เหตุการณ์ปัจจุบัน
ถ้าถามมา..จะได้ตอบได้ รวบรวมเหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นประเด็นข้อสอบในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เกี่ยวกับหัวข้อ เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทั้งใน และต่างประเทศ
-
บัดนี้ – เขตเศรษฐกิจพิเศษ

“”
ลิงค์: https://iqepi.com/19168/ หรือ
เรื่อง: เขตเศรษฐกิจพิเศษ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
—

เกี่ยวกับ การจัดตั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อรองรับ AEC โดยการนำเสนอของกระทรวงการคลัง มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) กำกับดูแลการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นไปตามนโยบาย สำหรับการเตรียมสอบงานราชการจะไม่ทราบเรื่องนี้เลยก็คงจะไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน ก็อ่านไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเครียด เก็บสะสมข้อมูลพอให้ทราบ เพื่อให้เข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะมีการเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว
จาก การที่ประเทศไทยจะ เข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( ASEAN Economic Community: AEC) ในปี 2558 เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนดังกล่าว รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะจัดตั้ง “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ในจังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดน
เขตเศรษฐกิจพิเศษคืออะไร
เขตเศรษฐกิจพิเศษ หมายถึง เขตพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสนับสนุน และอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการในการดำเนินกิจการต่างๆ เช่น การอุตสาหกรรม การพาณิชยกรรม การบริการ หรือกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ
สิทธิ ประโยชน์ที่ผู้ ประกอบการอุตสาหกรรม การพาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ ได้รับอยู่แล้วตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 การนิคมอุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 และเขตปลอดอากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2496 โดยมีสาระสำคัญการให้สิทธิประโยชน์ ดังนี้
การ จัดตั้งเขต เศรษฐกิจพิเศษ ควรออกเป็นพระราชบัญญัติเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 และพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2496 เพิ่มบทบัญญัติในหมวด 10 ตรี “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” การจัดตั้งให้ออกเป็นประกาศกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และผู้ที่ประกอบการในเขตดังกล่าวได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดี่ยวกับผู้ได้รับ การส่งเสริมการลงทุน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 และผู้ประกอบการในเขตปลอดอากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น
ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
การ ที่ประเทศไทยจะ เข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 และประเทศไทยมีสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อประเทศไทย เพราะเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน ของสินค้าไทยในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีประโยชน์ที่จะได้รับ ดังนี้
- เป็นการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
- เป็นการส่งเสริมการส่งออก เพราะช่วยลดต้นทุนในการประกอบการต่างๆ เช่น ค่าแรงงานราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน
- เป็นการส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตสินค้าจากต่างประเทศเข้าดำเนินการในประเทศไทย
- เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าจากประเทศไทย และประเทศต่างๆ ไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอื่นๆ
- ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ที่มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
สาระสำคัญร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ.2548
1.เขต พิเศษ หมายถึง พื้นที่เฉพาะที่กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสนับสนุน อำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการในการดำเนินกิจการต่างๆ ภายในเขตพื้นที่ เช่น การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว การบริหาร หรือการอื่นใด และยังเป็นการพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการที่ดี
***2.ให้ มีคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบายเขตพิเศษและการตั้งเขตพิเศษแต่ละแห่งต่อคณะ รัฐมนตรี รวมทั้งกำกับดูแลการดำเนินการของเขตพิเศษให้เป็นไปตามนโยบาย โดยมีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษ ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่ศึกษาถึงรายละเอียดที่จะตั้งเขตพิเศษ รวมทั้งเป็นฝ่ายวิชาการและธุรการให้คณะกรรมการนโยบายฯ
3.กำหนดให้มีกระบวนการจัดตั้งเขตพิเศษ การบริหารจัดการเขตพิเศษแต่ละเขตรายได้และอำนาจหน้าที่ของเขตพิเศษ
***4.เขต พิเศษอาจได้มาซึ่งที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในการดำเนินงาน โดยจัดหาเอง เช่น ซื้อ เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน เช่าระยะยาว เวนคืน ให้เอกชนนำที่ดินมาร่วมลงทุน เป็นต้น หรือได้มาโดยผลของกฎหมาย เช่น ให้ พรฏ.จัดตั้งเขตพิเศษมีผลเป็นการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินในเขตที่กำหนด เป็นเขตพิเศษ และให้ตกเป็นของเขตพิเศษ โดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่ดิน
***5.กรณี ที่กฎหมายกำหนดให้การดำเนินการในเรื่องใดเป็นอำนาจของหน่วยงาน ของรัฐหรือคณะกรรมการตามกฎหมาย ให้เขตพิเศษมีอำนาจดำเนินการได้เช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐนั้น และให้ถือว่าผู้ว่าการเขตพิเศษเป็นและมีอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตาม กฎหมายนั้น
6.การดำเนินการเรื่องใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาต จากหน่วยงานของ รัฐ เขตพิเศษมีอำนาจดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขออนุญาตตามกฎหมายนั้น
7.ถ้าเขตพิเศษ เห็นว่าหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขออนุญาตตามกฎหมายใดเป็นอุปสรรคแก่ผู้ ประกอบการ/ผู้อยู่อาศัย ให้รายงานคณะกรรมการนโยบายเพื่อนำเสนอ ครม.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ ยกเว้นกิจการที่อยู่ในอำนาจของ กทช.และ กสช
8.ถ้าพื้นที่ของเขตพิเศษครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ และเขตพิเศษนั้นมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับแผนและแนวทาง การดำเนินงานของเขตพิเศษ
9.เขตพิเศษมีอำนาจให้บริการแก่ผู้ประกอบ ธุรกิจ/อยู่อาศัย เช่น อนุมัติ ออกใบอนุญาต แทนหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายภายในพื้นที่เขตพิเศษ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งค่าธรรมเนียมหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้ไม่เกินร้อยละ 10 ให้ส่งเป็นรายได้ของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายนั้นกำหนด และเมื่อดำเนินการแล้วต้องแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายทราบ
10.ให้ เขตพิเศษมีอำนาจเช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในพื้นที่ เขตพิเศษ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เมื่อดำเนินการแล้วต้องแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ค่าธรรมเนียมหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้ไม่เกินร้อยละ 10 ให้ส่งเป็นรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
11.กรณีหน่วยงานของรัฐหรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นว่าการดำเนินการ ของเขตพิเศษไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ให้แจ้งเขตพิเศษเพื่อแก้ไข ถ้าเขตพิเศษไม่ดำเนินการให้เสนอคณะกรรมการนโยบายเพื่อวินิจฉัย
12.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกรรมการ โดยตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารเขตพิเศษ
13.ผู้ประกอบการ/ผู้อยู่อาศัยในเขตพิเศษมีสิทธิ
(1) ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต และค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(2) การลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
(3) หักค่าใช้จ่ายก่อนการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานอกจากที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
(4) นำคนต่างด้าวเข้ามาอยู่และทำงานในราชอาณาจักร
(5) สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าว
(6) สิทธิในการถือครองหรือเปิดบัญชีเงินฝากเป็นเงินตราต่างประเทศ
(7) สิทธิในการนำหรือส่งเงินออกไปนอกราชอาณาจักร
ข้อท้วงติงของแต่ละหน่วยงาน
=กระทรวงการคลัง
การ กำหนดให้เขตเศรษฐกิจพิเศษมีอำนาจดำเนินการได้เช่นเดียวกับหน่วยงานของ รัฐ หรือคณะกรรมการตามกฎหมายใดเป็นการเฉพาะนั้น อาจทำให้การพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาตขาดการพิจารณาจากหน่วยงานที่มีความ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และควรกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
=กระทรวงกลาโหม
เห็น ควรตัดร่างมาตรา 62 (1) (2) มาตรา 64, 65 และ 66 ออก เนื่องจากกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และตัดร่างมาตรา 88 และไม่สมควรกำหนดตามร่างมาตรา 99 เพราะอาจจะขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 36 วรรคแรก
=กระทรวงวัฒนธรรม
ควรเพิ่มบทบัญญัติเพื่อปกป้องคุ้มครองโบราณสถาน และควรเพิ่มผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรมในคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพิเศษด้วย
การ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษให้มีฐานะเป็น องค์กรมหาชน จะต้องไม่เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร แต่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไร
=กระทรวงสาธารณสุข
การกำหนดให้ ผู้ว่าการเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาต หรือให้ความเห็นชอบ หรือเป็นผู้มีอำนาจในการรับจดทะเบียนหรือรับแจ้งตามกฎหมายอื่นด้วยนั้น ควรมีการประเมินความคิดเห็นของทุกฝ่ายให้รอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ
=สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ร่าง กฎหมายดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ถ้าหากพื้นที่ของ อปท.ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
=สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กฎหมาย ฉบับนี้ให้อำนาจที่จะให้มีการถมทะเลได้ ซึ่งนอกจากจะศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ควรต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก่อน
=องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์กรมหาชน)
เห็น ควรให้กำหนดการให้สิทธิพิเศษในการดำเนินกิจการตามร่างมาตรา 4 แต่เฉพาะ “การอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง” เท่านั้น โดยควรตัดข้อความ “การท่องเที่ยว การบริการ และการอื่นใด” ออก
และใน ส่วนอำนาจหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกับส่วนราชการอื่น ควรมีบทบัญญัติกำหนดให้มีการบูรณาการความร่วมมือและประสานงานเพื่อใช้อำนาจ หน้าที่ร่วมกัน

