breaking news

  • breaking news

    สำนักงานประกันสังคม – |

    สำนักงานประกันสังคม

    สำนักงานประกันสังคม

    ลิงค์: https://iqepi.com/36922/ หรือ
    เรื่อง: แจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาล 1 ม.ค. – 31 มี.ค.60


      Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน

    ฝากประชาสัมพันธ์






    เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ

    สำนักงานประกันสังคม แจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลประกันสังคม 2560

    นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ผู้ประกันตนที่ประสงค์จะเปลี่ยนสถานพยาบาลที่ตนเองเลือกไว้ หรือมีความไม่สะดวกในการใช้บริการ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ เช่น ย้ายที่พัก ย้ายสถานที่ประจำทำงานใหม่ ทำให้ไม่สามารถใช้บริการที่สถานพยาบาลเดิมที่เลือกไว้ได้ 
              ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 – 31 มีนาคม 2560 สำนักงานประกันสังคมได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถแจ้งขอเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาทุกแห่ง 
              สำหรับในปี 2560 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศจำนวน 239 แห่ง แบ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล 159 แห่ง สถานพยาบาลเอกชน 80 แห่ง และมีสถานพยาบาลที่ไม่เข้าร่วมโครงการประกันสังคม จำนวน 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลปิยะมินทร์ จังหวัดสมุทรปราการ และโรงพยาบาลรักษ์สกล จังหวัดสกลนคร ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลทดแทนกรณีผู้ประกันตนยื่นแบบ ฯเปลี่ยนไม่ทันตามระยะเวลาที่กำหนด และกรณีโรงพยาบาลที่เลือกไว้ (โรงพยาบาลเอกชน) มีผู้ประกันตนเลือกเต็มศักยภาพสูงสุดแล้ว โดยระบุวันออกบัตร 1 มกราคม 2560 โดยผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ส่วนรายชื่อสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ แก่ผู้ประกันตนในปี 2560 สามารถตรวจสอบได้ที่นายจ้าง หรือเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม  www.sso.go.th หรือโทรศัพท์ 1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาล ท่านสามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ เดิมได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561
              อนึ่ง สำหรับโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ที่ผู้ประกันตนได้เลือกไว้ภายใน 30 พฤศจิกายน 2559 ท่านจะได้รับโรงพยาบาลตามที่ท่านได้เลือกไว้ เว้นแต่กรณีลำดับแรกเต็ม ท่านจะได้ในลำดับถัดมาแต่ถ้าผู้ประกันตนมิได้เลือกไว้ท่านจะได้โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านท่านในวันที่ 1 มกราคม 2560 และหากไม่พอใจสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 31 มีนาคม 2560 เช่นกัน

  • breaking news

    ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ – |ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐

    ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์

    “ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36604/ หรือ
    เรื่อง: ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐


    ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐

     

    ดาวน์โหลดไฟล์ ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
    แผนที่ | ไฟล์แนบ 1 | 2 | 3 |

  • breaking news

    ครม.ไฟเขียว – |ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาท ตามพื้นที่

    ครม.ไฟเขียว

    “ครม.ไฟเขียว”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36541/ หรือ
    เรื่อง: ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาท ตามพื้นที่


    ครม.ไฟเขียว เปิดรับสมัครสอบ

    ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอัตรา 5 – 10 บาท ตามพื้นที่ ระบุเฉลี่ยค่าแรงในไทยปรับขึ้น 1.7% เชื่อไม่ฉุดเศรษฐกิจสะดุดและดันราคาสินค้าพุ่งจนกระทบค่าครองชีพ
     

                   นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง ประจำปี 2560 รวม 69 จังหวัด ซึ่งถือเป็นการปรับค่าจ้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2556 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง อยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายแล้ว เพื่อให้นายจ้างสามารถประกอบธุรกิจอยู่ได้ และลูกจ้างสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข และเชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หรือมีผลทำให้ราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาวะการครองชีพของประชาชนโดยทั่วไป

     

                   “เป็นการพิจารณาจากดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต ผลิตผลแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ  หรือ จีดีพี ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละจังหวัด” นายกอบศักดิ์กล่าว

