รายงานพิเศษ
ความคืบหน้า รายงานพิเศษ ความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมัครสอบงานราชการ
-
ราชกิจจานุเบกษาแก้เด็กเส้นสอบท้องถิ่น

เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
“ราชกิจจานุเบกษา”
ลิงค์: https://iqepi.com/37394/ หรือ
เรื่อง: -
สอบท้องถิ่น เทศบาลควนกลาง รวม 10 อัตราเตรียมรับสมัครเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้,เจ้าพนักงานพัสดุ,นายช่างโยธา,เจ้าพนักงานธุรการ,เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน,เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,นักวิเคราะห์นโยบายและแผน,นักจัดการงานทะเบียนและบัตร,นักวิชาการศึกษา,นิติกร

“สอบท้องถิ่น เทศบาลควนกลาง”
ลิงค์: https://iqepi.com/37381/ หรือ
เรื่อง: เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้,เจ้าพนักงานพัสดุ,นายช่างโยธา,เจ้าพนักงานธุรการ,เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน,เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,นักวิเคราะห์นโยบายและแผน,นักจัดการงานทะเบียนและบัตร,นักวิชาการศึกษา,นิติกร -
สพฐซักซ้อมแนวทางการบรรจุและแต่งตั้งครูอัตราจ้างโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2559เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ชาวย เป็นกรณีพิเศษ

“สพฐ“
ลิงค์: https://iqepi.com/37227/ หรือ
เรื่อง:
—


สพฐ เปิดรับสมัครสอบ
ด่วนที่สุดที่ ศธ 04009/ว726 ซักซ้อมแนวทางการบรรจุและแต่งตั้งครูอัตราจ้างโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2559เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ชาวย เป็นกรณีพิเศษ
ดาวน์โหลดไฟล์ สพฐ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | 2 | -
กรมส่งเสริมสหกรณ์สอบชิงทุนปริญญาตรี

“กรมส่งเสริมสหกรณ์“
ลิงค์: https://iqepi.com/37219/ หรือ
เรื่อง: สอบชิงทุนปริญญาตรี
—


กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทายาทสหกรณ์รุ่นใหม่ สอบชิงทุนศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี
ดาวน์โหลดไฟล์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
กระทรวงกลาโหม |ไฟเขียวพ.ร.ฎ.ราชการพลเรือนกลาโหมบรรจุแบบไม่มีชั้นยศ

“กระทรวงกลาโหม“
ลิงค์: https://iqepi.com/37154/ หรือ
เรื่อง: ไฟเขียวพ.ร.ฎ.ราชการพลเรือนกลาโหมบรรจุแบบไม่มีชั้นยศ
—


กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครสอบ
“สภากลาโหม” ไฟเขียว พ.ร.ฎ.ราชการพลเรือนกลาโหม บรรจุแบบไม่มีชั้นยศ
เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวผลการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 1/2560 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. … ที่จัดทำขึ้นรองรับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งให้พลเรือนสามารถรับราชการในตำแหน่ง มิใช่อัตราทหาร และไม่มีชั้นยศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง โดยกำหนดลักษณะงานด้านต่างๆ และเป็นการลดอัตราทหาร อีกทั้งคุณสมบัติทั่วไปและค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือนกลาโหม สอดคล้องกับข้าราชการทหารและข้าราชการพลเรือนสามัญ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการย้ายโอนระหว่างกันในอนาคต
พล.ต.คงชีพกล่าวต่อว่า สำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกลาโหม แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ ประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ ประเภทอำนวยการ ประเภทบริหาร และประเภทการสอนหรือวิจัย ซึ่งการบรรจุ การสอบแข่งขัน และการคัดเลือก โดยเมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว หากทางราชการเห็นว่าจำเป็นต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว จะสามารถรับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปี
“ทั้งนี้ ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบงานกำลังพลของกองทัพ เพื่อความอ่อนตัวของโครงสร้างอัตรากำลังและความคล่องตัวของการปฏิบัติงานที่ไม่ใช่กำลังรบ เช่น งานด้านวิชาการ วิจัย งานทางการแพทย์ การพยาบาล งานทางการเงิน งบประมาณ งานธุรการอื่นๆ” พล.ต.คงชีพกล่าว
แหล่งที่มา: มติชนออนไลน์
-
สอบท้องถิ่น – |