6 ใน 12 เขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย
ความเห็นของภาคเอกชน : การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
ยุทธศาสตร์ การ พัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ โดยภาครัฐได้มีการร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจชายแดน โดยวัตถุประสงค์สำคัญจะเป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามตะเข็บของชายแดน ซึ่งประเทศไทยมีชายแดนติดต่อกับหลายประเทศ ได้แก่ พม่า , ลาว , กัมพูชา ซึ่งหากรวมภาคใต้ก็จะมีมาเลเซีย โดยเหตุผลสำคัญประเทศไทยต้องการพัฒนาพื้นที่เขตลงทุนอุตสาหกรรมและพาณิชยก รรมให้เป็นประตูรองรับการเชื่อมโยงโครงการ ไม่ว่าจะเป็น GMS : Great Makong Subregion ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ธนาคารแห่งเอเชีย ADB Bank
โดย เฉพาะต้องการ เชื่อมโยงกับประเทศจีนตอนใต้ โดยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนที่น่าจะเป็นรูปธรรมน่าจะเป็นโครงการพัฒนา พื้นที่ทางส่วนเหนือของจังหวัดเชียงราย อาจจะเป็นที่แม่สายหรือที่อำเภอเชียงของ ซึ่งจะมีเส้นทางเชื่อมโยงกับเมืองเชียงรุ่งและเมืองคุนหมิง ซึ่งอยู่ในมณฑลยูนานของประเทศจีนตอนใต้ สำหรับโครงการนำร่องเศรษฐกิจชายแดนอีกแห่งหนึ่งน่าจะเป็นบริเวณชายแดน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับเมืองเมียวดี ของพม่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้โครงการเขตเศรษฐกิจชายแดนกลายเป็นประเด็นในปัจจุบันก็ เนื่องจากรัฐบาลต้องการจะให้มีการส่งเสริมการลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือจากนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้ง นักลงทุนท้องถิ่นให้มาลงทุนในบริเวณพื้นที่ซึ่งรัฐบาลจะจัดสรร ตามตะเข็บชายแดน โดยการใช้ประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวที่จะสามารถเข้ามาทำงานได้แบบเช้าไปเย็น กลับ อีกทั้งจะสามารถนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกได้โดยเสรี
นอก จากนี้ จะเป็นแหล่งรองรับการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน (Labour Insentive) และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะวัตถุดิบประเภทไม้ โดยผู้ที่ลงทุนในเขตอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจชายแดนจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก การยกเว้นภาษีนำเข้า , การยกเว้นภาษีเงินได้ รวมถึงการตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนและศูนย์กระจายสินค้าด้าน Logistics
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
โดยผู้ที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจชายแดนจะมีลักษณะแตกต่างไปจากนิคมอุตสาหกรรมโดยทั่วไปก็ตรงที่ ในเขตเศรษฐกิจชายแดน จะถือเป็นดินแดนพิเศษ ดูแลและบริหารโดยคณะกรรมการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย กรรมการจากคนท้องถิ่น 6 คน และกรรมการจากภาครัฐอีก 4 คน ทำหน้าที่เป็นผู้บริหาร โดยมีอำนาจในการจัดตั้งองค์กรมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการพัฒนาพื้นที่และการใช้ ประโยชน์ของพื้นที่ป่าไม้หรือป่าชุมชน โดยคณะกรรมการมีสิทธิที่จะนำที่ดินเหล่านั้นมาจัดสรรให้กับเอกชนไม่ว่าจะ เป็นสัญชาติไทยหรือต่างชาติ สามารถทำสัญญาเช่าเป็นระยะเวลาได้ถึง 99 ปี
เกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดน มีผู้วิพากษ์ทั้งข้อดีและข้อเสีย หากมองในแง่ประโยชน์แล้วก็จะสามารถทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาบริเวณชายแดน ไม่ว่าจะเป็นที่แม่สอด หรือที่เชียงราย หรือจังหวัดหนองคาย หรือในอีกหลายที่ให้สามารถสร้างเป็นเขตอุตสาหกรรม โดยประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการใช้แรงงานประเทศเพื่อนบ้านเป็นการแก้ปัญหา การขาดแคลนแรงงานไร้ทักษะ และแก้ปัญหาการทะลักเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางของแรงงานต่างด้าว
ส่วนข้อเสียนั้น มีผู้วิจารณ์ที่หลากหลายว่าจะเป็นการเสียอำนาจอธิปไตยหรือการให้อำนาจคณะ กรรมการมากเกินไปในการเวนคืนที่ดิน ถึงแม้ว่า จะมีกรรมการจากท้องถิ่น จะเป็นกรรมการที่จะรักษาความถูกต้อง แต่เรื่องของผลประโยชน์นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการจากคนท้องถิ่นหรือเป็นคนภายนอก หากเป็นผลประโยชน์ซึ่งลงตัวกันแล้ว ก็ฮั้วกันได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ การให้ระยะเวลาเช่าที่ยาวเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศจีนหรือประเทศเวียดนาม ซึ่งมีระยะเวลาให้เช่าที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมไม่เกิน 50 ปี
อย่างไรก็ดี ข้อที่ควรพิจารณา หากเป็นนักลงทุนชาวจีน ซึ่งในประเทศของเขามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง , ค่าที่ดิน วัตถุดิบ อะไรเป็นเหตุจูงใจให้อยากมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจชายแดนที่ตอนเหนือของเชียงราย เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นเครื่องหมายสำคัญ ก็คือ แหล่งกำเนิดสินค้าในประเทศไทย “Thailand of Origin” เพื่อจะได้นำสินค้าเข้าไปในอาเซียนหรือไปแย่งตลาดของไทยเองในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจีนกำลังมีปัญหาในเรื่องของโควตาสินค้า ซึ่งเกิดจากการถูกกดดันเกี่ยวกับค่าเงินหยวน
ดัง นั้น การพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงขอให้มีความรอบคอบ โดยข้อเท็จจริงแล้วประเทศไทยเองก็มีกฎหมายหลายฉบับไม่ว่าจะเป็นร่าง พรบ. เขตปลอดอากร , เขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก (EPZ : Export Processing Zone) หรือเขต Free Zone ก็ ล้วนแต่ให้สิทธิใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ของ สปป.ลาว , เขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว ของเวียดนาม , หรือที่มณฑลกวางสี, เมืองฉงชิ่ง , เมืองเซินเจิ้น ฯลฯ ในประเทศจีน ซึ่งล้วนเป็นประเทศซึ่งมีระบบปกครองเป็นสังคมนิยม เอกชนไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของที่ดิน รัฐจึงสามารถจัดสรรให้กับต่างชาติเช่าได้
แต่ กรณีของประเทศ ไทย เป็นประเทศประชาธิปไตย ซึ่งมีความแตกต่างกัน ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจพิเศษชายแดนนี้คงต้องมีการถกเถียง ทั้งส่วนของผู้ที่เห็นด้วย กับผู้ที่ไม่เห็นด้วยหรือมีความคิดแตกต่างกันไป แต่ทราบว่ารัฐบาลก็มีงบประมาณกว่า 1,300 ล้าน ในการเตรียมพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนที่เชียงราย หากคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศแล้วก็ทำไป แต่ประเทศไทยไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง เพียงแต่ขอให้คิดให้รอบคอบเพราะมีผลต่อลูกหลาน ทุกคนก็เกิดมาแล้วก็ต้องตายด้วยกันทั้งสิ้น ผลประโยชน์ที่ได้มาก็คงไม่มีใครที่จะแบกไปกับตนได้ เหลือเพียงแต่คุณความดีหรือการสาปแช่งเท่านั้น…

