เหตุการณ์ปัจจุบัน
ถ้าถามมา..จะได้ตอบได้ รวบรวมเหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นประเด็นข้อสอบในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เกี่ยวกับหัวข้อ เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทั้งใน และต่างประเทศ
-
ครม.ชุดใหม่ ยิ่งลักษณ์ 5 : 30 มิ.ย. 2556
วัน ที่ 30 มิ.ย. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 9 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 2 เมษายนพุทธศักราช 2556 นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
1.ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
-ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
-นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
2.ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
-นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
-พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นรองนายกรัฐมนตรี
-นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรี
-นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
-นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง
-พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
-นางเบญจา หลุยเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
-นางปวีณา หงสกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
-นายวราเทพ รัตนากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกตำแหน่งหนึ่ง
-นายพ้อง ชีวานันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
-นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
-นายยรรยง พวงราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
-นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
-นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
-ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
-นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
-นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
-นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พุทธศักราช 2556 เป็นปีที่ 68 ในรัชกาลปัจจุบันผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี -
ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25
ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน วันที่ 28-29 พ.ค. 2556
เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คาด เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เศรษฐกิจกลุ่มยูโรยังคงอ่อนแอ แต่ความเสี่ยงลดลงบ้าง เศรษฐกิจจีนและเอเชียขยายตัวต่ำกว่าคาด ส่งผลให้การฟื้นตัวของการส่งออกไทยอาจล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มได้ผลบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสะท้อนจากการส่งออก และการบริโภคที่ปรับดีขึ้น ในขณะที่ภาวะการเงินโลกยังมีความผันผวนสูง ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนสู่ภูมิภาค และต่ออัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2556 ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อแรงส่งของเศรษฐกิจในระยะต่อไปได้ โดยเฉพาะหากมีความล่าช้าในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านแนวโน้มการส่งออกก็มีความเสี่ยงเพ่ิมขึ้นจากเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะจีนที่ขยายตัวชะลอลง ในขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อน้อยลงจากปัจจัยด้านต้นทุน แต่สินเชื่อและหนี้ภาคครัวเรือนยังขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่อง
คณะกรรมการฯ ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานในเกณฑ์ดี แต่มีความเสี่ยงมากขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดมาก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย นโยบายการเงินจึงสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้เพื่อลดความเสี่ยงต่การขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ แต่ภายใต้ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินที่ยังมีอยู่ คณะกรรมการฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 2.75 เป็นร้อยละ 2.50 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย และความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมตามสถานการณ์
http://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/Documents/MPC_42556.pdf
-
ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 22 (22nd ASEAN Summit)
ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 22 (22nd ASEAN Summit)
วันที่ 23 เม.ย. 2556
ทำเนียบรัฐบาล
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำหนดการเดินทางเยือนประเทศบรูไนดารุสซาลาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 22 (22nd ASEAN Summit) ระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน 2556 ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 ประเทศบรูไนดารุสซาลามเป็นประธานอาเซียนและเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยหัวข้อหลักในการประชุมคือ Our People, Our Future Together เพื่อ สะท้อนถึงความสำคัญของบทบาทประชาชนในการขับเคลื่อนอาเซียนและกำหนดอนาคตของ ภูมิภาค ซึ่งในการประชุมฯ ผู้นำอาเซียนจะได้ติดตามความคืบหน้าในการสร้างประชาคมอาเซียน และการการเร่งรัดให้เกิดการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ตามสิ่งที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันไว้แล้วในการประชุมครั้งที่ผ่านๆมา
สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีจะผลักดันสิ่งที่ไทยได้เคยเสนอต่อที่ประชุม ให้มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เช่น แผนปฏิบัติการ Drug-free ASEAN, แผนปฏิบัติการเรื่องการค้ามนุษย์, การบริหารจัดการภัยพิบัติ, การระดมทุนสำหรับการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิก (connectivity) รวม ถึงการเร่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในประชาคมอาเซียน พร้อมการแสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ในทิศทางอนาคตของอาเซียน โดยเฉพาะการรักษาบรรยากาศที่ดีเพื่อให้เศรษฐกิจก้าวหน้าต่อไป และให้อาเซียนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของกรอบความร่วมมือต่างๆในภูมิภาค
นอก จากนี้ นายกรัฐมนตรีจะร่วมกับผู้นำอาเซียนติดตามสถานะความคืบหน้าของการรวมตัวเป็น ประชาคมอาเซียนของประเทศสมาชิก ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2015 นี้ (ASEAN Community Building) อันประกอบไปด้วย 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1.เสาเศรษฐกิจ ด้วยการเร่งรัดมาตรการอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน เช่น ASEAN Single Window การปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกัน การเจรจา RCEP 2. เสาการเมืองและความมั่นคง – การส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพ ผลักดันความร่วมมือเรื่องยาเสพติด การค้ามนุษย์ สิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล และต่อต้านการทุจริต 3. เสาสังคมและวัฒนธรรม – การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และความพร้อมในการบริหารจัดการภัยพิบัติ
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังจะเสนอให้มีการเชื่อมโยง 3 เสาหลัก ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนได้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมทั้งการสนับสนุนและผลักดันด้านการอำนวยความสะดวกและความช่วยเหลือด้านการ แพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา ระหว่างกันของประเทศสมาชิก อันจะเป็นการสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุม Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT) ครั้งที่ 7 ซึ่งจะเป็นการหารือร่วมกันระหว่างอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย โดยนายกรัฐมนตรีจะผลักดันการเร่งรัดแผนการสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) ระหว่างอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย ด้วยการเพิ่มเส้นทางการสร้างทางหลวงพิเศษ (Motorway) การ เพิ่มท่าเรือ การรวมตัวกันเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า รวมถึงการสร้างมาตรฐานร่วมกันในการรับรองสินค้าและบริการต่างๆ เช่น อาหารฮาลาล ยางพารา สินค้าเกษตร การท่องเที่ยว และการอำนวยความสะดวกด้านการการค้าหรือการเดินทางระหว่างจุดผ่านแดน (Custom Border)
เรียบเรียง : สิรินภา ปานสังข์
ที่มา : ทำเนียบรัฐบาล
24 เม.ษ 2556(13.30น)นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม 22nd ASEAN Summit ระหว่างวันที่ 24 – 25 เมษายน 2556 ณกรุงกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งการประชุมครั้งนี้ใช้ชื่อว่า Our People, Our Future Together …

