รายงานพิเศษ
ความคืบหน้า รายงานพิเศษ ความเคลื่อนไหวการเปิดรับสมัครสอบงานราชการ
-
สทศ เปิดรับสมัครสอบ 26 พ.ค. -15 ก.ค. 2559 |ครูคืนถิ่น 4,079 อัตรา

“สทศ”
ลิงค์: https://iqepi.com/34789/ หรือ
เรื่อง: ครูคืนถิ่น 4,079 อัตรา
—


สทศ เปิดรับสมัครสอบ
วันนี้( 24 พ.ค.) ดร.สุเมธ แย้มนุ่น ประธานคณะกรรมการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตและนักศึกษาทุนโครงการผลิตครู เพื่อพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2559-2572 ) เปิดเผยว่า
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการได้ประชุมวางแผนการคัดเลือกนักศึกษาทุนรุ่นแรกปี 2559 จำนวน 4,079 อัตรา โดยเป้าหมายของโครงการมี 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 ผู้ที่กำลังเรียนหลักสูตรครูชั้นปีที่ 5 ปีการศึกษา 2558ซึ่งจะสำเร็จการศึกษาในปี 2559
กลุ่มที่ 2 ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรการผลิตครู 5 ปี มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว และ
กลุ่มที่ 3 ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต)วิชาชีพครู และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
ดร.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการคัดเลือกนั้น ที่ประชุมเสนอให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยสอบด้วยข้อสอบแบบอัตนัยและปรนัย 3 วิชา คือ วิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาการคิดวิเคราะห์ ส่วนปฎิทินการสอบคัดเลือก เบื้องต้นจะประกาศการรับสมัครปลายเดือนมิถุนายน รับสมัครต้นเดือนกรกฏาคม สอบปลายเดือนสิงหาคม ประกาศผลสอบต้นเดือนพฤศจิกายน และบรรจุได้ภายในวันที่ 30 พ.ย. 2559
“ส่วนคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครกลุ่มที่ 1 ต้องมีผลการเรียนสะสมทุกวิชาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 – ภาคเรียนที่ 1 ของชั้นปีที่ 5 ผลการเรียนในวิชาเอกสะสม ผลการเรียนในวิชาชีพครูสะสม ไม่ต่ำกว่า 3.00 ทุกรายการ กลุ่มที่ 2และ กลุ่มที่ 3 นอกจากผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ผลการเรียนในวิชาเอกสะสม และ ผลการเรียนในวิชาชีพครูสะสม ไม่ต่ำกว่า 3.00ทุกรายการแล้ว ต้องไม่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรการทางการศึกษา แต่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”ดร.สุเมธกล่าว
แหล่งที่มา: dailynew
-
สอบท้องถิ่น เปิดรับสมัครสอบ 25 พ.ค. -30 มิ.ย. 2559 |เตรียมสำรวจอัตราว่าง คาดจัดสอบท้องถิ่น 2559

“สอบท้องถิ่น”
ลิงค์: https://iqepi.com/34784/ หรือ
เรื่อง: เตรียมสำรวจอัตราว่าง คาดจัดสอบท้องถิ่น 2559
—


สอบท้องถิ่น เปิดรับสมัครสอบ
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2559) เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีการประชุมร่วมกันทั้ง 3 ก ได้แก่ ก.จ. , ก.ท. และ ก.อบต. โดยในวาระที่ 4.4 เรื่องเพื่อพิจารณา ‘การขอกำหนดการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้ารชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นของ กสถ.’ ซึ่งที่ประชุมวันนี้ได้มีมติรับหลักการ และเห็นชอบให้ดำเนินการสำรวจตำแหน่งอัตราว่างและความประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความต้องการให้ กสถ. ดำเนินการจัดสอบแข่งขันแทน
โดยขั้นตอนการดำเนินการต่อไปนั้น ก กลาง ท้องถิ่น จะออกหนังสือแจ้ง ก จังหวัดทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งความประสงค์พร้อมอัตราว่างที่ต้องการให้ กสถ. จัดสอบแข่งขัน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าการสอบแข่งขันจะจัดขึ้นภายในปี 2559 นี้
อ่านภาค ก. และ กฎหมายร่วม เช่นพวก พรบ.ท้องถิ่นต่างๆ ระหว่างรอประกาศตำแหน่งได้เลยครับ เพราะเนื้อหาการสอบและคู่แข่งบอกได้คำเดียวว่า..เยอะมากๆ
-
ครม เปิดรับสมัครสอบ 3 พ.ค. -30 มิ.ย. 2559 |อนุมัติ 6 หน่วยงานเพิ่ม ขรก. 1,457 อัตรา

