เหตุการณ์ปัจจุบัน

ถ้าถามมา..จะได้ตอบได้ รวบรวมเหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นประเด็นข้อสอบในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เกี่ยวกับหัวข้อ เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทั้งใน และต่างประเทศ

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศใช้แบงค์ 500 บาท แบบใหม่!!

    “ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศใช้  แบงค์ 500 บาท แบบใหม่!! เริ่มใช้ 12 พ.ค. 57 นี้”

    ลิงค์: https://iqepi.com/?p=13662


    ฉบับที่ 16/2557

    เรื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบใหม่ (แบบ 16)

    นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ธปท. จะนาธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบใหม่ ออกใช้ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 โดยธนบัตรรุ่นใหม่นี้ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบ เพื่อให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ทันสมัย มีความเป็นสากล และเป็นแบบ (Series) ที่นาเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงมาใช้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน รวมถึงผู้มีความบกพร่องทางสายตา สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง และด้วยเครื่องจักรนับคัดธนบัตร ได้โดยง่าย

    ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบใหม่ (แบบ 16) มีขนาดและสีเช่นเดียวกับแบบที่ใช้ในปัจจุบัน (แบบ 15) คือ มีความกว้าง 72 มิลลิเมตร และยาว 156 มิลลิเมตร และสีโดยรวมเป็นสีม่วง ซึ่งมีลักษณะต่อต้านการ ปลอมแปลงที่สาคัญ ประกอบด้วย

    เปิดรับสมัครสอบตั้งแต่วันที่

    1. หมึกพิมพ์พิเศษสลับสี พร้อมตัวเลขแฝง บริเวณลายประดิษฐ์สีทองจะสลับเป็นสีเขียวเมื่อ พลิกเอียงธนบัตร โดยภายในมีตัวเลขอารบิก “500” ซ่อนไว้

      Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน

    ฝากประชาสัมพันธ์






    เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดดาวน์โหลดประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับสมัครสอบ ที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครสอบ

    2. ลายน้า พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และตัวเลขไทย “๕๐๐” ที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อยกส่องดูกับแสงสว่าง

    3. แถบฟอยล์ 3 มิติ มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ตรงกลางตราสัญลักษณ์ฯ มีตัวเลข “500” เมื่อพลิกเอียงจะเปลี่ยนเป็น “๕๐๐”

    4. แถบสี่เหลี่ยมเคลื่อนไหวสลับสี ฝังในเนื้อกระดาษธนบัตรที่ด้านหลัง จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อเปลี่ยนมุมมอง และเมื่อพลิกธนบัตรขึ้นลงจะเห็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดเล็กสีทองเลื่อนไปมาระหว่างด้านซ้ายด้านขวา

    5. หมึกพิมพ์พิเศษสีเหลือบเหลือง จะปรากฏแถวตัวเลขอารบิก “500” และแถวตัวเลขไทย “๕๐๐” สลับกับลายประจายามในแนวตั้งสีเหลือบเหลือง

    นอกจากนี้ ยังมีสัญลักษณ์สาหรับผู้มีความบกพร่องทางสายตา เป็นรูปดอกไม้สีม่วงเข้ม 3 ดอก มาจากตัวอักษรโรมัน “F” ในอักษรเบรลล์

    ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบใหม่นี้ สามารถแลกได้ที่สาขาธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ทั่วประเทศ สาหรับธนบัตรแบบที่ใช้ในปัจจุบันรวมทั้งแบบที่ใช้ก่อนหน้านี้ ยังคงชาระหนี้ได้ตามกฎหมาย

    ธนาคารแห่งประเทศไทย 7 พฤษภาคม 2557

    ข้อมูลเพิ่มเติม: ฝ่ายกลยุทธ์และวางแผน

    โทรศัพท์ 0-2356-8687-90

    Email: IR&PR@bot.or.th

    ดาวน์โหลดประกาศคลิกที่นี่

     

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    05 พ.ค.2557 –  แผ่นดินไหว ภาคเหนือ

    ” 05 พ.ค.2557 –  แผ่นดินไหว ภาคเหนือ”

    ลิงค์: https://iqepi.com/?p=13660 หรือ


     

    แผ่นดินไหวที่ THAILAND
    จุดศูนย์กลางที่ ต.ทรายขาว อ.พา่น จ.เชียงราย
    ขนาด : 6.3 ริกเตอร์
    จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว : THAILAND
    วันที่ : 05 พฤษภาคม 2557 18:08 น.
    ละติจูด : 19° 40′ 48” เหนือ
    ลองจิจูด : 99° 41′ 24” ตะวันออก
    ความลึกจากระดับผิวดิน : 10 กิโลเมตร

