือกซื้อขนมมารับประทานคนละ 2 ชนิด ไม่ซ้ำกัน
– ขนมที่ทั้งห้าคนซื้อได้แก่ ทองหยอด ถั่วตัด ฝอยทอง และ ข้าวตู ทั้งนี้ชื่อคนและขนมไม่ได้เรียงกันตามลำดับข้างต้น
– กุลวิทย์ไม่ได้ซื้อฝอยทองและข้าวตู
– อิทธิซื้อขนมไม่เหมือนกับกุลวิทย์เลย
– มีคนซื้อทองหยอดเพียงคนเดียว
– ขนมอย่างหนึ่งที่พีระพลซื้อคือ ข้าวตู

2.2.1) ข้อสรุปใดถูกต้อง
 
 
2.2.2) ข้อสรุปใดถูกต้อง
 
 
2.3 การสรุปความจากสัญลักษณ์เงื่อนไข สำหรับข้อ 2.3.1 – 2.3.3

ถ้า A > B = C < D และ E ≤ C < F ≤ G ทุกตัวแปรมีค่ามากกว่าศูนย์

2.3.1) ข้อสรุปใดถูกต้อง
 
 
2.3.2) ข้อสรุปใดถูกต้อง
 
 
2.3.3) ข้อสรุปใดถูกต้อง
 
 
2.4 การสรุปเหตุผลเชิงตรรกะ
2.4.1 “บลูทูธ (Bluetooth) คือ คลื่นสัญญาณวิทยุชนิดหนึ่งที่ทำให้อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือพีดีเอ ให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลถึงกันได้โดยมีรัศมีการส่งข้อมูลอยู่ในระยะประมาณ 10 เมตร” ข้อใดสอดคล้องกับข้อความข้างต้น
 
 
 
 
2.4.2 “ผิวของคนเราแตกต่างกัน จึงต้องการการดูแลที่แตกต่าง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยยืดอายุผิว และความงามให้อยู่กับคุณอย่างยาวนาน” ข้อใดสอดคล้องกับข้อความข้างต้น
 
 
 
 

3. ความสามารถทางด้านภาษา

ความเข้าใจภาษา จะวัดความสามารถในด้านความเข้าใจภาษาโดยสามารถสรุปความในรูปแบบต่าง ๆ จากข้อความสั้น ๆ หรือบทความได้

แนวคำถามการวัดความเข้าใจภาษาที่เป็นข้อความสั้น ๆ

อ่านข้อความที่กำหนดให้แล้ว ตอบคำถามโดยเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด
3.1.1 “การสนองคุณชาตินั้น หาได้จำกัดเฉพาะการรับราชการไม่ ขอเพียงให้กลับมารับใช้ชาติก็พอ จึงมีการกำหนดเพียงเป็นกรอบกว้าง ๆ ว่า ให้นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงกลับเข้ามาทำงานในประเทศ อย่างน้อยเท่ากับจำนวนปีที่ไปเล่าเรียนมา” สาเหตุสำคัญของข้อความนี้เกี่ยวข้องกับนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงในเรื่องใด
 
 
 
 
3.1.2 “การให้การศึกษาแก่ประชาชนเพื่อให้มีความรู้ความสามารถเป็นการลงทุนที่สำคัญ ที่สุดในการพัฒนาบุคลากรของประเทศ ซึ่งจะส่งผลไปถึงการพัฒนาประเทศในที่สุด” ข้อความนี้สรุปว่าอย่างไร
 
 
 
 
แนวคำถามการวัดความเข้าใจภาษาที่เป็นบทความ

จงอ่านบทความที่กำหนดให้แล้วใช้เนื้อความจากบทความตอบคำถามในแต่ละข้อศาลเป็นสถาบันหนึ่งที่จะช่วยแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อนอันเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่การให้ความ เป็นธรรมของศาลนั้นจะต้องอยู่ภายใต้ขอบข่ายของกฎหมาย ศาลจะต้องพิจารณาพิพากษาคดีไปตามพยานหลักฐาน ในสำนวนศาลจะนำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาพิจารณามิได้ ในคดีอาญานั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ความผิดของจำเลย หากมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ศาลก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ส่วนในคดีแพ่งนั้น โดยหลักทั่วไปแล้ว ฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมา ฝ่ายนั้นก็มีหน้าที่นำสืบพิสูจน์ดังที่กล่าวอ้างมิได้ย่อมจะแพ้ในเรื่องนั้น ไป
3.2.1 สาระสำคัญของบทความนี้กล่าวถึงศาลในเรื่องใด
 