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม
แผนโครงสร้างพื้นฐานเขต ศก.พิเศษของไทย
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่าน ศุลกากร ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาแผนและลำดับความสำคัญการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แผนปรับปรุงด่านศุลกากร/ด่านชายแดน และแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมในพื้นที่พัฒนาและจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบหมายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ เป้าหมายในปี 2557-2558 จะมีการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้สมบูรณ์โดยพัฒนาพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพ ได้แก่ 1.ด่าน แม่สอด จ.ตาก 2.ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว 3.ด่านหาดเล็ก (ท่าเรือคลองใหญ่) จ.ตราด 4.ด่านมุกดาหาร 5.ด่านสะเดา 6.ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ส่วนที่เหลืออีก 12 ด่านจะทยอยดำเนินการในระยะต่อไป
อย่าง ไรก็ตาม นอกจากคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร จะพัฒนาโครงข่ายพื้นฐานทั้งบก น้ำ อากาศ รางให้เชื่อมโยงกับ 6 ด่านชายแดนอย่างสะดวกแล้ว จะต้องดูเรื่องการปรับปรุงด่านศุลกากร ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ด่านทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ให้ครอบคลุม รวมไปถึงการบริหารจัดการที่ด่าน ซึ่งในภาพรวมหน่วยงานของคมนาคม ได้มีแผนโครงข่ายเชื่อมโยงแต่ละด่านไว้แล้ว และพร้อมดำเนินการทันที

รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2557 ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานการประชุมสรุปสาระสาคัญของผลการประชุมได้ดังนี้
1. ที่ประชุมคณะกรรมการ กนพ. รับทราบความก้าวหน้าการดาเนินงานของ สศช.ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้แก่ (1) ศึกษาเพื่อวางยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในระดับประเทศและระดับพื้นที่ (2) หารือร่วมกับหน่วยงานในเรื่องการให้สิทธิประโยชน์ การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ มาตรการสนับสนุนการใช้แรงงานต่างด้าว (3) เตรียมความพร้อม สร้างความเข้าใจและการรับฟังความความคิดเห็นของภาคส่วนการพัฒนาในพื้นที่ชายแดน (4) ศึกษาตัวอย่างรูปแบบการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในต่างประเทศ (5) สำรวจพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพและโอกาสการเชื่อมโยงไปยังประเทศในภูมิภาคและ (6) ประสานความร่วมมือในระดับทวิภาคีกับประเทศกัมพูชาและประเทศมาเลเซียในการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษร่วมกัน
2. ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรกของไทยใน 5 พื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2558 ได้แก่ (1) แม่สอด (2) อรัญประเทศ (3) ตราด (4) มุกดาหาร (5) สะเดา (ด่านศุลกากรสะเดาและปาดังเบซาร์) โดย เน้นการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของ ประเทศ ในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มการจ้างงานและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ประชาชน แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน และปัญหาความแออัดบริเวณด่านชายแดน

3. ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 4 เรื่อง ได้แก่ (1) สิทธิประโยชน์สาหรับการลงทุน (2) การให้บริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ (3) มาตรการสนับสนุนการใช้แรงงานต่างด้าว และ (4) การ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรในพื้นที่ เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจและเชื่อมโยงประเทศใน ภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ที่ประชุมได้อนุมัติให้ตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดเพื่อเสนอแนวทางการดาเนินงานในส่วนที่ได้รับมอบหมายให้ กนพ. พิจารณาภายในเดือนสิงหาคม 2557 ได้แก่
(1) คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน เสนอขอบเขตและจัดหาพื้นที่ สิทธิประโยชน์ และแผนพัฒนาระบบบริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน ปลัด กค. เป็นประธาน/ ผอ.สศค.เป็นเลขานุการ/สกท.และสศช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
(2) คณะอนุกรรมการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคงเสนอแนวทางจัดระบบการจ้างแรงงานต่างด้าว การพัฒนาฝีมือแรงงาน และแผนการจัดตั้ง One Stop Service แรงงานต่างด้าว ปลัดรง.เป็นประธาน/รง.เป็นฝ่ายเลขานุการ/สศช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
(3) คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรเสนอแผนและลาดับความสาคัญการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แผนปรับปรุงด่านศุลกากร/ด่านชายแดน และแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ปลัด คค. เป็นประธาน/ผอ.สนข.เป็นเลขานุการ/กรมศุลกากรและ สศช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