     

                   สำหรับ 8 จังหวัดที่ไม่ได้รับอนุมัติให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ประกอบด้วย ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, ระนอง และสิงห์บุรี เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีโรงงานอุตสาหกรรมในจำนวนไม่มาก ขณะเดียวกันความต้องการจะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานไม่ได้มี ซึ่งได้สอบถามกระทรวงแรงงานแล้ว และได้รับการชี้แจงว่าทั้ง 8 จังหวัด ไม่ได้เสนอขึ้นค่าจ้างแรงงานภายในจังหวัดเอง แสดงว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน เฉลี่ยแล้วจะทำให้ค่าจ้างแรงงานในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้น 1.7%

                   ทั้งนี้ อัตราการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำใน 69 จังหวัด เป็นดังนี้  จังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นวันละ 5 บาท เป็น 305 บาท มี 49 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร จันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ เชียงราย ตราด ตาก นครนายก นครพนม นครสวรรค์ น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สุโขทัย สุพรรณบุรี สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี

                   ส่วนจังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นวันละ 8 บาท เป็น 308 บาท มี 13 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่ ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พังงา ระยอง สงขลา สระบุรี และสุราษฎร์ธานี และจังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นวันละ 10 บาท เป็น 310 บาท มี 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

                   “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับด้วยว่าไม่ต้องการให้การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแล เพราะการปรับขึ้นค่าจ้างนี้ก็เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนสามารถดำรงชีพได้ดีขึ้น” นายกอบศักดิ์ กล่าว

                   ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบต่อราคาสินค้าจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่า ในเบื้องต้นอาจมีผลกระทบต่อราคาสินค้าบ้าง แต่ไม่มาก โดยเฉพาะในกลุ่มของบริการและอาหารสำเร็จรูป ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าอาจใช้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคา ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จะเฝ้าติดตามและจับตาเป็นพิเศษ โดยได้มีการสั่งการให้กรมการค้าภายในเฝ้าติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าที่เกิดจากการปรับขึ้นค่าแรง 

                   “คาดว่าไม่มีนัยยะสำคัญต่อราคาสินค้าโดยรวมให้ปรับสูงขึ้นและไม่เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมพร้อมกันทั่วประเทศ เพราะค่าแรงที่ปรับขึ้นไม่ได้ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันและเท่ากันทั่วประเทศ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการสามารถร้องเรียนสายด่วน 1569 ได้ทันที” นางวิบูลลักษณ์ กล่าว

    แหล่งที่มา: http://www.komchadluek.net/news/economic/249879

  • breaking news

    ครม.ไฟเขียว – |ผู้มีรายได้น้อยเตรียมรับของขวัญปีใหม่ 1,500-3,000 บาท

    ครม.ไฟเขียว

    “ครม.ไฟเขียว”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36532/ หรือ
    เรื่อง: ผู้มีรายได้น้อยเตรียมรับของขวัญปีใหม่ 1,500-3,000 บาท


    ครม.ไฟเขียว เปิดรับสมัครสอบ

    21 พ.ย. มีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังว่า มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล ที่จะให้เพิ่มเติมนั้น มีข้อเสนอแจกเงินให้คนจนที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะนี้มีการลงทะเบียนไว้ 8 ล้านคน เป็นเกษตรกรประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งมีมติ ครม.เมื่อช่วงเดือนกันยายนแจกเงินให้เกษตรกรที่ยากจน ดังนั้น มองว่าควรจะให้เงินสำหรับประชาชนทั่วไปอีก 5 ล้านคนด้วย

    ทั้งนี้ จะใช้เงื่อนไขวิธีการเดียวกับเกษตรกรคือ

    รายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้เงินช่วยเหลือ 1,500 บาท หากรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้เงินช่วยเหลือ 3,000 บาท

    ในส่วนเกษตรกรใช้เงินกว่า 6 พันล้านบาท แม้ครม.มีมติไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายเงิน เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ความเป็นเกษตรกร และการตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นคนจนจริงหรือไม่ คาดว่าจะพร้อมจ่ายได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน หรืออย่างช้าต้นเดือนธันวาคม