    5 พ.ค.2557 ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติแจ้ง เมื่อเวลา 18.08 น. เกิดแผ่นดินไหวบนบกขนาด 6.3 ริกเตอร์ ความลึก 10 กม. บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย ได้รับแรงสั่นไหวถึง จ.ลำปาง และจนถึงกรุงเทพฯ  ขอให้ประชาชนในพื้นที่แผ่นดินไหวโปรดอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมา ศภช. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

     

    จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดความเสียหายหลายพื้นที่รวมถึงยอด เจดีย์วัดวัดร่องขุ่นหักด้วย ทั้งนี้อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สัมภาษณ์เนชั่นทีวีบอกพรุ่งนี้ปิดวัดร่องขุ่น เพื่อตรวจสอบความเสียหาย

    ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติรายงานแผ่นดินไหว
    ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้ง เมื่อเวลา 18.39น. วันที่ 5 พฤษภาคม ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหว ในประเทศไทย วัดความรุนแรงได้ 5.8 แมกนิจูด ศูนย์กลางอยู่บริเวณ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นแผ่นดินไหวขนาดกลาง ความเสียหายในพื้นที่รัศมี 0 – 24 กิโลเมตร สิ่งปลูกสร้าง เส้นทางคมนาคม แหล่งพลังงาน และระบบการสื่อสารขัดข้อง แผ่นดินยุบ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อำเภอพาน , เมือง , แม่ลาว , แม่สรวย , เวียงเป้า จังหวัดเชียงราย  และพื้นที่ในรัศมี 25-112 กิโลเมตร

    อาคารและสิ่งปลูกสร้างอาจจะแตกร้าว พื้นที่นี้ได้แก่ อำเภอขุนตาล , เชียงของ , เชียงแสน , ดอยหลวง , เทิง , ป่าแดด , พญาเม็งราย , พาน , เมืองเชียงราย , แม่จัน , แม่ฟ้าหลวง , และแม่สรวย , แม่สาย , เวียงแก่น , เวียงชัย ,เวียงเชียงรุ้ง , และอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงดาว , ไชยปราการ , ดอยสะเก็ด , ฝาง , พร้าว ,แม่แตง ,แม่ริม ,แม่ออน , แม่อาย ,เวียงแหง , สันกำแพง ,สันทราย และอำเภอสองแคว จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอจุน , เชียงคำ , , เชียงม่วง , ดอกคำใต้ , ปง , ภูกามยาว , ภูซาง , เมืองพะเยา , และอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา อำเภอสอง จังหวัดแพร่ อำเภองาว , แจ้ห่ม , เมืองปาน , แม่เมาะ และ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

    สำหรับคำแนะนำ เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งนี้พื้นที่ในรัศมี 0-24 กิโลเมตร ใน อาคารและสิ่งปลูกสร้างเกิดความเสียหาย และในพื้นที่ 25-112 กิโลเมตรเกิดความเสียหายเล็กน้อย คำแนะนำอื่นๆ

    -หน่วยงานอื่นนอกเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วน
    – ระวังอันตรายจากแผ่นดินไหวระลอกหลัง และแผ่นดินถล่มบริเวณพื้นที่ลาดชัน
    – ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ประสบภัย ไม่ควรใช้อาคารที่เสียหายจากแผ่นดินไหวจนกว่า จะมีการตรวจสอบและอนุญาตแล้ว
    – หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป (www.ndwc.go.th) หรือ โทรศัพท์ 192

    ภาพจากเว็บไซต์ข่าว โอเคเนชั่น, ผู้จัดการออนไลน์

     

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    นักเขียนไทย ชนะเลิศประกวดการ์ตูนนานาชาติ


    นักเขียนชาวไทย เปรมา จาตุกัญญาประทีป ได้รับรางวัลการประกวดการ์ตูนระดับนานาชาติของรัฐบาลญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 ปี 2557 จากเรื่อง “บุ๊กบิ๊ก” (BokBig) โดยเมื่อปี 2556 นักเขียนชาวไทย โกสินทร์ จีนสีคง ก็ได้รับรางวัลเหรียญทองจากเรื่อง “แว่วกริ่งกังสดาล” จากการประกวดรางวัลการ์ตูนนานาชาติ (International Manga Award) ครั้งที่ 6

    หลังจากที่ได้รับสมัครผลงานมังงะเพื่อเข้าร่วมการประกวดรางวัลมังงะ (การ์ตูน) นานาชาติ ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2556 มีผลงานจาก 53 ประเทศ ส่งเข้าร่วมการประกวด ทั้งสิ้น 256 ชิ้น

    กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นประกาศรายชื่อผู้ชนะ “รางวัลมังงะนานาชาติ” ครั้งที่ 7 (International MANGA Award) ออกมาแล้ว ซึ่งผลปรากฏว่านักเขียนชาวไทย “เปรมา จาตุกัญญาประทีป” คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง และนับเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลใหญ่ที่สุด จากการประกวดการ์ตูนระดับนานาชาติของรัฐบาลญี่ปุ่น

    “บุ๊กบิ๊ก” ของ เปรมา จาตุกัญญาประทีป ที่เล่าเรื่องราว “สนุกสนานแบบป่วน ๆ ภายในครอบครัว ที่ได้ต้อนรับ “บุ๊กบิ๊ก” สุนัขมิเนียเจอร์ ฟิ้นเชอร์ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ มิตรภาพ ความรัก ความผูกพัน ของคนและสัตว์” คือผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ในการประกวดระดับนานาชาติ ของกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ที่เพิ่งประกาศผลออกมาเมื่อวันที่ 7 ก.พ.

    โดยผลงานที่ได้รางวัลเหรียญเงินในการประกวดครั้งที่ 7 ได้แก่ Paris ของ จอร์จ อเล็กโซปูลอส จากสหรัฐอเมริกา, CARRIER ผลงานของนักเขียนจีนที่ใช้ชื่อว่า NAVAR และ The Folies Bergère ที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันของนักเขียนสเปน และเบลเยียม ฟรานซิส พอร์เซล กับ ซิดโร

    ส่วนผลงานเรื่อง บุญโฮม คนป่วง ของ เรืองศักดิ์ ดวงพลา ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ร่วมกับผลงานของนักเขียนอีกหลายประเทศ

    ซึ่งในปีนี้มีผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดถึง 256 เรื่องจาก 53 ประเทศ ถือว่าเพิ่มขึ้น 11 เรื่องจากปีก่อนที่มีงานส่งเข้าประกวด 245 เรื่องจาก 38 ประเทศ และนับว่าเป็นกิจกรรมที่มีผู้สนใจเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากครั้งแรกเมื่อปี 2007 มีนักเขียนเข้าร่วมส่งผลงานเพียง 22 ประเทศเท่านั้น

    การคว้ารางวัลของนักเขียนไทย ยังถือว่าเป็นคว้ารางวัลสูงสุดในการประกวดการ์ตูนระดับโลกเวทีนี้ถึง 2 ปีติดต่อกันแล้ว หลังจากเมื่อปีก่อน “แว่วกริ่งกังสดาล” ผลงานของ โกสินทร์ จีนสีคง ก็เคยได้รับรางวัลมาแล้ว และนับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ผลงานของนักเขียนไทยได้รับรางวัลใหญ่ที่สุดของการประกวดรางวัลมังงะนานาชาติ โดย Super Dunker หรือ “สตรีทบอลสะท้านฟ้า” ของ จักรพันธ์ ห้วยเพชร เคยคว้ารางวัลนี้ไปในปี 2009 ซึ่งเป็นการมอบรางวัลครั้งที่ 3

    นอกจากนั้นตลอด 7 ปีของการประกวด ยังมีผลงานของนักเขียนการ์ตูนชาวไทยคว้ารางวัลในระดับรอง ๆ ลงไปได้อีกหลายเรื่อง ได้แก่ “เรื่องมีอยู่ว่า” ของ วีระชัย ดวงพลา, “ชายผู้ออกเดินทางตามเสียงของตัวเอง” ของ ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์, “โรงเรียนเม็ดกวยจี๊ เทอม 3” ผลงานของ อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์ และ “ณ กาลครั้งหนึ่งซึ่งมีรัก” ของ วราห์ชา พรรณสังข์

    รางวัลมังงะนานาชาติ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการเขียน และอ่านการ์ตูนในระดับนานาชาติ โดยเป็นรางวัลที่ริเริ่มขึ้นมาจากแนวคิดของอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ทาโร อาโซ ซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ผู้ได้ชื่อว่าเป็นแฟนการ์ตูนตัวยง

    รางวัลการ์ตูนนานาชาติ (International Manga Award) เป็นรางวัลประจำปีซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบเป็นเกียรติแก่ นักวาดการ์ตูน ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 เพื่อมอบรางวัลให้กับนักวาดการ์ตูนที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการวาดการ์ตูนในต่างประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อวัฒนธรรมนิยมของประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยเคยได้รับรางวัลการ์ตูนนานาชาติ ดังนี้

