มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ให้แก่ “สหภาพยุโรป”

 

ได้ทวนความรู้เรื่อง EU ไปด้วยเลย

คณะกรรมการโนเบล มีมติมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ให้แก่"สหภาพยุโรป" (European Union)หรืออียู ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ส่งเสริมความก้าวหน้าของประชาธิปไตยและความปรองดอง รวมถึงสันติภาพและสิทธิมนุษยชนในยุโรป มานานกว่า 6 ทศวรรษ

อียูเป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่ประกอบด้วยรัฐสมาชิก 27 ประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ภายใต้สนธิสัญญามาสทริชต์ โดยมีต้นกำเนิดจากประชาคมถ่านหินและโลหะ (European Coal and Steel Community) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) เมื่อปี 1951 และ 1958 ตามลำดับ  โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 6 ประเทศ  ได้แก่ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมนีตะวันตก อิตาลี ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปมีโครงสร้างแบบผสมระหว่างความร่วมมือแบบเหนือรัฐ (supranationalism) และความร่วมมือระหว่างรัฐ (inter-governmentalism) อย่างชัดเจน เนื่องจากบรรดารัฐสมาชิกไม่เพียงรวมตัวกันเท่านั้น หากยังร่วมสร้างสรรค์สถาบันหรือหน่วยงานภายใน ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐสมาชิกรัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพาะ อันประกอบไปด้วย สภายุโรป คณะมนตรี คณะกรรมาธิการ และศาลยุติธรรม สหภาพยุโรปมีพื้นฐานอำนาจจากสนธิสัญญาต่างๆ ได้แก่ สนธิสัญญาปารีส (พ.ศ. 2494) สนธิสัญญาโรม (พ.ศ. 2500) สนธิสัญญาจัดตั้งตลาดเดียวแห่งยุโรป (พ.ศ. 2529) สนธิสัญญาจัดตั้งสหภาพยุโรป (พ.ศ. 2535) สนธิสัญญาอัมสเตอร์ดัม (พ.ศ. 2540) สนธิสัญญานีซ (พ.ศ. 2544) สนธิสัญญาลิสบอน (พ.ศ. 2552)

คณะกรรมการโนเบลเปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันอียูกำลังประสบภาวะยากลำบากด้านเศรษฐกิจภายใน รวมถึงปัญหาความไม่สงบด้านสังคม แต่คณะกรรมการโนเบลปรารถนาที่จะพุ่งเป้าไปยังผลสำเร็จที่สุดของอียู นั่นก็คือบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพและความปรองดอง รวมถึงการส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน  โดยความมีเสถียรภาพของอียู ได้ช่วยแปรเปลี่ยนยุโรปจากภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสงคราม เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ

ภารกิจของอียูสะท้อนให้เห็นถึงความมีภราดรภาพระหว่างประเทศ ที่สอดคล้องกับความปรารถนาของอัลเฟรด โนเบล ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมเมื่อปี 1895



Comments

comments