“ครม”
ลิงค์: https://iqepi.com/34782/ หรือ
เรื่อง: อนุมัติ 6 หน่วยงานเพิ่ม ขรก. 1,457 อัตรา
—


ครม เปิดรับสมัครสอบ
เมื่อ 3 พ.ค. 59พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติและรับทราบ ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอดังนี้ 1.อนุมัติอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ของ 6 หน่วยงาน ได้แก่
1.กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำนวน126 อัตรา
2.กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 120 อัตรา
3.กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย จำนวน 971 อัตรา
4.สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 48 อัตรา
5.สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 8 อัตรา
6.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จำนวน 184 อัตรา
รวมทั้งหมด 1,457 อัตรา
แหล่งที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/696826
-
สพฐ เปิดรับสมัครสอบ บัดนี้- |เลื่อนการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 (อีกครั้ง)

“สพฐ”
ลิงค์: https://iqepi.com/34459/ หรือ
เรื่อง: เลื่อนการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 (อีกครั้ง)
—


สพฐ เปิดรับสมัครสอบ
หลังจากมีการเลื่อนการรับสมัครสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 มาแล้วครั้งนึง จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนที่แล้วก็ได้มีประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ แต่มิทราบเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานนี้ก็ได้มีหนังสือออกมาแจ้งเลื่อนการรับสมัครสอบครูผู้ช่วย ที่เดิมประกาศรับสมัครภายในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ออกไปอย่างไม่มีกำหนดว่าจะประกาศอย่างเป็นทงการเมื่อใด โดยในหนังสือ ที่ ศธ 04009/ว 1854 ได้ให้เหตุผลเพียงว่า
..สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาแล้ว เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการสอบแข่งขัน เพื่อให้การดำเนินการสอบแข่งขันดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียนบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สำักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงให้ชะลอการสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2559 ไว้ก่อน..
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง สพฐ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
ประกาศ |ติดตามข่าวงานราชการเปิดรับสมัครสอบ » Facebook | Twitter | iqepi.com | งานราชการเปิดสอบวันนี้.com
ดูแนวข้อสอบงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ » thebestcenter.com | spthailocal.com | 129jump.com | ehenbook.com -
ราชกิจจานุเบกษา เปิดรับสมัครสอบ บัดนี้- |ม.44 ตั้ง คกก.สรรหา สมาชิกสภาท้องถิ่น

“ราชกิจจานุเบกษา”
ลิงค์: https://iqepi.com/34451/ หรือ
เรื่อง: ม.44 ตั้ง คกก.สรรหา สมาชิกสภาท้องถิ่น
—


