ข้อมูลเตรียมสอบงานราชการ
-
สำนักงานศาลยุติธรรม – |”ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง” เปิดทำการ 3 ต.ค. 2559

“สำนักงานศาลยุติธรรม”
ลิงค์: https://iqepi.com/36145/ หรือ
เรื่อง: “ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง” เปิดทำการ 3 ต.ค. 2559
—


“ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง” เปิดทำการ 3 ต.ค. 2559
เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา กำหนดวันเปิดทำการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 แต่เปิดทำการจริงวันที่ 3 ตุลาคม 2559 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่ พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 โดยที่การทุจริตและประพฤติมิชอบมีผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางสังคม และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประกอบการทุจริตและประพฤติมิชอบในระยะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยืสินของแผ่นดินเป็นจำนวนมาก และจากการดำเนนินโยบายในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง ส่งผลให้มีคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นสู่ศาลากขึ้น สมควรจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ” มีขอบเขตอำนาจพิจารณาคดีอะไรบ้าง 1
ทั้งนี้ ตามร่างจัดตั้งศาลฯ ที่ สนช.ลงมติผ่านแล้ว บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ว่า คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หมายถึง
(1) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือทุจริตต่อหน้าที่
(2) คดีอาญาที่ฟ้อง ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลธรรมดาที่กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดตาม (1) หรือทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ, กฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือกฎหมายอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือ ประพฤติมิชอบ
(3) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษบุคคลธรรมดาเกี่ยวกับการเรียก รับ หรือให้สินบน หรือการใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจหรือข่มขืนใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ, ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใด
(4) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลธรรมดา ตามกฎหมายที่กำหนดให้เป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
(5) คดีอาญาที่ฟ้อง ให้ลงโทษบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลตาม (1)-(4) ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้สมคบ
(6) คดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ หรือจงใจยื่นบัญชีและเอกสารด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ
(7) คดีที่ร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นปกติ
“ชาญณรงค์” อธิบายให้ฟังง่ายๆ ว่า คดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะเป็นคดีที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และพนักงานสอบสวน สรุปสำนวนส่งให้อัยการ ยื่นฟ้อง ข้าราชการทุกระดับ และคดีที่มีเอกชนร่วมกระทำผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ตามกฎหมายทุจริตและประพฤติมิชอบที่ระบุไว้เป็นความผิดด้วย เช่น เอกชน กับเอกชน ร่วมกันทำผิดฮั้วประกวดราคา หรือความผิดเกี่ยวกับเสนอสินบนของเอกชน หรือการใช้อิทธิพล สั่งการ ครอบงำเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งคดีที่ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะเหตุข้าราชการมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ส่วนคดีทุจริต และคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ยังคงอยู่ในอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
“ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะมีศาลที่อยู่ส่วนกลาง 1 แห่งและภาคถึง 9 แห่ง ทำให้ใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาคดีหนึ่งๆ อีกทั้งใช้ระบบไต่สวน ที่พิจารณาคดีติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจนเสร็จการพิจารณาคดี รูปแบบศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยังมีถึง 3 ชั้นศาล คืออุทธรณ์-ฎีกาได้ แต่ยื่นการฎีกาจะเป็นระบบการขออนุญาตโดยศาลฎีกาตรวจดูว่าเป็นการถ่วงคดี หรือมีเหตุควรยื่นฎีกาหรือไม่”
“ชาญณรงค์” ยังชี้ให้เห็นว่า กฎหมายจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริต ฯ ถือว่า ครบเครื่องที่จะแก้ปัญหาทั้งเรื่องจำเลยหลบหนีคดี เพราะมีบทบัญญัติให้ลงโทษสำหรับจำเลยที่หนีคดี โดยคดีหยุดการนับอายุความระหว่างที่จำเลยหนีคดี และคดีสามารถเดินหน้าสืบพยานในชั้นศาลต่อไปได้ และมีคำพิพากษาโดยไม่ต้องมีตัวจำเลย อีกทั้งหากจำเลยจะอุทธรณ์คดีก็ต้องมายื่นเอง หากหลบหนีก็ถือสละสิทธิ์นั้นไป ศาลชั้นต้นตัดสินไปแล้วว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น
ส่วน “คดีริบทรัพย์” หากไปทำทุจริตแล้วได้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดมา อย่างเช่น สิทธิที่ไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ การค้า ที่สามารถตีประโยชน์นั้นเป็นมูลค่าได้ ก็จะตามริบหมด เพราะบางครั้งการทุจริตอาจไม่ได้เป็นเงินอย่างที่เห็นก็ได้ หรือแม้ทรัพย์ที่ได้มาจากการทุจริตหายไปแล้ว ก็จะต้องตีเป็นมูลค่าเงินว่ากี่ล้าน แล้วตามยึดจากทรัพย์สินอื่น
การจัดองค์คณะก็มีความสำคัญ ซึ่งการพิจารณาคดีต้องมีระดับหัวหน้าคณะ ที่ผ่านการเป็นหัวหน้าศาลมาแล้ว อายุงานอย่างน้อย 25 ปี ส่วนลูกคณะ ก็ต้องผ่านการทำคดีมาแล้วอย่างน้อย 10 ปี
1จากเว็บไซต์ คมชัดลึก http://www.komchadluek.com/news/scoop/231274
ดาวน์โหลดไฟล์ สำนักงานศาลยุติธรรม คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | 2 | -
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น – |ตรวจสอบหลักสูตรการสอบ 2556 กับ ข้อมูลปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป

“กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น”
ลิงค์: https://iqepi.com/36091/ หรือ
เรื่อง: ตรวจสอบหลักสูตรการสอบ 2556 กับ ข้อมูลปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป
—


กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดรับสมัครสอบ
สำหรับท่านที่เตรียมสอบท้องถิ่น ลองดูหลักสูตรการสอบท้องถิ่น ของแต่ละตำแหน่ง ในอดีต เคยทำไว้เมื่อครั้งที่ สถ.จัดสอบครั้งใหญ่สอบพร้อมกันทั่วประเทศ อาจจะพอเป็นแนทางให้ท่านตรวจสอบข้อมูลว่ามีกฎหมายใดที่มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง และอาจจะมีกฎหมายบางตัวที่ยกเลิกไปแล้ว เช่น พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งจะต้องมีกฎหมายอีกหลายฉบับเพิ่มเข้ามา เช่น ประมวลกฎหมายท้องถิ่น หรือ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่จะประกาศและบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ (ดาวน์โหลดฉบับร่างคลิกที่นี่)
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ http://z.iqepi.com
2. คลิกเลือกค้นหาตาม “ตำแหน่ง”

3. เลือกตำแหน่ง,ระดับ, ภาค/เขต แล้วกดปุ่ม Submit
*สำหรับการเลือกภาค/เขตเลือกอันไหนก็ได้เป็นของเก่าที่ สถ.จัดสอบเมื่อปี 2556 ไม่ใช่ข้อมูลปัจจุบัน

แหล่งที่มา: http://z.iqepi.com
-
กระทรวงแรงงาน -28 ส.ค. 2559 |บังคับเพิ่มค่าจ้าง 300-700 บาท มีผล 10 ส.ค.59 ไม่จ่ายปรับ 1 แสน

“กระทรวงแรงงาน”
ลิงค์: https://iqepi.com/35678/ หรือ
เรื่อง: บังคับเพิ่มค่าจ้าง 300-700 บาท มีผล 10 ส.ค.59 ไม่จ่ายปรับ 1 แสน
—


กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครสอบ
แรงงานมีฝีมือเฮ! รัฐบังคับเพิ่มค่าจ้าง 300-700 บาท มีผล 10 ส.ค.นี้ ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 20 สาขา ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ยานยนต์ อัญมณี และกลุ่มลอจิสติกส์ กำหนดโทษนายจ้างไม่จ่าย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เผย “บอร์ดค่าจ้าง” จ่อถกเพิ่ม 12 สาขา กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ พลาสติก เข้าคิว!
วันนี้ (5 ส.ค.) ที่กระทรวงแรงงาน มีการแถลงข่าวเปิด “ประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 5)” ภายหลังกระทรวงแรงงานได้ประกาศแล้ว 35 สาขาอาชีพ และในวันที่ 10 ส.ค.นี้จะบังคับใช้อีก 20 สาขาอาชีพใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ยานยนต์ อัญมณี และกลุ่มลอจิสติกส์ โดยในกลุ่มเหล่านี้จะมีอัตราค่าจ้างตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปจนถึงประมาณวันละ 700 บาท
ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า “การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ” เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ส่งเสริมการพัฒนาทางอ้อมเช่นกัน เพราะการได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือจะเป็นเสมือนเส้นทางความก้าวหน้าในสาขาอาชีพ (Career Path) ของลูกจ้าง ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ (Unskilled Labour) จนกระทั่งถึงระดับช่างฝีมือ (Skilled Labour) ทำให้คนทำงานมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน ส่งผลให้การผลิตสินค้าและบริการมีคุณภาพยิ่งขึ้น ลูกจ้างและนายจ้างได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่วนผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับประโยชน์จากการใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และในที่สุดประโยชน์โดยรวมจะตกอยู่กับประเทศไทย โดยการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือจะส่งผลดี 4 ประการ คือ
1) ทำให้คนทำงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติใน 20 สาขาอาชีพ ทั้งระดับ 1 และ 2 มีค่าจ้างเหมาะสมเป็นธรรม สอดคล้องกับทักษะฝีมือ ความรู้ความสามารถ และการจ้างงานในตลาดแรงงาน ทำให้คนทำงานมีขวัญกำลังใจในการทำงาน 2) เป็นแรงจูงใจให้คนทำงานทั่วไปได้มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้ได้รับค่าจ้างสูงขึ้น 3) ผู้ประกอบการสามารถคัดเลือกแรงงานที่มีฝีมือเข้าทำงาน ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพได้มาตรฐาน ลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนผลิตเพราะไม่เกิดการผิดพลาดระหว่างการผลิต และสามารถรักษาบุคลากรที่มีฝีมือไว้ได้ด้วย 4) ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือในสาขาอาชีพที่ขาดแคลน และรองรับการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
มีรายงานว่า คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) กำลังมีการพิจารณาอีก 12 สาขา เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ พลาสติก เป็นต้น เชื่อว่าการกำหนดดังกล่าวนายจ้างจะได้รับประโยชน์จากแรงงานที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ซึ่งทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมถึงสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการผลิตแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และสอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลด้วย ขณะที่ภาคแรงงานก็จะได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สอดคล้องกับทักษะฝีมือ ความรู้ ความสามารถ
ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างตามประกาศดังกล่าวจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับรายละเอียดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ แบ่งดังนี้
1. กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย พนักงานประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง ระดับ 1 ค่าจ้าง 360 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 430 บาท / พนักงานประกอบมอเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ระดับ 1 ค่าจ้าง 370 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 445 บาท / ช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล ระดับ 1 ค่าจ้าง 410 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 490 บาท / ช่างเทคนิคระบบรักษาความปลอดภัย ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง ค่าจ้าง 480 บาท
2. กลุ่มชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย สาขาช่างกลึง ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเชื่อมมิก-แม็ก ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาทระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเทคนิคเครื่องกลึงอัตโนมัติ ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท
3. ยานยนต์ ประกอบด้วย ช่างเทคนิคพ่นสีตัวถัง ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเทคนิคพ่นซีลเลอร์ตัวถัง ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / พนักงานประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์(ขั้นสุดท้าย) (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท
4.อัญมณี ประกอบด้วย ช่างเจียรไนพลอย ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาทิระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท / ช่างหล่อเครื่องประดับ ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท / ช่างตกแต่งเครื่องประดับ ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท / ช่างอัญมณีบนเครื่องประดับ ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท
5. ลอจิสติกส์ ประกอบด้วย นักบริหารการขนส่งสินค้า ระดับ 1 ค่าจ้าง 415 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 500 บาท / ผู้ควบคุมรถยกสินค้าขนาดไม่เกิน 10 ตัน ระดับ 1 ค่าจ้าง 360 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 430 บาท / ผู้ควบคุมสินค้าคงคลัง ระดับ 1 ค่าจ้าง 350 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 420 บาท / ผู้ปฎิบัติการคลังสินค้า ระดับ 1 ค่าจ้าง 340 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 410 บาท
“ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 แรงงานจึงต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานฝีมือจะมากำกับเรื่องสมรรถนะ ที่จำเป็นส่วนที่ขาดก็ต้องมีการเติมเต็ม ซึ่งคนทำงานจะต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา” ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าว
แหล่งที่มา: http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000077926
ดาวน์โหลดไฟล์ กระทรวงแรงงาน คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ 1 | -
กระทรวงแรงงาน -28 ส.ค. 2559 |บังคับเพิ่มค่าจ้าง 300-700 บาท มีผล 10 ส.ค.59 ไม่จ่ายปรับ 1 แสน
"กระทรวงแรงงาน"
ลิงค์: https://iqepi.com/35677/ หรือ
เรื่อง: บังคับเพิ่มค่าจ้าง 300-700 บาท มีผล 10 ส.ค.59 ไม่จ่ายปรับ 1 แสน
—


กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครสอบ
แรงงานมีฝีมือเฮ! รัฐบังคับเพิ่มค่าจ้าง 300-700 บาท มีผล 10 ส.ค.นี้ ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 20 สาขา ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ยานยนต์ อัญมณี และกลุ่มลอจิสติกส์ กำหนดโทษนายจ้างไม่จ่าย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เผย “บอร์ดค่าจ้าง” จ่อถกเพิ่ม 12 สาขา กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ พลาสติก เข้าคิว!
วันนี้ (5 ส.ค.) ที่กระทรวงแรงงาน มีการแถลงข่าวเปิด “ประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 5)” ภายหลังกระทรวงแรงงานได้ประกาศแล้ว 35 สาขาอาชีพ และในวันที่ 10 ส.ค.นี้จะบังคับใช้อีก 20 สาขาอาชีพใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ยานยนต์ อัญมณี และกลุ่มลอจิสติกส์ โดยในกลุ่มเหล่านี้จะมีอัตราค่าจ้างตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปจนถึงประมาณวันละ 700 บาท
ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า “การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ” เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ส่งเสริมการพัฒนาทางอ้อมเช่นกัน เพราะการได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือจะเป็นเสมือนเส้นทางความก้าวหน้าในสาขาอาชีพ (Career Path) ของลูกจ้าง ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ (Unskilled Labour) จนกระทั่งถึงระดับช่างฝีมือ (Skilled Labour) ทำให้คนทำงานมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน ส่งผลให้การผลิตสินค้าและบริการมีคุณภาพยิ่งขึ้น ลูกจ้างและนายจ้างได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่วนผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับประโยชน์จากการใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และในที่สุดประโยชน์โดยรวมจะตกอยู่กับประเทศไทย โดยการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือจะส่งผลดี 4 ประการ คือ
1) ทำให้คนทำงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติใน 20 สาขาอาชีพ ทั้งระดับ 1 และ 2 มีค่าจ้างเหมาะสมเป็นธรรม สอดคล้องกับทักษะฝีมือ ความรู้ความสามารถ และการจ้างงานในตลาดแรงงาน ทำให้คนทำงานมีขวัญกำลังใจในการทำงาน 2) เป็นแรงจูงใจให้คนทำงานทั่วไปได้มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้ได้รับค่าจ้างสูงขึ้น 3) ผู้ประกอบการสามารถคัดเลือกแรงงานที่มีฝีมือเข้าทำงาน ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพได้มาตรฐาน ลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนผลิตเพราะไม่เกิดการผิดพลาดระหว่างการผลิต และสามารถรักษาบุคลากรที่มีฝีมือไว้ได้ด้วย 4) ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือในสาขาอาชีพที่ขาดแคลน และรองรับการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
มีรายงานว่า คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) กำลังมีการพิจารณาอีก 12 สาขา เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ พลาสติก เป็นต้น เชื่อว่าการกำหนดดังกล่าวนายจ้างจะได้รับประโยชน์จากแรงงานที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ซึ่งทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมถึงสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการผลิตแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และสอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลด้วย ขณะที่ภาคแรงงานก็จะได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สอดคล้องกับทักษะฝีมือ ความรู้ ความสามารถ
ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างตามประกาศดังกล่าวจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับรายละเอียดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ แบ่งดังนี้
1. กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย พนักงานประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง ระดับ 1 ค่าจ้าง 360 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 430 บาท / พนักงานประกอบมอเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ระดับ 1 ค่าจ้าง 370 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 445 บาท / ช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล ระดับ 1 ค่าจ้าง 410 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 490 บาท / ช่างเทคนิคระบบรักษาความปลอดภัย ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง ค่าจ้าง 480 บาท
2. กลุ่มชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย สาขาช่างกลึง ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเชื่อมมิก-แม็ก ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาทระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเทคนิคเครื่องกลึงอัตโนมัติ ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท
3. ยานยนต์ ประกอบด้วย ช่างเทคนิคพ่นสีตัวถัง ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / ช่างเทคนิคพ่นซีลเลอร์ตัวถัง ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท / พนักงานประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์(ขั้นสุดท้าย) (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท
4.อัญมณี ประกอบด้วย ช่างเจียรไนพลอย ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาทิระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท / ช่างหล่อเครื่องประดับ ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท / ช่างตกแต่งเครื่องประดับ ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท / ช่างอัญมณีบนเครื่องประดับ ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท
5. ลอจิสติกส์ ประกอบด้วย นักบริหารการขนส่งสินค้า ระดับ 1 ค่าจ้าง 415 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 500 บาท / ผู้ควบคุมรถยกสินค้าขนาดไม่เกิน 10 ตัน ระดับ 1 ค่าจ้าง 360 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 430 บาท / ผู้ควบคุมสินค้าคงคลัง ระดับ 1 ค่าจ้าง 350 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 420 บาท / ผู้ปฎิบัติการคลังสินค้า ระดับ 1 ค่าจ้าง 340 บาท ระดับ 2 ค่าจ้าง 410 บาท
“ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 แรงงานจึงต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานฝีมือจะมากำกับเรื่องสมรรถนะ ที่จำเป็นส่วนที่ขาดก็ต้องมีการเติมเต็ม ซึ่งคนทำงานจะต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา” ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าว
แหล่งที่มา: http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000077926
ดาวน์โหลดไฟล์ กระทรวงแรงงาน คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
ประกาศ 1 | -
กกต. – |ประกาศกําหนดวันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. 59

