เหตุการณ์ปัจจุบัน

ถ้าถามมา..จะได้ตอบได้ รวบรวมเหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นประเด็นข้อสอบในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เกี่ยวกับหัวข้อ เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทั้งใน และต่างประเทศ

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    การจัดอันดับปัญหาการค้ามนุษย์ –  ล่าสุด!! สหรัฐฯจัดอันดับค้ามนุษย์ปี 58 ไทยติดเทียร์ 3 สองปีซ้อน

    การจัดอันดับปัญหาการค้ามนุษย์

    “การจัดอันดับปัญหาการค้ามนุษย์”

    ลิงค์: https://iqepi.com/32129/ หรือ
    เรื่อง: ล่าสุด!! สหรัฐฯจัดอันดับค้ามนุษย์ปี 58 ไทยติดเทียร์ 3 สองปีซ้อน


      Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน

    ฝากประชาสัมพันธ์






    เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ

     
    ไทยติดเทียร์ 3 สองปีซ้อน


    การจัดอันดับปัญหาการค้ามนุษย์


    เทียร์ 1 : ทำได้ดีในการป้องกันและคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์
    เทียร์ 2 : ทำไม่ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ
    เทียร์ 2 วอทช์ลิสต์ : ประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
    เทียร์ 3 : ล้มเหลวในการป้องกันช่วยเหลือเหยื่อหรือจับกุมผู้ค้ามนุษย์


    ไทยติดเทียร์ 3 ระดับต่ำสุด ระดับเดียวกับเกาหลีเหนือ มาเลย์ได้ปรับขึ้นจากปีที่แล้วเป็น เทียร์ 2
  • สอบท้องถิ่น 2563-2564,  เหตุการณ์ปัจจุบัน

    ปกป้องภูมิปัญญาท้องถิ่น –  ความรู้เบื้องต้น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    ปกป้องภูมิปัญญาท้องถิ่น

    “ปกป้องภูมิปัญญาท้องถิ่น”

    ลิงค์: https://iqepi.com/31972/ หรือ
    เรื่อง: ความรู้เบื้องต้น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์


    วันนี้ (15/7/58) เห็นข่าว อียู ขึ้นทะเบียน กาแฟดอยตุง ดอยช้าง เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และเตรียมขึ้นทะเบียนโอ่งมังกรราชบุรีต่อ จึงนำความรู้เบื้องต้นย่อๆ คร่าวๆ มาให้อ่านสำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ ว่าต้องมีองค์ประกอบใดบ้างจึงจะเป็น “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” คัดลอกเพียงบางส่วนมาจากเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา หากสนใจรายละเอียดลึกกว่านี้คลิกดูจากลิงค์ด้านล่าง

    จากข่าว

    EU ขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุงเป็นสินค้า GI

    สหภาพยุโรป หรือ EU ลงประกาศขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้างของไทยเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในสหภาพยุโรปแล้ว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจะมี ผลบังคับใช้ในอีก 20 วัน หรือวันที่ 3 สิงหาคม 2558

    การประกาศขึ้นทะเบียน GI ส่งผลให้กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของไทย สามารถใช้ตรา GI ในการทำตลาดได้ ผู้บริโภคในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับตรา GI ที่แสดงถึงลักษณะพิเศษ และคุณภาพของสินค้า และยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น เพื่อบริโภคสินค้าดังกล่าว

    ในปี 2557 ไทยส่งออกกาแฟไปตลาดโลก 700 ตัน มูลค่า 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยส่งออกไป EU ราวร้อยละ 10 ของการส่งออกกาแฟโดยรวมของไทย 
    – กาแฟดอยช้าง ส่งออกปีละ 400 ตัน ส่งออกไป แคนนาดา อังกฤษ อิตาลี มาเลเซีย เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย 
    – กาแฟดอยตุง ส่งออกไปญี่ปุ่น