20.30น นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางถึง กรุงกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนดารุสซาลาม และได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ และนาย เล เลือง มินส์ เลขาธิการอาเซียน ได้รายงานสรุปผลของการคืบหน้า อาเซียน ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้( 25 เม.ย. 2556)

Venue of 22nd ASEAN Summit (2013)
Bandar Seri Begawan, Brunei Darussalamการประชุมในครั้งนี้จะมุ่งเน้นในการให้ความสำคัญของบทบาทประชาชนในการขับ เคลื่อนอาเซียน การกำหนดอนาคตของภูมิภาคอาเซียน ร่วมถึงการติดตามความคืบหน้าของแต่ละประเทศ เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในอีก 2 ปีข้างหน้า ในงานเลี้ยงรับรองผู้นำอาเซียนนั้น ผู้นำอาเซียนต่างก็สวมเสื้อผ้าไหมทอพิเศษของประเทศบรูไนดารุสซาลาม ครั้งนี้ด้วย
25เม.ษ 2556
การประชุม 22nd ASEAN Summit… Our People, Our Future Together ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนเข้าห้องประชุมในครั้งนี้
09.00-12.15 น. นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เนื้อหาการประชุมสรุปผลการขับเคลื่อนของประชาชนสู่อาเซียนอย่างไร
เนื้อหาการประชุม 22nd ASEAN Summit ในครั้งนี้มุ่งเน้นความสำคัญของสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงทางทะเลภายในภูมิภาค
โดย สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียะห์แห่งบรูไนดารุสซาลามเป็นเจ้าภาพการประชุมในครั้งนี้สาระการประชุมสรุปว่าบรรดาผู้นำอาเซียนจะขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับ ประเทศจีนฮ่องกง และบรรจุวาระการประชุมในการต้องการความร่วมมือจากประเทศจีนเกี่ยวกับแนวทาง ปฏิบัติในทะเลจีนใต้ เพื่อลดความตึงเครียดในน่านน้ำที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศอาเซียน ใต้
สำหรับการวางรากฐานการเชื่อมโยงอาเซียนthe Master Plan on ASEAN Connectivity (MPAC)ได้เปิดการประชุมสุดยอดอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle หรือ( IMT-GT) ครั้งที่ 7โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทยโดยการเพิ่ม การสร้างทางหลวงพิเศษ การเพิ่มท่าเรือ ได้รวมตัวกันเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ,ศูนย์กลางการกระจายสินค้า,สร้าง มาตรฐานในการรับรองสินค้าและบริการต่างๆ เช่น อาหารฮาลาล ยางพารา สินค้าเกษตร การท่องเที่ยว,การอำนวยความสะดวกด้านการค้า การอำนวยความสะดวกในระหว่างเดินทางและจุดผ่านแดน ส่วนเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้นั้น ทั้ง 3 ประเทศจะเน้นความร่วมมือโดยรวม เพื่อให้เกิดความสงบและสันติภาพ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนมีบทบาทในการแสดงท่าทีเพื่อให้เกาหลีเหนือหันมารับฟัง นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีการหารือเรื่องแผนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558
นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เผยด้วยว่าผู้นำอินโดนีเซีย ได้พบหารือกับผู้นำพม่า เกี่ยวกับเหตุจลาจลต่อต้านชาวมุสลิมที่เกิดขึ้นในพม่าและแสดงความมั่นใจว่า รัฐบาลพม่ากำลังพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อยุติความขัดแย้ง
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยได้ผลักดันสิ่งที่เคยเสนอให้มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เช่น แผนปฏิบัติการ Drug-free ASEAN แผนปฏิบัติการเรื่องการค้ามนุษย์ การบริหารจัดการภัยพิบัติ การระดมทุนสำหรับการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นไปตาม 3 เสาหลักที่ประกอบด้วย เศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง และสังคมและวัฒนธรรม ห้มีการเชื่อมโยง 3 เสาหลัก ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว รวมทั้ง การสนับสนุนและผลักดันด้านการอำนวยความสะดวกและความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา นอกจากนี้จะถือโอกาสนี้เชิญผู้นำอาเซียน มาร่วมประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Water Summit) ในเดือน พ.ค. ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอีกด้วย
จากนั้นจะร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำอาเซียน ณ สำนักนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ร่วมหารือทวิภาคีกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเหมียนม่าร์ เกี่ยวกับความคืบหน้าของ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า และโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย
สรุปผลการหารือในครั้งนี้ …นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แสดงความยินดีต่อพัฒนาการปฎิรูปภายในประเทศเมียนมาร์อย่างต่อ เนื่อง และประเทศไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน โดยในปีนี้ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ทั้งสองประเทศจะได้ฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ประเทศเมียนมาร์ และยินดีต้อนรับประธานาธิบดีแห่งเมียนมาร์เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) สมัยที่ 69 ณ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 29 เมษายน 2556 และการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ณ จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2556 นี้

ความก้าวหน้าของโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง-ทวาย คือ..ประเทศไทยได้จัดทำข้อตกลงผู้ถือหุ้นสำหรับการจดทะเบียนจัดตั้ง SPV (SPV Shareholder Agreement) และสัญญาสัมปทานแล้ว และเสนอให้ทางเมียนมาร์ได้พิจารณาต่อไป เพื่อทบทวนรูปแบบการเงินของโครงการร่วมกันในเดือนพฤษภาคม 2556 ณ.กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ประเทศไทยได้เชิญประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเชิง ยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ ร่วมกับประเทศไทยและเมียนมาร์ ผู้นำทั้งสองยังได้มีการหารือในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น การประชุมคณะกรรมการ ร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ (Joint High-Level Committee หรือ JHC) การอำนวยความ ความสะดวกประชาชนย้ายออกจากพื้นที่โครงการการระดมทุน การพัฒนาเขตอุตสาหกรรมตามแนวชายแดน
ข้อสรุปรูปแบบการเงินและการสนับสนุนการใช้เงินบาทเป็นสกุลเงินที่สามารถ แลกเปลี่ยนได้อย่างเป็นทางการ ในเมียนมาร์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนระหว่างต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวาย นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ได้หารือกันในประเด็นชาวโรฮิงญา และกลุ่มผู้พลัดถิ่นชาว เมียนมาร์ โดยประเทศไทยขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการเมียนมาร์ดำเนินการพิสูจน์ข้อมูล สถานภาพเพื่อแสวงหาทางออก ที่เหมาะสมให้กับบุคคลทั้งสองกลุ่มนี้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีต่อข้อริเริ่มของเมียนมาร์ ในการจะเปิดจุดผ่านแดนใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ ด่านเจดีย์สามองค์-พญาตองซู, ด่านบ้านน้ำพุร้อน-ทิกิ, ด่านสิงขร-มอต่อง ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระชับและเพิ่มพูนความสัมพันธ์ในระดับ ประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศด้วย
14.00 น.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมการประชุมสุดยอด อินโดนีเซีย-มาเลเซียและประเทศไทย (IMT-GT) ครั้งที่ 7
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การประชุมสุดยอดอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle หรือ( IMT-GT) ครั้งที่ 7 ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ว่า ได้ผลักดันการเร่งรัดแผนการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย ด้วยการเพิ่มเส้นทาง การสร้างทางหลวงพิเศษ การเพิ่มท่าเรือ การรวมตัวกันเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า รวมถึง การสร้างมาตรฐานในการรับรองสินค้าและบริการต่างๆ เช่น อาหารฮาลาล ยางพารา สินค้าเกษตร การท่องเที่ยว และการอำนวยความสะดวกด้านการค้า การเดินทางระหว่างจุดผ่านแดน ส่วนเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้นั้น ทั้ง 3 ประเทศจะเน้นความร่วมมือโดยรวม เพื่อให้เกิดความสงบและสันติภาพ
-
ประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ “จีน”
นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศจีน แทนนายหู จิ่นเทาแล้ว จากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ครั้งที่ 12 (14 มี.ค. 2556) ที่มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง
หลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดี ผู้นำจากกลุ่มหนุนการปฏิรูป
นายหลี เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรี แทนนายเวิน เจียเป่า
แผนการปฏิรูปเศรษฐกิจและนโยบายปราบปรามการทุจริต คอรัปชัน ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำของคนจน-รวยของจีน
สี จิ้นผิงให้ความสำคัญ และยังคงยึดมั่นในนโยบาย “เปิดกว้างทางเศรษฐกิจ” ซึ่งที่ได้สร้างเซินเจิ้นเป็นนครใหญ่.