    รายงานข่าวระบุว่า สำหรับในส่วนของประชาชนทั่วไปพยายามสรุปให้ได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ตามนโยบายของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดว่าจะใช้เงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้กำลังหารือกับสำนักงบประมาณว่ามีงบเพียงพอที่จะดำเนินการในส่วนนี้หรือไม่ หากรวม 2 ส่วน เป็นเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท คนจนได้ประโยชน์กว่า 8 ล้านราย

    คาดว่ามาตรการดังกล่าว จะนำมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีได้ในระดับหนึ่ง เมื่อคนกลุ่มนี้ได้เงินไปจะนำเงินไปใช้จ่ายทันที การให้เงินตรงนั้นน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนคนจนได้ในระดับหนึ่ง

    อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูงบประมาณ และรอดูว่าฝ่ายนโยบายจะเห็นชอบหรือไม่ ถ้าเห็นชอบและงบพร้อม น่าจะเสนอเข้าครม.ช่วงต้นเดือนธันวาคม และจ่ายเงินได้ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่Ž รายงานข่าวกล่าว

  • breaking news

    กรมเจ้าท่า – |ธ.ค. นี้ อาจจะได้ทดลองล่องเรือ พัทยา-หัวหิน ฟรี!!

    กรมเจ้าท่า

    “กรมเจ้าท่า”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36531/ หรือ
    เรื่อง: ธ.ค. นี้ อาจจะได้ทดลองล่องเรือ พัทยา-หัวหิน ฟรี!!


    กรมเจ้าท่า เปิดรับสมัครสอบ

    นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) เปิดเผยว่า หลังจากกรมเจ้าท่าได้ออกประกาศให้ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเรือกลเดินประจำทางในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้ายื่นคำขออนุญาต ในเส้นทางฝั่งตะวันออก (พัทยา – สัตหีบ) ฝั่งตะวันตก (ชะอำ – หัวหิน)นั้น บริษัท รอยัล พาสเสนเจอร์ ไลเนอร์ ยื่นความประสงค์ขออนุญาตเพียงรายเดียว กรมเจ้าท่าได้พิจารณาข้อเสนอผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดจึงเห็นชอบให้บริษัทเป็นผู้ได้รับอนุญาตเรือกลเดินประจำทางโดยสารเส้นทางระหว่างอ่าวไทย ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก โดยบริษัทฯ ต้องเร่งรัดยื่นขออนุญาตใช้เรือ เพื่อประกอบการออกใบอนุญาตและกำหนดอัตรา ค่าโดยสารต่อไป การให้บริการ บริษัทเสนอแผนธุรกิจโดยเริ่มเดินเรือให้บริการตั้งแต่มกราคม 2560 เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ระยะที่ 1 เดินเรือโดยสาร พัทยา – หัวหิน เสนอแผนให้เรือโดยสาร Catamaran Ferry จำนวน 2 ลำ ขนาดบรรทุกผู้โดยสารได้ 150 คน และ 262 คน โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 40 นาที/เที่ยว เดือนมกราคมเป็นช่วงเริ่มต้นทำตลาด จะเดินเรือวันละ 2 เที่ยว เริ่มจาก หัวหิน – พัทยา เรือออกเวลา 08.30 – 09.40 น. และ พัทยา – หัวหิน เรือออกเวลา 15.30 – 16.40 น. โดยจะเพิ่มจำนวนเที่ยวมากขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไป ระยะที่ 2 เรือโดยสารและรถยนต์ ทางบริษัทฯ อยู่ระหว่างการนำเสนอท่าเรือหรือจุด ขึ้น – ลง ที่เหมาะสม สำหรับ Ferry ที่บรรทุกทั้งผู้โดยสารและรถยนต์ให้กรมเจ้าท่าพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