    แต่คาดว่าภายหลังจากที่กาแฟ ทั้งสองชนิดได้รับการขึ้นทะเบียน GI ใน EU จะช่วยเพิ่มโอกาส ให้ผู้ส่งออกกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้าง ขยายตลาดในสหภาพยุโรปได้มากขึ้น

    ปัจจุบันไทยขึ้นทะเบียนสินค้า GI แล้ว 70 รายการจาก 53 จังหวัด เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้, ส้มโอนครชัยศรี, มะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นต้น และกระทรวงพาณิชย์มีแผนจะขึ้นทะเบียน GI ในอีก 24 จังหวัดที่เหลือให้ครบภายในปี 2560

    “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” คือ ชื่อหรือสัญลักษณ์หรือสิ่งอื่นใดที่บอกแหล่งผลิตของสินค้าดยสามารถสื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ว่าสินค้านั้นมีคุณภาพหรือคุณลักษณะพิเศษแตกต่างจากสินค้าที่ผลิตในแหล่งผลิตอื่น เช่น มะขามหวานเพชรบูรณ์ที่ประกอบด้วยคำว่า มะขามหวานซึ่งบอกว่าสินค้าคืออะไรและคำว่าเพชรบูรณ์ซึ่งบอกแหล่งผลิตมะขามหวานดังกล่าว และยังสื่อให้คน ทั่วไปเข้าใจว่ามะขามหวานดังกล่าวมีคุณภาพสูงมีรสชาติหวานและไม่แฉะอันเป็นคุณลักษณะเฉพาะของมะขามหวานเพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะขามและปริมาณน้ำฝนที่พอ เหมาะพอดีในจังหวัดเพชรบูรณ์ประกอบกับฝีมือการเพาะปลูกของเกษตรกรชาวเพชรบูรณ์ ซึ่งมีกรรมวิธีในการปลูกโดยเฉพาะจึงทำให้มะขามที่ปลูกในจังหวัดเพชรบูรณ์มีความหวานมากกว่าท้องถิ่นอื่น ฉะนั้น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบหรือปัจจัยสำคัญสองประการคือ ธรรมชาติกับมนุษย์ในแหล่งหรือท้องที่นั้น

    โดยธรรมชาตินั้นสร้างสิ่งแวดล้อมหรือวัตถุดิบให้แก่การผลิตสินค้า ส่วนมนุษย์นั้นใช้ทักษะ ความชำนาญ และภูมิปัญญาในการผลิตสินค้านั้น ทั้งสองปัจจัยจึงได้ก่อให้เกิดสินค้าที่มีคุณภาพหรือคุณลักษณะพิเศษเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ สิทธิในสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จึงเป็น “สิทธิชุมชน” หรือ “สิทธิของกลุ่มคนที่อยู่ในท้องถิ่น” ที่ผลิตสินค้านั้น

    ข้อมูลการเตรียมความพร้อมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    ในเบื้องต้น ผู้ประกอบการผลิตจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ชื่อพื้นที่ทุกพื้นที่หรือสินค้าทุกประเภทจำเป็นจะต้องได้รับการคุ้มครองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผู้ประกอบการผลิตควรจะต้องทำการศึกษาให้ดีและต้องพยายามรวมกลุ่มกันเพื่อพูดคุยหาข้อสรุป สำหรับขั้นตอนของการได้มาซึ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้น เราอาจสรุปออกมาไว้ได้ ดังนี้