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์
-
18 มี.ค. “วันท้องถิ่นไทย”
-
สันตะปะปาองค์ใหม่
คาร์ดินัลจอร์จ มาริโอ เบอร์โกกลิโอ แห่งอาร์เจนตินา ได้รับเลือกดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จประสันตะปะปาองค์ใหม่อย่างพลิกความคาด หมาย จากถ้อยแถลงต่อสาธารณชนของราชาคณะในวันพุธ(13) โดยทรงกลายเป็นคาร์ดิลจากละตินอเมริกาองค์แรกที่ก้าวสู่ประมุขแห่งคริสตจักร คาทอลิกและจะทรงใช้พระนามว่า "โป๊บฟรานซิส"
โป๊บฟรานซิส พระชนมายุ 76 พรรษา ปรากฎตัว ณ ระเบียงกลางของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ราวๆ 1 ชั่วโมงหลังจากควันสีขาวถูกปล่อยออกจากปล่องเหนือวิหารน้อยซิสทีน ส่งสัญญาณว่าเหล่าคาร์ดินัลเลือกประมุขแห่งคริสตจักรซึ่งมีผู้เลื่อมใส ศรัทธาอยู่ทั่วโลก 1,200 ล้านคนได้แล้ว โดยมีคาร์ดินัล ฌอง หลุยส์ ตัวราน ทรงเป็นผู้แถลง
ทั้งนี้ โป๊บฟรานซิส ทรงกลายเป็นประมุของค์ที่ 266 ในประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปีของคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ในช่วงที่กำลังเผชิญกับวิกฤตและความยุ่งยากใหญ่หลวง โดยแม้ว่าพระองค์ทรงมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม แต่ก็ถูกมองในฐานะนักปฏิรูปและได้รับเลือกทั้งที่ไม่ได้อยู่ในกล่มตัวเต็ง ก่อนการประชุมลับ
นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังอยู่นอกเหนือข้อสันนิษฐานหลักก่อนเลือก สมเด็จพระสันตปะปาครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นคาดหมายว่าผู้นำคริสตจักรคาทอลิกองค์ใหม่น่าจะเป็นคนหนุ่ม เหตุเพราะพระองค์ทรงมีพระชนมายุมากที่สุดในหมู่คาร์ดินัลที่จะถูกเสนอชื่อ
การตัดสินใจของคณะคาร์ดินัล 115 คนของการประชุมลับในวิหารน้อยซิสทีนประสบความสำเร็จเร็วกว่าที่เหล่านัก วิเคราะห์คาดหมายไว้ ด้วยเหตุว่ามีตัวเต็งหลายกันก่อนลงมติหาผู้เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทนสมเด็จ พระสันตปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งสละสมณะศักดิ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับเป็นโป๊ปองค์แรกในรอบเกือบ 600 ปีที่สละสมณศักดิ์อย่างกระทันหันที่มา: เว็บข่าวผู้จัดการออนไลน์
-
เหตุการณ์ปัจจุบัน: อดีตกษัตริย์สีหนุของกัมพูชาสวรรคตในจีน
เหตุการณ์ปัจจุบัน ถามมาจะได้ตอบได้
สมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์ของกัมพูชา เสด็จสวรรคตแล้วในจีนวันนี้ (15 ต.ค.) สื่อทางการจีน และผู้รับใช้ใกล้ชิดระบุ
“สมเด็จพระนโรดม สีหนุ เสด็จสวรรคตในกรุงปักกิ่ง” สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงาน และระบุว่า พระองค์จะมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ในวันที่ 31 ต.ค. นี้
"“อดีตกษัตริย์ของเราเสด็จสวรรคตเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันจันทร์ ในกรุงปักกิ่ง ด้วยสาเหตุตามธรรมชาติ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับกัมพูชา ทุกคนรู้สึกโศกเศร้าอย่างมาก อดีตพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่เราทุกคนล้วนเคารพ รักพระองค์” นายเนียก บุนชาย รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวทางโทรศัพท์
สมเด็จพระนโรดมสีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา เสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปักกิ่งในวันนี้ พร้อมกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เพื่อรับพระศพพระราชบิดากลับประเทศ และประกอบพระราชพิธีตามประเพณี
สมเด็จพระนโรดม สีหนุ มักเสด็จเยือนจีนอยู่เป็นประจำเพื่อเข้ารับการถวายการรักษาพระวรกาย และพระองค์ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักในกรุงปักกิ่งนับตั้งแต่เดือน ม.ค.