5. ให้ สศช. ทาการประเมินผลการดาเนินงานตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 5 พื้นที่ (ตุลาคม 2557-ธันวาคม 2558) ในลักษณะ ก่อน–หลัง ในประเด็นดังนี้ (1) ความก้าวหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (2) ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ(3) ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง (4) ความพึงพอใจของภาคส่วนต่างๆ (5) ปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไขปรับปรุงเพื่อการปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องมี ประสิทธิภาพ และก่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศทั้งนี้เพื่อใช้ประกอบในการพัฒนาและจัดตั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษในระยะต่อไปให้มีประสิทธิภาพ
ระยะที่ 2
จาก การรายงานข่าวว่าทางภาครัฐและเอกชนเชียงรายได้ข่าวดีหลังจากประชุม ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จ.เชียงราย มีการแจ้งในที่ประชุมว่าล่าสุด คสช.ได้กำหนดให้ จ.เชียงราย พร้อมด้วย จ.กาญจนบุรี จ.หนองคาย จ.นครพนม และ จ.นราธิวาส เป็นจังหวัดที่จะได้รับการพัฒนาในระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป โดยให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำการศึกษาและเก็บข้อมูล ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

นาย จักรกฤช ธรรมศิริ รองผู้จัดการโครงการศึกษายุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ กล่าวว่าเชียงรายโชคดีที่เป็นกลุ่มจังหวัดที่จะพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจ พิเศษในเฟส 2 เพราะจะได้รับทราบปัญหาจากกลุ่มจังหวัดแรกๆ และสามารถใช้เป็นข้อศึกษาได้อย่างละเอียดมากขึ้น โดยคณะจะเริ่มลงพื้นที่ จ.เชียงรายตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. 57 เป็นต้นไป เพื่อเก็บข้อมูลอย่างรอบด้านทุกเรื่องตามนโยบายของ คสช.ที่เน้นให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด เริ่มจากการรับฟังความเห็นตั้งแต่กลางดือน ส.ค.-ก.ย. 57 และมีการศึกษาอย่างละเอียดครอบคลุมเรื่องผลกระทบในด้านต่างๆ ด้วย ส่วนเขตพื้นที่ที่จะจัดตั้งก็จะพิจารณาตามเขตการปกครองคือตำบล อำเภอ จังหวัด ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นอีก


ใน การประชุมได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชียง ของ-เด่นชัย ที่มีการผลักดันกันมานานนั้น ล่าสุด คสช.ได้ให้ความเห็นชอบแนวทางการพัฒนาเป็นระบบรถไฟทางคู่ในอนาคต โดยใช้ขนาดทางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standgard Gauge) รถไฟขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ความเร็ว 160 กม./ชม. เป็น 1 ใน 2 โครงการ ในระยะเร่งด่วนแล้ว โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำผลศึกษารถไฟความเร็วสูงเดิมมาศึกษาทบทวนเพื่อต่อยอดการออกแบบให้สัมพันธ์ กับแนวทางดังกล่าว ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงจากจีน-ลาว-ไทย-มาเลเซีย




ที่ ประชุม กรอ.เชียงรายครั้งนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งแลนด์มาร์กของ จ.เชียงราย เบื้องต้นกำหนดใช้สถานที่ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง ก่อนถึงวัดร่องขุ่น เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ และทางนายวิรุณ คำภิโล ที่ปรึกษาหอการค้า จ.เชียงราย แจ้งว่า หอการค้า จ.เชียงรายจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมหอการค้าทั่วประเทศในวันที่ 21-23 พ.ย.นี้ที่ มฟล. คาดว่าจะมีผู้เข้าไปร่วมงานทุกฝ่ายประมาณ 4,500-5,000 คน




ดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบ คลิกที่นี่ -
ระวังเพจลวง บัดนี้ – นสพ.รายวัน โดนดักควาย
“ระวังเพจลวง”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=17820 หรือ
เรื่อง: นสพ.รายวัน โดนดักควาย
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

