-
ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบ 22 ธ.ค. -22 ธ.ค. 2559 |ผู้บริหารทีม

“ธนาคารแห่งประเทศไทย“
ลิงค์: https://iqepi.com/36747/ หรือ
ตำแหน่ง: ผู้บริหารทีม
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
อัตราเงินเดือน: –
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 22 ธ.ค. – 22 ธ.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

ธนาคารแห่งประเทศไทยกรุงเทพมหานคร
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบ
ประสบการณ์
● มีประสบการณ์ด้านห้องค้าเงิน หรือบริหารการลงทุน หรือพัฒนาตลาดการเงิน ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ความรับผิดชอบหลัก
● ศึกษาและวางแผนแนวทางผลักดันการพัฒนาตลาดการเงิน ภายใต้กรอบการดำเนินงานของ Market Committee ดังนี้
● 1) การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ : ดำเนินการ register FX/MM traders และ update ประวัติทุก 6 เดือน กำหนดกรอบ requirement การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในห้องค้า หลักสูตรอบรม การจัดทำคู่มือเนื้อหาหลักสูตร รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการทดสอบเพื่อ certify
● 2) การพัฒนาอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง เช่น ศึกษา ผลักดันการพัฒนา OIS และการจัดทำอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับ OIS
คุณสมบัติทั่วไปผู้สมัคร
● สัญชาติไทย อายุไม่เกิน 45 ปี ณ วันที่ยื่นใบสมัคร
● สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป สาขาเศรษฐศาสตร์ หรือการเงินการธนาคาร (GPA ระดับปริญญาตรี ไม่น้อยกว่า 2.7 หรือเทียบเท่า)
● หากเป็นเพศชาย ต้องผ่านการรับราชการทหาร หรือพ้นการเกณฑ์ทหารแล้ว หรือมีหลักฐานแสดงว่าไม่ต้องรับราชการทหาร
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งงาน
● มีทักษะความสามารถภาษาอังกฤษคะแนน TOEIC 750 ขึ้นไป โดยผลการสอบภาษาอังกฤษจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี ณ วันที่ยื่นใบสมัคร
● มีความรู้ความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลาย รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจภาวะเศรษฐกิจ ตลาดการเงินเป็นอย่างดี
ทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน
● มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
● มีตรรกะในการประเมินสถานการณ์ กล้าตัดสินใจ
● สามารถทำงานภายใต้สภาวะกดดันและเวลาอันจำกัดได้ดี
● มีความสามารถในการสื่อสาร มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
การทดสอบ
● ทดสอบข้อเขียน และการสอบสัมภาษณ์ (โดยจะแจ้งวันสอบสัมภาษณ์ให้ทราบภายหลัง)
อัตราเงินเดือนเริ่มต้น
● เงินเดือน : ตามที่ตกลง
● ระยะเวลาการจ้าง : 1- 2 ปี โดย ธปท. อาจพิจารณาต่อสัญญาจ้างได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของส่วนงาน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
● ทีมสรรหาภายนอก ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ E-mail ที่ Recruit2@bot.or.thสมัครงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย งานราชการ กรุงเทพมหานคร ธนาคารแห่งประเทศไทย รับสมัคร สอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย2559 สอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย 59
ehenbook.com ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง ธนาคารแห่งประเทศไทย :online
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ ธนาคารแห่งประเทศไทย คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | เว็บรับสมัคร | -
ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบ 22 ธ.ค. -29 ธ.ค. 2559 |ผู้วิเคราะห์

“ธนาคารแห่งประเทศไทย“
ลิงค์: https://iqepi.com/36746/ หรือ
ตำแหน่ง: ผู้วิเคราะห์
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
อัตราเงินเดือน: 46,000-
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 22 ธ.ค. – 29 ธ.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