 
 
 
3.2.2 “หากมีข้อสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่” ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร
 
 
 
 
การใช้ภาษา จะวัดความสามารถในด้านการใช้ภาษา โดยสามารถพิจารณาใช้ภาษาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ถูกต้องเหมาะสม ได้แก่ คำหรือกลุ่มคำ ประโยค หรือข้อความสั้น ๆ รวมทั้งสามารถเรียงลำดับข้อความได้ถูกต้อง
แนวคำถามการเลือกใช้คำที่ถูกต้องเติมลงในช่องว่าง

จงอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วพิจารณาเลือกตัวเลือกเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้องตาม หลักภาษา และให้มีความหมายสอดคล้องกับข้อความที่กำหนดให้นั้น
3.3.1 ถ้าไม่มีใครทำอะไร เพื่อลดความ………ลง ก็ไม่มีข้อสงสัยว่า ผลสุดท้ายจะไม่ใช้อาวุธกัน
 
 
 
 
3.3.2 การออมทรัพย์ไว้เป็นทองคำ อาจเป็นวิธีที่ฉลาดก็ได้ ถ้าผู้ออมทรัพย์สามารถคาดหมาย………ได้ เพราะไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอนว่า มีเงินอยู่แล้วจะเอาไปทำอะไรจึงจะดีที่สุด และเมื่อใดควรออมทรัพย์ไว้ในรูปแบบใด หรือลงทุนในรูปแบบใด
 
 
 
 
แนวคำถามการเติมคำในบทความ

จงอ่านบทความที่กำหนดให้แล้วเลือกตัวเลือกเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้องตาม หลักภาษา และให้มีความหมายสอดคล้องกับข้อความนั้นระบบราชการเป็น 1)……… ที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำหน้าที่ 2)………นโยบายของฝ่ายการเมืองให้เกิดผลในทาง 3)………รวมทั้งการ 4)……… กฎระเบียบกติกาต่าง ๆให้เกิด 5)………ในการทำงานและมีความเป็นธรรมในสังคม
3.4.1 ในช่อง 1) ควรจะเติมด้วยตัวเลือกใด
 
 
 
 
3.4.2 ในช่อง 2) ควรจะเติมด้วยตัวเลือกใด
 
 
 
 
3.4.3 ในช่อง 3) ควรจะเติมด้วยตัวเลือกใด
 
 
 
 
3.4.4 ในช่อง 4) ควรจะเติมด้วยตัวเลือกใด
 
 
 
 
3.4.5 ในช่อง 5) ควรจะเติมด้วยตัวเลือกใด
 
 
 
 
แนวคำถามการเลือกใช้คำในประโยคที่ถูกต้อง

แบบที่ 1 จงพิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในข้อความที่ 1 และข้อความที่ 2 แล้วเลือกตอบดังนี้
ตอบ 1 ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในทั้ง 2 ข้อความ ใช้ได้รัดกุมและถูกต้องตามหลักภาษา
ตอบ 2 ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้เฉพาะในข้อความที่ 1 ใช้ได้รัดกุมและถูกต้องตามหลักภาษา
ตอบ 3 ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้เฉพาะในข้อความที่ 2 ใช้ได้รัดกุมและถูกต้องตามหลักภาษา
ตอบ 4 ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในทั้ง 2 ข้อความ ใช้ไม่รัดกุมหรือไม่ถูกต้องตามหลักภาษา
3.5.1 จงพิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในข้อความที่ 1 และข้อความที่ 2 แล้วเลือกตอบดังนี้
ข้อความที่ 1 ประเทศไทยและประเทศเช็คมีความสัมพันธ์ทางการทูตจาก พ.ศ.2517
ข้อความที่ 2 มนุษย์ผลิตสารสังเคราะห์บางอย่างแต่ไม่สลายตัว
 
 
 