    พ.ศ. 2553

    • จักรพันธ์ ห้วยเพชร ได้รับรางวัลชนะเลิศจากเรื่อง “สตรีทบอลสะท้านฟ้า” จากการประกวด “รางวัลการ์ตูนนานาชาติ” ครั้งที่ 3 (3rd International MANGA Award)
    • พงษ์พัฒน์ เพชรรัตน์ ได้รับรางวัลชมเชยจากเรื่อง “กองอาทมาตประกาศศึก” จากการประกวด “รางวัลการ์ตูนนานาชาติ” ครั้งที่ 3 (3rd International MANGA Award)

    พ.ศ. 2554

    • วีระชัย ดวงพลา ได้รับรางวัลเหรียญเงินจากเรื่อง “เดอะ สตอรี่ บีกิน วิธ”

    พ.ศ. 2555

    • ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ ได้รับรางวัลเหรียญเงินจากผลงานหนังสือ “ชายผู้ออกเดินทางตามเสียงของตัวเอง”

    พ.ศ. 2556

    • โกสินทร์ จีนสีคง ได้รับรางวัลเหรียญทองจากเรื่อง “แว่วกริ่งกังสดาล” จากการประกวดรางวัลการ์ตูนนานาชาติ (International Manga Award) ครั้งที่ 6

    ที่มา: http://w3.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9570000015021 และ วิกิพีเดีย


  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    อยากรู้หน่วยงานใด รัฐวิสาหกิจใด ที่สังกัด..กระทรวงการคลัง

    มีบางท่านถามเกี่ยวกับ.. ธนาคารกรุงไทยเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่?? และอีกหลายหน่วยงานใดบ้างที่สังกัดกระทรวงการคลัง

    คำตอบครับ^^
    —————————
    ปี 2496 มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล กำหนดให้รัฐบาลสามารถจัดตั้งองค์การของรัฐบาลที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยตรงเป็นพระราชกฤษฎีกาขึ้นได้ ตามที่เห็นสมควรเพื่อดำเนินกิจการอันเป็นสาธารณะหรือเพื่อประโยชน์ในการเศรษฐกิจหรือช่วยเหลือในการครองชีพหรืออำนวยบริการแก่ประชาชนโดยใช้เงินทุนจากงบประมาณ แผ่นดิน พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นรากฐานของการก่อกำเนิดรัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งกระทรวงการคลัง มีรัฐวิสาหกิจในสังกัดประกอบด้วย
    1. ธนาคารกรุงไทย จำกัด
    2. ธนาคารออมสิน
    3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    4. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
    5. โรงงานสุรา
    6. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
    7. โรงงานยาสูบ
    8. โรงงานไพ่
    9. บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด
    10. บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด
    ปัจจุบันมี..
    หน่วยงานในสังกัด

    • สำนักงานรัฐมนตรี
    • สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
    • กรมบัญชีกลาง
    • สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
    • กรมสรรพากร
    • กรมสรรพสามิต
    • กรมศุลกากร
    • กรมธนารักษ์
    • สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
    • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

    รัฐวิสาหกิจในสังกัด

    • ธนาคารกรุงไทย
    • สลากกินแบ่งรัฐบาล
    • ธนาคารออมสิน
    • บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์
    • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธกส.
    • องค์การสุรา
    • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
    • โรงงานยาสูบ
    • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า
    • โรงงานไพ่
    • SME Bank
    • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
    • บสย. SBCG
    • บตท. SMC

    หน่วยงานอิสระ

    • ธนาคารแห่งประเทศไทย
    • กลต. sec.or.th
    • คปภ. oic.or.th

    หน่วยงานในกำกับ

    • สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
    • สวค. fpri.or.th
    • กบข. gpf.or.th
    • กยศ. studentloan.or.th
    • สพพ. NEDA

    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: KRUNG THAI BANK PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อ:KTB)[1] เป็นธนาคารของรัฐ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 โดยการควบกิจการของธนาคารมณฑลและธนาคารเกษตร ซึ่งเป็นธนาคารที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ทั้งคู่ และใช้ชื่อธนาคารใหม่ที่เกิดจากการควบรวมว่า “ธนาคารกรุงไทย จำกัด” มีตราสัญลักษณ์เป็นรูปนกวายุภักษ์ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของกระทรวงการคลัง โดยในปี พ.ศ. 2554 ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยนำวงกลมออก และเปลี่ยนสีตราสัญลักษณ์รวมถึงสีธนาคารเป็นสีฟ้าอ่อน
    ในระยะแรกของการก่อตั้ง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ถนนเยาวราช วัตถุประสงค์ของการรวมธนาคารทั้งสองให้เป็นของรัฐ เพื่อให้มีฐานะการเงินมั่นคง บริการกว้างขวาง ผลการดำเนินงานดีขึ้นตามลำดับ จนสำนักงานใหญ่เดิมที่ถนนเยาวราช คับแคบ จึงย้ายสำนักงานมาที่ 35 ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2525 ซึ่งใช้สำนักงานนี้มาจนถึงปัจจุบัน