ธนาคารแห่งประเทศไทยกรุงเทพมหานคร
ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบ
ประสบการณ์
● มีประสบการณ์ด้านตลาดการเงิน หรือพัฒนาตลาดการเงิน หรือการจัดทำประกาศ/ระเบียบ หรือทดสอบระบบทางด้านตลาดการเงิน ไม่น้อยกว่า 2 ปี
ความรับผิดชอบหลัก
● ตำแหน่งงานที่ 1
● ปฏิบัติงานในเรื่องที่ริเริ่มใหม่ภายใต้แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินและภายใต้คณะกรรมการตลาดการเงินไทย โดยเฉพาะในด้านการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในห้องค้า (FX และ ตลาดเงิน) เช่น จัดทำระบบการขึ้นทะเบียน dealers การกำหนดกระบวนการ certification ตลอดจนหลักสูตร เนื้อหา และจัดสอบ
● จัดทำหลักสูตรและการทดสอบคุณสมบัติของ traders ในห้องค้า ตลอดจนจัดทำคู่มือรวมกฎระเบียบต่างๆของห้องค้า (Blue Book)
● ตำแหน่งงานที่ 2
● จัดทำสัญญา THBFIX กับ Reuters ในการทำหน้าที่ administrator และการจัดทำ code of conduct สำหรับการทำหน้าที่ administrator, calculating agent, และ contributors ตลอดจนการจัดทำระบบ monitor ความถูกต้องของข้อมูลและ calculations
● ตำแหน่งที่ 3
● จัดทำ/ทดสอบระบบรองรับงานด้าน operations/ dealing room เช่น ระบบงานสำหรับธุรกรรม SBL (ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม วิธีการจัดสรรพันธบัตร เพิ่มความยืดหยุ่นในการคืนก่อนกำหนด) รวมทั้งการจัดทำระเบียบที่เกี่ยวข้อง
● จัดทำ/ทดสอบระบบรองรับการปล่อยสภาพคล่องฉุกเฉินตามมาตรา 41 (Emergency Liquidity Assistance)
คุณสมบัติทั่วไปผู้สมัคร
● สัญชาติไทย อายุไม่เกิน 35 ปี ณ วันที่ยื่นใบสมัคร
● สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินการธนาคาร กฎหมายธุรกิจ หรือ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (GPA ระดับปริญญาตรี ไม่น้อยกว่า 2.7 หรือเทียบเท่า)
● ทักษะความสามารถภาษาอังกฤษ คะแนน TOEIC 750 ขึ้นไป โดยผลการสอบภาษาอังกฤษจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี ณ วันที่ยื่นใบสมัคร
● มีความรู้ความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลาย รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจภาวะเศรษฐกิจ ตลาดการเงินเป็นอย่างดี
● หากเป็นเพศชาย ต้องผ่านการรับราชการทหาร หรือพ้นการเกณฑ์ทหารแล้ว หรือมีหลักฐานแสดงว่าไม่ต้องรับราชการทหาร
ทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน
● มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
● มีตรรกะในการคิดวิเคราะห์
● สามารถทำงานภายใต้สภาวะกดดันและเวลาอันจำกัดได้ดี
● มีความสามารถในการสื่อสาร มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
การทดสอบ
● สอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์ (ท่านจะได้รับ Email แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่อไป)
ขั้นตอนดำเนินการ
● ระยะเวลาการจ้าง : 2 ปี โดยทำสัญญาปีต่อปี และสามารถต่อสัญญาจ้างได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของส่วนงาน
● ธปท. สงวนสิทธิในการพิจารณาบรรจุพนักงานสัญญาจ้างเป็นพนักงานประจำหรือไม่ก็ได้ตามความเหมาะสม
● หมายเหตุ : หากมีตำแหน่งงานอื่นที่มีลักษณะงานและต้องการงานที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันว่างเพิ่มเติมภายหลัง ธปท.จะพิจารณาผู้สมัครงานสำหรับตำแหน่งงานดังกล่าวด้วย โดยจะได้สอบถามความสมัครใจของผู้สมัครประกอบการพิจารณา
อัตราเงินเดือนเริ่มต้น
● ค่าตอบแทนเริ่มต้นที่ 46,000+ หรือตามที่ตกลง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
● ทีมสรรหาภายนอก ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ E-mail ที่ Recruit2@bot.or.thสมัครงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย งานราชการ กรุงเทพมหานคร ธนาคารแห่งประเทศไทย รับสมัคร สอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย2559 สอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย 59
ehenbook.com ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง ธนาคารแห่งประเทศไทย :online
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ ธนาคารแห่งประเทศไทย คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | เว็บรับสมัคร | -
ศูนย์เอราวัณ เปิดรับสมัครสอบ 21 ธ.ค. -10 ม.ค. 2560 |นักวิชาการสาธารณสุข,เจ้าพนักงานพัสดุ,พนักงานรับแจ้งเหตุทางการแพทย์,พนักงานขับรถยนต์,เวชกรฉุกเฉิน

“ศูนย์เอราวัณ“
ลิงค์: https://iqepi.com/36737/ หรือ
ตำแหน่ง: นักวิชาการสาธารณสุข,เจ้าพนักงานพัสดุ,พนักงานรับแจ้งเหตุทางการแพทย์,พนักงานขับรถยนต์,เวชกรฉุกเฉิน
ระดับการศึกษา: ม.ต้น,ม.ปลาย,ปวช.,ปริญญาตรี
อัตราเงินเดือน: 6,000-30,000
อัตราว่าง: 43
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร,กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 21 ธ.ค. – 10 ม.ค. 2560
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

ศูนย์เอราวัณกรุงเทพมหานคร
ศูนย์เอราวัณ เปิดรับสมัครสอบ
สมัครงาน ศูนย์เอราวัณ งานราชการ กรุงเทพมหานคร,กรุงเทพมหานคร ศูนย์เอราวัณ รับสมัคร สอบ ศูนย์เอราวัณ2559 สอบ ศูนย์เอราวัณ 59
ehenbook.com ศูนย์เอราวัณ เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง ศูนย์เอราวัณ :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ ศูนย์เอราวัณ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดรับสมัครสอบ 28 พ.ย. -20 ธ.ค. 2559 |เศรษฐกร,นักวิชาการเงินและบัญชี,นิติกร,นักจัดการงานทั่วไป

“สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ“
ลิงค์: https://iqepi.com/36717/ หรือ
ตำแหน่ง: เศรษฐกร,นักวิชาการเงินและบัญชี,นิติกร,นักจัดการงานทั่วไป
ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี,ปริญญาโท
อัตราเงินเดือน: 17,500-15,000
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 28 พ.ย. – 20 ธ.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะกรุงเทพมหานคร
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดรับสมัครสอบ
สมัครงาน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ งานราชการ กรุงเทพมหานคร สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ รับสมัคร สอบ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ2559 สอบ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 59
ehenbook.com สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ :online
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ – |อ่านเตรียมสอบได้เลย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (2560-2564)

“สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”
ลิงค์: https://iqepi.com/36654/ หรือ
เรื่อง: อ่านเตรียมสอบได้เลย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (2560-2564)
—


แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (2560-2564)
มติ ครม.อนุมัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ20ปี ยึด กรอบพัฒนาที่ยั่งยืน
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติอนุมัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่12พ.ศ.2560-2564ทั้งนี้ได้เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงศึกษาธิการ และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ใช้แผนพัฒนาสุขภาพฉบับที่12เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานพัฒนาด้านสุขภาพของประเทศ ตามห้วงระยะเวลาของแผน สำหรับแผนพัฒนาแห่งชาติ ฉบับที่12จะสอดรับกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติระยะ20ปี และจะยึดกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และสอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข
ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับแผนที่12มีสาระสำคัญ โดยมียุทธศาสตร์ทั้งหมด4ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.สร้างเสริมสุขภาพคนไทยเชิงรุก ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีศักยภาพ ความรู้ และทัศนคติที่ถูกต้องด้านสุขภาพ2.การสร้างความเป็นธรรม ความเลื่อมล้ำในการบริการสุขภาพ ที่จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบที่มีแพทย์ เวชศาสตร์ กระจายครบคลุมทุกพื้นที่3.การพัฒนาและสร้างกลไกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบ กลไก การบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพในทุกระดับ และ4.การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งในระบบสุขภาพ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนา ระบบสนับสนุนการบริการสุขภาพ ระบบข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ การเงิน การคลังด้านสุขภาพ รวมไปถึงยาและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ
• ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
• เอกสารประกอบเล่ม 1 กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 และความเชื่อมโยงของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 กับกรอบการพัฒนาสำคัญ
• เอกสารประกอบเล่ม 2 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญภายใต้ (ร่าง) แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12
• เอกสารประกอบเล่ม 3 Powerpoint Presentation แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12
• Chart ขนาด A3 แผนผังสรุปสาระสำคัญของยุทธศาสตร์การพัฒนาของร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12
ของแถมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีทั้งหมด 11 ฉบับตั้งแต่พ.ศ.2504 จนถึงปัจจุบัน เกือบ 50 ปีที่ประเทศไทยได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นตัวแบบในการพัฒนาประเทศ ในอดีตที่ผ่านมามิติของกระบวนการพัฒนาส่วนใหญ่ได้เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก และเป็นการกำหนดแผนพัฒนาฯจากส่วนกลางและนำไปสู่การปฏิบัติ ทำให้ขาดมิติของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแผนพัฒนาฯ ส่วนมิติของการมีส่วนร่วมของประชาชนได้เพิ่งเกิดปรากฎขึ้นในแผนฯ ฉบับที่ 8 แต่กระบวนการจัดทำแผนพัฒนายังเป็นรูปแบบบนลงล่าง (top-down)ผู้บริหารประเทศเป็นผู้กำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชน ส่งผลให้การพัฒนาไม่เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงของคนในชุมชน รวมถึงไม่สอดคล้องกับบริบทที่แตกต่างของแต่ละชุมชน ประเทศไทยได้ประกาศใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ฉบับแรกตั้งแต่ปี 2504 โดยอยู่ในสมัยของ พณ. นายกรัฐมนตรีจอมพล สฤิษดิ์ ธนะรัชต์ จนถึงปี พ.ศ. 2547 ประเทศไทยได้ประกาศใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม มาแล้ว 10 ฉบับด้วยกัน โดยในแผนฯ แต่ละฉบับ มีจุดเน้นพอสรุปได้ดังนี้
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – 2509) เป็นแผน ฯ ฉบับแรกและฉบับเดียวที่มีระยะเวลาของแผน 6 ปี จุดเน้นของแผน ฯ นี้คือ การปูพื้นฐานเพื่อการเร่งรัดพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Facilities) อันได้แก่การแร่งรัดสร้างระบบชลประทาน พลังงาน ถนน ทางรถไฟและการคมนาคมอื่น ๆ รวมทั้งโครงการบริการต่าง ๆ (Services Project) เช่น โครงการวิจัยทดลองด้านเกษตร อุตสาหกรรม และโครงการพัฒนาการศึกษาสาธารณสุข
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510 – 2514) เน้นการพัฒนาสังคม ยกระดับมาตรฐานการครองชีพ ขยายพลังการผลิตรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ กระจายการพัฒนา และเร่งรัด การพัฒนาสู่ชนบท
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515 – 2519) ยังมีจุดเน้นด้านการกระจายความเจริญสู่ชนบท พยายามลดช่องว่างคนรวยกับคนจน ขยายการผลิตและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เน้นให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และให้ความสำคัญกับการวางแผนครอบครัว และการมีงานทำเป็นครั้งแรก
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520 – 2524) มีการกระจายการพัฒนาในรูปแบบภาค และภูมิภาคเพื่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรม มีโครงการผันเงิน อาสาพัฒนาชนบท การสร้างงานในชนบท(กสช) โดยมีการเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไป
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525 – 2529) เป็นแผนที่มีการกำหนดการดำเนินงานในเชิงรับ และเชิงรุก เน้นการแก้ปัญหาความยากจน โดยการกำหนดพื้นที่ตามระดับความยากจน มีพื้นที่เป้าหมาย ชนบทยากจนทั่วประเทศ 286 อำเภอ และรักษาวินัยทางการเงิน การคลัง แก้ปัญหาการขาดดุลการค้า
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530 – 2534) เป็นแผนที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนามากขึ้น เน้นให้มีการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและชนบทมากขึ้น
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535 – 2539) มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 – 2544) ในแผนนี้ กำหนดให้ คนเป็นจุดหมายหลักของการพัฒนา เน้นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) เน้นการวางแผนพัฒนาแบบองค์รวม หรือบูรณาการระหว่างเศรษฐกิจกับสังคมเข้าด้วยกัน มุ่งเน้นความเป็นไทย และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2544 – 2549) เป็นแผนที่มีปรัชญาการพัฒนาบิรหารประเทศตามกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง เศรษฐกิจแบบพอเพียง มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งยั่งยืน มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจที่สามารถพึ่งตนเองได้ รวมทั้งความเข้มแข็งของชุมชนและเครือข่ายชุมชนให้เกิดการเชื่อมโยงการพัฒนาทั้งชนบทและเมืองอย่างยั่งยืน มีการดูแลจัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสังคมไทย เป้าหมายสำคัญของแผนฯ ฉบับนี้คือ การสร้างดุลภาพทางเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตการบริหารจัดการระบบราชการทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นที่ดี กระจายอำนาจให้เกิดการบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเน้นการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบให้เกิดผล