    สำหรับความก้าวหน้าโครงการ ทางบริษัทได้นำเรือเข้ามาซ่อมทำในประเทศไทย จำนวน 1 ลำ คาดว่าจะซ่อมทำเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 อีก 1 ลำซ่อมทำแล้วเสร็จที่ประเทศจีน พร้อมขนส่งมาประเทศไทย ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 เพื่อให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและออกใบอนุญาตการใช้เรือ พร้อมทดสอบการเดินเรือได้ในเดือน ธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นไปตามแผนธุรกิจที่ทางบริษัทเสนอ ความมั่นใจจะสามารถให้บริการได้เดือนมกราคม 2560 ตามแผน

    แหล่งที่มา: http://www.edtguide.com/lifestyle/454827/ferry-free

  • breaking news,  สอบครู-ครูผู้ช่วยเปิดสอบ

    สพฐ – |วิเคราะห์ข้อสอบครูผู้ช่วย 1/2559 สาเหตุครูสอบผ่านน้อย

    สพฐ

    “สพฐ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36381/ หรือ
    เรื่อง: วิเคราะห์ข้อสอบครูผู้ช่วย 1/2559 สาเหตุครูสอบผ่านน้อย


    สพฐ.เร่งวิเคราะห์ข้อสอบครูผู้ช่วยเชิงลึก

    ดร.พะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ.ได้รายงานผลการวิเคราะห์ข้อสอบที่ใช้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 ในเบื้องต้น ว่า จากจำนวนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.) รวม 61 แห่งที่เปิดสอบในครั้งนี้ ผู้เข้าสอบทั้งสิ้น 126,328 คน สอบได้ 11,333 คน คิดเป็นผู้สอบได้ 8.97% นั้น ข้อสอบที่ใช้สอบสามารถจำแนกคุณภาพผู้เข้าสอบได้หรือไม่ มีความยากง่ายของข้อสอบเป็นอย่างไรเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงการออกข้อสอบคัดเลือกครู รวมถึงให้มหาวิทยาลัยใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการผลิตบัณฑิตครูต่อไป

    ดร.พะโยม กล่าวต่อไปว่า ข้อสอบที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559 นั้น 56 กศจ./สศศ.ได้จ้าง 11 มหาวิทยาลัยออกข้อสอบ จำแนกเป็น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ใช้สอบใน 43 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 93,567 คน สอบได้ 6,935 คน คิดเป็น 7.14% มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุราษฎร์ธานี ใช้สอบใน 3 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 3,950 คน สอบได้ 1.048 คน คิดเป็น 26.53% มหาวิทยาลัยทักษิณ ใช้สอบใน 2 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,907 คน สอบได้ 177 คน คิดเป็น 9.28% มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 143 คน สอบได้ 3 คน คิดเป็น 2.10% มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,480 คน สอบได้ 26 คน คิดเป็น 1.76%

    มรภ.เชียงราย ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,668 คน สอบได้ 160 คน คิดเป็น 9.59% มรภ.เพชรบูรณ์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,574 คน สอบได้ 49 คน คิดเป็น 3.11% มรภ.เลย ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 3,240 คน สอบได้ 164 คน คิดเป็น 5.06% มรภ.บุรีรัมย์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 6,868 คน สอบได้ 230 คน คิดเป็น 3.35% มรภ.ราชนครินทร์ ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 1,649 คน สอบได้ 110 คน คิดเป็น 6.67% มรภ.สกลนคร ใช้สอบใน 1 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 674 คน สอบได้ 59 คน คิดเป็น 8.75% และเป็นข้อสอบที่กศจ. 5 จังหวัดออกเอง ได้แก่ ภูเก็ต ยะลา หนองคาย บึงกาฬ และศรีสะเกษ มีผู้เข้าสอบ 9,608 คน สอบได้ 2,372 คน คิดเป็น 24.69%

    “การวิเคราะห์เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุที่มีผู้ทำข้อสอบผ่านได้น้อย ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา มีปัญหามาจากผู้ข้อสอบ ตัวข้อสอบ หรือการออกข้อสอบ ดังนั้น สพฐ.จะมอบให้สำนักทดสอบทางการศึกษา และสพฐ.ร่วมกันวิเคราะห์ข้อสอบเชิงลึก โดยขอข้อมูลไปยังผู้ออกข้อสอบ ให้ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างข้อสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาการหรือไม่ สัดส่วนความยากง่ายของข้อสอบมีความเหมาะสมหรือไม่ และภูมิหลังของผู้เข้าสอบ ทั้งอายุ เพศ ระดับผลการเรียน และมหาวิทยาลัยที่จบออกมาว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร โดยจะวิเคราะห์ให้เร็วที่สุดเพื่อรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นว่าทำไม นักศึกษาครูทำข้อสอบได้ลดลง”ดร.พะโยม กล่าว