“พระองค์ทรงประชวรด้วยโรคหัวใจ และพระอาการทรุดลงเรื่อยๆ” ผู้ช่วยส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ กล่าว
สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดพระองค์หนึ่งของเอเชีย และทรงสละราชสมบัติให้แก่สมเด็จพระนโรดม สีหมุนี เมื่อเดือนตุลาคม 2547 ด้วยเหตุผลด้านพระพลานามัย พระองค์ทรงมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งมะเร็ง เบาหวาน และความดันพระโลหิตสูง รวมทั้งหัวใจ
แม้ว่าพระองค์จะสละราชสมบัติเพื่อสนับสนุนพระโอรสของพระองค์ แต่พระองค์ยังคงเป็นที่เคารพรักของประชาชนในประเทศ โดยจะสามารถเห็นพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่ตามอาคารสถานที่ต่างๆ รวมทั้งบ้านเรือนของประชาชน นอกจากนั้น พระองค์ยังสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านเว็บไซต์ส่วนพระองค์ด้วย
ในข้อความที่พระองค์ทรงระบุไว้เมื่อเดือน ม.ค. ระบุว่า พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะให้พระราชทานเพลิงศพ และเก็บพระบรมอัฐิไว้ในพระราชวังจากเดิมที่มีพระราชประสงค์จะให้ฝังหลัง สวรรคต.
'นโรดม สีหนุ'กษัตริย์เก้าชีวิตแห่งกัมพูชา
แล้วโลกก็สิ้นอดีตพระมหา กษัตริย์ผู้เต็มไปด้วยสีสันมากที่สุดในโลกอีกพระองค์หนึ่ง อดีตพระมหากษัตริย์ผู้อยู่คู่การเมืองในกัมพูชามานานเกือบ 60 ปีจนได้รับยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งกัมพูชายุคใหม่ ตลอดทั้งพระชนม์ชีพทรงวนเวียนอยู่กับการเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและ โศกนาฎกรรมไม่รู้จักจบสิ้น
ทำให้ทรงมีบทบาทหลายสถานะด้วยกัน ทั้งในสถานะพระมหากษัตริย์หนุ่มที่ฝรั่งเศสปั้นขึ้นมาหมายให้เป็นกษัตริย์ หุ่น แต่กลับสละราชย์สุดท้ายก็กลับมาครองราชย์ใหม่ก่อนจะสละราชย์เป็นครั้งที่ 2 เป็นนักต่อสู้เพื่อสันติภาพที่ต้องเสด็จไปลี้ภัยต่างประเทศ 2 ครั้ง เป็นผู้นำกองกำลังฝ่ายต่อต้านหลายยุคหลายสมัยและเป็นนักโทษสมัยรัฐบาลเขมร แดง
กระทั่งกินเนสส์บุ้คได้บันทึกสถิติโลกไว้ว่า พระองค์ทรงเป็นนักการเมือง ที่ทรงดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลากหลายตำแหน่งมากที่สุดในโลก โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ 2 สมัย ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ หรือทรงดำรงตำแหน่งกษัตริย์โดยไม่มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 สมัย ประธานาธิบดี 1 สมัย นายกรัฐมนตรี 2 สมัย และประมุขแห่งรัฐของรัฐบาลพลัดถิ่นของพระองค์เองอีก 1 สมัย
แต่สำหรับคนไทยรุ่นศึกชิงเขาพระวิหารยกแรกเมื่อทศวรรษ. 2503 พระองค์คือ คนเขมรคนเดียวที่คนไทยรู้จักและไม่ชอบหน้ามากที่สุด ในฐานะที่ทำให้ไทยต้องเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชาจากการตัดสินของศาลโลก ถึงขนาดมีการเล่นปริศนาคำทายกันอย่างกว้างขวางในยุคนั้นว่า "สีอะไรเอ่ยที่คนไทยเกลียดมากที่สุด" คำตอบก็คือ"สีหนุ"
กระนั้น ยามเมื่อพระองค์ต้องทรงหนีภัยการเมือง ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดยเฉพาะในยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ ประเทศไทย กลับเป็นประเทศแรกที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งให้พระองค์เสด็จผ่านก่อนจะเดินทางไปปักกิ่ง หรือให้เสด็จประทับชั่วคราวระหว่างเยี่ยมราษฎรชาวกัมพูชาที่หนีภัยมาอออยู่ บริเวณชายแดน รวมไปถึงการรับรองรัฐบาลเขมรสามฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลหุ่นเฮง สัมรินที่เวียดนามหนุนหลังอยู่ ตามด้วยการรับรองรัฐบาลเขมรสี่ฝ่ายที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำในการเจรจา สันติภาพที่กรุงปารีสจนนำมาซึ่งการเลือกตั้งภายใต้การกำกับดูแลของกองกำลัง รักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2536