 
3.5.2 จงพิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในข้อความที่ 1 และข้อความที่ 2 แล้วเลือกตอบดังนี้
ข้อความที่ 1 ผลของการสัมมนาถือว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะ
ข้อความที่ 2 ปีแสงเป็นหน่วยวัดระยะซึ่งใช้ในวิชาดาราศาสตร์
 
 
 
 
แบบที่ 2 ในแต่ละข้อจงพิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ และมีตัวเลข 1ถึง 4 กำกับอยู่ แล้ว ตอบว่าข้อใดใช้ไม่รัดกุม หรือไม่ถูกต้องตามหลักภาษา
3.5.3 คำว่าคุณภาพชีวิต แปลว่า การดำรงชีวิต(1)อย่างมีคุณค่า (2)หมายถึง ชีวิตหรือความเป็นอยู่ (3)ที่นับถือว่า หรือเป็นที่(4)ยอมรับกันทั่วไป
 
 
 
 
3.5.4 กฎหมายใหม่ได้(1)รวบรวม และ(2)ปรับปรุงบทบัญญัติอัน(3)เกี่ยวกับความผิดในเรื่องเครื่องหมายการค้า เพื่อให้สามารถ(4)ให้ความปกป้องแก่สิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ดียิ่งขึ้น
 
 
 
 
แบบที่ 3 ในแต่ละข้อจงพิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในแต่ละประโยคในตัวเลือก 1 ถึง 4 แล้วเลือก ตัวเลือกที่มีคำหรือกลุ่มคำที่ใช้ได้รัดกุมและถูกต้องตามหลักภาษา
3.5.5 ตัวเลือกใดที่มีคำหรือกลุ่มคำที่ใช้ได้รัดกุมและถูกต้องตามหลักภาษา
 
 
 
 
แบบที่ 4 จงเลือกตัวเลือกที่มีประโยคที่เรียบเรียงคำ หรือใช้คำไม่รัดกุม หรือไม่ถูกต้องตามหลักภาษา
3.5.6 จงเลือกตัวเลือกที่มีประโยคที่เรียบเรียงคำ หรือใช้คำไม่รัดกุม หรือไม่ถูกต้องตามหลักภาษา
 
 
 
 
แนวคำถามการสะกดคำได้ถูกต้อง

จงเลือกตัวเลือกที่มีคำสะกดถูกต้องและมีความหมายสอดคล้องกับเนื้อความในประโยค
3.6.1 ตัวเลือกใดที่มีคำสะกดถูกต้องและมีความหมายสอดคล้องกับเนื้อความในประโยค
 
 
 
 
แนวคำถามการเรียงลำดับข้อความให้ถูกต้อง

จงพิจารณาข้อความในตัวเลือก 1 ถึง 4 และจัดเรียงลำดับให้ถูกต้องแล้วจึงตอบคำถามแต่ละข้อ
3.7.1 ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3
 
 
 
 

18arrow4 คลิกที่นี่เพื่อดูเฉลย


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สอบครูผู้ช่วย 2556 เช็คหลักฐาน สอบครูผู้ช่วย กันดีกว่า

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สำหรับบางท่านที่อาจจะเพิ่งได้ลองสมัครสอบเป็นครั้งแรก และยังไม่เข้าใจกับใบอนุญาตต่างๆ ที่จะใช้เป็นหลักฐานแสดงในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีอะไรบ้างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ละใบใช้งานอย่างไร และเมื่อได้มาแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป ลองดูนะครับ มีทั้งหมด 4 ชนิด

  1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
  2. ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน
  3. หนังสือรับรองสิทธิ
  4. หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศกึษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

หลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
คุรุสภากำหนดหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ดังนี้

1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  

หมายถึง หลักฐานซึ่งออกให้ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้และมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา มีสิทธิประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุมตามกฎหมาย

การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นไตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุครากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม ดังนี้ (1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ (2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง (3) ผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด และเป็นไปตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2547

2. ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  

หมายถึง หลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ถือว่ามีเฉพาะมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู ตามข้อบังคับคุรุสภา มีสิทธิประกอบวิชาชีพครู โดยอยู่ในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และเมื่อได้ปฏิบัติการสอนเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้นำหลักฐานการผ่านการรับรองประสบการณ์การสอนจากสถานศึกษาประกอบกับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนมาขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ ใบอนุญาตปฏิบัติการสอนนี้มีอายุใช้ได้ 2 ปี เมื่อครบอายุ 2 ปี แล้วสามารถขอรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนได้อีกครั้งหนึ่ง