    1. กำหนดสินค้าที่ต้องการคุ้มครอง และรวมกลุ่มผู้ประกอบการทั้งสายการผลิต (ตั้งแต่ผู้ผลิต วัตถุดิบต้นน้ำ จนถึงผู้ประกอบการแปรรูปปลายน้ำ) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งในแง่มุมทางเศรษฐศาสตร์ว่า การขึ้นทะเบียนดังกล่าว จะให้ผลที่คุ้มค่าต่อกลุ่มหรือไม่ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายสำหรับระบบรับรองมาตรฐาน และกลุ่มจะมีแผนทำการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้นอย่างไรให้ติดตลาด
    2. กำหนดข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสินค้า รวมถึงมาตรฐานในการผลิตสินค้า(Specification and Standard of Production) โดยยึดความเข้าใจของผู้บริโภคเป็นหลัก เช่น ถ้าพูดถึงสินค้าจากแหล่งนี้ ผู้บริโภคจะนึกถึงคุณลักษณะอะไรเป็นสำคัญ
    3. กำหนดขอบเขตพื้นที่ในการผลิต (Zoning or Boundary setting) ตามสภาพของพื้นที่ที่เอื้อในการผลิตสินค้านั้นจริง (ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามเขตการปกครอง)
    4. ยกร่างคำขอขึ้นทะเบียนพร้อมทั้งจัดทำคู่มือปฎิบัติงานเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบในการขอยื่นขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย
    5. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามกฎหมายต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
    6. จัดสร้างระบบการควบคุมการผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(Control Plan) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในคำขอขึ้นทะเบียน ทั้งระบบการควบคุมภายในและระบบการควบคุมภายนอก และ/หรือ นำร่างมาตรฐานการผลิตมาขอรับรองกับหน่วยงานรับรอง (Certification Boby:CB) ว่าได้มาตรฐานหรือไม่
    7. ดำเนินจัดทำแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้น โดยใช้คุณลักษณะพิเศษของสินค้าจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้นเป็นตัวนำ เพื่อทำให้ผู้บริโภคสนใจและเกิดภาพลักษณ์เชื่อมโยงระหว่างคุณลักษณะพิเศษ กับพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ข้อสังเกต:

    – การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามกฎหมาย ถือเป็นสิทธิชุมชน
    – สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่จะนำมาขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นชื่อที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและมีการใช้กันมาแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่สามารถคิดขึ้นใหม่เพื่อนำมาขอขึ้นทะเบียนได้
    – ผู้มีสิทธิใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ภายใต้กฎหมาย คือ ผู้ผลิตสินค้าที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นและผู้ประกอบการค้าที่เกี่ยวกับสินค้านั้น (ไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้ขึ้นทะเบียน)

    แหล่งที่มา: http://www.ipthailand.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=33&Itemid=259

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    ฟองสบู่จีนแตก!! –  จากการเก็งกำไรอสังหาฯ

    ฟองสบู่จีนแตก!!

    “ฟองสบู่จีนแตก!!”

    ลิงค์: https://iqepi.com/31937/ หรือ
    เรื่อง: จากการเก็งกำไรอสังหาฯ


    ภายหลังการที่ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้จีน ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558 และค่อยๆ ปรับตัวลดลงมาจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ดัชนีปรับลดลงถึง 30% ในรอบ 3 สัปดาห์ แม้ว่าหน่วยงานที่กำกับดูแลจะออกมาตรการต่างๆ ออกมา เช่น

    – ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงครั้งที่ 4 ในรอบ 6 เดือน เพื่อกระตุ้นขวัญและกำลังใจของนักลงทุน
    – ตั้งกองทุนพยุงหุ้น 1.2 แสนล้านหยวน โดยให้โบรกเกอร์ลงขันกันเอง กำหนดให้กองทุนฯ ห้ามขายหุ้นที่ซื้อมาหากดัชนีตลาดยังต่ำกว่าระดับ 4,500 จุด
    – สั่งการให้โบรกเกอร์หยุดขายหุ้น IPO จำนวน 28 แห่ง ที่ค้างท่ออยู่ชั่วคราว เพื่อลดอุปทานของหลักทรัพย์ หลังจากช่วง 5 เดือนแรก มีหุ้นเข้าเทรดใหม่ มากถึง 120 ราย เฉลี่ยวันละ 1 ราย
    – สั่งการให้สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และสมาชิก 200 แห่ง ที่บริหารกองทุน เข้าพยุงราคาหุ้นบลูชิพที่มีน้ำหนักถ่วงดัชนีมากเป็นพิเศษ
    – สั่งปรับเกณฑ์เงินค้ำประกันการตลาดตราสารอนุพันธ์ โดยเพิ่มในส่วนการขายล่วงหน้า หรือทำชอร์ต หรือ CSI500 Index futures มากขึ้น
    – สั่งการให้รัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน ไม่ให้ขายหุ้นในบริษัทจดทะเบียนที่ถืออยู่
    – สั่งการให้หุ้น 1,331 บริษัท หรือ 53% ของตลาดขอขึ้น HALT หยุดการซื้อขายชั่วคราว เพื่อลดเงินหมุนเวียนซื้อขายประจำวันลง 33% ต่อวันจากระดับปกติ
    – ห้ามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนขายหุ้นออกจากมือ 6 เดือน