อ่านให้จบก่อนตกเป็นเหยื่อเหมือน นสพ.รายวัน รายการอ่านข่าวจาก นสพ. **กลัวจะอ่านไม่จบ อยากให้อ่านจนจบจริงๆ**
หลายท่านคงทราบเรื่องน้องการ์ตูน ที่ถูกรถชนพร้อมกับคุณพ่อในร้าน “สเต็กลุงใหญ่” ที่เป็นข่าวในขณะนี้ เรื่องก็เศร้านะ ยิ่งได้อ่านรายละเอียดที่ว่า..ผู้เป็นพ่อกอดลูกสาวไว้แน่นก่อนสิ้นลมด้วยพยายามปกป้องน้องจากรถที่พุ่งเข้ามาชนก็ยิ่งสะเทือนใจ
แต่ประเด็นที่มาโพสท์ “เป็นเรื่อง” ต่อจากนั้น หลังจากที่โดนชนผ่านไปสองเดือนก็ไม่ค่อยจะได้รับความรับผิดชอบและการดำเนินคดีก็เหมือนจะล่าช้าไป ทางผู้เป็นแม่จึงได้เข้าร้องเรียน ผ่านสื่อ จนกระทั่งมีผู้ให้ความช่วยเหลือมากมาย ทั้งการบริจาคเงิน ตามไปช่วยอุตหนุน ร้าน “สเต็กลุงใหญ่” ที่ย้ายจากที่เดินเนื่องจากยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา หรือช่วยตามเรื่องคดีความ และมีเพจหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลืออย่างดียิ่งนั่นคือ “THE DARK KNIGHTS II” และทางแอดมินค่อนข้างจะไม่พอใจเมื่อได้ทราบว่า ทนายความของผู้ที่ขับรถชน พูดว่า..
“น้ำผึ้ง(ผู้สารภาพว่าเป็นผู้ขับรถชนพ่อและน้องการ์ตูน) น้ำผึ้งเธอไม่มีปัญญาหาเงินได้ เธอคงต้องไปโดดตึกตายละล่ะ” แล้วก็หัวเราะกัน ภายหลังการเจรจาไม่เป็นผล จึงเป็นชนวนเริ่มต้นเล่นงาน “ทนายความ” ของผู้ที่ขับรถชน
****ย่อหน้าต่อไปนี้คือ..ส่วนสำคัญที่จะบอก****
ล่าสุดได้มีการระดมพรรคพวกทั้งผู้ที่ติดตามเพจ เปิดเพจขายสินค้าและบริการขึ้นมามากมาย โดยใช้ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ของทนายความคนนั้น เช่น
– ธาตรี แอร์เซอร์วิส ล้างแอร์ 300 บาท 081-559-0616
– ขายบัตรทรูมันนี่ราคาส่ง By ธาตรี ธนธรรมสุนทร 081-5590616
– เจ๊ธาตรี หอยแครง
– รับ Beatbox งานต่างๆ งานศพ งานบวช งานหย่ารับหมด by ทนายธาตรี
– ขยายขนาด ฉีดน้ำมัน แมลงวันสเปน 24 ชั่วโมง ธาตรี ธนธรรมสุนทร 081-559-0616
– ธ.การท่องเที่ยว
– ขายหมอนข้างลายอนิเมะ by ธาตรี ธนธรรมสุนทร
– ขายกอง บก.เดลินิวทร์ by ธาตรี ธนธรรมสุนทร
– ธาตรี 9 นิ้ว นวดเก่งครับ คุยกันได้ครับ
– จัดหาไซต์ไลน์ ธาตรี 081-5590616 หรือ 081-9126829 ตลอด 24 ชม.
– ขายยาทำแท้ง ธาตรี ธนธรรมสุนทร 081-5590616 ตลอด 24 ชม.
– ขายปืนเถื่อน By ทนายธาตรี
– ขายบัตรทรูมันนี่ราคาส่ง By ธาตรี ธนธรรมสุนทร 081-5590616
– ลอตเตอรี่ หวย ราคาส่ง By ธาตรี ธนธรรมสุนทร 081-5590616
– รับทำวุฒิการศึกษาปลอม By ธาตรี ธนธรรมสุนทร 081-5590616 โทรได้ 24 ชม.
– รับจ้างทวงหนี้ by ธาตรี 081-5590616,081-9126829 คลอด 24 ชม.
– ปลูกผม&นวดbyธาตรี
– ฯลฯจุดประสงค์เพื่อให้ทนายความไม่สามารถติดต่อสื่อสารผ่านหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว ซึ่งเป็นเบอร์หลักในการทำงาน ขณะนี้ไม่ทราบว่าทางทนายความคนนั้นจะแก้ไขอะไรอย่างไรแล้ว แต่ที่แน่ๆ ..
ผ่านมาได้ราวเกือบสัปดาห์นับตั้งแต่เริ่มมีการปฏิบัติการนี้ของเพจ THE DARK KNIGHT II ดูว่าเหยื่อจะไม่ใช่แค่..ทนายความ ของผู้ที่ขับรถชนเสียแล้ว เพราะมีคนหลงเชื่อว่าเพจต่างๆ ที่ถูกเปิดขึ้นในปฏิบัติการนี้ เป็นเรื่องจริง มีการโต้ตอบไปมาระหว่างผู้ดูแลเพจ กับผู้ที่สนใจสินค้า/บริการ
*****ไม่เว้นแม้แต่สื่อหนังสือพิมพ์รายวันยักษ์ใหญ่ ที่พลาดท่าเสียทีหลงเชื่อว่า..”มีการนำสุนัขมาขายบริการทางเพศกับมนุษย์” ลงหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ ที่แย่ไปกว่านั้นรายการข่าวต่างๆ ที่เป็นประเภทเล่าข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ก็พลอยซวยไปด้วยเพราะนำข่าวที่ผิดพลาดดังกล่าวไปเล่ากันเป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นประเด็นการทารุณกรรมสัตว์ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ไปทั้งที่ความจริงเป็นเพจที่สร้างขึ้นเพื่อกลั่นแกล้ง ทนายความของผู้ที่ขับรถชนน้องการ์ตูนและพ่อ
ขนาดหนังสือพิมพ์ รายการข่าวในทีวี ยังตกเป็นเหยื่อแล้วคนธรรมดามีหรือจะไม่โดน ก็เยอะแยะไปเลย อะไรก็คงไม่หนักหนาเท่ากับหากลองสังเกตดีๆ เพจเหล่านี้มีทั้ง เพจปกติ และ เพจสีเทา จนถึงเพจที่มืดสนิท นั่นคือการโฆษณาขายสินค้า/บริการที่ผิด กม.
ในส่วนของเพจสายเทา-ดำ ที่ขาย สินค้า/บริการ ผิด กม. การจะเป็นเหยื่อก็ดูไม่น่าเห็นใจเท่าไรนัก จะขำก็ขำจะสงสารก็สงสารเพราะเขาเหล่านั้นไม่ได้รู้เรื่องทนายความหรือน้องการ์ตูน แต่..กำลังหาซื้อสิ่งผิด กม. ก็เลยไม่รู้จะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี
แต่.. เพจที่เป็นสีขาว คือ ขายสินค้า/บริการ ปกติ คนที่สนใจกลายเป็นเหยื่อโทรไปหา ทนายความคนนั้นด้วยสำคัญผิดคิดว่าเป็นเจ้าของเพจหรือเจ้าของกิจการ ก็โดนตวาดบ้าง โดนตะเพิดบ้าง โดยไม่รู้ว่าถูกหลอกให้โทรไปก่อกวนทนายความคนนั้น ผ่านทางอินบ๊อกซ์หรือการโชว์เบอร์ที่หน้าเพจเลย
ทั้งนี้ไม่ได้มีแค่เพจเท่านั้น เท่าที่เข้าไปเช็คทราบว่ามีการทำป้ายสติ๊กเกอร์ไปติดตามเสาไฟฟ้า เช่น บริการกำจัดปลวก ฯลฯ
ผมไม่ขอออกความเห็นในกรณีเรื่องเหล่านี้ เพียงแต่จะเตือนท่านๆ ทั้งหลาย “ให้รู้เท่าทัน” หากเห็นคำว่า “ธาตรี” หรือเบอร์โทรดังกล่าวก็ให้เข้าใจว่าเป็นเพจลวงที่ทำขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีผลกระทบอะไรเมื่อมีการ “ส่งการบ้าน” โดยไม่ได้เบลอชื่อผู้ที่สนใจ สินค้า/บริการ ที่ผิด กม. เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง เช่น “เพจรับทำแท้ง” “ทำวุฒิปลอม” หรือ “ขายปืนเถื่อน” เบื้องต้นก็จะโดนลงโทษทางสังคมทันทีทั้งที่ความผิดในการซื้อขายสินค้า/บริการที่ผิด กม. ยังไม่สำเร็จ และไม่มีวันสำเร็จเพราะเป็นเพจที่สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ได้ทราบกันแล้ว ส่วนเพจสายขาวปกติผู้ที่สนใจโทรไปก็เพียงแต่จะได้รับเกียรติเป็นตัวตลกให้ได้ฮากันในเพจดังกล่าว ที่หลงตกเป็น.. “เหยื่อ ชั้นที่ 2 หรือ 3” ในเหตุการณ์นี้
อย่างไรก็ดี..โดยส่วนตัวนึกชื่นชมเพจดังกล่าวที่ให้ความช่วยเหลือ เป็นเดือดเป็นร้อนกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนใดๆ จากใคร ทั้งไม่ได้เป็นญาติฝ่ายใดของครอบครัวน้องการ์ตูนด้วย แต่กลับช่วยเหลือแม้กระทั่งการย้าย รพ. การย้ายร้าน สเต็กลุงใหญ่
ความรู้สึกส่วนตัว เหมือนว่า เพจนี้เขามี 2 ปาง ปางเทพ กับปางมาร โดยรวมเขาก็ปางเทพนะ ปางมารจะออกก็ต่อเมื่อมีความรู้สึกไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมสไตล์ไทยๆ
ท้ายนี้ค่อนข้างเห็นใจความสูญเสียของผู้เป็นแม่น้องการ์ตูนที่นับจากนี้ไปต้องแบกรับภาระที่หนักแสนสาหัส สูญเสียสามีที่เป็นที่พึ่ง ซ้ำยังต้องดูแลน้องการ์ตูนที่เจ็บหนัก (สมองเปิด เสียสมองไป 25%) แม้ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็คงต้องเป็นภาระในการดูแลที่.. “เกินจินตนาการ”
ท่านใดหากประสงค์จะช่วยเหลือค่ารักษาน้องการ์ตูน ทางเพจ The Dark Knights II ได้ติดต่อคุณแม่ของน้องการ์ตูน เพื่อขออนุญาตนำเลขบัญชีมาเปิดรับการบริจาคเงินจากผู้มีจิตเมตตาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลน้องการ์ตูน ที่ผ่านมา 2 เดือน ค่ารักษารวมเป็นเงินกว่า 1.5 ล้านบาทแล้ว โดยผู้ที่ขับรถชนช่วยค่ารักษาเพียงวันละ 4,000 บาท ซึ่งหากน้องการ์ตูนมีอาการดีขึ้นจนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เหลือทั้งหมดอีก 70% ผ่อนไม่ได้ (ข้อมูลตามเพจ The Dark Knights II) ร่วมบริจาคได้ที่ เลขที่บัญชี 978-2-19066-8 ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี ศรัญญา ชำนิ หรือแวะไปอุดหนุน “ร้านสเต๊กลุงใหญ่” ซึ่งย้ายจากที่เดิม(ที่เกิดเหตุ) มาอยู่แถวราษฎร์บูรณะ ตรงข้าม ธ.กสิกรสาขาใหญ่
-
กทม. บัดนี้ – เปิดสวนสาธารณะ 28 แห่งให้ลอยกระทง ห้ามใช้โฟม