ราชกิจจานุเบกษา
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2559
เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น
ราชกิจจานุเบกษา หน้า ๑๓ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๙ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น
โดยที่การยุบสภาท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้กําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งยุบสภาสําหรับสภาตําบลหรือมีอํานาจเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อสั่งยุบสภาสําหรับสภาท้องถิ่นอื่น ในขณะที่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ได้กําหนดให้ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นที่มิใช่การยุบสภากรุงเทพมหานคร ให้ดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กําหนดในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยกระบวนการตามประกาศดังกล่าวได้กําหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ กรณีเช่นนี้ทําให้การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จึงสมควรกําหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นให้มีความเป็นกลางและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน อันจะทําให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร การดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นให้ดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในคําสั่งนี้
ให้ข้อกําหนดในคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่ให้การดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นเป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๘๕/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เป็นอันสิ้นผล และให้ดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในคําสั่งนี้แทน
ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งทําหน้าที่คัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น
คณะกรรมการสรรหาตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นรองประธาน อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่งตั้งสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอํานาจดําเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการสรรหาโดยอนุโลม
ข้อ ๓ เมื่อมีการยุบสภาท้องถิ่นในเขตจังหวัดใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดนั้นเสนอ รายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๒ และข้อ ๔ ของประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ เป็นจํานวนสามเท่าของสมาชิกสภาท้องถิ่นที่จะสรรหาได้ตามประเภทที่กําหนดในข้อ ๓ ของประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ โดยให้เสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่มีคําสั่งให้ยุบสภาท้องถิ่น ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจแต่งตั้งคณะกรรมการตามที่เห็นสมควรเพื่อช่วยดําเนินการก็ได้
บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการยุบสภาท้องถิ่นในกรณีมีความจําเป็นอาจเสนอชื่อบุคคลที่อยู่ภายในเขตจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่ก็ได้กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น
ข้อ ๔ เมื่อคณะกรรมการสรรหาได้รับรายชื่อบุคคลตามข้อ ๓ แล้ว ให้คัดเลือกบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นตามจํานวนที่กําหนดในข้อ ๓ ของประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประธานคณะกรรรมการสรรหาประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นภายในสามวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จ และให้ถือว่าผู้ที่ได้รับการประกาศแต่งตั้งนั้นเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับแต่วันประกาศแต่งตั้ง
ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการสรรหามีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกําหนด
ข้อ ๖ ในกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดกําหนดให้การมาดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นตามคําสั่งนี้เป็นเหตุให้ผู้ไดร้ับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องเสียสิทธิหรือเป็นข้อห้ามหรือเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติหรือเป็นลักษณะต้องห้าม มิให้นําบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นมาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นตามคําสั่งนี้
ข้อ ๗ ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งตามคําสั่งนี้มีวาระการดํารงตําแหน่งจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นขึ้นใหม่
ในกรณีที่สมาชิกสภาท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งว่างลง ให้สภาท้องถิ่นประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่เหลืออยู่โดยไม่ต้องดําเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นแทนตําแหน่งที่ว่าง และหากสภาท้องถิ่นใดมีสมาชิกสภาท้องถิ่นเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมด ให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิก
สภาท้องถิ่นที่เหลืออยู่นั้นเป็นอันสิ้นสุดลงนับแต่วันที่จํานวนสมาชิกสภาท้องถิ่นเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และให้ดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ
ข้อ ๘ สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทําให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นหรือที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะกระทํา
ข้อ ๙ ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งตามคําสั่งนี้ ได้รับเงินเดือน เงินค่าตอบแทนค่าตอบแทน และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่
ข้อ ๑๐ ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นซึ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้ใดทุจริตต่อหน้าที่หรือหากให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือท้องถิ่นน้ันอย่างร้ายแรง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอํานาจสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้นั้นพ้นจากตําแหน่งได้ข้อ ๑๑ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ -
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครสอบ บัดนี้- |เปลี่ยนแปลงแนวทางการทดสอบสมรรถภาพทางกาย นักเรียนนายสิบตำรวจ

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
ลิงค์: https://iqepi.com/34406/ หรือ
เรื่อง: เปลี่ยนแปลงแนวทางการทดสอบสมรรถภาพทางกาย นักเรียนนายสิบตำรวจ
—


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครสอบ
จากบันทึกข้อความ เกณฑ์การทดสอบสมรรถภาพทางกายในการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.)
จากเดิมที่มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายเอาไว้เพียง 2 ประเภท คือ ว่ายน้ำ และวิ่ง ได้มีการเปลี่ยนเป็น 5 ประเภท โดยเพิ่มอีก 3 ประเภท คือ ยืนกระโดดไกล ว่ายน้ำ วิ่ง วิ่งเก็บของ และวิ่งระยะไกล
โดยกำหนดเกณฑ์ผ่าน/ไม่ผ่านไว้ดังนี้
1. ว่ายน้ำ ระยะทาง 25 เมตร เพื่อทดสอบความอดทนของหัวใจ
เกณฑ์ผ่าน ชายไม่เกิน 30 วินาที หญิงไม่เกิน 50 วินาที2. วิ่งระยะไกล เพื่อทดสอบพลังของกล้ามเนื้อ หัวใจ และความเร็ว
เกณฑ์ผ่าน ชาย 1,000 เมตร ไม่เกิน 4 นาที 55 วินาที หญิง 800 เมตร ไม่เกิน 5 นาที3. ยืนกระโดดไกล เพื่อทดสอบพลังของกล้ามเนื้อ
เกณฑ์ผ่าน ชายไม่น้อยกว่า 180 ซม. หญิงไม่น้อยกว่า 120 ซม.4. วิ่งเก็บของ 10 เมตร (วิ่งกลับตัว) เพื่อทดสอบความคล่องตัว
เกณฑ์ผ่าน ชายไม่เกิน 13 วินาที หญิงไม่เกิน 15 วินาที5. วิ่ง 50 เมตร เพื่อทดสอบความเร็ว
เกณฑ์ผ่าน ชายไม่เกิน 10 วินาที หญิงไม่เกิน 13 วินาทีดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ | -
ก.พ. – |พนักงานราชการ คือ??