การออกใบอนุญาตปฏิบัติการสอนเป็นไป ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43 ที่กำหนดให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ เป็นวิชาชีพควบคุม และห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ตาม (3) คือนักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรม หรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งทำากรฝึกหัด หรืออบรมในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ให้การศึกษา หรือฝึกอบรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด และเป็นไปตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ.2550

2. หนังสือรับรองสิทธิ  

หมายถึง หนังสือที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาออกให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2547 และข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2548 เพื่อใช้แสดงว่าผู้ถือหนังสือเป็นผู้มีสิทธิในการประกอบวิชาชีพทางการศกึษาและอยู่ในระหว่างการดำเนินการเสนอออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้ผู้ยื่นคำขอ หนังสือรับรองสิทธิมีอายุ 60 วัน นับตั้งแต่วันออก

4. หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา  

หมายถึง หนังสือที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาออกให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2547 และข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2548 แต่หน่วยงานหรือสถานศึกษามีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องการให้ผู้นั้นประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประกอบวิชาชีพได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะกรรมการคุรุสภา จึงอนุมัติเป็นหลักการมอบให้เลขาธิการคุรุสภาอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ได้โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นเวลา 2 ปีั นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา โดยมีเงื่อนไขผู้ได้รับอนุญาตจะต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คุรุสภากำหนด เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป และหากผู้ได้รับอนุญาตลาออกจากสถานศึกษาที่ขออนุญาตการอนุญาตดังกล่าวถือว่ายกเลิก

18arrow4 คลิกที่นี่ เพื่อดูหน้าตาของใบอนุญาตประเภทต่างๆ


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แนวข้อสอบ ธ.ก.ส. 2556 แจกฟรี!!

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แนวข้อสอบ ธ.ก.ส. แจกฟรี คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ได้ใช้เป็นแนวทางในการเตรียมสอบ ธ.ก.ส. หรืออย่างน้อยสุดก็ฝึกทำเพิ่มความชำนาญ อย่างไรก็ลองดาวน์โหลดไปลองทำดูนะครับ ดาวน์โหลดฟรีครับ

รายละเอียดเกี่ยวกับการรับสมัครสอบ » ธ.ก.ส. เปิดรับสมัครสอบ 2556 “ผู้ช่วยพนักงานธุรการ” 260 อัตรา (1-7 ก.พ.2556)

ใครดาวน์โหลดไม่ได้ลองคลิกที่ลิงค์ข้างล่างนะครับ แยกเป็นหน้าทั้งหมด 92 หน้าครับ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ข่าวดี!! ไม่ได้จบครู มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน สมัครสอบครูผู้ช่วยได้

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ข่าวดีจาก ก.ค.ศ. สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ปริญญาตรีทางการศึกษา เดิมทีจะไม่สามารถสมัครสอบครูผู้ช่วยได้จนกว่าจะมีใบประกอบวิชาชีพครู วันนี้โอกาสเปิดแล้วครับ

ผลจากการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งล่าสุดได้มีการนำประเด็นการปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่ง ครูผู้ช่วย จากเดิมที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเท่านั้นจึงจะสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ โดยปรับเป็นว่า "มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบอนุญาตปฏิับัติการสอน" และอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ตอนนี้ขอให้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ก็สมัครสอบครูผู้ช่วยได้แล้วครับ ว่าแต่เจ้าใบอนุญาตปฏิบัติการสอน จะไปหามาครอบครองจากที่ใดอย่างไร เท่าที่ผมทราบคือทดสอบมาตรฐานวิชีพครูครบ 9 มาตรฐานก็ขอใบอนุญาตปฏิบัติการสอนได้ครับ เมื่อสอบครูผู้ช่วยได้รับการบรรจุได้ปฏิบัติการสอนครบ 1 ปี ให้ผู้บริหารสถานศึกษาประเมินแล้วไปขอใบประกอบวิชาชีพครู ส่วนการเรียน ป.บัณฑิต ผมไม่แน่ใจ อย่างไรจะลองถามผู้รู้ได้ความอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังนะครับ หรือท่านใดพอทราบจะอนุเคราะห์ให้ความกระจ่างก็จักขอบพระคุณอย่างสูงครับ