มีการดำเนินการทางเศรษฐกิจที่เอื้ออาทรต่อคนจน เปิดโอกาสและสร้างศักยภาพในการพัฒนาให้คนจนมีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกัน สามารพึ่งตนเองได้ สามารถลดอัตราคนจนให้เหลือไม่เกินร้อยละ 12 ของประชากรทั้งประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554)ป็นแผนที่การเตรียมความพร้อมของคนและระบบให้มีภูมิคุ้มกัน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยังคงอัญเชิญ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวปฏิบัติในการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่มี “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 และให้ความสำคัญต่อการรวมพลังสังคมจากทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมดำเนินการในทุกขั้นตอนของแผนฯ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การปฏิบัติ รวมทั้งการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง มุ่งพัฒนาสู่ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน (Green and Happiness Society)คนไทยมีคุณธรรมนำความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุขเศรษฐกิจมีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี”
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 และได้จัดทำวิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ปี 2570 ซึ่งสาระสำคัญในแต่ละประเด็นดังต่อไปนี้ คือ1. ความท้าทายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ :โอกาสของประเทศไทย ซึ่งได้วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ เช่น ด้านการเงิน ด้านพลังและอาหาร ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้านแนวคิดการบริหารจัดการเศรษฐกิจและธุรกิจ ด้านการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศและการเมืองโลก และโอกาสของประเทศไทย
2. เศรษฐกิจสร้างสรรค์: ทางเลือกเศรษฐกิจไทย ได้วิเคราะห์และเสนอว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือ แนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนฐานของการใช้องค์ความรู้ (Knowledge) การศึกษา(Education) การสร้างสรรค์งาน (Creativity)และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา(Intellectual property)ที่เชื่อมโยงกับรากฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ของสังคม และเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่
3. ภาวะโลกร้อน :รู้วิกฤติ สร้างโอกาสการพัฒนา ได้วิเคราะห์แนวโน้มที่ประเทศไทยต้องเผชิญในอนาคตทั้งทางด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านต่างๆเช่น ทิศทางการพัฒนาประเทศเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรชีวภาพ ความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน เป็นต้น
4. สถาปัตยกรรมทางสังคม: ทางเลือกใหม่ของคนไทย ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากของประเทศไทย และสถาปัตยกรรมทางสังคมในระยะต่อไป เช่น 1)การปรับโครงสร้างทางสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพโดยนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ต่อยอดกับทุนทางสังคม วางรากฐานการพัฒนาสังคมที่ฐานราก การออกแบบสังคมที่มีคุณภาพจากสังคมใน4 มิติคือ สังคมแห่งความเอื้ออาทรและความสมานฉันท์(Social Cohesion) ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม (Socio-Economic Security) การรวมกลุ่มเพื่อสร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเป็นธรรม(Social Inclusion) การเสริมสร้างพลังทางสังคม(Socail Empowerment) 2) พัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ โดยเน้นกระบวนการพัฒนาที่คนเป็นศูนย์กลางทุกภาคส่วนสนับสนุน โดยภาคประชาชน ชุมชน เป็นผู้มีบทบาทเจ้าของเรื่อง เป็นกงล้อหลัก มีบทบาทสำคัญตลอดกระบวนการ ภาครัฐ ลดบทบาทความเป็นเจ้าของเพื่อเป็นผู้หนุนการสร้างศักยภาพของชุมชนและเอกชน
5. สัญญาประชาคมใหม่: พลังขับเคลื่อนสังคมสู่สมดุล ได้วิเคราะห์และเสนอไว้ว่า สัญญาประชาคม หมายถึง ค่านิยมที่ประชาชนตกลงร่วมกันด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันในสังคมอย่างมีพลวัตตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม โดยเน้นการดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมอันดีของไทยตามภูมิภาคต่างๆยึดหลักคุณธรรมและความเป็นธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตรักษาสิทธิของตนเองโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ปฏิบัติหน้าที่พลเมืองให้ครบถ้วนและมีจิตสาธารณะ ยึดหลักแก้ไขความขัดแย้งในสังคมด้วยสันติวิธี เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปลอดภัยและมีความมั่นคงในชีวิตและทรัพยสิน และได้มีทิศทางการพัฒนาสัญญาประชาคมใหม่ ไว้ 5 ประเด็น คือ
1) ปรับกระบวนทัศน์ (paradigm) การพัฒนาประเทศใหม่โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา
2) สร้างค่านิยมร่วม (Shared Value)
3) พัฒนากระบวนการสัญญาประชาคม บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ โดยดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่การสร้างความคิดร่วม (Social Consensus) การหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับและยึดถือ (Social Commitment)และนำไปสู่การปฏิบัติ(Action)โดยถ้วนหน้ากัน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดย พัฒนากลไกในระดับภาพรวม และพัฒนากลไกลในระดับชุมชน
4) สร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้าง กลไกและกระบวนการบริหารจัดการของทุกภาคส่วนของสังคม
5) ขับเคลื่อนและวางระบบการติดตามประเมินผลในทุกระดับ
จากเนื้อหาสาระโดยสรุปของแผนฯฉบับที่ 11และวิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ปี 2570 นั้นทำให้เห็นมิติของกระบวนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในหลายประเด็น ที่สำคัญคือในส่วนของสถาปัตยกรรมทางสังคม ได้มีเนื้อหาที่สื่อถึงมิติในงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเน้นให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นหลักและเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการพัฒนา ในส่วนของสัญญาประชาคมใหม่ ได้กล่าวถึง กระบวนการสัญญาประชาคม บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ โดยดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่การสร้างความคิดร่วม (Social Consensus) การหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับและยึดถือ (Social Commitment)และนำไปสู่การปฏิบัติ (Action) ซึ่งเป็นภาพรวมและแนวทางกว้างๆในการนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป
เนื้อหาสาระของ แผนฯ11 ส่วนใหญ่กล่าวถึงเศรษฐกิจรวมทั้งแนวโน้มทางด้านเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ยังมีเนื้อหาสาระบางส่วนที่ขาดหายไป เช่น มิติของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่สามารถเอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน กระบวนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ที่มา: https://sites.google.com/site/archcommunitydevelopment/national-developement-plan -
มทร.พระนคร เปิดรับสมัครสอบ 6 ธ.ค. -13 ธ.ค. 2559 |เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป,นักวิชาการศึกษา,ผู้ปฏิบัติงานบริหาร