“ก.พ.”
ลิงค์: https://iqepi.com/34371/ หรือ
เรื่อง: พนักงานราชการ คือ??
—


ก.พ. เปิดรับสมัครสอบ
ระบบพนักงานราชการคลิ๊กที่นี่ *** ระเบียบ ประกาศ และหนังสือเวียนระบบพนักงานราชการ ***
***ประเภทพนักงานราชการ***การจัดทำกรอบอัตรากำลัง***การทำสัญญาจ้าง***เอกสาร คู่มือต่างๆ – ติดต่อ***
ที่มา
ภาย หลังการปรับเปลี่ยนโครงสร้างส่วนราชการตามการปฏิรูประบบ ราชการ เมื่อปี พ.ศ.2545 สำนักงาน ก.พ. ได้นำระบบลูกจ้างสัญญาจ้างเดิมมาปรับปรุงรูปแบบการจ้างงานในหน่วยงานภาครัฐ ให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น รวมทั้งขยายผลให้มีความหลากหลายของรูปแบบการจ้างงานในส่วนของการจ้างผู้ทรง คุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยได้เปลี่ยนชื่อจาก “ลูกจ้างสัญญาจ้าง” เป็น “พนักงานราชการ” เพื่อดึงดูดใจและแสดงสถานะที่ชัดเจน ตลอดจนการวางระบบบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เรื่องการกำหนดลักษณะงาน ตำแหน่ง และกรอบอัตรากำลัง การกำหนดค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ การสรรหาและเลือกสรร และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ภายใต้หลักการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ คือ หลักสมรรถนะ (Competency) หลักผลงาน (Performance) และหลักคุณธรรม (Merit) ตลอดจนมอบอำนาจให้ส่วนราชการบริหารจัดการเอง เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารภาครัฐแนวใหม่ ดังนั้นระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ จึงกำหนดไว้อย่างกว้าง ฯ เพื่อให้ส่วนราชการมีความอิสระและยืดหยุ่น
กลไก ของระบบพนักงานราชการประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และคณะอนุกรรมการบริหารพนักงานราชการ (อ.คพร.) ทำหน้าที่แทน คพร. ในด้านต่าง ๆ จำนวน 3 คณะ ได้แก่
คณะที่ 1 ด้านการกำหนดลักษณะงานกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์
คณะที่ 2 ด้านการสรรหาและเลือกสรร และการประเมินผลการปฏิบัติงาน
คณะที่ 3 ด้านกฎหมายและวินัย
ความหมายของพนักงานราชการ
พนักงาน ราชการ หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของส่วน ราชการ เพื่อเป็นพนักงานของรัฐในการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการนั้น
ประเภทของพนักงานราชการ มี 2 ประเภท คือ
1. พนักงานราชการทั่วไป ได้แก่ พนักงานราชการซึ่งปฏิบัติในลักษณะเป็นงานประจำทั่วไป ประกอบด้วย 5 กลุ่ม คือ
1.1 กลุ่มงานบริการ
1.2 กลุ่มงานเทคนิค
1.3 กลุ่มงานบริหารทั่วไป
1.4 กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ
1.5 กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ
2. พนักงานราชการพิเศษ ได้แก่ พนักงานราชการซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญสูงมาก เป็นพิเศษ ปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นเฉพาะเรื่องของส่วนราชการ มี 1 กลุ่ม คือ กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ
ลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน โปรดดูประกาศ คพร. เรื่อง การกำหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงานและการจัดทำกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ
การจัดทำกรอบอัตรากำลัง
ส่วน ราชการจะต้องทำกรอบอัตรากำลังที่มีระยะเวลา 4 ปี โดยพิจารณาถึงการใช้กำลังคนในภาพรวมของส่วนราชการ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความจำเป็นตามภารกิจและยุทธศาสตร์ของส่วนราชการ
ขั้นตอนการจัดทำกรอบอัตรากำลัง
1. สำรวจภารกิจและอัตรากำลังมีอยู่ในปัจจุบัน
2. ตรวจสอบภารกิจตาม ข้อ 1 โดยการวิเคราะห์ภารกิจและการใช้กำลังคน ดังนี้
3. แยก ภารกิจที่ได้ตาม ข้อ 2 ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ภารกิจหลัก ภารกิจรอง และภารกิจสนับสนุน ตามแนวคิดในการจัดอัตรากำลังตามภารกิจ ดังนี้
ภารกิจหลัก หมายถึง งานตามกฎหมาย หรืองานกำหนดนโยบาย หรืองานที่ทำเพื่อความคงอยู่ขององค์กรตามบทบาทภารกิจของหน่วยงาน ผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรือจ้างเหมา
ภารกิจรอง หมาย ถึง งานที่ทำเพื่อสนับสนุนภารกิจหลัก หรือการนำนโยบายไปปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรือจ้างเหมา