“สอบท้องถิ่น“
ลิงค์: https://iqepi.com/37087/ หรือ
เรื่อง: คัดเลือกม.จัดสอบท้องถิ่น3,415อัตรา
—


สอบท้องถิ่น 3,415 อัตรา เปิดรับสมัครสอบ
สรุปจากคลิป นายเชื้อ ฮั่นจินดา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ จังหวัดนครนายก
1. การสอบโดย กสถ. ครั้งนี้ สำหรับท่านที่เป็นข้าราชการ ประเภททั่วไป สามารถสมัครสอบไว้ เพื่อเปลี่ยนสายงานเป็นประเภทวิชาการได้
2. กสถ. จะจัดสอบตำแหน่งประเภททั่วไปและประเภทวิชาการ รวม 85 ตำแหน่ง รวม 14,659 อัตรา
2.1 แบ่งเป็นสายทั่วไป 27 ตำแหน่ง รวม 8,306 อัตรา
2.2 แบ่งเป็นสายวิชาการ 58 ตำแหน่ง รวม 6,353 อัตรา3. สายทั่วไป ตำแหน่งหลักๆที่ จะเปิดสอบ สายบัญชี สายการเงิน สายจัดเก็บรายได้ เช่น เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี , เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ , เจ้าพนักงานพัสดุ , เจ้าพนักงานธุรการ , เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารภัย , นายช่างโยธา , นายช่างไฟฟ้า
4.สายวิชาการ ตำแหน่งหลักๆที่ จะเปิดสอบ ได้แก่ นักวิชาการพัสดุ นักวิชาการตรวจสอบภายใน นักทรัพยากรบุคคล นิติกร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา นักวิชาการเงินและบัญชี นักวิชาการสุขาภิบาล วิศวกรโยธา สถาปนิก สันทนาการ ครูผู้ช่วย (เอกภาษาอังกฤษ – เอกภาษาไทย – เอกคหกรรม – เอกคณิตศาสตร์)
5. ตำแหน่งอื่นๆ จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง รายชื่อข้างต้นเป็นการยกตัวอย่างตำแหน่งหลักๆ ที่ อปท. มีความต้องการเร่งด่วน
6. สำหรับคำถามว่าเมื่อใด จะเปิดรับสมัคร ขอให้รอติดตามการประชุมในวันที่ 25 มกราคมนี้
7. ความเห็นส่วนตัวของ ป.เชื้อ คาดว่า “มีนาคมนี้ จะได้เริ่มกระบวนการรับสมัครสอบ”
8. วันที่ 25 มกราคม 2560 จะมีการประชุม กสถ. อีกครั้ง จะติดตามการทำสัญญาระหว่างกรมฯ กับมหาวิทยาลัยในการจัดสอบ
9. ขั้นตอนการคัดเลือกมหาวิทยาลัยมาเป็นหน่วยงานกลางจัดสอบ มีแนวโน้มจะเป็น “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต” ที่ได้รับหน้าที่นี้
หนังสือความคืบหน้าการดำเนินการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็ฯข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น
ดาวน์โหลดไฟล์ สอบท้องถิ่น คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ไฟล์แนบ 1 | -
สพฐ – |

“สพฐ“
ลิงค์: https://iqepi.com/37015/ หรือ
เรื่อง: ปรับเกณฑ์คัดเลือกครู-ผอ.เขตฯ ให้ ก.ค.ศ.พิจารณา
—