“มทร.พระนคร”
ลิงค์: https://iqepi.com/36638/ หรือ
ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป,นักวิชาการศึกษา,ผู้ปฏิบัติงานบริหาร
ระดับการศึกษา: ปวส.,ปริญญาตรี
อัตราเงินเดือน: 11,500-15,000
อัตราว่าง: 7
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 6 ธ.ค. – 13 ธ.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

มทร.พระนครกรุงเทพมหานครมทร.พระนคร เปิดรับสมัครสอบ
ชื่อตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
อัตราเงินเดือน : 15000 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี
รายละเอียดวุฒิ : – เพศหญิง/เพศชาย
– ปริญญาตรี ทุกสาขา
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – จัดทำข้อมูลข่าว จดหมายข่าวประจำเดือน และรายสามเดือน
– จัดทำข้อมูล รูปภาพ ออกแบบ แผ่นพับคณะ และสาขาวิชา
– จัดทำข้อมูล รูปภาพ ออกแบบ แผ่นป้าย แบรนด์เนอร์ โปสเตอร์
ประชาสัมพันธ์คณะ
– ติดต่อประสานงานกับหน่วยข่าวภายนอก
– ถ่ายภาพ วิดีโอ กิจกรรมต่างๆ ทั้งในคณะ และนอกคณะ
– ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายภายในคณะ
– ติดประกาศป้ายประชาสัมพันธ์งานต่างๆ ภายในคณะ ที่ได้รับมอบหมาย
– ประกาศ ประชาสัมพันธ์ ข่าวสารของคณะ ผ่านระบบป้ายไฟวิ่ง
– ดูแลและปรับปรุงกล้องวงจรปิดภายในคณะ
– ให้ข้อมูลต่างๆ ผ่านทางช่องทางอีเมล์ และโทรศัพท์
– จัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ต่างๆ
– จัดทำสำเนาเอกสารตามที่ได้รับมอบหมาย
– จัดทำตัวอักษรเวที ฉากประกอบงานต่างๆ ของคณะ ตามที่ได้รับมอบหมาย
– ออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆ
– ทำหน้าที่ให้ข้อมูลต่างๆ ทางโทรศัพท์ ทั้งภายนอกและภายใน
– ทำป้าย cut-out รับสมัครสอบ พระราชทานปริญญาบัตร และการแข่งขันต่างๆ
– นำข่าวสารต่างๆ โฆษณาผ่านช่องทางเว็บไซต์
– ประสานงานด้านการถ่ายทำ VTR ทั้งภายนอกและภายใน เช่น รายการ
มหาวิทยาลัยท้าฝัน โฆษณามหาวิทยาลัย เป็นต้น
– จัดทำ VTR งานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย เช่น งานเกษียณอายุราชการ งานปัจฉิม
นิเทศ งานนำเสนอคณะกรณีมีผู้มาเยี่ยมชมคณะ
– จัดทำสตูดิโอถ่ายภาพในการจัดทำป้ายต่างๆ หรือลงเว็ปไซต์
– ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบข้อเขียน
– ออกแบบสื่องานประชาสัมพันธ์
– การเขียนสคริปต์
– การสรุปข่าวและการนำเสนอข่าวความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้น
ชื่อตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
อัตราเงินเดือน : 15000 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี
รายละเอียดวุฒิ : – เพศหญิง/เพศชาย
– ปริญญาตรี ทุกสาขา
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – รับหนังสือ เอกสาร จากหน่วยงานภายในและภายนอก ประทับตรารับหนังสือ
ลงทะเบียนรับในสมุด เสนอต่อหัวหน้างานพัสดุและส่งเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อให้กับ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
– ส่งหนังสือของหน่วยงานหรือส่งเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นำเรื่องมาลงทะเบียนส่งให้หน่วยงานหรือส่งทางไปรษณีย์หรือ FAX แล้วแต่ความ
สะดวกและรวดเร็วของแต่ละงาน
– รับเรื่องต่างๆ ส่งต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และติดต่อบริษัท ห้างร้าน เพื่อขอใบเสนอราคา แจ้ง
ให้บริษัท ห้างร้าน มารับใบสั่งซื้อและให้นำของมาส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด
– พิมพ์ใบเบิกพัสดุ และใบลงทะเบียนที่จัดซื้อให้แล้วเสร็จของแต่ละหน่วยงานและสาขา
ต่างๆ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจประจำปี และส่งให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
– พิมพ์รายละเอียดทะเบียนคุมวัสดุถาวรของสาขา และหน่วยงานฝ่ายต่างๆ ประจำปี
และส่งเก็บเป็นหลักฐาน
– พิมพ์ใบตรวจรับพัสดุ และเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
– ได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่เป็นกรรมการรับซองสอบราคาพัสดุ
– ได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาพัสดุ
– ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบข้อเขียน
– ระเบียบเกี่ยวกับงานพัสดุ
– การเขียนสัญญาข้อตกลงทางธุรกิจ
– การวางแผนและจัดการพัสดุความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้น
ชื่อตำแหน่ง : นักวิชาการศึกษา
อัตราเงินเดือน : 15000 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี
รายละเอียดวุฒิ : – เพศหญิง/เพศชาย
– ปริญญาตรี ทุกสาขา
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – จัดหางานพัฒนาคุณภาพงานสหกิจศึกษา
– งานสร้างเครือข่ายและพัฒนาความร่วมมือทางสหกิจศึกษา
– ส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการสหกิจศึกษา
– งานพัฒนาศักยภาพงานสหกิจศึกษา
– งานแผนการดำเนินงานและงบประมาณ
– ประสานงานการจัดเตรียมเอกสารเพื่อการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
– ประสานงานการจัดเตรียมที่พักอาศัยให้แก่นักศึกษา
– จัดเตรียมการรับส่งนักศึกษาไปยังสถานประกอบการ
– ประสานงานสถานประกอบการเพื่อให้งานปฏิบัติสหกิจศึกษามีคุณภาพรวมทั้ง
ดำเนินการนิเทศงาน
– ให้ความช่วยเหลือนักศึกษากรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบข้อเขียน
– ความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมของกลุ่มยุโรป และกลุ่มอาเซียน
– การพัฒนาศักยภาพงานสหกิจศึกษาและแผนการดำเนินงาน
– การจัดการศึกษาดูงานต่างประเทศและการหาคุณภาพงานต่างประเทศให้นักศึกษาความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้น
ชื่อตำแหน่ง : นักวิชาการศึกษา
อัตราเงินเดือน : 15000 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี
รายละเอียดวุฒิ : – เพศหญิง/เพศชาย