ศึกษาธิการ – ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ เฉพาะประเด็น

๑) ขออนุมัติปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย

๒) อนุมัติตั้งอนุกรรมการผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

๓) อนุมัติย้ายและแต่งตั้งรอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

๔) คุณสมบัติของอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ กรณีมีอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์

l ขออนุมัติปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย

จากการที่ ก.ค.ศ.ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งไว้ คือ

๑) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด ๒) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้น

ในปัจจุบันผู้ที่จบปริญญาตรีขึ้นไป มีหลากหลายสาขาที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน เช่น วิศวกรรม สถาปัตยกรรม เครื่องยนต์ เครื่องกล ฯลฯ ซึ่งผู้จบสาขาเหล่านี้ไม่ได้จบ วิชาชีพครู แต่หน่วยงานหรือสถานศึกษามีความจำเป็นต้องใช้บุคคลดังกล่าวเข้ามาจัดการ เรียนการสอนในสถานศึกษา จึงเห็นควรเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ที่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนจากคุรุสภา แต่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย

 

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว อนุมัติให้ปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วยตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ.เสนอ โดยปรับคุณสมบัติเฉพาะข้อ ๒) จากเดิมมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบอนุญาตปฏิบัติการสอน


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ใครไม่ได้จบปริญญาตรีทางการศึกษา..แต่อยากเป็นครูฟังทางนี้!!

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลายท่านอยากเป็นครูแต่ไม่ได้จบสายครูมา ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ และคิดว่าบางท่านอาจจะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นคุณครู ยังพอมีหนทางที่ไม่ต้องกลับไปเรียนปริญญาตรีใหม่ โดยการไปสมัครทดสอบความรู้ ตามมาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา ให้ครบทั้ง 9 มาตรฐาน ซึ่งปกติจะเปิดรับสมัครให้เข้ารับการทดสอบประมาณปีละครั้ง โดยรับสมัครผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา โดยในความรู้ที่จะต้องทดสอบให้ผ่านมีดังนี้

  1. ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู
  2. การพัฒนาหลักสูตร
  3. การจัดการเรียนรู้
  4. จิตวิทยาสำหรับครู
  5. การวัดและประเมินผลการศึกษา
  6. การบริหารจัดการในห้องเรียน
  7. การวิจัยทางการศึกษา
  8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
  9. ความเป็นครู

หลังจากผ่านการรับรองความรู้ 9 มาตรฐาน ถ้ายังไม่มีประสบการณ์วิชาชีพไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัิติการสอน เพื่อให้ได้มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ (ฝึกสอน 1 ปี) เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

หากใครไม่ชอบการทดสอบความรู้ 9 มาตรฐานดังกล่าว ก็ยังมีทางเลือกคือ เรียน ป.บัณฑิต (วิชาชีพครู) หรือประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู หลักสูตร 1 ปี ในสถาบันการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง ดังนี้

1.ม.รามคำแหง
2.ม.ศิลปากร
3.ม.สงขลานครินทร์
4.ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
5.ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
6.มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.) มหาสารคาม
7.มรภ.ร้อยเอ็ด
8.มรภ.ลำปาง

9.มรภ.กาญจนบุรี
10.ม.ราชภัฎกำแพงเพชร
11.มรภ.จันทรเกษม
12.ม.ราชภัฎเชียงราย
13.มรภ.เชียงใหม่
14.มรภ.เทพสตรี
15.มรภ.พระนคร
16.มรภ.พระนครศรีอยุธยา
17.มรภ.พิบูลสงคราม
18.มรภ.ภูเก็ต
19.มรภ.ราชนครินทร์
20.มรภ.รำไพพรรณี
21.มรภ.ศรีสะเกษ
22.มรภ.สกลนคร
23.มรภ.สงขลา
24.มรภ.สวนดุสิต
25.มรภ.สุราษฏร์ธานี
26.มรภ.สุรินทร์
27.มรภ.หมู่บ้านจอมบึง
28.มรภ.อุดรธานี
29.มรภ.นครปฐม
30.มรภ.นครราชสีมา
31.มรภ.นครศรีธรรมราช
32.มรภ.นครสรรค์
33.มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
34,มรภ.อุบลราชธานี
35.ม.การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น
36.ม.เซนต์จอห์น และ
37.ม.วงษ์ชวลิตกุล