สพร. ปรับเกณฑ์คัดเลือกครู-ผอ.เขตฯ ให้ ก.ค.ศ.พิจารณา
สพร.ชงปรับเกณฑ์คัดเลือกครู-ผอ.เขตฯ ยื่น ก.ค.ศ.พิจารณา
นายอัมพร พินะสา ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามแผนการบริหารงานบุคคลของ สพฐ. ปีงบประมาณ 2560 จะต้องมีการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ตามอัตราที่ว่าง อาทิเช่น ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 38 ตำแหน่ง รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา 204 ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์กว่า 600 ตำแหน่ง และครูผู้ช่วยทั่วไป อีกกว่า 10,000 อัตรา เป็นต้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดปฏิทินการสอบได้ เนื่องจาก ศธ.มีนโยบายให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ทั้งหมด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) กำลังดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์เหล่านั้นอยู่
นายอัมพร กล่าวต่อไปว่า โดยหลักการการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ โดยเฉพาะศึกษานิเทศก์ และครูผู้ช่วย ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเทอม รวมถึง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ก็เป็นตำแหน่งที่ต้องเร่งคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานในเขตพื้นที่ไม่หยุดชะงัก แต่เมื่อหลักเกณฑ์ใหม่ยังไม่ออกมา ก็จำเป็นต้องชะลอออกไป และหากไม่ทันจริง ๆ ก็คงต้องใช้หลักเกณฑ์เดิมไปก่อน ทั้งนี้ แม้ ก.ค.ศ.จะเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ สพฐ.ในฐานะผู้ใช้ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาร่างหลักเกณฑ์คู่ขนาน เพื่อเสนอแนวคิดการคัดเลือกบุคคลในตำแหน่งต่าง ๆ ให้ ก.ค.ศ.นำไปพิจารณาด้วย โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะได้เห็นตัวร่างหลักเกณฑ์ของ สพฐ.เพื่อเสนอ ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป
“แนวคิดที่ สพฐ.เสนอจะยึดตามหลักการของรมว.ศึกษาธิการ ว่าการสอบไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะได้คนเก่งมาทำงานได้จริง และการเลื่อนตำแหน่ง หรือการเข้าสู่วิทยฐานะที่สูงขึ้น ไม่ได้พิจารณาจากผลงานที่เป็นกระดาษเท่านั้น แต่น่าจะพิจารณาผลของการปฏิบัติงานด้วย ซึ่งก็ต้องนำสิ่งเหล่านี้มาพิจารณาเป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้าสู่ตำแหน่งด้วย”
ผอ.สพร. กล่าวและว่า สำหรับการสอบครูผู้ช่วยทั่วไป เบื้องต้นมีแนวคิดว่าจะเสนอให้สอบภาค ก.ด้วยข้อสอบกลางที่ส่วนกลาง เหมือนกับการสอบแข่งขันของข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ต้องผ่านภาค ก.ก่อน จึงจะมีสิทธิไปสอบภาค ข.ที่เขตพื้นที่การศึกษา
แหล่งที่มา: www.siamrath.co.th/n/7700
-
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – |

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ“
ลิงค์: https://iqepi.com/37014/ หรือ
เรื่อง: กฎ ก.ตร. (ฉบับที่ 2)
—