“กกต.”
ลิงค์: https://iqepi.com/34376/ หรือ
เรื่อง: ประกาศกําหนดวันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. 59
—


กกต. เปิดรับสมัครสอบ
ราชกิจจานุเบกษา หน้า ๑๑ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๒ ก ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เรื่อง กําหนดวันออกเสียงประชามติโดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๙ มาตรา ๓๙/๑ กําหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งต้องไม่เร็วกว่าเก้าสิบวัน แต่ไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญส่งคําอธิบายสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยวันออกเสียงประชามตินั้น ต้องกระทําในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

ในการนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติเสนอประเด็นอื่นไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบพร้อมในคราวเดียวกันด้วยก็ได้
คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับคําอธิบายสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๙ และได้รับประเด็นอื่นจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๙ เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบพร้อมไปในคราวเดียวกันอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๙/๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๙ ประกอบกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุม ครั้งที่ ๑๕/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๙ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงกําหนดให้วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ เป็นวันออกเสียงประชามติ ประเด็นดังต่อไปนี้
๑. ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช …. ทั้งฉบับ
๒. ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบประเด็นเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกําหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง ๕ ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙
ศุภชัย สมเจริญ
ประธานกรรมการการเลือกตั้งดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง กกต. คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | ประกาศ | -
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ -ไม่กำหนด |เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

“สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”
ลิงค์: https://iqepi.com/33991/ หรือ
เรื่อง: เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
—

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดรับสมัครสอบ
- แผ่นพับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของ สศช.ภาษาไทย / English
- PowerPoint นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ – มีนาคม 2559
- PPT SEZ Development – MARCH 2016
- เอกสารส่งเสริมการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (BOI Book) ภาษาไทย / English
- สรุปงานช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.) มกราคม 2559
- แถลงข่าว ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.) ครั้งที่ 1-2559 (18 มกราคม 2559)
4.1 คำสั่งเกี่ยวกับคณะกรรมการและอนุกรรมการ คำสั่งเลขที่ เรื่อง วันที่ประกาศ คำสั่ง คสช. ที่ 72/2557 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาศรษฐกิจพิเศษ 19 มิ.ย. 57 คำสั่ง คสช. ที่ 109/2557 แต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมในคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 28 ก.ค. 57 คำสั่ง กนพ. ที่ 1/2558 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 12 ก.พ. 58 คำสั่ง กนพ. ที่ 2/2558 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 เม.ย. 58 คำสั่ง คสช. ที่ 5/2558 แต่งตั้งรองประธานและกรรมการเพิ่มเติมในคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 เม.ย. 58 4.2 การกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ คำสั่งเลขที่ เรื่อง วันที่ประกาศ ประกาศ กนพ. ที่ 1/2558 กำหนดพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 19 ม.ค. 58 ประกาศ กนพ. ที่ 2/2558 กำหนดพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 24 เม.ย. 58 4.3 การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ คำสั่งเลขที่ เรื่อง วันที่ประกาศ คำสั่ง คสช. ที่ 17/2558 การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเขต พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 15 พ.ค. 58 -
สพฐ. – |ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2558-2563

“สพฐ.”
ลิงค์: https://iqepi.com/33314/ หรือ
เรื่อง: ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2558-2563
—


ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2558-2563
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2558-2563 โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นระยะเร่งด่วนที่จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีจำนวน 6 เรื่อง ได้แก่
1. การอ่านออกเขียนได้ของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ตอนนี้ สพฐ.ได้ดำเนินการผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอนต่างๆ รวมถึงการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ ต่อจากนี้จะมีการอบรมการสอนแบบ Brain Based Learning (BBL) ให้กับครูทั่วประเทศ และเมื่อจบภาคเรียนจะมีการประเมินผล โดยทางสถาบันภาษาไทย และสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) เป็นผู้ออกแบบประเมิน
2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้ค้นหาตัวเอง โดยเฉพาะการจัดสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนขยายโอกาส และการจัดสอนทักษะอาชีพแบบเต็มระบบ ในโรงเรียนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 จังหวัด
3. การพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษระดับการศึก ษาขั้นพื้นฐาน เช่น จัดระบบเทียบระดับ จัดทำความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ และบริติช เคาน ซิล
4. การผลิตและพัฒนาครู จัดอบรมพัฒนาผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ ด้วยทักษะ
5. ยกระดับการศึกษา ทางไกล และ
6. การพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน และในระยะยาว ได้แก่ การปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพ และการปฏิรูประบบบริหารจัดการ
– See more at: http://www.krusmart.com/education-reform-2558-2563/#sthash.WoHEntKP.dpufสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2558-2563 โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นระยะเร่งด่วนที่จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีจำนวน 6 เรื่อง ได้แก่
1. การอ่านออกเขียนได้ของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ตอนนี้ สพฐ.ได้ดำเนินการผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอนต่างๆ รวมถึงการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ ต่อจากนี้จะมีการอบรมการสอนแบบ Brain Based Learning (BBL) ให้กับครูทั่วประเทศ และเมื่อจบภาคเรียนจะมีการประเมินผล โดยทางสถาบันภาษาไทย และสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) เป็นผู้ออกแบบประเมิน
2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้ค้นหาตัวเอง โดยเฉพาะการจัดสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนขยายโอกาส และการจัดสอนทักษะอาชีพแบบเต็มระบบ ในโรงเรียนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 จังหวัด
3. การพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษระดับการศึก ษาขั้นพื้นฐาน เช่น จัดระบบเทียบระดับ จัดทำความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ และบริติช เคาน ซิล
4. การผลิตและพัฒนาครู จัดอบรมพัฒนาผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ ด้วยทักษะ
5. ยกระดับการศึกษา ทางไกล และ
6. การพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน และในระยะยาว ได้แก่ การปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพ และการปฏิรูประบบบริหารจัดการ
– See more at: http://www.krusmart.com/education-reform-2558-2563/#sthash.WoHEntKP.dpufสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2558-2563 โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นระยะเร่งด่วนที่จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีจำนวน 6 เรื่อง ได้แก่
1. การอ่านออกเขียนได้ของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ตอนนี้ สพฐ.ได้ดำเนินการผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอนต่างๆ รวมถึงการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ ต่อจากนี้จะมีการอบรมการสอนแบบ Brain Based Learning (BBL) ให้กับครูทั่วประเทศ และเมื่อจบภาคเรียนจะมีการประเมินผล โดยทางสถาบันภาษาไทย และสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) เป็นผู้ออกแบบประเมิน
2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้ค้นหาตัวเอง โดยเฉพาะการจัดสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนขยายโอกาส และการจัดสอนทักษะอาชีพแบบเต็มระบบ ในโรงเรียนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 จังหวัด
3. การพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษระดับการศึก ษาขั้นพื้นฐาน เช่น จัดระบบเทียบระดับ จัดทำความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ และบริติช เคาน ซิล
4. การผลิตและพัฒนาครู จัดอบรมพัฒนาผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ ด้วยทักษะ
5. ยกระดับการศึกษา ทางไกล และ
6. การพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน และในระยะยาว ได้แก่ การปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพ และการปฏิรูประบบบริหารจัดการ
ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่อง สพฐ. คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
ประกาศ | -
กทม. – ครูสอนภาษาอังกฤษ

“กทม.”
ลิงค์: https://iqepi.com/32758/ หรือ
เรื่อง: ครูสอนภาษาอังกฤษ
—

รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ จำนวน 3 อัตรา และครูสอนภาษาจีน จำนวน 3 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานที่โรงเรียนวัดเปาโรหิตย์ โรงเรียนวัดสามัคคีสุทธาวาส โรงเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม โรงเรียนวัดคฤหบดี (จันทรสถิตย์) และโรงเรียนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตบางพลัด
ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ โรงเรียนวัดเปาโรหิตย์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2424 1374 ในวันและเวลาราชการ
-
ร่างรัฐธรรมนูญ – ฉบับเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อลงมติ

“ร่างรัฐธรรมนูญ”
ลิงค์: https://iqepi.com/32462/ หรือ
เรื่อง: ฉบับเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อลงมติ
—


ใบตกเติมคำผิดในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (27 ส.ค. 2558) ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อลงมติ) (22 ส.ค. 2558)
