    ธนาคารกรุงไทยได้เริ่มดำเนินกิจการมา มีการเจริญเติบโตที่มั่นคง รวดเร็ว มีการปรับปรุง และขยายองค์กรงานใหม่ ซึ่งตอบสนองลูกค้าได้มากขึ้น จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2531 ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวในสมัยนั้น ที่มีสาขาและเอทีเอ็ม (ATM) ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ[ต้องการอ้างอิง]

    ธนาคารเข้าสู่ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 26 มิถุนายน 2532 นับเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่นำหุ้นเข้าซื้อ-ขายในตลาด หลักทรัพย์ฯ โดยเริ่มเปิดการซื้อ-ขายหุ้นของธนาคารตั้งแต่ วันที่ 2 สิงหาคม 2532 จนกระทั่งในวันที่ 24 มีนาคม 2537 ธนาคารกรุงไทยก็ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนภายใต้ชื่อ “ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)” ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Krungthai Bank Public Company Limited”

    ธนาคารกรุงไทยเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ปัจจุบันผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลัง โดยถือหุ้นผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
    ที่มา: กระทรวงการคลัง,วิกิพีเดีย

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ ประจำปี ๒๕๕๗

    กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ ประจำปี ๒๕๕๗ เร็วๆ นี้
    ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี  ปริญญาโท
    **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

    การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ ประจำปี ๒๕๕๗ กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการใน ตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรีและวุฒิปริญญาโท) ประจำปี ๒๕๕๗ ในเร็วๆ นี้ ท่านที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่นี่

    เตรียมความพร้อมกันได้แล้วนะครับสำหรับรายละเอียดเพื่อเตรียมความพร้อมและตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบเมื่อมีการประกาศรับสมัครสอบอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ

    ตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการ
    ระดับการศึกษา ปริญญาตรี-ปริญญาโท

    ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
    ปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการติดตามและรวบรวมข้อมูลข่าวสารด้านการทูตและต่างประเทศเพื่อวิเคราะห์และใช้ประกอบการกำหนดและดำเนินนโยบายของรัฐบาลในด้านการทูตและต่างประเทศ จัดทำข้อมูลภูมิหลัง ประเด็นการหารือ ประเด็นการประชุม จดบันทึกการสนทนา การประชุม และประสานงานสำหรับการเยือน การประชุมระหว่างประเทศ ปฏิบัติงานด้านกงสุล เช่น งานด้านสัญชาติและนิติกรณ์ การช่วยเหลือคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ เป็นต้น งานด้านพิธีการทูต เช่น การอำนวยความสะดวกด้านเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตแก่คณะทูตานุทูตกงสุลในประเทศไทย และงานเกี่ยวกับระเบียบพิธีการทูต เป็นต้น รวมทั้งงานด้านสารนิเทศ เช่น การเผยแพร่ข่าวสารเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยแก่การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งติดตามข่าวสารที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ประเทศไทย และงานการทูตเพื่อวัฒนธรรม เป็นต้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายหรือเกี่ยวข้อง

    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ (ปริญญาตรี-ปริญญาโท)
    1. มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรือ
    2. ปริญญาโทหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

    สาขาวิชา

    • รัฐศาสตร์
    • รัฐประศาสนศาสตร์
    • บริหารธุรกิจ
    • การจัดการ
    • นิติศาสตร์
    • เศรษฐศาสตร์
    • การบัญชี
    • ภาษา
    • วรรณคดี
    • ศึกษาศาสตร์
    • ศิลปะวัฒนธรรม
    • ประวัติศาสตร์
    • โบราณคดี
    • ปรัชญา
    • ศาสนา
    • เทววิทยา
    • สังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์
    • นิเทศศาสตร์

    กรณีที่ยังไม่ได้รับปริญญาบัตรฉบับจริง ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา และวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่นแทน พร้อมกับระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) มาแสดงภายหลังสอบผ่าน ภาค ก. และ ภาค ข. แล้ว

    ความรู้ ทักษะและสมรรถนะที่ผู้สมัครสอบควรมี

    ความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ในประเทศไทยและในโลก มีความรอบคอบ รอบรู้ มีความตื่นตัวสนใจที่จะแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา มีความสามารถในการสื่อสาร เจรจาโน้มน้าว สามารถปรับตัวได้ดี มีความสามารถในการประสานงาน มีมนุษยสัมพันธ์ มีมารยาทในการเข้าสังคม มีความละเอียดอ่อนและช่างสังเกต มีความสามารถในการวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผล มีความรู้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี และหากมีความรู้ภาษาต่างประเทศอื่นด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