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กฎ ก.ตร. ตั้งที่ปรึกษาพิเศษ-ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๐ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
มาตรา ๓๒ และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
ประกอบกับมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎ ก.ตร. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๑/๑ ของหมวด ๑ บททั่วไป ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๕๙
“ข้อ ๑๑/๑ ตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติรวมถึงตําแหน่งที่จะคัดเลือกแต่งตั้งทดแทนตําแหน่งตามข้อ ๒๘/๑ (๓) มิให้นํามานับเป็นตําแหน่งว่างเพื่อนํามาคํานวณสัดส่วนจํานวนตำแหน่งในการพิจารณาเลื่อนตําแหน่งสูงขึ้นตามข้อ ๑๑”ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๘/๑ ของบทที่ ๓ วิธีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งของผู้มีอํานาจ
ของหมวด ๓ วิธีปฏิบัติในการดําเนินการคัดเลือกหรือแต่งตั้ง ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้ง
ข้าราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๕๙
“ข้อ ๒๘/๑ การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตํารวจดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงาน
ตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อจากข้าราชการตํารวจที่ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการ และรองผู้บังคับการ หรือตําแหน่งเทียบเท่า แล้วแต่กรณี
(๒) การคัดเลือกข้าราชการตํารวจตาม (๑) ให้พิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(ก) มีระยะเวลาการดํารงตําแหน่งตามข้อ ๑๖
(ข) เป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบเก้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีเวลาราชการเหลือไม่เกินหกเดือน
(๓) ให้พิจารณาข้าราชการตํารวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งเรียงตามลําดับอาวุโสจนครบกรอบจํานวนตําแหน่ง ในกรณีที่มีตําแหน่งว่างเหลือจากการพิจารณาดังกล่าวผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สามารถคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตํารวจนอกจาก (๒) (ข) ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความเหมาะสม ที่จะได้รับการเลื่อนตําแหน่งสูงขึ้นให้ดํารงตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ว่างนั้นและทดแทนผู้นั้นได้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกรอบจํานวนร้อยละห้าสิบของจํานวนตําแหน่งว่าง โดยมิให้ปัดเศษทศนิยมเป็นจํานวนเต็ม ข้าราชการตํารวจผู้ใดที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สํานักงานตํารวจแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติตามวรรคสองเมื่อถึงวาระการแต่งตั้งประจําปีให้ผู้มีอํานาจดําเนินการคัดเลือกแต่งตั้งผู้นั้นไปดํารงตําแหน่งอื่นทุกราย โดยห้ามมิให้คัดเลือกแต่งตั้งไปดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อให้รองรับการคัดเลือกแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตาม (๒)(๔) การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตํารวจตาม (๑) (๒) และ (๓) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้ดําเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนของทุกปี เว้นแต่การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตํารวจให้ดํารงตําแหน่งในคราวแรกนี้ ให้ดําเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ หากการคัดเลือกแต่งตั้งได้เริ่มดําเนินการแต่ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ไม่ถือว่าการดําเนินการ
ที่ทํามาแล้วต้องเสียไป”ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตํารวจหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ โดยที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคําสั่ง ที่ ๔๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ แก้ไขมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตํารวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอนเพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ประกอบกับได้มีการกําหนดตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สมควรกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการบริหารงานบุคคลของสํานักงาน
ตํารวจแห่งชาติ จึงจําเป็นต้องออกกฎ ก.ตร. นี้ -
กระทรวงศึกษาธิการ – |

“กระทรวงศึกษาธิการ“
ลิงค์: https://iqepi.com/37013/ หรือ
เรื่อง: เตรียมยุบ อ.ก.พ.เหลือแห่งเดียว
—


กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมยุบ อ.ก.พ. เหลือแห่งเดียว
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2560 เวลา 14.45 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมร่วม ครม. และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการหารือเตรียมการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.มาตรา 44 อีก 2 ฉบับ ฉบับแรก คือ เพื่อยุบคณะอนุกรรมการวิสามัญคณะต่างๆ เพื่อทำการแทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และรับผิดชอบภารกิจตามบทบาทและหน้าที่ของ ก.พ. หรือเรียกว่า อ.ก.พ. ที่มีอยู่ในโครงสร้างหลักของกระทรวงศึกษาธิการที่มีอยู่ 5 แห่ง หรือ 5 องค์กร
ประกอบด้วย
- สำนักงานปลัดกระทรวง
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
- สำนักงานอาชีวะศึกษา
- สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
- สำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการสภาการศึกษา
จึงออกคำสั่ง ม.44 เพื่อยุบรวม อ.ก.พ.ให้เหลือเพียงแห่งเดียว เพื่อให้การจัดการอัตรากำลังของกระทรวงเป็นไปโดยง่าย และเป็นการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่กระทรวงศึกษาธิการประสบตลอดมา


