– ปริญญาตรี ทางด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.)
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – ดูแลห้องปฏิบัติการวิศวกรรมแมคคาทรอกนิกส์ เช่น ห้องปฏิบัติการด้านการออกแบบระบบอัตโนมัติห้องปฏิบัติการทางด้านหุ่นยนต์ และห้องปฏิบัติการอื่น ๆ
ทางด้านวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์
– ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบข้อเขียน
– ความรู้เกี่ยวกับทางด้านวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์และระบบการผลิตอัตโนมัติ
– ความรู้เกี่ยวกับทางด้านหุ่นยนต์ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้น
ชื่อตำแหน่ง : นักวิชาการศึกษา
อัตราเงินเดือน : 15000 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี
รายละเอียดวุฒิ : – เพศหญิง/เพศชาย
– ปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
– มีความสามารถในการใช้โปรแกรม Microsoft office ในระดับดี
– มีความสามารถในการศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาและสรุปผล
– มีความรู้ในวิชาการศึกษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่
– มีความคิดสร้างสรรค์และมีมนุษยสัมพันธ์ดี
– มีประสบการณ์ทำงานเอกสารหรือทำงานวิจัย
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – ประสานงานการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานหรือหน่วยงานภายในและภานยอกเพื่อให้เกิดความร่วมือและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
– ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริงแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
– การบริการและส่งเสริมการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา ซึ่งได้แก่ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการกำลังคน หลักสูตร ตำราเรียน ความรู้พื้นฐาน ตลอดจนความต้องการ ด้านการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา งานบริการสังคมและงานบริการวิชาการ เป็นต้น
– การศึกษาวิเคราะห์ วิจัย หลักสูตร การสร้างและพัฒนาสาขาวิชา
– การวางโครงการสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติทางการศึกษา ติดตาม ประเมินผลดำเนินการและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์วิจัยและเสนอแนะการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหลักการ ระเบียบปฏิบัติ
– การจัดทำเอกสารและฐานข้อมูลของสาขาวิชา
– การจัดประชุมอบรมและสัมมนาของสาขาวิชา
– ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบข้อเขียน
– ความรู้เกี่ยวกับวิชาการด้านการศึกษา
– ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
– ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและภารกิจของ
มหาวิทยาลัย
– ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ Microsoft officeความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้น
ชื่อตำแหน่ง : ผู้ปฏิบัติงานบริหาร
อัตราเงินเดือน : 11500 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปวส.
รายละเอียดวุฒิ : – เพศหญิง/เพศชาย
– ปวส. พาณิชยกรรม หรือคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – จัดพิมพ์เอกสาร
– จัดเก็บข้อมูล
– รายงานผลข้อมูล
– ใบตรวจรับพัสดุ
– ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบปฏิบัติ
– การใช้โปรมแกรมคอมพิวเตอร์ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ
มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้น
ชื่อตำแหน่ง : ผู้ปฏิบัติงานบริหาร
อัตราเงินเดือน : 11500 บาท
ประเภท :
จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง
ระดับการศึกษา : ปวส.
รายละเอียดวุฒิ : – เพศชาย/เพศหญิง
– วุฒิการศึกษาระดับ ปวส. ทุกสาขา
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : – จัดทำหนังสือราชการ
– ดำเนินงานโครงการประกันคุณภาพ
– จัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ของคณะ
– กรอกข้อมูลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของ สกอ. เข้าระบบฐาน Che online ของ สกอ.
– ดำเนินการปิดประกาศ ประชาสัมพันธ์ แจ้งเวียนข่าวสารต่างๆ
– จัดทำแผนการดำเนินงานประกันคุณภาพ และปฏิทินปฏิบัติงานประจำปีการศึกษาของคณะ
– จัดทำคำสั่งคณะกรรมการด้านประกันคุณภาพ
– จัดทำเป้าหมายคุณภาพระดับมหาวิทยาลัย ตามเกณฑ์ สกอ. สมศ. และ ก.พ.ร. และถ่ายทอดนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
– ติดต่อประสนงานการดำเนินงานประกันคุณภาพระดับคณะ และระดับหลักสูตร
– ดำเนินการรวบรวมข้อมูล รายงานผลการดำเนินงานหลักสูตร (มคอ.7) และรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ระดับคณะ
– ปฏิบัติงานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
สอบข้อเขียนเกี่ยวกับ
– ความรู้เกี่ยวกับงานประกันคุณภาพการศึกษาความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนน ๑๐๐ คะแนน)
– ประเมินความเหมาะกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ ทางการศึกษา ทางการงานที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความมีมนุษย์สัมพันธ์ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ มีความอดทน เสียสละ
มีความคิดริเริ่ม และมีปฏิภาณไหวพริบ มีบุคลิกภาพและท่วงทีวาจาเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ เป็นต้นสมัครงาน มทร.พระนคร งานราชการ กรุงเทพมหานคร มทร.พระนคร รับสมัคร สอบ มทร.พระนคร2559 สอบ มทร.พระนคร 59
ehenbook.com มทร.พระนคร เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง มทร.พระนคร :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ มทร.พระนคร คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
กระทรวงยุติธรรม เปิดรับสมัครสอบ 6 ธ.ค. -9 ธ.ค. 2559 |นักจัดการงานทั่วไป,นิติกร