    หลักสูตรการสอบแข่งขัน และวิธีการสอบ

    หลักสูตรการสอบแข่งขันและวิธีการสอบในข้อนี้จะใช้กับผู้สมัครสอบในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และกระทรวงการต่างประเทศจะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันสำหรับผู้สมัครสอบในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ ระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และการตรวจข้อสอบจะใช้มาตรฐานการตรวจเดียวกันมีรายละเอียดดังนี้

    ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน เป็นการสอบข้อเขียนแบบปรนัย แบ่งเป็น 2 วิชา คือ

    1. วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป (100 คะแนน) เป็นข้อสอบภาษาไทย เพื่อทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์และเหตุการณ์ในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของประเทศไทย และของโลก หรืที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและต่อโลก ในลักษณะที่แสดงความเข้าใจต่อปัญหาและความเกี่ยวโยงของเหตุการณ์และปัญหา โดยสามารถอธิบาย วิเคราะห์ และสรุปเหตุผล ประเด็นสำคัญ มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีความเป็นผู้นำ พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขหรือป้องกันปัญหาดังกล่าว ตลอดจนสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
    2. วิชาการใช้ภาษาอังกฤษ (100 คะแนน) เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษ เพื่อทดสอบทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) อาทิ ไวยากรณ์ (Grammar) และความเข้าใจในการอ่าน (Reading Comprehension) เป็นต้น

    ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน

    1. วิชาความรู้ภาษาต่างประเทศ (100 คะแนน) เป็นการสอบข้อเขียนแบบอัตนัย ประกอบด้วยข้อสอบ 4 ข้อทำทุกข้อ
      – เรียงความเป็นภาษาอังกฤษ
      – ย่อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษ
      – แปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
      – แปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
    2. วิชาความรู้สำหรับนักการทูต (100 คะแนน) ประกอบด้วยข้อสอบ 4 ข้อ บังคับทำ 1 ข้อ และเลือกทำ 2 ใน 3 ข้อ
      – บังคับทำ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และให้เลือก 2 ข้อจากตัวเลือกด้านล่าง
      – องค์การระหว่างประเทศ (เลือก)
      – เศรษฐกิจระหว่างประเทศ (เลือก)
      – กฎหมายระหว่างประเทศ (เลือก)
      ผู้สมัครสอบสามารถเลือกตอบเป็นภาษาอื่นนอกจากภาษาไทยได้อีก 6 ภาษา คือ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และอารบิก โดยกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในภาษานั้นๆ แปลคำตอบเป็นภาษาไทย เพื่อให้กรรมการผู้ออกข้อสอบเป็นผู้ตรวจคำตอบต่อไป

    ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

    1. ส่วนที่ 1 (100 คะแนน) เป็นการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งโดยการสอบสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล เพื่อทดสอบพื้นฐานความรู้สำหรับการทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ ทัศนคติและการมีจิตสำนึกสาธารณะในการรับราชการเพื่อรับใช้ชาติ การใช้ภาษาอังกฤษ บุคลิกภาพทั่วไป การปรับตัว วุฒิภาวะทางอารมณ์ และความเหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการกระทรวงการต่งประเทศ เป็นต้น
    2. ส่วนที่ 2 (100 คะแนน) เป็นการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากการทำกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การจัดกิจกรรมกลุ่ม (Outing Activities) การหรือกลุ่ม (Group Discussion) และการพูดในที่ชุมชน (Public Speaking) เป็นต้น เพื่อทดสอบบุคลิกลักษณะของผู้เข้าสอบในด้านต่างๆ ได้แก่ ทัศนคติโดยรวม ภาวะความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ทักษะการหารือกลุ่ม ความสามารถในการแสดงความคิดเห็น ความรู้ในประเด็นที่กำหนด การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ รวมทั้งปฏิภาณไหวพริบ ความมีน้ำใจ การเสียสละ ความมั่นใจ และความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ รูปแบบกิจกรรมในสว่นที่ 2 สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

    ขึ้นบัญชีไว้ไม่เกิน 2 ปี

    เกี่ยวกับอัตราเงินเดือนรอดูประกาศดีกว่านะครับ เพราะครั้งล่าสุดที่รับสมัครสอบจะมีเงินส่วนที่ได้เพิ่มโดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ.รับรอง สำหรับตำแหน่งในสายงานหลัก (วุฒิ ปริญญาตรี-โท-เอก) ตำแหน่งที่ไม่ใช่สายงานหลัก (วุฒิ ปริญญาตรีขึ้นไป) และตำแหน่งในสายงานที่ไม่ใช่สายงานหลัก (วุฒิต่ำกว่า ปริญญาตรี) โดยมีปัจจัยที่นำมาพิจารณาเกี่ยวกับ ภาษาต่างประเทศ ได้เพิ่ม 50% ประสบการณ์ทำงาน ได้เพิ่ม 20% คุณวุฒิการศึกษาที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรือ ผลงาน/รางวัล ได้เพิ่ม 15%