ภารกิจสนับสนุน หมายถึง งานด้านธุรการและบริการผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรือจ้างเหมา
4. จัดทำตารางภารกิจและจำนวนกำลังคนที่ใช้ตาม ข้อ) 4 โดยแยกเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และอื่น ๆ
5. แสดงจำนวนอัตรากำลังพนักงานราชการจาก ข้อ 5 แยกตามกลุ่มลักษณะงาน เป็นกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ
6. เสนอกรอบอัตรากำลังที่ทำเสร็จแล้วต่อ อ.ก.พ. กระทรวง หรือคณะกรรมการที่ทำหน้าที่คล้าย อ.ก.พ. กระทรวงพิจารณาให้ความเห็นชอบ
7. เมื่อ อ.ก.พ. กระทรวงให้ความเห็นชอบแล้ว ส่งเรื่องมาที่สำนักงาน ก.พ. เพื่อเสนอต่อ คพร. พิจารณา
8. เมื่อ ส่วนราชการได้รับแจ้งมติ คพร. ที่เห็นชอบกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการแล้ว สามารถดำเนินการบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คพร. กำหนด ตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร
หลักเกณฑ์การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป โปรดดูประกาศ คพร. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ
การทำสัญญาจ้าง
1. ส่วน ราชการทำสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลือกสรร ด้วยแบบสัญญาจ้างตามที่กำหนด โดยมีระยะเวลาตามความจำเป็นหรือความเหมาะสมกับภาระงาน เช่น 2 เดือน 3 เดือน หรือ 2 ปี 3 ปี แต่ต้องไม่เกิน 4 ปี
2. ให้ กรอกข้อความ หรือจัดทำรายละเอียดต่างๆ ในสัญญาจ้างให้ชัดเจนครบถ้วน และสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะในระบบพนักงานราชการ ส่วนราชการ จะต้องใช้สัญญาจ้างในการบริหารจัดการพนักงานราชการตลอดอายุสัญญา
3. หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างในฐานะส่วนราชการ กับคู่สัญญา คือ พนักงานราชการ
4. ส่วนราชการต้องควบคุม หรือดูแลการปฎิบัติตามสัญญาจ้างในระหว่างสัญญา
5. กรณี ที่สัญญาจ้างของพนักงานราชการสิ้นสุด และส่วนราชการมีภาระที่จำเป็นต้องต่อสัญญา ส่วนราชการต้องทำสัญญาจ้างใหม่ตามแนวทางของการทำสัญญาจ้างในครั้งแรก โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการประเมินผลการปฎิบัติงานตามประกาศ ค.พ.ร. เรื่องแนวทางการประเมินผลการปฎิบัติงานของพนักงานราชการ
การประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานราชการ โปรดดูประกาศ คพร. เรื่อง แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ (แบบประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานราชการ-ท้ายประกาศ)
ดาวน์โหลด เอกสาร คู่มือต่างๆ
ปี 2555
คู่มือการบริหารงานพนักงานราชการ 2555
——————————————————————-ปี 2552
——————————————————————-ปี 2551หนังสือ 108 คำถาม กับ พนักงานราชการ
——————————————————————-ปี 2548——————————————————————-
ปี 2547
คู่มือการบริหารงานพนักงานราชการ
ปกหน้า ปกหลัง คำนำ สารบัญ ส่วนที่ 1 ความเป็นมา ส่วนที่ 2 ระเบียบว่าด้วยพนักงานราชการ ส่วนที่ 3 ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ส่วนที่ 4 ข้อมูลเปรียบเทียบ ส่วนที่ 5 คำถาม-คำตอบ พนักงานราชการ เอกสารนำเสนอในการประชุมชี้แจงส่วนราชการ เรื่อง ระบบพนักงาน
ราชการสู่ทางปฏิบัติข้อมูลเปรียบเทียบเจ้าหน้าที่ของรัฐ 5 ประเภท ระบบตำแหน่ง ระบบค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ ระบบสรรหาและเลือกสรร การประเมินผลการปฏิบัติงาน วินัยและสัญญาจ้าง ติดต่อ
กลุ่มบริหารพนักงานราชการ สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน
สำนักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000โทรศัพท์ :หลักเกณฑ์ทั่วไป 0 2547 1000 ต่อ 6626 0 2547 1000 ต่อ 6625 0 2547 1000 ต่อ 6629 โทรสาร 0 2547 1437 การสรรหาและเลือกสรร 0 2547 1000 ต่อ 8740 0 2547 1000 ต่อ 8718 โทรสาร 0 2547 1346 การประเมินผลการปฏิบัติงาน 0 2547 1000 ต่อ 8828 กฎหมายและวินัย 0 2547 1000 ต่อ 8869 คลิ๊กที่นี่ *** ระเบียบ ประกาศ และหนังสือเวียนระบบพนักงานราชการ ***
แหล่งที่มา: http://www.ocsc.go.th/ocsc/th/index.php?option=com_content&view=category&layout=blog&id=90&Itemid=259
-
สพฐ -29 พ.ค. 2559 |กำหนดการสอบครูผู้ช่วย 1/2559 อย่างไม่เป็นทางการ