“กระทรวงยุติธรรม”
ลิงค์: https://iqepi.com/36570/ หรือ
ตำแหน่ง: นักจัดการงานทั่วไป,นิติกร
ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี
อัตราเงินเดือน: 15,000-
อัตราว่าง: 2
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 6 ธ.ค. – 9 ธ.ค. 2559
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

กระทรวงยุติธรรมกรุงเทพมหานครกระทรวงยุติธรรม เปิดรับสมัครสอบ
ประกาศคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว ในสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อจัดจ้างบุคคลเข้าปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว
ด้วยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสอบคัดเลือกเพื่อจัดจ้างบุคคลเข้าปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จึงประกาศรับสมัครสอบคัดเลือก ดังรายละเอียดตามไฟล์แนบ (คลิกที่ลิงค์ประกาศด้านล่าง)
ตำแหน่งที่จะดำเนินการจ้าง และเงินเดือนที่จะได้รับ
-
ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป
จำนวน 1 อัตรา อัตราเงินเดือน 11,680 บาท
เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 3,320 บาท รวมจำนวน 15,000 บาทปฏิบัติงาน ณ ส่วนนโยบายและยุทธศาสตร์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สามารถปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้)
-
ตำแหน่งนิติกร
จำนวน 1 อัตรา อัตราเงินเดือน 11,680 บาท เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 3,320 บาท รวม จำนวน 15,000 บาท
ปฏิบัติงาน ณ ส่วนนโยบายและยุทธศาสตร์ยุติธรรมชุมชนและยุติธรรมจังหวัด สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
สมัครงาน กระทรวงยุติธรรม งานราชการ กรุงเทพมหานคร กระทรวงยุติธรรม รับสมัคร สอบ กระทรวงยุติธรรม2559 สอบ กระทรวงยุติธรรม 59
ehenbook.com กระทรวงยุติธรรม เปิดสอบ
วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง กระทรวงยุติธรรม :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: 13 ธ.ค. 2559
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:ดาวน์โหลดไฟล์ กระทรวงยุติธรรม คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
-
ครม.ไฟเขียว – |ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาท ตามพื้นที่

“ครม.ไฟเขียว”
ลิงค์: https://iqepi.com/36541/ หรือ
เรื่อง: ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาท ตามพื้นที่
—