    แต่จะอย่างไรก็ตามลองคิดจะเป็นข้าราชการการสอบได้เป็นเรื่องใหญ่เงินเดือนหรือผลตอบแทนเป็นเรื่องรองใช่ไหมครับ เพราะศักดิ์ศรีมันวัดเป็นตัวเงินไม่ได้ ^^

    วิธีการสมัครงานข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศ : รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต

    เปิดรับสมัครตั้งแต่: เร็วๆ นี้

    เว็บไซต์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย คลิกที่นี่

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    เตรียมเสนอรัฐบาลห้ามรถอายุเกิน7-10ปีวิ่งในพื้นที่กทม. หากนำเข้ามาวิ่งต้องเสียภาษีเท่ารถใหม่ ( – ต.ค. 2556)

    รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเผยเตรียมเสนอรัฐบาลห้ามรถอายุเกิน7-10ปีวิ่งในพื้นที่กทม. หากนำเข้ามาวิ่งต้องเสียภาษีเท่ารถใหม่

    พล.ต.ต. อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เตรียมการเสนอโครงการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์ต่อรัฐบาล อาทิ รถอายุเกิน 7-10 ปี ห้ามนำเข้ามาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งหากนำเข้ามาวิ่งจะต้องเสียภาษีเทียบเท่ารถใหม่ โดยดครงการดังกล่าวได้แนวคิดมาจากประเทศญี่ปุ่น

    นอกจากนี้ยังมี16 โครงการเร่งด่วนงานจราจรที่ต้องรีบดำเนินการประกอบด้วย 1.โครงการบังคับใช้กฎหมายสำหรับรถจอดผิดกฎ จะไม่ล๊อกล้อแต่จะยกรถไปที่ สน.แทนโดยผู้ทำผิดต้องเสียค่าปรับ และเสียค่ายกรถด้วย เช่น ห้ามจอดในที่ห้ามฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท รวมทั้งเสียค่าเคลื่อนย้าย 500 บาท และค่าดูแลอีกวันละ 200 บาท 2.โครงการผู้พิทักษ์ถนน โดยจัดระบบอาสาสมัคร มาคอยดูแลถนน และจัดชุดตำรวจประจำถนนคอยดูแลถนนให้ปลอดการการะทำความผิดจราจร 3.โครงการระดมแก้ปัญหาจราจรในถนนสายหลัก 10 สายที่มีปัญหารถติดขัด โดยจัดระบบเฝ้าระวังการกระทำผิด และกำชับให้ผู้ขับขี่ไม่ทำผิดจราจรและบังคับใช้กฎหายเด็ดขาดจะทำให้การจราจร ไม่ติดขัด

    4.โครงการจัดการปัญหาน้ำท่วงขัง โดยจัดชุดแก้ไขน้ำท่วมขังมีเครื่องสูบน้ำระดมสูบ แก้ไขปัญหาทันทีโดยสั่งการให้มี สน.ละ1 ชุดแก้ใขปัญหารถติดขัด 5.โครงการเมาไม่ขับภาค 2 ตอนเมาไม่ขับกลับบ้านปลอดภัยจราจรจะปฏิบัติเชิงรุกจะออกไปตรวจบริการ หน้าสถานบริการ ถ้าเมาเกินจะแนะนำไม่ต้องขับขี่รถแต่จัดหารถสาธารณะให้กลับบ้านปลอดภัยจะ สามารถลดอุบัติเหตุได้มาก ส่วนการตรวจเมาไม่ขับ (ภาค1) ยังมีบนท้องถนนอย่างเข้มข้น

    6. โครงการสัมนาแก้ไขปัญหารถติดใน กทม.จัดสัมนาตำรวจจราจร ผู้ขับขี่ รถสาธารณะ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องแล้วนำผลมาแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด โดยจัดให้เต็มรูปแบบนำภาคประชาชนและผู้ขับขี่รถรวมผู้เกี่ยวข้องมาสัมนา 7. โครงการบังคับใช้กฏหมายโดยเทคโนโลยีวงจรปิด และเปรียบเทียบปรับทางอิเล็กทรอนิคจะใช้ระบบบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็น รูปธรรม 8. โครงการจัดตั้งศาลจราจรในกรุงเทพมหานคร (นำเสนอรัฐบาล) จะสามารถบังคับใช้กฎหมายจราจรได้อย่างเป็นระบบเพื่อสอดรับกับโครงการข้างต้น