“กทม.”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=16131 หรือ
เรื่อง: เปิดสวนสาธารณะ 28 แห่งให้ลอยกระทง ห้ามใช้โฟม
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

กทม.เปิดสวนสาธารณะ 28 แห่ง ให้ประชาชนไปลอยกระทง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 6 พ.ย. เข้มห้ามใช้วัสดุจากโฟม จุดพลุ ประทัด และห้ามขายของเด็ดขาด…
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เทศกาลลอยกระทงในปี 2557 ตรงกับวันที่ 6 พ.ย. ทาง กทม. กำหนดเปิดสวนสาธารณะ 28 แห่ง เพื่อให้ประชาชนเข้าไปลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. แต่ห้ามใช้กระทงที่ทำด้วยโฟม ห้ามจุดประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ตลอดจนห้ามขายกระทง สินค้า อาหาร และอื่นๆ ภายในสวนสาธารณะโดยเด็ดขาด
สำหรับสวนสวนสาธารณะทั้ง 28 แห่ง มีดังนี้ 1.สวนลุมพินี เขตปทุมวัน 2.สวนจตุจักร เขตจตุจักร 3.สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร 4.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 5.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 6.สวนสราญรมย์ เขตพระนคร 7.สวนรมณีนาถ เขตพระนคร 8.สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร ในสวนนาคราภิรมย์ เขตพระนคร 10.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ
11.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 12.สวนนวมินทร์ภิรมย์ เขตบึงกุ่ม 13.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 14.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย 15.สวนน้ำบึงกระเทียม เขตมีนบุรี 16.สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม 17.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี 18.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน 19.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 20.สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร เขตประเวศ
21.สวนวนธรรม เขตประเวศ 22.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 23.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย 24.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด 25.สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว 26.สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ เขตบางกอกน้อย 27.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตบางกอกน้อย และ 28.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตสาทร
-
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ – กกถ.ไฟเขียว เมืองพิเศษ แหลมฉบัง-สมุย-แม่สอด

“กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ – กกถ.ไฟเขียว เมืองพิเศษ แหลมฉบัง-สมุย-แม่สอด”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15901 หรือ
เรื่อง: กกถ.ไฟเขียว เมืองพิเศษ แหลมฉบัง-สมุย-แม่สอด
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ครั้งที่ 2/2557 ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (หลังใหม่) ชั้น 2 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะผู้บริหารจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าร่วมประชุม
“ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้ง อปท.รูปแบบพิเศษตามข้อเสนอของ ก.ก.ถ. โดยมอบหมายและเร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยรีบดำเนินการนำร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด พ.ศ. ….ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเกาะสมุย พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแหลมฉบัง พ.ศ. …. เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว” นายวิษณุกล่าว และว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เร่งรัดในเรื่องดังกล่าวเสมอ เพราะเห็นว่าหากนำร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 เรื่องเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาโดยเร็วจะส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าของประเทศมีความคล่องตัวและเป็นประโยชน์กับประชาชนในด้านการค้าและการลงทุน ตลอดจนเพิ่มระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นอีกด้วย
นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า มีความยินดีที่รัฐบาลจะผลักดันเกาะสมุยเป็นรูปแบบเมืองพิเศษ เพราะท้องถิ่นและประชาชนมีแต่ได้ ไม่มีส่วนเสียหาย โดยเรื่องนี้ได้มีการศึกษาและประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่มานานกว่า 10 ปี มีกรอบรูปแบบไว้แล้ว สามารถดำเนินการได้เลย ชาวเกาะสมุยขานรับอย่างเต็มที่และติดตามกันตลอด
“เรื่องเคยผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และเตรียมเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พร้อมกับแม่สอด จ.ตาก และแหลมฉบัง จ.ชลบุรี แต่หลุดไปอย่างน่าเสียดายและเสียโอกาส” นายรามเนตรกล่าว และว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่อยากเห็นคือ รูปแบบการบริหารแบบกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปกครองตนเองเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แบบมาจากเลือกตั้งร้อยละ 50 และแต่งตั้งร้อยละ 50 เพราะผิดหลักกระจายอำนาจ และหลายฝ่ายห่วงว่ากระทรวงมหาดไทยจะดึงอำนาจกลับให้ไปอยู่ใต้ปกครองตามเดิมอีก ซึ่งจะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง
นายเสนีย์ ภูวเศรษฐถาวร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า การยกฐานะเมืองพิเศษเกาะสมุยสามารถดำเนินการได้เลย เพราะประชาชนและผู้ประกอบการเห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่และรองรับการพัฒนาได้รวดเร็วอย่างทั่วถึง
นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ ประธานที่ปรึกษาเทศบาลนครแหลมฉบัง และอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแหลมฉบัง กล่าวว่า สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรีได้พยายามเรียกร้องให้แหลมฉบังเป็นเมืองพิเศษ แต่กระทรวงมหาดไทยขอร้องให้เป็นเทศบาลนครไปก่อน การที่พยายามเรียกร้องให้เป็นเมืองพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ประกอบไปด้วยท่าเรือแหลมฉบัง มีเรือต่างประเทศเข้ามาเดือนละ 500-600 ลำ มีตู้คอนเทนเนอร์ขนสินค้าที่จะต้องขนย้ายปีละไม่น้อยกว่า 6 ล้านตู้ รวมทั้งมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่ มีโรงงานกว่า 130 แห่ง นอกจากนี้ยังมีบริษัทต่างๆ ในเครือสหพัฒน์กว่า 80 บริษัท และโรงกลั่นเอสโซ่ ปตท. รวมทั้งไทยออยล์ ทำรายได้ให้กับประเทศปีละไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท
“หากมองไปในประเทศต่างๆ จะเห็นว่าเมืองที่มีท่าเรือจะโตเป็นอันดับ 2 ของเมืองหลวง จะมีการยกฐานะเป็นเมืองพิเศษ เหมือนกับพัทยาหรือ กทม. ขณะนี้เมืองแหลมฉบังโตมาก สร้างรายได้ให้กับรัฐบาลมากมายมหาศาล สมควรแล้วที่จะได้รับการยกฐานะเป็นเมืองพิเศษ” นายบุญเลิศกล่าว
ที่มา: มติชนออนไลน์
-
สอศ. – แก้วิกฤตขาด “ครูอาชีวะ”