     

    แหล่งที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/725399

  • breaking news

    ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) – |โครงการสินเชื่อบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี

    ธนาคารอาคารสงเคราะห์

    “ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36380/ หรือ
    เรื่อง: โครงการสินเชื่อบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี


    ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

    ธอส. จัดทำ “โครงการสินเชื่อบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี” อัตราดอกเบี้ยคงที่ MRR-3.25% 4 ปี ผ่อนดี 48 เดือน ลดดอกเบี้ยอีก 1% ของวงเงินกู้ ตัดชำระเงินต้นทันที

    จากนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยมอบหมายให้ ธอส. จัดทำสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษให้กับลูกกตัญญูที่เลี้ยงดูบิดามารดา โดยเตรียมวงเงิน 20,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการสินเชื่อบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี”

    อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 4 เท่ากับ MRR–3.25% ต่อปี (หรือ 3.50% ต่อปี) คิดจาก MRR ธอส.ปัจจุบันเท่ากับ 6.75% ต่อปี ปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการเท่ากับ MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยเท่ากับ MRR-0.5% ต่อปี กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยดอกเบี้ยเท่ากับ MRR

      ปีที่ 1-4 ปีที่ 5 เป็นต้นไป
    รายย่อย

    3.5%

    (MRR-3.25%)

    – MRR-0.5%
    – ประวัติการชำระเงินดี 48 เดือน ดอกเบี้ยเพิ่ม 1% (ลดเงินต้น)
    สวัสดิการ

    3.5%

    (MRR-3.25%)

    – MRR-1%
    – ประวัติการชำระเงินดี 48 เดือน ดอกเบี้ยเพิ่ม 1% (ลดเงินต้น)

    *MRR ปัจจุบันเท่ากับ 6.75%

    ** กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR

    วัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย

    เงื่อนไขต้องมีบิดาหรือมารดาอยู่อาศัยร่วมด้วย โดยย้ายชื่อบิดาหรือมารดาเข้าอยู่อาศัยในทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นหลักประกันกับธนาคารภายใน 6 เดือน เพื่อยืนยันการอยู่อาศัยร่วมกัน

    ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระเงินงวดดีสม่ำเสมอเป็นเวลา 48 เดือน จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อีก 1% ของวงเงินกู้ นำไปตัดชำระเงินต้นทันที

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 0-2645-9000

    ดาวน์โหลดไฟล์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
    แผนที่ | เว็บรับสมัคร |

  • breaking news

    สคบ.ยันชาวนาขายข้าวออนไลน์ได้ไม่ผิด กม. – |ขายข้าวออนไลน์ได้ ไม่ผิด กม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยินดีช่วยเหลือ

    สคบ.ยันชาวนาขายข้าวออนไลน์ได้ไม่ผิด

    “สคบ.ยันชาวนาขายข้าวออนไลน์ได้ไม่ผิด กม.”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36350/ หรือ
    เรื่อง: ขายข้าวออนไลน์ได้ ไม่ผิด กม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยินดีช่วยเหลือ


    ขายข้าวออนไลน์ได้ ไม่ผิด กม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยินดีช่วยเหลือ

    หน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายออกมาให้คำตอบเกี่ยวกับการขายข้าวออนไลน์ที่มีการแชร์กันมากมายตอนนี้ว่า ระวังจะผิด กม. ขายตรง ตอนนี้หลายหน่วยงานได้ให้คำชี้แจงแล้ว ดังนี้

    สคบ.