ครม.ไฟเขียว เปิดรับสมัครสอบ
ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอัตรา 5 – 10 บาท ตามพื้นที่ ระบุเฉลี่ยค่าแรงในไทยปรับขึ้น 1.7% เชื่อไม่ฉุดเศรษฐกิจสะดุดและดันราคาสินค้าพุ่งจนกระทบค่าครองชีพ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง ประจำปี 2560 รวม 69 จังหวัด ซึ่งถือเป็นการปรับค่าจ้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2556 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง อยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายแล้ว เพื่อให้นายจ้างสามารถประกอบธุรกิจอยู่ได้ และลูกจ้างสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข และเชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หรือมีผลทำให้ราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาวะการครองชีพของประชาชนโดยทั่วไป
“เป็นการพิจารณาจากดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต ผลิตผลแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละจังหวัด” นายกอบศักดิ์กล่าว
สำหรับ 8 จังหวัดที่ไม่ได้รับอนุมัติให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ประกอบด้วย ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, ระนอง และสิงห์บุรี เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีโรงงานอุตสาหกรรมในจำนวนไม่มาก ขณะเดียวกันความต้องการจะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานไม่ได้มี ซึ่งได้สอบถามกระทรวงแรงงานแล้ว และได้รับการชี้แจงว่าทั้ง 8 จังหวัด ไม่ได้เสนอขึ้นค่าจ้างแรงงานภายในจังหวัดเอง แสดงว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน เฉลี่ยแล้วจะทำให้ค่าจ้างแรงงานในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้น 1.7%
ทั้งนี้ อัตราการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำใน 69 จังหวัด เป็นดังนี้ จังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นวันละ 5 บาท เป็น 305 บาท มี 49 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร จันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ เชียงราย ตราด ตาก นครนายก นครพนม นครสวรรค์ น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สุโขทัย สุพรรณบุรี สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี
ส่วนจังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นวันละ 8 บาท เป็น 308 บาท มี 13 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่ ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พังงา ระยอง สงขลา สระบุรี และสุราษฎร์ธานี และจังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นวันละ 10 บาท เป็น 310 บาท มี 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ และสมุทรสาคร
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับด้วยว่าไม่ต้องการให้การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแล เพราะการปรับขึ้นค่าจ้างนี้ก็เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนสามารถดำรงชีพได้ดีขึ้น” นายกอบศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบต่อราคาสินค้าจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่า ในเบื้องต้นอาจมีผลกระทบต่อราคาสินค้าบ้าง แต่ไม่มาก โดยเฉพาะในกลุ่มของบริการและอาหารสำเร็จรูป ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าอาจใช้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคา ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จะเฝ้าติดตามและจับตาเป็นพิเศษ โดยได้มีการสั่งการให้กรมการค้าภายในเฝ้าติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าที่เกิดจากการปรับขึ้นค่าแรง
“คาดว่าไม่มีนัยยะสำคัญต่อราคาสินค้าโดยรวมให้ปรับสูงขึ้นและไม่เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมพร้อมกันทั่วประเทศ เพราะค่าแรงที่ปรับขึ้นไม่ได้ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันและเท่ากันทั่วประเทศ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการสามารถร้องเรียนสายด่วน 1569 ได้ทันที” นางวิบูลลักษณ์ กล่าว
แหล่งที่มา: http://www.komchadluek.net/news/economic/249879
-
ครม.ไฟเขียว – |ผู้มีรายได้น้อยเตรียมรับของขวัญปีใหม่ 1,500-3,000 บาท

“ครม.ไฟเขียว”
ลิงค์: https://iqepi.com/36532/ หรือ
เรื่อง: ผู้มีรายได้น้อยเตรียมรับของขวัญปีใหม่ 1,500-3,000 บาท
—

ครม.ไฟเขียว เปิดรับสมัครสอบ
21 พ.ย. มีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังว่า มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล ที่จะให้เพิ่มเติมนั้น มีข้อเสนอแจกเงินให้คนจนที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะนี้มีการลงทะเบียนไว้ 8 ล้านคน เป็นเกษตรกรประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งมีมติ ครม.เมื่อช่วงเดือนกันยายนแจกเงินให้เกษตรกรที่ยากจน ดังนั้น มองว่าควรจะให้เงินสำหรับประชาชนทั่วไปอีก 5 ล้านคนด้วย
ทั้งนี้ จะใช้เงื่อนไขวิธีการเดียวกับเกษตรกรคือ
รายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้เงินช่วยเหลือ 1,500 บาท หากรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้เงินช่วยเหลือ 3,000 บาท
ในส่วนเกษตรกรใช้เงินกว่า 6 พันล้านบาท แม้ครม.มีมติไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายเงิน เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ความเป็นเกษตรกร และการตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นคนจนจริงหรือไม่ คาดว่าจะพร้อมจ่ายได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน หรืออย่างช้าต้นเดือนธันวาคม
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับในส่วนของประชาชนทั่วไปพยายามสรุปให้ได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ตามนโยบายของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดว่าจะใช้เงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้กำลังหารือกับสำนักงบประมาณว่ามีงบเพียงพอที่จะดำเนินการในส่วนนี้หรือไม่ หากรวม 2 ส่วน เป็นเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท คนจนได้ประโยชน์กว่า 8 ล้านราย
คาดว่ามาตรการดังกล่าว จะนำมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีได้ในระดับหนึ่ง เมื่อคนกลุ่มนี้ได้เงินไปจะนำเงินไปใช้จ่ายทันที การให้เงินตรงนั้นน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนคนจนได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูงบประมาณ และรอดูว่าฝ่ายนโยบายจะเห็นชอบหรือไม่ ถ้าเห็นชอบและงบพร้อม น่าจะเสนอเข้าครม.ช่วงต้นเดือนธันวาคม และจ่ายเงินได้ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รายงานข่าวกล่าว






