    แต่เพียงช่วยให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้เพียงในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ภาวะฟองสบู่จีนแตกยังส่งผลให้ตลาดฮ่องกงปรับลดตัวลงอย่างรุนแรง รวมทั้งตลาดอื่นในแถบเอเชีย เนื่องจากจีนเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

    สาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะฟองสบู่แตกในจีน เนื่องจากเกิดการขยายตัวของการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งส่งผลให้เกิดการปล่อยสินเชื่อจำนวนมาก แต่สินเชื่อส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากธนาคาร แต่เป็นการปล่อยสินเชื่อที่ขาดการแนะนำที่ดีจาก “ระบบธนาคารเงา” หรือ Shadow Banking ที่ผู้กู้ไม่ได้รับความคุ้มครอง

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    ลดค่าไฟ ก.ย. -ธ.ค.  กกพ.แย้มข่าวดีค่าไฟ ก.ย.-ธ.ค. 58 ลงต่อแต่ไม่แรงเท่างวด พ.ค.-ส.ค.

    ลดค่าไฟ

    “ลดค่าไฟ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/31771/ หรือ
    เรื่อง: กกพ.แย้มข่าวดีค่าไฟ ก.ย.-ธ.ค. 58 ลงต่อแต่ไม่แรงเท่างวด พ.ค.-ส.ค.


    กกพ.เกาะติดต้นทุนผลิตไฟใกล้ชิดโดยเฉพาะการผลิตไฟจากน้ำ และค่าเงินบาท หลังพบทำต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ภาพรวมราคาก๊าซฯ ยังคงลงตามทิศทางน้ำมันทำให้ค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค.ยังคงมีทิศทางลงแต่ไม่มากเท่างวดที่ผ่านมา

    นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกของ กกพ. เปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ที่จะเรียกเก็บในบิลค่าไฟจากประชาชนในเดือนก.ย-ธ.ค 58 มีแนวโน้มจะปรับลดลงต่อเนื่องจากงวดก่อนแต่คงจะปรับลดลงไม่มากตามที่คาดหมายไว้ที่จะลดลง 9.35 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากประเมินเบื้องต้นจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในส่วนของพลังงานน้ำที่เป็นต้นทุนต่ำสุดจะลดลงจากภาวะภัยแล้ง ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทมีทิศทางที่อ่อนค่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นแต่จะมากน้อยเพียงไรยังคงต้องติดตามใกล้ชิด

    “ราคาก๊าซฯ ยังคงลดตามทิศทางน้ำมัน แต่อัตราแลกเปลี่ยนเราคำนวณเฉลี่ย 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่เฉลี่ยอ่อนค่าลงไประดับ 33 .50-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งทุก 1 บาทที่อ่อนค่าจะมีผลกระทบต่อค่าไฟที่เพิ่มขึ้น 5-6 สตางค์ต่อหน่วย นอกจากนี้ เรายังต้องดูเรื่องของการใช้ไฟด้วย ถ้าใช้น้อยก็จะทำให้การใช้เชื้อเพลิงลดลง ถ้าใช้มากก็ต้องใช้เพิ่ม ปัจจัยเหล่านี้ต้องติดตามใกล้ชิด” นายวีระพลกล่าว

    สำหรับการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานใหม่ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องหลักเกณฑ์ดำเนินงาน คาดว่าจะมีการประกาศใช้ได้ในการคำนวณค่าไฟรอบ ก.ย.-ธ.ค. 58 นี้ ซึ่งหลักการค่า Ft จะเริ่มต้นจากศูนย์ใหม่ และนำ Ft ที่เหลือไปใส่ไว้ในค่าไฟฐาน แต่โดยรวมค่าไฟฐานจะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันแต่อย่างใดเนื่องจากมีการดูแลประสิทธิภาพการผลิต และการลงทุนของ 3 การไฟฟ้าก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่า Ft รอบ พ.ค.-ส.ค. 58 กกพ.ได้ประกาศลดลง 9.35 สตางค์ต่อหน่วย เกิดจากการประมาณการว่าราคาก๊าซในงวด ก.ย.-ธ.ค. 58 จะปรับลดลงมากตามทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลงแรงทำให้คาดว่าค่าไฟจะลดลง 13 สตางค์ต่อหน่วยจึงใช้วิธีคิดแบบหารครึ่งโดยให้ลดค่า Ft งวดดังกล่าวลง 9.35 สตางค์ต่อหน่วยและที่เหลือ 9.35 สตางค์ต่อหน่วยจะนำมาลดในงวด ก.ย.-ธ.ค. 58

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    ปฏิรูปตำรวจ บัดนี้ –  ยุบเลิก&ถ่ายโอนภารกิจ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว,ตำรวจทางหลวง,ตำรวจป่าไม้

    ปฏิรูปตำรวจ

    “ปฏิรูปตำรวจ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/31506/ หรือ
    เรื่อง: ยุบเลิก&ถ่ายโอนภารกิจ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว,ตำรวจทางหลวง,ตำรวจป่าไม้
    **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


    ปฏิรูปตำรวจ เริ่มจากสรุปผลการประชุมนี้ได้มาเมื่อ ม.ค. 58 น่าสนใจสำหรับ สรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และกระบวนการทำงานตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชน ครั้งที่ 3 เกี่ยวกับ “การกระจายอำนาจการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปราบปราอาชญากรรมไปให้หน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแทน” เพราะจากสรุปผลการประชุมครั้งที่ 3 ผลจากการถ่ายโอนภารกิจ ส่งผลให้อาจจะต้องยุบเลิกหน่วยงานตำรวจที่มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น

    • ยุบเลิกตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ และตำรวจจราจร โดยโอนภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรและขนส่งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือกระทรวงคมนาคม แล้วแต่กรณี ส่วนภารกิจการตรวจตรารักษาความปลอดภัยบนถนนหลวง หรือในเส้นทางจราจรให้เป็นอำนาจของตำรวจท้องที่ ซึ่งปัจจุบันตำรวจท้องที่ปฏิบัติภารกิจนี้ร่วมอยู่ด้วยแล้ว
    • ยุบเลิกตำรวจป่าไม้ หรือตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้วหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และตำรวจท้องที่ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานตำรวจดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ซ้ำซ้อนกันอีก
    • ยุบเลิกตำรวจท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันงานด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวมีตำรวจท้องที่เป็นส่วนปฏิบัติการหลักและเป็นผู้รับผิดชอบคนแรกต่อเหตุการณ์ทุกเรื่องที่เกิดกับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาซ้ำซ้อนกันอีก ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากร ขาดเอกภาพ และความรับผิดชอบ อีกทั้งเป็นช่องทางที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น เรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว
    • หน่วยงานตำรวจที่ต้องอาศัยความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งเกินขีดความสามารถ หรือมีเครือข่ายการกระทำความผิดเกินเขตอำนาจของตำรวจท้องที่ เช่น การปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษญ์ การคุ้มครองผู้บริโภค และการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ เป็นต้น ให้ยังคงหน่วยงานดังกล่าวไว้ โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าว สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอและเหมาะสม แต่จะต้องมีการติดตามประเมินผลงานและความคุ้มค่าของการตั้งหน่วยงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง หรือหากเห็นว่าหน่วยงานดังกล่าวใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ในทางทุจริต ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ หรือไม่มีความคุ้มค่าก็ให้พิจารณายุบเลิกหน่วยงานดังกล่าวเสีย

    และในสรุปการประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้าง อำนาจหน้าที่และกระบวนการทำงานตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชนในคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ 10

    • กทม. สามารถรับโอนภารกิจด้านการจราจร และการสอบสวนในความผิดบางประเภท โดยขอแก้ไขพระราชบัญญัติบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น และในสรุปการประชุม ฉบับที่ 12 ได้ระบุว่าา กทม.ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ในส่วนที่แก้ไขของกรุงเทพมหานคร ให้คณะอนุกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว โดยกรุงเทพมหานครรับโอนภารกิจงานจราจรเฉพาะส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
    • กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมป่าไม้ พร้อมดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานรองรับภารกิจที่จะมีการถ่ายโอน
    • กรมทางหลวง สามารถรับโอนเฉพาะในส่วนที่เป็นเรื่องเทคนิคทางหลวง เนื่องจากมีข้อจำกัด เช่น เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ กรณีรับโอนอำนาจการสอบสวน มีความจำเป็นเรื่องจัดตั้งหน่วยงาน อัตรากำลัง การฝึกอบรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถ การทำคดีเพื่อส่งให้พนักงานอัยการ และในสรุปการประชุม ฉบับที่ 12 ได้เสนอยกร่างกฎหมายส่วนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติทางหลวง และร่างพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจหน้าที่ของกองตำรวจทางหลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 ไปเป็นของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
    • การรถไฟแ่หงประเทศไทย พร้อมรับโอนภารกิจ ขอเพิ่มเติมในส่วนของอำนาจการสอบสวน จับกุม ในเขตพื้นที่รถไฟและแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่าย
    • กรมการท่องเที่ยว ยังไม่มีข้อสรุป

     

    สำหรับการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชนในกิจการตำรวจ ตามที่เคยแจ้งไว้แล้วก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ ตำรวจท้องถิ่น (คลิกี่นี่)  ซึ่งจะมีความเกี่ยวพันกับเรื่องตำรวจไม่มียศที่หลายท่านสนใจ และบางทีนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ตำรวจไม่มียศไม่สามารถเปิดรับสมัครสอบได้เสียที อาจจะต้องรอการปฏิรูปให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจ เพราะในผลการสรุปครั้งที่ 5 เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปตำรวจนั้นได้มีการพิจารณารูปแบบของการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชนในกิจการตำรวจ ดังนี้

    1. ตำรวจเทศกิจ
    2. ตำรวจท้องถิ่น
    3. ในลักษณะหุ้นส่วนการปฏิบัติงานร่วมกัน (Partnership) ระหว่างหน่วยงานตำรวจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคเอกชน

    ในสรุปผลการประชุมฉบับที่ 11 ในส่วนของ กทม. จะรับโอนเฉพาะอำนาจหน้าที่ตาม พรบ. 22 ฉบับ ที่กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบ และต้องมีการออกกฎหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครสามารถใช้เครื่องพันธนาการและเครื่องมือในการจับกุมผู้กระทำความผิดได้เอง

    ส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจนถึงขณะนี้..ยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจากต้องพิจารณานการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวนมากทั้งจากฝ่ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะนอกจากการถ่ายโอนอำนาจแล้วท้องถิ่นจะต้องมีส่วนร่วมเกี่ยวกับนโยบาย งบประมาณและอาสาสมัคร ตลอดจนการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของตำรวจด้วย โดยเฉพาะเรื่อของการสนับสนุนหรือจัดสรรงบประมาณให้แก่ตำรวจโดยตรงจะขัดในหลักการเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

    ส่วนที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนี้เกี่ยวกับการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการแยกหน่วยงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีอาญาแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์อิสระไม่ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจ หรือจะให้เป็นหน่วยงานอิสระแต่ยังขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นยังไม่มีข้อสรุป

    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 18 วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558 (27 เม.ย. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 17 วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2558 (20 เม.ย. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 16 วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2558 (16 เม.ย. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 15 วันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2558 (10 เม.ย. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 14 วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2558 (30 มี.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 13 วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2558 (23 มี.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 12 วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2558 (16 มี.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 11 วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2558 (9 มี.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 10 วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 (2 มี.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 9 วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 (23 ก.พ. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 8 วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 (19 ก.พ. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 7 วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 (10 ก.พ. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 6 วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2558 (2 ก.พ. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2558 (26 ม.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 4 วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2558 (22 ม.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 3 วันอังคารที่ 13 มกราคม 2558 (15 ม.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 2 วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2558 (15 ม.ค. 2558)
    สรุปผลการประชุม ครั้งที 1 วันอังคารที่ 6 มกราคม 2558 (15 ม.ค. 2558)
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    กระทรวงการคลัง บัดนี้ –  เตรียมอัดฉีดเม็ดเงิน 4 หมื่นล้าน ฟื้นกองทุนหมู่บ้าน

    หยุดยาวกระทรวงการคลัง

    “กระทรวงการคลัง”

    ลิงค์: https://iqepi.com/31128/ หรือ
    เรื่อง: เตรียมอัดฉีดเม็ดเงิน 4 หมื่นล้าน ฟื้นกองทุนหมู่บ้าน
    **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


    กระทรวงการคลังเตรียมอัดฉีดเม็ดเงิน 40,000 ล้านบาท ฟื้นกองทุนหมู่บ้าน 78,255 หมู่บ้านทั่วประเทศ ระยะเวลาสนับสนุน 2 ปี อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 5 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดหนี้นอกระบบ

    นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเห็นชอบมาตรการสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานล่าง โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 40,000 ล้านบาท ให้กับ 78,255 หมู่บ้านทั่วประเทศ ระยะเวลาสนับสนุน 2 ปี เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านกู้ยืมเป็นเงินทุนต่อยอดสำหรับสมาชิกกู้ยืมเพื่อการลงทุน การสร้างรายได้ การใช้จ่ายยามฉุกเฉิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี และมีระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 5 ปี

    สำหรับวงเงินกู้ยืมกองทุนหมู่บ้านแต่ละแห่งขึ้นอยู่กับศักยภาพ โดยกองทุนหมู่บ้านจะได้รับการประเมินในระดับเอจะได้กองทุนละ 1,000,000 บาท ส่วนระดับบีจะได้กองทุนละ 500,000 บาท ซึ่งมี 59,874 แห่ง ส่วนอีก 19,825 แห่ง ซึ่งอยู่ในระดับซี และระดับดี จะต้องแก้ไขพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดสรรเพิ่มทุนต่อไป นอกจากนี้ ยังจะปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบเพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านมีความมั่นคงมากขึ้นเช่น จะยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นสถาบันการเงินชุมชนเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง โดยในปัจจุบัน กองทุนหมู่บ้านมีสมาชิก 13 ล้านราย มีเงินหมุนเวียนกว่า 200,000 ล้านบาท

    กระทรวงการคลังเห็นควรเสนอมาตรการเพื่อสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติพิจารณาและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
     

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    คำขวัญวันเด็ก 2558 บัดนี้ –  “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”

    คำขวัญวันเด็ก

    “คำขวัญวันเด็ก 2558”

    ลิงค์: https://iqepi.com/23337/ หรือ
    เรื่อง: “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”
    **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


    พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ให้ คำขวัญวันเด็ก 2558 คือ

    “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    ธนาคารแห่งประเทศไทย บัดนี้ –  ฟรี!! บันทึกรายรับ รายจ่าย ประจำปี 2558

    ธนาคารแห่งประเทศไทย

    “ธนาคารแห่งประเทศไทย”

    ลิงค์: https://iqepi.com/22672/ หรือ
    เรื่อง: ฟรี!! บันทึกรายรับ รายจ่าย ประจำปี 2558
    **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


    ดาวน์โหลด บันทึกค่าใช้จ่ายประจำปี 2558 คลิกที่นี่

    บัญชีครอบครัว บันทึกรายรับ-รายจ่ายประจำปี 2558 ดีสำหรับการบันทึกเพื่อสรุปในปลายปี และดียิ่งกว่าหากใช้เพื่อการวางแผน เพื่อให้ทราบสภาวะการเงินปัจจุบันของตนเอง และจะวางแผนในการบริหารบัญชีอย่างไร

    จริงที่ว่า..เงินเก็บไว้ไม่เน่า ก็ไม่เน่าจริงๆ แต่ด้อยค่าได้ครับ มูลค่าของเงินจำนวน 3 บาทในอดีต อาจจะเท่ากับเงินจำนวน 10 บาทในปัจจุบัน เมื่อค่ารถสองแถวปัจจุบันเก็บในอัตราคนละ 10 บาท เงิน 3 บาทที่ออมไว้ในอดีตเมื่อนำออกมาใช้ใน พ.ศ.ปัจจุบัน ไม่พอจะขึ้นรถสองแถว คุณครู ม.ปลาย ของผมสอนจำขึ้นใจเลยครับ

    จึงอาจใช้เครื่องมืออื่นๆ ช่วยเสริมในการบริหารเงินออมให้ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น ไม่ให้ด้อยมูลค่าไปตามกาลเวลา อนาคตจะได้.. มั่งคั่ง มั่นคง และ ยั่งยืน

    ที่เหลือก็แค่..ทำใจให้แข็งๆ ครับ อะไรที่ไม่จำเป็น ไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งซื้อ ใช้เงินในอนาคตอย่างเหมาะสม จริงๆ น่าเอาบทสวดมนต์ให้ดาวน์โหลดด้วย อะไรไม่จำเป็นก็..ยุบหนอ พองหนอ ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง ทั้งหลายคือสิ่งสมมติ แล้วก็ซื้อไปก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน เก็บเงิน^^

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    สติกเกอร์ line บัดนี้ –  สติกเกอร์ line ภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ

    “สติกเกอร์ line”

    ลิงค์: https://iqepi.com/19550/ หรือ
    เรื่อง: สติกเกอร์ line ภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ
    **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


    สติกเกอร์ Line ‘แชทได้บุญ  แชร์ได้กุศล’ การ์ตูนฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ

            เปิดตัวสติกเกอร์ Line การ์ตูนน่ารักจากภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ ชุด ‘แชทได้บุญ แชร์ได้กุศล (Chat & Charity)’
           โดย รายได้ทั้งหมดจะนำไปสร้างศูนย์รักษาพยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เริ่มดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม เป็นต้นไป ในราคา US$ 0.99 ( คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท)
           
           จากรายงานข่าว ระบุว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยรวบรวมภาพวาดฝีพระหัตถ์จัดทำ สติกเกอร์ Line ชุด ‘แชทได้บุญ แชร์ได้กุศล (Chat & Charity)’ ประกอบด้วยภาพวาดทั้งหมด 16 ภาพ ด้าน LINE Thailand ร่วมสนับสนุน ซึ่งรายได้ทั้งหมดโดยมิหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้โครงการก่อสร้าง ศูนย์รักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 150 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
           
           สำหรับท่านผู้สนใจเริ่มดาวน์ โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ 4 ธันวาคม 2557 – 3 มีนาคม 2558 ทั้งระบบปฏิบัติ Android และ iOS ในราคา US$ 0.99 หรือประมาณ 30 บาท
           

    ที่มา: เว็บไซต์ผู้จัดการ

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2564-2565
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.