"สีหนุก็คือกัมพูชา กัมพูชาก็คือสีหนุ" จูลิโอ เจลเดรส์ ผู้เขียนพระประวัติของอดีตกษัตริย์ผู้นี้ ให้ความเห็นด้วยประโยคง่ายๆแค่ประโยคเดียวแต่สามารถสะท้อนภาพการเมืองใน กัมพูชาได้ดีที่สุดอย่างไรก็ดี พระองค์ทรงพูดถึงพระองค์เองไว้ครั้งหนึ่งว่าทรงเป็น "เด็กซน" ชอบชีวิตที่สุขสำราญ และชื่นชอบงานศิลป์โดยเฉพาะภาพยนตร์ ทรงเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ถึงกว่า 10 เรื่องด้วยกัน
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ประสูติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต และสมเด็จพระมหากษัตริยานี ศรีสวัสดิ์ กุสุมะ นารีเรศ สิริวัฒนา เสด็จขึ้นครองราชย์ครั้งแรกเมื่อปี 2484 – 2498 ภายใต้การผลักดันจากฝรั่งเศสที่คิดว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าชายหนุ่มหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย อ่อนหัดและไร้เดียงสาทางการเมือง
แต่กลับผิดคาดเพราะทรงเป็นคนนำขบวนเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส จนกระทั่งสมปรารถนาเมื่อปี 2496 แต่เป็นเพราะไม่อยากเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจำกัดพระราชอำนาจทางการเมือง พระองค์จึงทรงสละราชย์เมื่อปี 2498 ให้พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต พระราชบิดาเสด็จครองราชย์แทน
สำหรับชีวิตส่วนพระองค์นั้น ทรงมีพระชายารวม 6 พระองค์ด้วยกัน มีพระโอรส 7 พระองค์ และพระธิดาอีก 7 พระองค์ รวม 14 พระองค์ โดยพระอัครมเหสีองค์สุดท้ายคือ พระมหาวีรกษัตรีย์ นโรดม มุนีนาถ สีหนุ พระวรราชมารดา หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในพระนาม ราชินีโมนิก พระราชมารดาพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี
ที่มา : manager online , กรุงเทพธุรกิจ
-
มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ให้แก่ “สหภาพยุโรป”
-
ประกาศรางวัลโนเบล 2012-เหตุการณ์ปัจจุบัน

นักวิจัยอังกฤษและญี่ปุ่นคว้ารางวัลโนเบลแพทย์ประเดิมเทศกาลมอบ รางวัลโนเบล ซึงจะมีพิธีพระราชทานรางวัลและเลี้ยงฉลองในวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งตรงกับวันเสียชีวิตของผู้ก่อตั้งรางวัล
รางวัลโนเบล (Nobel Prize) ตั้งขึ้นโดย อัลเฟร็ด เบอร์นาร์ด โนเบล (Alfred Bernhard Nobel) นักเคมีชาวสวีเดนผู้สร้างนวัตกรรมระเบิดไดนาไมต์เพื่อใช้ในกิจการระเบิด เหมือง (แต่กลับถูกนำไปใช้ในการเข่นฆ่ากันเองของเพื่อนมนุษย์) โดยได้ทิ้งมรดกคิดเป็นเงิน กว่า 8,300 ล้านบาทในปัจจุบันเพื่อเป็นทุนสำหรับรางวัล
ทุกปีจะประกาศรางวัลในช่วงต้นเดือน ต.ค.และมีพิธีพระราชทานรางวัล ณ สต็อคโฮล์ม คอนเสิร์ตฮอลล์ สวีเดน ในวันที่ 10 ธ.ค.ซึ่งตรงกับวันครบรอบวันเสียชีวิตของเขาการประกาศผลรางวัลประจำปี 2012
(ตามเวลาประเทศไทย)
************************จอห์น กอร์ดอน (ภาพจากเว็บไซต์ Gordon Institute) และ ชินยะ ยามานากะ (รอยเตอร์) 
1. สาขาสรีศาสตร์หรือการแพทย์
วันที่ 8 ต.ค.2012 เวลา 16.30 น.