แต่อย่างไร ไม่ว่าจะเลือกวิธีการสอบ หรือวิธีการเรียน ป.บัณฑิต ก็ต้องผ่านประสบการณ์การสอน 1 ปี (ฝึกสอน) ป.บัณฑิตส่วนนี้ทางมหาวิทยาลัย และให้ผูบริหารสถานศึกษาทําการประเมินการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ

 

ศึกษาเพิ่มเติมจากรายละเอียดในคู่มือการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คลิกที่นี่ และลองศึกษา

ประกาศรับสมัคร ทดสอบความรู้ ตามมาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา ครั้งที่ 10  คลิกที่นี่

ลองดูหลักสูตร ป.บัณฑิต (วิชาชีพครู) ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คลิกที่นี่


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

การขอดูคะแนนผลการสอบของ ก.พ.

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

การขอข้อมูลผลการสอบของ ก.พ.

หลักฐานที่ต้องใช้

  1. ใบคำ้ร้องขอข้อมูลผลการสอบ
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  4. ใบมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจ พร้อมรับรอง "สำเนาถูกต้อง" (สำหรับกรณี มาติดต่อขอดูคะแนนให้บุคคลอื่นเท่านั้น)
  5. ซองเปล่าติดแสตมป์ 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง (กรณีให้ส่งทางไปรษณีย์)

วิธีการขอดูคะแนนผลการสอบ

  1. การติดต่อขอข้อมูลการสอบด้วยตนเอง ให้นำหลักฐานข้อ 1-4 มาแสดง (สามารถรอรับได้เลย) ติดต่อได้ที่ "อาคาร 8 ชั้น 3 กลุ่มงานประมวลผลการสอบฯ ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. นนทบุรี"
  2. การติดต่อขอข้อมูลผลการสอบทางไปรษณีย์ (ขอดูคะแนนได้เฉพาะของตนเองเท่านั้น) ให้ปฏิบัติดังนี้
    1. download คำร้อง และกรอกข้อความในใคำร้องให้สมบูรณ์
    2. แนบหลักฐานตามข้อ 2-5
    3. นำเอกสารทั้งหมดใส่ซอง ส่งไปที่

      "กลุ่มงานประมวลผลการสอบฯ ศูนย์สรรหาและเลือกสรร
       47/101 สำนักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์
       ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง
       จังหวัดนนทบุรี 11000"
       

 

ดาวน์โหลด» ใบมอบอำนาจ

 


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

การขอใบแทนหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก. (กรณีสูญหาย หรือไม่ไดรับ)

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

การขอใบแทนหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก.
(กรณีสูญหาย หรือไม่ได้รับ)
 
หลักฐานที่ต้องใช้
  1. ใบคำร้องขอใบแทนหนังสือรับรองฯ 
  2. ใบแจ้งความเอกสารหาย (ใช้เฉพาะกรณีสูญหายเท่านั้น)
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  5. ซองเปล่าติดแสตมป์ 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง (กรณีให้ส่งทางไปรษณีย์)

วิธีการขอใบแทนฯ

  1. การติดต่อขอรับด้วยตนเอง พร้อมนำหลักฐานข้อ 1-4 มาแสดง (สามารถรอรับได้เลย) ติดต่อได้ที่ "อาคาร 8 ชั้น 3 กลุ่มงานประมวลผลการสอบฯ ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. นนทบุรี"
  2. การติดต่อขอรับทางไปรษณีย์ ให้ปฏิบัติดังนี้
    1. Download คำร้อง และกรอกข้อความในใบคำร้องให้สมบูรณ์
    2. แนบหลักฐานตามข้อ 2-5
    3. นำเอกสารทั้งหมดใส่ซอง ส่งไปที่
      "กลุ่มงานประมวลผลการสอบฯ
      ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์
      ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000"

 

 


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •