เหตุการณ์ปัจจุบัน
ถ้าถามมา..จะได้ตอบได้ รวบรวมเหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นประเด็นข้อสอบในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เกี่ยวกับหัวข้อ เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทั้งใน และต่างประเทศ
-
กสทช. – ห้ามค่ายมือถือส่งข้อความโฆษณา-ขายของ โดยไม่ได้รับอนุญาต

“กสทช.”
ลิงค์: https://iqepi.com/32502/ หรือ
เรื่อง: ห้ามค่ายมือถือส่งข้อความโฆษณา-ขายของ โดยไม่ได้รับอนุญาต
—

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ
พ.ศ. 2558
———————–
โดยที่เห็นเป็นการสมควรกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อมิให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดำเนินการใดๆ ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (6) (13) และ (24) และมาตรา 31 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงออกประกาศกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็ฯการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ.2558”
ข้อ 2 บรรดาประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 4 ในประกาศนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
“ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกิบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ใช้บังคับ
“ผู้บริโภค” หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือ ผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม พื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ไดัรับบริการจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม
“การใช้เครือข่าย” หมายความว่า การใช้เครือข่ายโทรคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้บริการโทรคมนาคมไปยังผู้บริโภค
“การโฆษณา” หมายความว่า การกระทำไมว่าด้วยวิธีการใดๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า ในลักษณะโน้มน้าว จูงใจผู้บริโภค ให้เห็นคุณภาพของบริการ เพื่อประโยชน์ในการแสวงหากำไรในทางธุรกิจโทรคมนาคม และหมายความรวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านสื่อต่างๆ ที่จัดโดยผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือตัวแทน หรือคู่ค้าของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม รวมถึงตัวแทนช่วงตลอดสาย ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ
ข้อ 5 ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดําเนินการใด ๆ ในประการที่น่าจะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดตามที่คณะกรรมการกําหนดไว้ในประกาศนี้ คณะกรรมการมีอํานาจสั่งระงับการดําเนินการดังกล่าวได้
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
การดําเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ถือเป็นการกระทําในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบ ผู้บริโภคตามวรรคหนึ่ง
(1) การกระทําโดยไม่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบรายละเอียดของบริการโทรคมนาคมในแต่ละบริการ อย่างชัดเจนและครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเข้าทําสัญญา และเลือกใช้บริการได้อย่างถูกต้อง
(2) การกําหนดเงื่อนไขในลักษณะที่เป็นการบังคับโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้บริโภคต้องใช้ บริการโทรคมนาคมโดยผู้บริโภคไม่ประสงค์จะใช้บริการนั้น หรือเป็นเหตุให้ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าบริการ ที่เพิ่มขึ้น หรือการกระทําที่มีลักษณะเป็นการจํากัดโอกาสในการเลือกซื้อหรือเลือกใช้บริการโทรคมนาคม ของผู้บริโภคในการใช้บริการนั้น
(3) การโฆษณาในลักษณะเกินจริง หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับบริการ ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม
(4) การกําหนดเงื่อนไขในการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร เป็นผลให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
(5) การกระทําโดยการโทรศัพท์หรือส่งข้อความการโฆษณามายังเครื่องโทรคมนาคมหรือ อุปกรณ์ของผู้บริโภคจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้บริโภค หรือโดยมิได้รับอนุญาตหรือ ความยินยอมจากผู้บริโภค เว้นแต่เป็นการแจ้งเงื่อนไขการให้บริการหรือข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของ ผู้บริโภค หรือแจ้งเหตุเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติ รวมถึงเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(6) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร การดําเนินการที่ถือเป็นการกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามวรรคสองมีตัวอย่างปรากฏ ตามภาคผนวกแนบท้ายประกาศนี้
ข้อ 6 กรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายหนึ่งรายใดดำเนินการในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามประกาศที่เกี่ยวข้องกับกระบวนสการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ
ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายใดดำเนินการในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศนี้ ให้สำนักงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้
(1) แจ้งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง เมื่อสำนักงานได้รับข้อมูลและพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้สำนักงานดำเนินการวิเคราะห์ และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ
(2) หากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ดำเนินการชี้แจง หรือไม่แสดงพยานหลักฐานภายในเวลาที่กำหนดตาม (1) ให้สำนักงานพิจารณาตามเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฎ และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ
ข้อ 7 กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดําเนินการใด ๆ ในประการ ที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ให้มีคําสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมนั้นระงับการดําเนินการ ดังกล่าวโดยทันที
ข้อ 8 กรณีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคําสั่งคณะกรรมการตามข้อ 7 ให้คณะกรรมการปรับทางปกครองไม่เกินห้าล้านบาท และในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมยังคงฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งคณะกรรมการต่อไป ให้คณะกรรมการปรับทางปกครองอีกวันละไม่เกินหนึ่งแสนบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติตามคําสั่งนั้น ตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553
ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558
พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี
ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ภาคผนวกดาวน์โหลดจากลิงค์ด้านล่าง
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง กสทช.
ประกาศ | -
ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ใหม่ – ครม.ประยุทธ์ 3

“ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ใหม่”
ลิงค์: https://iqepi.com/32320/ หรือ
เรื่อง: ครม.ประยุทธ์ 3
—

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงการโปรดเกล้าฯ ลงมาเท่านั้น ขณะเดียวกัน ได้มีการแต่งตั้ง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว
- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช.จะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลงานด้านเศรษฐกิจ แทนม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล โดยบริษัทสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือเรียนกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง แจ้งการลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีเนื้อหาว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้มีหนังสือถึงบริษัทฯ ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทฯ เนื่องจากติดภารกิจอื่น จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการบริษัทได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป
- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แทนนายสมหมาย ภาษี โดยบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ให้ทราบว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ได้ขอลาออกจากการเป็นประธานกรรมการและกรรมการอิสระของบริษัทฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป
- นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แทน พล.อ.อ.เอกประจิน จั่นตอง ที่ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี
- นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ สลับตำแหน่งมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแทนนายณรงค์ชัย อัครเศรณี
- นายอุตตม สาวนายน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที แทน นายพรชัย รุจิประภ
แหล่งที่มา: http://goo.gl/N9hU0U
-
bike for MOM – ทำลายสถิติโลก

“bike for MOM”
ลิงค์: https://iqepi.com/32318/ หรือ
เรื่อง: ทำลายสถิติโลก
—

เผยตัวเลขสถิตินักปั่นที่เก็บสถิติเข้าสู่ระบบ เพื่อบันทึกสถิติโลก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” พบนักปั่นในระบบ 1.46 แสนคน ปั่นจักรยานพร้อมกัน 77 จังหวัดทั่วประเทศ
วัน 16 ส.ค. 2558 ในการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจักรยาน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา นำขบวนพสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกจากจุดเริ่มต้น ณ ลานพระราชวังดุสิต เมื่อเวลา 15.17 น. ไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน และกลับสู่เส้นทางเดิม ถึงลานพระราชวังดุสิต เมื่อเวลา 19.09 น. รวมระยะทาง 43 กิโลเมตร สำเร็จลุล่วงตามพระราชปณิธาน ท่ามกลางพสกนิกรที่เฝ้ารับเสด็จฯ สวมเสื้อสีฟ้า เปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” อย่างพร้อมเพรียงตลอดระยะเวลาที่ทรงจักรยาน
ในกิจกรรมดังกล่าวได้มีการบันทึกสถิติโลกตามข้อกำหนดของการบันทึกสถิติ กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด โดยจุดที่จะบันทึกสถิติสำคัญครั้งนี้อยู่ที่ด้านหน้าห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ บริเวณซอยราชวิถี 4 (ซอยพระนาง) ซึ่งเจ้าหน้าที่กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด จะบันทึกตัวเลขผู้ปั่นจักรยาน Bike for Mom โดยเป็นการบันทึกสถิติจากขบวนจักรยานทั่วประเทศ ตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ทพร้อมกัน และปั่นต่อเนื่อง 4 กิโลเมตร ซึ่งวิธีการจดบันทึกครั้งนี้จะใช้ระบบการสแกนบาร์โค้ดที่ติดอยู่กับตัวรถจักรยานด้วยโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่นครไทเป ไต้หวัน บันทึกไว้สูงสุดอยู่ที่ 72,919 คัน
เมื่อเวลา 19.45 น. เว็บไซต์เฉพาะกิจเก็บสถิติ พบว่า มีนักปั่นที่เก็บสถิติเข้าสู่ระบบรวมทุกจังหวัด 146,290 คัน ประกอบด้วย
- ภาคเหนือ 19,450 คัน
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 35,276 คัน
- ภาคกลาง 46,986 คัน (เฉพาะกรุงเทพมหานคร 2,538 คัน)
- ภาคตะวันตก 8,233 คัน
- ภาคตะวันตก 14,330 คัน
- ภาคใต้ 22,015 คัน
แหล่งที่มา: http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9580000092735
-
ธนาคารแห่งประเทศไทย – ธนบัตร 1000 บาท แบบใหม่ (แบบ 16)

“ธนาคารแห่งประเทศไทย”
ลิงค์: https://iqepi.com/32316/ หรือ
เรื่อง: ธนบัตร 1000 บาท แบบใหม่ (แบบ 16)
—

ฉบับที่ 41/2558 เรื่องธนาคารแห่งประเทศไทยออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท แบบใหม่ (แบบ 16)นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ธปท. จะนำธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท แบบใหม่ (แบบ 16) ออกใช้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2558 โดยธนบัตรชนิดราคานี้ จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช จึงออกแบบให้เรื่องราวในธนบัตรแสดงถึงพระราชกรณียกิจอันสำคัญของพระองค์ นอกจากนี้ยังได้พัฒนารูปแบบให้สวยงาม และมีเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงที่ทันสมัย เพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน รวมถึงผู้บกพร่องทางสายตา สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย

ธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท แบบใหม่ (แบบ 16) มีขนาดกว้าง 72 มิลลิเมตร และยาว 162 มิลลิเมตร สีโดยรวมเป็นสีน้ำตาล เช่นเดียวกับแบบที่ใช้ในปัจจุบัน (แบบ 15) โดยมีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงที่สำคัญ ดังนี้
- ลายน้ำ พระบรมฉายาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัะวรัชกาลปัจจุบัน และตัวเลข “๑๐๐๐” ที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนทั้งสองด้าน เมื่อยกส่องกับแสงสว่าง
- หมึกพิมพ์พิเศษสลับสีพร้อมตัวเลขแฝง ลายประดิษฐ์สีทองจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อพลิกเอียงธนบัตร และภายในมีตัวเลข “1000” ซ่อนไว้
- หมึกพิมพ์พิเศษสีเหลือบแดง เมื่อพลิกเปลี่ยนมุมมอง จะเห็นแถวัวเลข “1000” สลับกับลายประดิษฐ์ในแนวตั้ง เป็นสีเหลือบแดง
- แถบฟอยล์ 3 มิติ ผนึกไว้ตามแนวตั้ง ในแถบมีตราสัญญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 จะเปลี่ยนสีสะท้อนแสงวาววับ เมื่อพลิกธนบัตรไปมา ภายในตราสัญลักษณ์ฯ มีตัวเลข “1000” เมื่อพลิกเอียงจะเปลี่ยนเป็นตัวเลข “๑๐๐๐”
- แถบสี่เหลี่ยมเคลื่อนไหวสลับสี ฝังในเนื้อกระดาษ มีบางส่วนของแถบปรากฎให้เห็นเป็นระยะเมื่อพลิกธนบัตรขึ้นลงจะเห็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดเล็กสีม่วงแดงเคลื่อนไหว และจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อเปลี่ยนมุมมอง
- สัญลักษณ์สำหรับผู้บกพร่องทางสายตา เส้นนูนแนวนอนเรียงลดหลั่นกัน นำสู่สัญลักษณ์ อักษรเบรลล์ ที่พิมพ์นูนเป็นรูปดอกไม้ 4 ดอก แทนอักษร “T” ที่ย่อจาก Thousand
ธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท แบบใหม่นี้ สามารถแลกได้ที่สาขาธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ทั่วประเทศและธนบัตรแบบที่ใช้ในปัจจุบันรวมทั้งแบบที่ใช้ก่อนหน้านี้ ยังคงชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
แหล่งที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศรับสมัคร | -
รัฐบาลเปิดจองบ้านยั่งยืน – 244 โครงการเริ่ม 28 ส.ค.นี้

“รัฐบาลเปิดจองบ้านยั่งยืน”
ลิงค์: https://iqepi.com/32314/ หรือ
เรื่อง: 244 โครงการเริ่ม 28 ส.ค.นี้
—

วันนี้(17 ส.ค.) พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 ส.ค.-6 ก.ย.นี้ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จะนำโครงการบ้านยั่งยืนและอาคารชุดพร้อมอยู่ มาจัดสรรเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนจอง รวมทั้งสิ้น 244 โครงการ จำนวน 13,583 ยูนิตทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้น 3-5 แสนบาท ค่าจองเพียง 1,000 บาท ฟรีค่าโอน พร้อมแถมเหล็กดัดมุ้งลวด
ทั้งนี้ โครงการบ้านยั่งยืนเป็นการดำเนินงานตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน ในราคาที่สามารถผ่อนชำระได้ และอยู่ในย่านที่ปลอดภัยเดินทางสะดวก เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย โดยการเคหะฯได้นำบ้านและอาคารที่ยังไม่มีผู้เข้าซื้อมาพัฒนาปรับปรุงตกแต่งเพิ่มเติม และสร้างพร้อมเข้าอยู่ เพิ่อ ได้มาตรฐานมากขึ้น ในราคาคุ้มค่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้จับจอง ซึ่งจากสถิติทั่วประเทศ พบว่าผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเองอยู่ถึง 4.5 ล้านครัวเรือน
“สถานที่ที่เปิดจอง กำหนดไว้เป็นสำนักงานที่ดูแลชุมชนที่มีโครงการเปิดขายกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถนำเอกสารไปลงทะเบียนจองตามช่วงวันดังกล่าวได้ โดยรายละเอียดเบื้องต้น สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล ทำเล และ ราคา ได้ที่สายด่วนการเคหะแห่งชาติ 1615 กด 2 หรือ0-2351-7777”
สำหรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนการจองต้องมีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ติด BLACK LIST หรือ เครดิตบูโรจากสถาบันการเงิน มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน และ สามารถรับภาระและเงื่อนไขการเช่าซื้อได้โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาจากการเคหะแห่งชาติ
ส่วนหลักฐานสำคัญในการทำสัญญาที่ต้องเตรียม ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (พร้อมสำเนา 1 ชุด) สำเนาทะเบียนบ้านของตนเองและคู่สมรสสำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) หนังสือรับรองรายได้ตนเองและคู่สมรส หนังสือรับรองรายได้จากหน่วยงาน สลิปเงินเดือน หรือสำเนาบัญชีเงินฝาก และเงินจอง
โดยรายละเอียด 244 โครงการ จำนวน 13,583 ยูนิต จำนวน ประกอบด้วย 1.โครงการมีราคาขายต่ำกว่า 300,000 บาท 17 โครงการ จำนวน 736 ยูนิต เป็นอาคารชุดในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ทำเลหัวหมาก มีนบุรี สายไหม เพชรเกษม 81 นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ
2.ราคาขายตั้งแต่ 300,000-400,000 บาท 11 โครงการ 1,117 ยูนิต เป็นอาคารชุดแบบบ้านพร้อมที่ดิน แบ่งเป็นโครงการในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 4 โครงการ 387 ยูนิต ทำเลร่มเกล้า นครปฐม สมุทรปราการ และโครงการในภูมิภาค 7 โครงการ 730 ยูนิต ทำเลเชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ชลบุรี ปราจีนบุรี อุบลราชธานี
3.ราคาตั้งแต่ 4000,001-500,000 บาท 67 โครงการ 9,088 ยูนิต เป็นอาคารชุดและบ้านพร้อมที่ดิน แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 50 โครงการ 8,385 ยูนิต ทำเลลาดกระบัง หนองจอก พหลโยธิน นครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และภูมิภาค 17 โครงการ 703 หน่วย ทำเลเชียงราย ลำปาง แพร่ ลำพูน พะเยา อยุธยา กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี ระยอง
และ4.ราคาขายมากกว่า 500,000 บาทขึ้นไป 149 โครงการ 2,642 ยูนิต เป็นอาคารชุดและบ้านพร้อมที่ดินในแบ่งเป็นเขตกรุงเทพและปริมณฑล 46 โครงการ 794 หน่วย ทำเลบึงกุ่ม ร่มเกล้า มีนบุรี ปัญญารามอินทรา หทัยราษฎร์ คู้บอน รามอินทรา บางเขน บางขุนเทียน นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และภูมิภาค 103 โครงการ 1,848 ยูนิต ทำเลเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพขร นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี สระบุรี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สระแก้ว นครราชสีมา ขอนแก่น หนองคาย เลย
แหล่งที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 17 สิงหาคม 2558
-
กรมเจ้าท่า – ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเหตุการโยนวัตถุระเบิดลงบริเวณท่าเรือสาธร

“กรมเจ้าท่า”
ลิงค์: https://iqepi.com/32309/ หรือ
เรื่อง: ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเหตุการโยนวัตถุระเบิดลงบริเวณท่าเรือสาธร
—

ท่าน
Tawanundhapatrasitrathorn BoomMaebaan Tunchaiwongmahatewapitakpong
ฝากมาครับ
“แอดมิน ผมฝากแจ้งข่าวว่า ท่าเรือยังให้บริการ แต่ให้ประชาชนรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ด้วยครับ”ข่าวกรมเจ้าท่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม 1278 ถนนโยธา เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 โทร.0 2233 1311-8 ต่อ 280, 258 fax.022363240
ฉบับที่ 87/2558
กรมเจ้าท่า รายงานสถานการณ์ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาธร
กรณีเกิดเหตุมีคนร้ายโยนวัตถุระเบิดลงบริเวณท่าเรือสาทร เมื่อเวลา 13.2 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2558 ผู้เห็นเหตุการณ์ แจ้งว่า คนปาอยู่บนสะพานมีความประสงค์จะปาระเบิดลงตรงสะพานข้ามคลองเชื่อมระหว่างท่าเรือข้ามฟากกับท่าเรือโดยสาร แต่พลาดเป้าติดราวสะพานทำให้ระเบิดตกลงน้ำและเกิดระเบิด เกิดแรงดันน้ำพุ่งกระจาย จากรายงานเบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ส่วนคนร้ายหนีไปได้คาดว่าอาจใช้รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกวิทยุ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ทหารทำการปิดถนนช่วงท่าเรือสาทรและบริเวณ BTS ตากสิน ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน
ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย กรมเจ้าท่าได้สั่งการเจ้าพนักงานขนส่งประจำท่าเรือสาทร อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการเรือด่วนและเรือข้ามฟาก พร้อมกับจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อให้การดูแลครอบคลุมทั่วถึง และร่วมดำเนินการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิด ให้สามารถตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมเจ้าท่าควบคุมดูแลจนกว่าจะเสร็จสิ้นปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยท่าเรือสาทรยังเิดให้บริการตามปกติ และขอแจ้งให้ประชาชนผู้ใช้บริการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักความปอลดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคเขตและสาขา ควบคุมดูแลความปลอดภัยตามท่าเรือในพื้นที่รับผิดชอบรวมถึงที่ตั้งสำนักงาน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติให้รายงานแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที หรือแจ้งสายด่วนกรมเจ้าท่า โทร. 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
18 สิงหาคม 2558
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง กรมเจ้าท่า
ประกาศรับสมัคร | -
สำนักการศึกษา กทม. – แจ้งปิดการเรียนการสอน พรุ่งนี้ (18 ส.ค. 58) โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 438 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

“สำนักการศึกษา กทม.”
ลิงค์: https://iqepi.com/32288/ หรือ
เรื่อง: แจ้งปิดการเรียนการสอน พรุ่งนี้ (18 ส.ค. 58) โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 438 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
—

สำนักการศึกษามีหนังสือด่วนที่สุดถึง ผอ.เขต ทั้ง 50 เขต ด้วยเมื่อเวลา 18.55 น. ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็ฯจำนวนมากนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่นักเรียนและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานครได้โปรดสั่งการให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครปิดการเรียนการสอนในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2558
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง สำนักการศึกษา กทม.
ประกาศรับสมัคร | -
ซื้อรถปีนี้หรือปีหน้า?? – อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ เริ่ม 1 ม.ค 59

“ซื้อรถปีนี้หรือปีหน้า??”
ลิงค์: https://iqepi.com/32279/ หรือ
เรื่อง: อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ เริ่ม 1 ม.ค 59
—

ที่มา: นิตยสารฟอร์มูลา, กระทรวงการคลัง
ท่านใดวางแผนจะซื้อรถคงต้องวางแผนกันให้ดีๆ ในช่วงที่จะมีการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2559 ซึ่งจะทำให้รถยนต์บางประเภทแพงขึ้นและบางประเภทราคาถูกลงจากตารางข้างต้น ซึ่งจะคิดตามอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แทนการคิดตามความจุกระบอกสูบ แล้วจะทราบได้อย่างไรว่ารถคันไหนปล่อย CO2 เท่าไร วันที่ 1 ต.ค. 2558 จะเริ่มเห็น ECO STICKER หรือระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ ซึ่งจะระบุอัตราการปล่อย CO2 ไว้พร้อมอัตราการใช้น้ำมันที่แสดงเป็น หน่วยลิตร : 100 กม. ใน 3 สภาวะการขับขี่ (1. สภาวะรวม 2. สภาวะในเมือง 3. สภาวะนอกเมือง) คล้ายๆ กับฉลากประหยัดไฟที่ติดในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แถมยังมี (รายละเอียด ECO STICKER คลิกที่นี่)
สรุปภาษาสั้นๆ ง่ายๆ ดูคร่าวๆ จะมีเพียงเฉพาะ อีโคคาร์เท่านั้นที่ราคาถูกลง ทั้งนี้ขึ้นกับอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ นอกนั้นแพงขึ้นจากภาษีรถยนต์อัตราใหม่ราว 3-10% ดังนั้นถ้าเล็งรถอีโคคาร์ก็รอซื้อปีหน้าดีกว่า ส่วนรถยนต์ประเภทอื่นที่วางแผนจะซื้อในปีหน้าน่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนเพราะส่วนเพิ่มก็มากพอสมควร
-
ECO Sticker – ระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ ECO Sticker เริ่ม 1 ต.ค. 58

“ECO Sticker”
ลิงค์: https://iqepi.com/32278/ หรือ
เรื่อง: ระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ ECO Sticker เริ่ม 1 ต.ค. 58
—

กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง ร่วมกันจัดงานเปิดตัวระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ “ECO Sticker” และร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์อย่าง ยั่งยืน (Sustainable Mobility) ด้วยกลไก ECO Sticker และภาษี CO2
เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานร่วมในงานเปิดตัวระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ “ECO Sticker” และร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์อย่าง ยั่งยืน (Sustainable Mobility) ด้วยกลไก ECO Sticker และภาษี CO2 อันเป็นการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2555 ซึ่งได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ (ภาษี CO2) พร้อมกับได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม รถยนต์และผู้นำเข้าจะต้องติด ECO Sticker ที่ต้องแสดงการประหยัดพลังงานและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไปพร้อมกัน
ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้รถยนต์อย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility) ในรถยนต์ทุกประเภท อย่างแพร่หลายในประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง จึงร่วมกันทำบันทึกความร่วมมือขึ้น เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวง อุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง (ได้แก่ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสถาบันยานยนต์) ที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการดำเนินงานตามเจตนารมณ์ของมติคณะรัฐมนตรี นี้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกำหนดเวลาทุกประการ
นายจักรมณฑ์ฯ ได้กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีของการพัฒนาอุตสาหกรรม ยานยนต์ไทย หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมกันวางนโยบายและมาตรการในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงมาตรการโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์และ ECO Sticker ที่กำลังเริ่มดำเนินการนี้ การนำเสนอมาตรการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องนี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการหยุดนิ่งแม้เพียง ขณะเดียวในระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่มีพลวัตดังเช่นในโลกปัจจุบัน ก็เสมือนกับประเทศไทยกำลังถอยหลัง”
ECO Sticker ซึ่งได้มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในวันนี้ ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 1) ข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ และเว็บไซต์ 2) ข้อมูลของรถยนต์ ได้แก่ ชื่อรุ่น แบบ โครงรถ เครื่องยนต์ เกียร์ ขนาดยางล้อ จำนวนที่นั่ง น้ำหนักรถ เชื้อเพลิงที่สามารถใช้ได้ และโรงงานที่ผลิตรถยนต์ 3) รายการอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน ซึ่งประกอบด้วย อุปกรณ์ที่มีสาระสำคัญในด้านการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ที่มีสาระสำคัญในด้านความปลอดภัย และรายการอุปกรณ์อื่นๆ และ 4) การทดสอบตามมาตรฐานอ้างอิง ได้แก่ อัตราการใช้น้ำมัน (หน่วย ลิตรต่อ 100 กม.) ใน 3 รูปแบบการใช้งาน คือ สภาวะรวม สภาวะในเมือง และ สภาวะนอกเมือง และแถบแสดงอัตราการใช้น้ำมันอ้างอิงในสภาวะรวม (Combined) ซึ่งทดสอบโดยใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล หรือน้ำมัน E85 (ถ้ามี) นอกจากนี้แล้ว ใน ECO Sticker ยังมี QR Code สำหรับให้ผู้ซื้อรถยนต์ หรือประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลด Eco Sticker เพื่อรับข้อมูลรายละเอียดของรถยนต์คันนั้น รวมทั้ง ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Eco Sticker ได้อีกด้วย
นายจักรมณฑ์ฯ ได้แสดงความชื่นชมผู้ผลิตรถยนต์หลายราย ที่ได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนมีความพร้อมและสามารถนำเสนอรถยนต์และรถปิกอัพรุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติระดับสากลในด้าน “สะอาด-ประหยัด-ปลอดภัย” ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์ที่มีจำหน่ายอยู่เดิมในประเทศให้กับประชาชนชาวไทยได้ ก่อนกำหนดเวลาการบังคับใช้โครงสร้างภาษีใหม่นี้ถึงเกือบ 1 ปีเต็ม ซึ่งจะ ช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในปีนี้ และการติด ECO Sticker บนรถยนต์ทุกคันที่จัดจำหน่าย จะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของบริษัทในคุณสมบัติและมาตรฐานของตัว ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่าย และยังแสดงถึงความรับผิดชอบในการแสดงคุณสมบัติจริงของผลิตภัณฑ์ต่อลูกค้า อย่างโปร่งใสและเปิดเผย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ การพัฒนาระบบ ECO Sticker สำนักงานฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการรถยนต์ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ร่วมหารือและประชุมเชิงปฏิบัติการหลายครั้ง เพื่อออกแบบ ECO Sticker และระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ให้มีความเหมาะสมและสะดวกสำหรับการเริ่มดำเนินการใน ระยะแรกของประเทศไทย โดยผู้ผลิตรถยนต์จะเริ่มติด ECO Sticker เป็นการทั่วไป สำหรับรถยนต์ที่ผลิตใหม่หรือนำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 นี้ เป็นต้นไป เพื่อให้การดำเนินโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งกำลังจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นไปอย่างราบรื่นตามกำหนดเวลา” ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จะเปิดเว็บไซต์ www.car.go.th ในเดือนธันวาคม 2558 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล ECO Sticker สำหรับประชาชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่มา: car.go.th/Content/pdf/ECOSticker.pdf