“สอศ. – แก้วิกฤตขาด “ครูอาชีวะ””
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=15068 หรือ
ตำแหน่ง: แก้วิกฤตขาด “ครูอาชีวะ”
ระดับการศึกษา:
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: –
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มติชนรายวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 คือหลักสูตร ประกาศนียบัตรเทคนิคชั้นสูง หรือ “ปทส.” เดิมทีเราก็มี ปวช. ปวส. ปวท. เจอ ปทส. เหมือนเอา ปวท. กับ ปวส. มารวมกัน วัตถุประสงค์หลักๆ ก็เพื่อจะผลิตครู อาชีวะที่ขาดแคลนในขั้น “วิกฤติ” เลยทีเดียว ด้วยการคาดการณ์ความต้องการแรงงานช่างฝีมือปริมาณมากในขณะนี้ที่ก็ขาดแคลนอยู่แล้ว แต่จะขาดแคลนมากขึ้นเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปีหน้าอย่างเต็มตัว
แต่..กฎเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับคนที่ไม่ได้จบคุรุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) จะก้าวเข้าสู่สายอาชีพพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ มันน้อยเหลือเกิน แม้ว่าภายหลังจะสร้างการสอบเทียบโอนความรู้มาตรฐานวิชาชีพครู 9 มาตรฐานขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนจาก 9 มาตรฐานเป็น 11 มาตรฐาน และเพียงไม่ถึงปีหลังจากเปลี่ยนเป็น 11 มาตรฐาน ก็ได้ยกเลิกการรับสมัครบุคคลที่ไม่ได้จบปริญญาตรีทางการศึกษา สอบเทียบโอนความรู้มาตรฐานวิชาชีพครู
ก่อนหน้านี้จะมีบางกระแสว่าขอให้ “ยกเว้น” การมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสำหรับกลุ่มครูสังกัด สอศ. ที่ขาดแคลนครูสอนวิชาชีพเฉพาะ เช่นโลจิสติกส์ ปิโตรเคมี บัญชี วิศวกรรม ช่างฝีมือเฉพาะทาง ฯลฯ แต่ก็ได้รับเสียงคัดค้านด้วยเกรงว่าหากจะให้ใครก็ได้เข้ามาเป็นครูแล้ว จะทำให้มาตรฐานวิชาชีพครูสูญเสียความน่าเชื่อถือเพราะไม่มีสิ่งใดเป็นหลักประกันได้ว่าผู้ที่มาสอนมีความสามารถในการสอนได้จริง
ตอนนี้เท่าที่ทราบถ้าไม่ได้จบสายครูมา แต่อยากเป็นครู คงต้องไปเริ่มต้นที่ “ครูอัตราจ้าง” ก่อนนะครับ โดยให้ทำเรื่องขออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบอนุญาตชั่วคราว หลังจากนั้นให้ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเรื่องให้ไปเรียน ป.บัณฑิต อีกที
ตามข่าว คลายล็อกตั๋วแม่พิมพ์ แก้วิกฤตขาด “ครูอาชีวะ”
ข่าวดีสำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐ โดยบอร์ดคุรุสภาขานรับกรณีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เสนอให้ช่วยหาแนวทางให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพมาเป็นครูได้ โดยที่ประชุมบอร์ดคุรุสภาเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด ศึกษาหาช่องทางพิเศษในเรื่องดังกล่าว และจะหาข้อสรุปให้ได้ภายใน 1 เดือน
นับเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ สอศ. ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนครู ทั้งกรณีที่จบสายครูโดยตรง แต่ไม่สนใจมาสมัครสอบครูอาชีวะ ด้วยว่าไปทำงานสายอื่น ได้รับเงินเดือนมากกว่า เช่น ศ.บ.อุตสาหกรรมไฟฟ้า ไปเป็นวิศวกร จะได้รับเงินเดือนมากกว่าครู เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาสาขาวิชาที่สถานศึกษาอาชีวศึกษาเปิดสอน แต่สถาบันผลิตครูไม่ได้เปิดสอน อาทิ สาขาวิชาพืชไร่ เคมีสิ่งทอ เทคโนโลยีสิ่งทอ เป็นต้น ทั้งสองกรณีส่งผลให้จนถึงตอนนี้สถานศึกษาสังกัด สอศ.ขาดแคลนครูในสาขามากถึง 9 ประเภทวิชา รวม 86 สาขาวิชา จากทั้งหมด 192 สาขาวิชา ไม่เพียงแค่นั้น สอศ.ยังต้องเผชิญกับปัญหารับครูหลักสูตร ค.บ. 5 ปี แต่ปรากฎว่าสอนได้แค่ทฤษฎี แต่วิชาปฏิบัติกลับทำไม่ได้เลย อาทิ การต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับสายช่าง แต่ครูที่จบสายสามัญกลับทำไม่ได้ ส่งผลให้อาชีวะต้องมาสอนเสริมปรับพื้นฐานบัณฑิตครูเหล่านี้เพื่อให้สามารถสอนวิชาปฏิบัติได้
สิ่งเหล่านี้กำลังเป็นปัญหาวิกฤตของวงการอาชีวศึกษาทั้งระดับปริมาณและคุณภาพ ในขณะที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการแรงงานช่างฝีมืออย่างมาก
ที่ผ่านมาสถานศึกษาต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพานักศึกษาไปเรียนรที่สถานประกอบการ หรือไม่ก็จ้างผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในสถานประกอบการโดยตรงมาเป็นวิทยากร โดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง
ทั้งหลายทั้งปวงล้วนเกิดจากกฎหมายไปกำหนดให้ผู้ที่จะเป็นครูผู้สอนได้ จะต้องจบสายครู ถ้าไม่ได้จบสายครู ก็ต้องไปเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการศึกษา หรือ ป.บัณฑิตที่คุรุสภารับรอง 1 ปี ซึ่งปัจจุบันคุรุสภาอนุมมัติให้เปิด ป.บัณฑิต 42 มหาวิทยาลัย โดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีผู้ประกอบวิชาชีพครูที่ยังไม่มีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษา จะเป็นผู้ส่งรายชื่อให้คุรุสภาพิจารณาหรือถ้าไม่เรียน ป.บัณฑิต ก็สามารถเรียนปริญญาโททางการเรียนการสอนหรือหลักสูตรทางการศึกษา หรือไม่ก็ใช้วิธีการจัดสอบเทียบความรู้วิชาชีพครูตามมาตรฐานวิชาชีพ 9 มาตรฐาน ทั้งนี้ ต้องมีประสบการณ์การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีด้วย โดยระหว่างนั้นคุรุสภาจะผ่อนผันให้ใช้ใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราวได้ 6 ปี จากเดิม 4 ปี
การควบคุมวิชาชีพครู โดยการกำหนดให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าว ก็เพื่อควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม ก็ถูกบางฝ่ายมองว่ายุ่งยาก สา่งผลให้ขาดแรงจูงใจให้คนเก่งจากวิชาชีพอื่นเข้ามาเป็นครู
สอศ.กำลังรอลุ้นว่าคณะกรรมการที่คุรุสภาแต่งตั้งขึ้นจะมีแนวทางหรือช่องทางพิเศษที่จะช่วยเยียวยาให้กับอาชีวะหรือจะช่วยคลายล็อกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่ สอศ.อย่างไรได้บ้างหรือไม่ ขณะเดียวกันหนทางแก้ไขเฉพาะหน้า สอศ.กำลังจะพิจารณาเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคชั้นสูง (ปทส.) รับผู้ที่เรียนจบสายช่างจากระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มาเรียนต่อในสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ไปเป็นครูสอนในสถานศึกษา สังกัด สอศ.ต่อไป โดย สอศ.อยู่ระหว่างจัดทำหลักสูตร และตั้งเป้าจะให้ทันเปิดสอนในปีการศึกษา 2558
เรียกว่า สอศ.ตัดสินใจผลิตครูอาชีวะเองเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพ!!
สมัครงาน สอศ. งานราชการ สอศ. รับสมัคร สอบ สอศ. 2557 สอบ สอศ. 57 สอศ. เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน สอศ. :
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ: -
สมเด็จพระราชินี – พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2557