“สพฐ”
ลิงค์: https://iqepi.com/34370/ หรือ
เรื่อง: กำหนดการสอบครูผู้ช่วย 1/2559 อย่างไม่เป็นทางการ
—


สพฐ เปิดรับสมัครสอบ
กำหนดการสอบแข่งขัน ครูผู้ช่วยกรณีทั่วไป สพฐ. 1/2559
- ประกาศรับสมัคร ภายใน 16 พฤษภาคม 2559
- รับสมัคร 23-29 พฤษภาคม 2559
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ ภายใน 10 มิถุนายน 2559
- สอบภาค ก. วันที่ 25 มิถุนายน 2559
- สอบภาค ข. วันที่ 26 มิถุนายน 2559
- สอบภาค ค. วันที่ 27 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป
- ประกาศผลสอบ ภายใน 7 กรกฎาคม 2559
-
ราชกิจจานุเบกษา – |แก้ ป.อาญา (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2559 กำหนดอัตราค่าปรับใหม่

“ราชกิจจานุเบกษา”
ลิงค์: https://iqepi.com/34237/ หรือ
เรื่อง: แก้ ป.อาญา (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2559 กำหนดอัตราค่าปรับใหม่
—


ราชกิจจานุเบกษา เปิดรับสมัครสอบ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2559 ดังนี้
“ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
โดยมี รายละเอียดที่สำคัญ ที่ มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๙ แห่งประมวลกฎหมายอาญาและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๒๙ ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชําระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษาผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับหรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ แต่ถ้าศาลเห็นเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ชําระค่าปรับ ศาลจะสั่งเรียกประกันหรือจะสั่งให้กักขังผู้นั้นแทนค่าปรับไปพลางก่อนก็ได้ความในวรรคสองของมาตรา ๒๔ มิให้นํามาใช้บังคับแก่การกักขังแทนค่าปรับ”
มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๙/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา
“มาตรา ๒๙/๑ ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับไม่ชําระค่าปรับภายในกําหนดเวลาตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่งให้ศาลมีอํานาจออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อใช้ค่าปรับการบังคับคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมโดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินการบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอํานาจหน้าที่ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาลหรือพนักงานอัยการ
ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดําเนินการบังคับคดีการตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับโดยพนักงานอัยการเพื่อการบังคับคดีตามวรรคสองให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในข้อบังคับของอัยการสูงสุดบทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบต่อการที่ศาลจะมีคําสั่งตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๓๐ ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้ถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน และไม่ว่าในกรณีความผิดกระทงเดียวหรือหลายกระทง ห้ามกักขังเกินกําหนดหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปีก็ได้
ในการคํานวณระยะเวลานั้น ให้นับวันเริ่มกักขังแทนค่าปรับรวมเข้าด้วยและให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคํานึงถึงจํานวนชั่วโมง
ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจํานวนวันที่ถูกคุมขังนั้นออกจากจํานวนเงินค่าปรับ โดยถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน เว้นแต่ผู้นั้นต้องคําพิพากษาให้ลงโทษทั้งจําคุกและปรับ
ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าจะต้องหักจํานวนวันที่ถูกคุมขังออกจากเวลาจําคุกตามมาตรา ๒๒ ก็ให้หักออกเสียก่อนเหลือเท่าใดจึงให้หักออกจากเงินค่าปรับ
เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกําหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกําหนดถ้านําเงินค่าปรับมาชําระครบแล้ว ให้ปล่อยตัวไปทันที”
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๐/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๕และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๓๐/๑ ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับ ผู้ต้องโทษปรับซึ่งมิใช่นิติบุคคลและไม่มีเงินชําระค่าปรับอาจยื่นคําร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีเพื่อขอทํางานบริการสังคมหรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ หรือถ้าความปรากฏแก่ศาลในขณะที่พิพากษาคดีว่าผู้ต้องโทษปรับรายใดอยู่ในเกณฑ์ที่จะทํางานบริการสังคมหรือทํางานสาธารณประโยชน์ตามมาตรานี้ได้ และถ้าผู้ต้องโทษปรับยินยอม ศาลจะมีคําสั่งให้ผู้นั้นทํางานบริการสังคมหรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับก็ได้”
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๕๖ ผู้ใดกระทําความผิดซึ่งมีโทษจําคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจําคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น
(๑) ไม่เคยรับโทษจําคุกมาก่อน หรือ
(๒) เคยรับโทษจําคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสําหรับความผิดท่ีได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
(๓) เคยรับโทษจําคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจําคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทําความผิดอีกโดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษและเมื่อศาลได้คํานึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกําหนดโทษหรือกําหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจําคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง
เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กําหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษาโดยจะกําหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจกําหนดข้อเดียวหรือหลายข้อตามควรแก่กรณีได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถามแนะนํา ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทํากิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์