    วันนี้ (31 ต.ค.) นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะผู้กำกับดูแลกฎหมายดังกล่าวตรวจสอบแล้ว ขอเรียนว่าการที่เกษตรกรขายข้าวออนไลน์นั้นไม่เข้าข่ายเป็นการขายตรงและตลาดแบบตรง ไม่จำเป็นต้องมาจดทะเบียนแต่อย่างใด และไม่มีความผิดตามกฎหมาย อีกทั้งการจดทะเบียนต่อ สคบ.นั้นไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นการมายื่น สคบ.เพื่อออกใบอนุญาตให้เท่านั้น ทั้งนี้ สคบ.ยินดีให้ความร่วมมือและส่งเสริมการค้าให้เป็นไปอย่างมั่นคงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

    จากการตรวจสอบแล้วชาวนาที่ขายข้าวออนไลน์ไม่ได้ทำในเชิงธุรกิจ ไม่เข้าข่ายลักษณะการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ส่วนถ้าจะทำเป็นเชิงธุรกิจนั้น จะต้องมาจดทะเบียนที่สำนักงาน สคบ. อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ กรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว ไม่มี สคบ.จังหวัด ซึ่งทาง สคบ.จะอำนวยความสะดวกให้ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ทางสายด่วนหมายเลข 1166
    อ่านต่อ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000108833

    กระทรวงพาณิชย์

    “นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่ชาวนาจะนำแนวคิดการค้าข้าวออนไลน์มาเป็นกลไกทางการตลาดเพิ่มเติมและยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการจดทะเบียนการค้าที่เกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไรนั้น ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าออนไลน์ ซึ่งผลการตรวจสอบปรากฏว่า สามารถดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า”
    อ่านต่อ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/725286

    นายกฯ คอนเฟิร์มขายข้าวออนไลน์ไม่ผิด กม. คาด นบข.มีมาตรการช่วย

    “รัฐบาลคิดแผนในระยะยาวทุกๆ ด้าน ไม่ได้คิดเพียงว่าให้เงินลงไป ถ้าเป็นแบบนั้นถือเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เกษตรกรอาจถูกใจที่ได้เงิน แต่ระบบเศรษฐกิจในภาพรวมประเทศเสียหาย เพราะอย่าลืมว่าประเทศไทยมีอีกหลายปัญหาที่ต้องทำ และแก้ไขควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเกษตรกรบางส่วนพยายามช่วยเหลือตัวเองโดยการขายข้าวโดยตรงไม่ผ่านผู้ประกอบการ บางคนใช้เทคโนโลยีโดยการขายแบบออนไลน์ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบและขอบคุณ พร้อมให้กำลังใจ แต่ก็มีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีบอกว่าการขายตรงดังกล่าวผิดกฎหมายเรื่องการขายตรง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมาย สามารถทำได้” พล.ท.สรรเสริญกล่าว
    อ่านต่อ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000108508

  • breaking news

    ธนาคารแห่งประเทศไทย – |ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกเพิ่มอีก 2 แบบ

    ธนาคารแห่งประเทศไทย

    “ธนาคารแห่งประเทศไทย”

    ลิงค์: https://iqepi.com/36346/ หรือ
    เรื่อง: ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกเพิ่มอีก 2 แบบ


    ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกเพิ่มอีก 2 แบบ

    วันนี้(31 ต.ค. 59) นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีประชาชนจำนวนมากสอบถามเกี่ยวกับการจ่ายแลกธนบัตรแบบที่ระลึกนั้น ทางธนาคารฯยังมีธนบัตรที่ระลึกที่สามารถจัดสรรให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารออมสิน เพื่อจ่ายแลกให้กับประชาชนได้อีก 2 แบบ

    ได้แก่ บัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 ปี บริบูรณ์ 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท จำนวน 900,000 ฉบับ และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย ปี 2545 ชนิดราคา 100 บาท จำนวน 900,000 ฉบับ

    ทั้งนี้ เนื่องจากธนบัตรมีจำนวนจำกัด ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงขอความร่วมมือธนาคารต่าง ๆ ที่ได้รับการจัดสรรธนบัตรให้กระจายธนบัตรแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

    ดาวน์โหลดไฟล์ ธนาคารแห่งประเทศไทย คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
    แผนที่ | ไฟล์แนบ 1 |

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2564-2565
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.