ผู้ได้รับรางวัล : ผู้ได้รับรางวัล : จอห์น กัวร์ดอน (John Gurdon) จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อังกฤษ และ ชินยะ ยามานากะ (Shinya Yamanaka) จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ญี่ปุ่น “สำหรับการค้นพบว่า สามารถเขียนชุดคำสั่งใหม่ให้เซลล์โตเต็มวัยกลายเป็นเซลล์เปลี่ยนหน้าที่ไป ได้หลากหลายได้”
ประกาศรางวัลโดย : โกรังค์ ฮานสัน (Göran K. Hansson) เลขาธิการคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสรีศาสตร์หรือการแพทย์
มอบรางวัลโดย : สมัชชาโนเบล ที่สถาบันแคโรลินสกา (The Nobel Assembly at the Karolinska Institute) สต็อกโฮล์ม สวีเดน

2.สาขาฟิสิกส์
วันที่ 9 ต.ค.2012 เวลา 16.45 น.
ประกาศรางวัลโดย : สตัฟฟาน นอร์มาร์ก (Staffan Normark) เลขาธิการราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน
มอบรางวัลโดย : ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy of Sciences) สต็อกโฮล์ม สวีเดน

3.สาขาเคมี
วันที่ 10 ต.ค.2012 เวลา 16.45 น.
ประกาศรางวัลโดย : สตัฟฟาน นอร์มาร์ก (Staffan Normark) เลขาธิการราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน
มอบรางวัลโดย : ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy of Sciences) สต็อกโฮล์ม สวีเดน

4.สาขาสันติภาพ
วันที่ 12 ต.ค.2012 เวลา 16.00 น.
ประกาศรางวัลโดย : ธอร์บียอร์น ยักลันด์ (Thorbjørn Jagland) ประธานคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ Chairman of the Norwegian Nobel Committee
มอบรางวัลโดย : สถาบันโนเบลแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Nobel Institute) ออสโลว์ นอร์เวย์

5.สาขาเศรษฐศาสตร์
วันที่ 15 ต.ค.54 เวลา 18.00 น.
ประกาศรางวัลโดย : สตัฟฟาน นอร์มาร์ก (Staffan Normark) เลขาธิการราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน
มอบรางวัลโดย : ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy of Sciences) สต็อกโฮล์ม สวีเดน

และ 6. สาขาวรรณกรรม
จะกำหนดวันเวลาประกาศรางวัลในภายหลัง
ประกาศรางวัลโดย : ปีเตอร์ อิงลุนด์ (Peter Englund) เลขาธิการสถาบันวิชาการสวีเดน
มอบรางวัลโดย : สถาบันวิชาการสวีเดน (The Swedish Academy)
*********************ที่มา: manager.co.th
รางวัลโนเบลย้อนหลัง
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2011
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2010
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2009
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2008
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2007
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2006
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2005
– สรุปผลรางวัลโนเบลปี 2004
– ประวัติรางวัลโนเบล




