“สมเด็จพระราชินี – พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2557”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14868 หรือ
ตำแหน่ง: พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2557
ระดับการศึกษา:
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: –
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2557 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2557 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2557 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ความว่า
“รักเรียนรู้งาน ถนอมบ้านเมืองไทย ร่วมใจสามัคคี คือลูกที่ดีของแม่”
สมัครงาน สมเด็จพระราชินี งานราชการ สมเด็จพระราชินี รับสมัคร สอบ สมเด็จพระราชินี 2557 สอบ สมเด็จพระราชินี 57 สมเด็จพระราชินี เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน สมเด็จพระราชินี :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ: -
บก.จร. 5 ส.ค. 2557 -เป็นต้นไป วันแรก โทร-แชท-ไลน์ ในรถจับปรับ 400-1,000

“บก.จร. 5 ส.ค. 2557 -เป็นต้นไป วันแรก โทร-แชท-ไลน์ ในรถจับปรับ 400-1,000”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14821 หรือ
ตำแหน่ง: วันแรก โทร-แชท-ไลน์ ในรถจับปรับ 400-1,000
ระดับการศึกษา:
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 5 ส.ค. 2557 – เป็นต้นไป
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
พล.ต.อ.วุฒิกล่าวว่า สำหรับกฎหมายมาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ (9) ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับผู้สนทนา โดยผู้ใช้โทรศัพท์นั้นไม่ต้องใช้ถือ จับ มีโทษปรับ 400-1,000 บาท โดยเริ่มวันที่ 5 ส.ค. ฝากว่าการขับรถขณะใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ปัญหาจราจร และทำให้ภาพลักษณ์ไม่ดี ว่าคนขับขี่ไม่เคารพกฎจราจร โดยจะมีการส่งใบสั่งไปให้
สมัครงาน บก.จร. งานราชการ บก.จร. รับสมัคร สอบ บก.จร. 2557 สอบ บก.จร. 57 บก.จร. เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน บก.จร. :
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ: -
facebook – นาทีแห่งชีวิตเมื่อ Facebook ล่ม

“facebook – นาทีแห่งชีวิตเมื่อ Facebook ล่ม”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14701 หรือ
ตำแหน่ง: นาทีแห่งชีวิตเมื่อ Facebook ล่ม
ระดับการศึกษา:
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: –
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

เฟสบุ๊คล่มมาได้สักครู่นึงแล้ว เข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง อุปกรณ์ของท่านไม่ได้เสีย เครือข่ายอินเตอร์เน็ตของท่านก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นที่เซิร์ฟเวอร์ของเฟสบุ๊ค คาดว่าไม่เกินหนึ่งชั่วโมงคงกลับมาใช้งานได้ตามปกติ มิฉะนั้นก็..สองชั่วโมง หรือหลายชั่วโมง :p
สมัครงาน facebook งานราชการ facebook รับสมัคร สอบ facebook 2557 สอบ facebook 57 facebook เปิดสอบ
วิธีการสมัครงาน facebook :ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ: -
คสช. ยาหอมข้าราชการ ปรับเพิ่มค่าตอบแทน-ครองชีพ&ปรับลดอัตรากำลังพล

“คสช. – ภาครัฐชง คสช.แต่งตั้งโยกย้าย ขรก.7 กระทรวง-เพิ่มค่าตอบแทน”
ลิงค์: https://iqepi.com/?p=14700 หรือ
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
วันนี้ (1 ส.ค.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนินนอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของ คสช. โดยมีผู้แทนหัวหน้ากลุ่มงานทุกด้านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมครั้งนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าของกลุ่มงานด้านต่างๆ โดยฝ่ายสังคมและจิตวิทยาได้รายงานเรื่องการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ว่า ขณะนี้ได้ส่งบัญชีรายชื่อข้าราชการที่จะแต่งตั้งโยกย้าย 7 กระทรวงที่รับผิดชอบถึง พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอให้ฝ่ายกิจการพิเศษได้เร่งประชุมหารือแนวทางการปรับเพิ่ม ค่าตอบแทนของข้าราชการ ทั้งฐานเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว การยกฐาน เพิ่มเพดานอัตราเงินเดือน การปรับปรุงค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา เพื่อสิทธิประโยชน์และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ข้าราชการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ได้อย่างพอเพียงและมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ทั้งนี้ ตามที่ คสช.ได้มีคำสั่งเรื่องปรับโครงสร้างและอัตรากำลังพลจากเดิมที่มี 7 หมื่นอัตรา ให้เหลือประมาณ 5.4 หมื่นอัตรา ก็ขอให้ทุกส่วนงานประเมินสถานการณ์อัตรากำลังให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน จริงเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้าง คสช. และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวด้วย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์