(๒) ให้ฝึกหัดหรือทํางานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ
(๓) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนําไปสู่การกระทําความผิดในทํานองเดียวกันอีก
(๔) ให้ไปรับการบําบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจหรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกําหนด
(๕) ให้เข้ารับการฝึกอบรม ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกําหนด
(๖) ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือห้ามเข้าในสถานที่ใดในระหว่างเวลาที่ศาลกําหนดทั้งนี้ จะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจํากัดการเดินทางด้วยก็ได้
(๗) ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเยียวยาความเสียหายโดยวิธีอื่นให้แก่ผู้เสียหายตามที่ผู้กระทําความผิดและผู้เสียหายตกลงกัน
(๘) ให้แก้ไขฟื้นฟูหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อมหรือชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการดังกล่าว
(๙) ให้ทําทัณฑ์บนโดยกําหนดจํานวนเงินตามที่ศาลเห็นสมควรว่าจะไม่ก่อเหตุร้าย หรือก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน
(๑๐) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกําหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันมิให้ผู้กระทําความผิดกระทําหรือมีโอกาสกระทําความผิดขึ้นอีก หรือเงื่อนไขในการเยียวยาผู้เสียหายตามที่เห็นสมควรเงื่อนไขตามที่ศาลได้กําหนดตามความในวรรคสองนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคําขอของผู้กระทําความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทําความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควรศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะกําหนดเงื่อนไขข้อใดตามที่กล่าวในวรรคสองที่ศาลยังมิได้กําหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นอีกก็ได้ หรือถ้ามีการกระทําผิดทัณฑ์บนให้นําบทบัญญัติมาตรา ๔๗มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๘๔ ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทําความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทําความผิดถ้าความผิดมิได้กระทําลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทํา ยังไม่ได้กระทํา หรือเหตุอื่นใดผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้นถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทําความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ และถ้าผู้ถูกใช้เป็นบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ลูกจ้างหรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้ ผู้ที่มีฐานะยากจนหรือผู้ต้องพึ่งพาผู้ใช้เพราะเหตุป่วยเจ็บหรือไม่ว่าทางใด ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้ใช้กึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกําหนดสําหรับผู้นั้น”
มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๘๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา
“มาตรา ๘๕/๑ ถ้าผู้ถูกใช้ตามมาตรา ๘๔ หรือผู้กระทําตามคําโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทําความผิดตามมาตรา ๘๕ ได้ให้ข้อมูลสําคัญอันเป็นการเปิดเผยถึงการกระทําความผิดของผู้ใช้ให้กระทําความผิดหรือผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทําความผิด และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดําเนินคดีแก่บุคคลดังกล่าว ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ําที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้”
มาตรา ๑๐ บทบัญญัติมาตรา ๓๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่ถูกกักขังแทนค่าปรับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วยและเมื่อคํานวณระยะเวลาการกักขังแทนค่าปรับตามอัตราใหม่แล้ว หากปรากฏว่าผู้นั้นถูกกักขังมาจนครบหรือเกินระยะเวลาที่คํานวณได้ดังกล่าว หรือในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับไม่ถึงสองแสนบาทและผู้นั้นถูกกักขังมาเกินกําหนดหนึ่งปีแล้ว ให้ปล่อยตัวไปทันที
มาตรา ๑๑ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี”หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่หลักเกณฑ์และวิธีการบังคับโทษปรับในเรื่องการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับยังไม่ได้กําหนดไว้ และการกําหนดอัตราเงินในการกักขังแทนค่าปรับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปสมควรกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติได้ รวมทั้งกําหนดอัตราเงินในการกักขังแทนค่าปรับให้สอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ําและภาวะเศรษฐกิจ ส่วนบทบัญญัติว่าด้วยการรอการกําหนดโทษหรือรอการลงโทษซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิดที่ไม่ควรถูกส่งเข้าสู่ระบบเรือนจํา ยังไม่มีการนํามาใช้กับผู้ที่จะถูกลงโทษปรับรวมทั้งไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยต้องโทษจําคุกแม้เพียงเล็กน้อยหรือมิใช่ผู้กระทําผิดติดนิสัยได้รับโอกาสในการรอการกําหนดโทษหรือรอการลงโทษ ทําให้มีผู้ต้องถูกจําคุกระยะสั้นอยู่ในเรือนจําเป็นจํานวนมาก สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการใช้ผู้ที่มีความอ่อนแอทางร่างกายหรือจิตใจ หรือผู้ที่อยู่ในภาวะจํายอมให้กระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้แก่ผู้ที่เป็นเหยื่อของอาชญากรรม ยังทําให้ผู้ที่ถูกใช้ซึ่งไม่มีมูลเหตุจูงใจในการกระทําความผิดมาก่อนต้องกระทําความผิดและได้รับโทษ ทั้งอาจต้องตกอยู่ในภยันตรายและได้รับความเดือดร้อนต่อตนเองและครอบครัว สมควรกําหนดให้ผู้ใช้ในกรณีดังกล่าวต้องรับโทษหนักขึ้น และให้มีมาตรการลดโทษแก่ผู้ถูกใช้หรือผู้กระทําตามคําโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทําความผิดที่ได้เปิดเผยข้อมูลสําคัญจนสามารถดําเนินคดีต่อผู้ใช้หรือผู้โฆษณาหรือประกาศดังกล่าวด้วย จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง ราชกิจจานุเบกษา คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ |




