    9.โครงการปรับปรุงพัฒนาศูนย์ควบคุมสั่งการบก.02 ให้ทันสมัยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานศูนย์ควบคุมสั่งการอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากของเก่าใช้มา 30 ปี ชำรุดและล้าสมัย 10. โครงการจัดตั้งกองทุนพัฒนาจราจรเพื่อสนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 11. โครงการเหลื่อมเวลาทำงานภาครัฐ-เอกชน (นำเสนอรัฐบาล) เนื่องจากการวิเคราะห์เวลาเด็กนักเรียนกทม.ส่วนมาก ตื่นตี 5 มาถึงโรงเรียน 6 โมงต้องรอ 2 ชั่วโมงเข้าเรียนจึงควรปรับเวาลาเรียนขึ้นมา 07.00, ราชการ 08.00 เอกชน 10.00

    12. โครงการนำทุกภาคส่วนมาร่วมแก้ไขปัญหาจราจรภาครัฐ เอกชน กระทรวงคมนาคม สนข. กทม ขนส่ง กรมทาง การทางพิเศษ ร้านค้ารถ ร้านค้าสุรา ร้านค้า บริษัทก่อสร้าง  ฯลฯ มาร่วมแก้ไขปัญหาจราจร 13. โครงการประชาสัมพันธ์ จราจร นำงานปชส. มานำการจราจร วารสารจราจร เว็บไซต์ สื่อมวลชนทุกแขนง ฯลฯ

     

    14. โครงการป้องกัน รถติด และอุบัติเหตุ ในท่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง 15. โครงการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบรองรับ การปรับอิเล็กทรอนิค เพื่อรองรับศาลจราจร 16.โครงการถวายปลอดภัย และโครงการพระราชดำริ ฯลฯ

    ที่มา: เว็บไซต์ posttoday.com

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    Government Shut down

    ภาวะ Government  Shut down ของสหรัฐอเมริกา ในรอบ 17 ปี อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2556 หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องงบประมาณปี 2557 จากความขัดแย้งของสองพรรคการเมือง ในเรื่องนโยบายการประกันสุขภาพของประธานาธิบดีบารัค โอบามา (โอบามาแคร์) ที่ต้องการให้เปิดโอกาสให้คนอเมริกันเข้าถึงการรักษาพยายาบาลได้ดีขึ้น คือการทำประกันสุขภาพ

    นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดหน้าผาการคลัง (Fiscal cliff) รอบ 2 ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติหนี้สาธารณะในสหรัฐฯ หากไม่สามารถขยายเพดานหนี้สาธารณะ (Debt Ceiling)

    ผลกระทบต่อประเทศไทย อัตราแลกเปลี่ยน นำเข้า-ส่งออก
    ——————————-
    – US Government Shutdown หมายถึง การปิดการดำเนินงานของส่วนงานที่ไม่ได้มีความสำคัญเร่งด่วน

    – QE (Quantitative Easing – การผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน)

    – Fiscal Cliff หมายถึง การที่เศรษฐกิจของประเทศสูญเสียแรงขับเคลื่อนทางการคลังอย่างฉับพลันและรุนแรง เนื่องจากมาตรการด้านการคลังชั่วคราวที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในยามที่เกิดวิกฤตินั้นสิ้นสุดลง ยิ่งมาตรการนั้น ๆ มีขนาดใหญ่มากเท่าไร เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของมาตรการก็จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจสูญเสียแรงส่งมากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจถูกฉุดให้ลดต่ำลงหรืออาจรุนแรงถึงขั้นเศรษฐกิจถดถอยก็เป็นได้ ดังนั้นเหตุการณ์เช่นนี้จึงเปรียบเสมือนกับว่าเศรษฐกิจ “ตกหน้าผาการคลัง”

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    AEC คืบหน้าแค่ไหน??

    AEC คืบหน้าแค่ไหน?? 

    เมื่อกลางเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมารัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียน หรือ ASEAN Economic Ministers Meeting (AEM) ได้ประชุมรวมกัน ณ ประเทศบรูไนดารุสซาราม เพื่อติดตามผลความก้าวหน้าสู่เป้าหมายการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 45 ของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

    การประชุม AEM นั้นมีเป้าประสงค์หลักเพื่อติดตามผลและผลักดันมาตรการต่างๆที่ได้ระบุไว้ใน ความร่วมมือระหว่างกันภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เป็นไปตามแผนที่วาง ไว้ รวมทั้งกระตุ้นและตรวจสอบสมาชิกแต่ละประเทศว่าสามารถดำเนินการตามแผนไปได้ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งตามที่ได้กำหนดไว้ใน Blueprint หรือ พิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นั้น ได้แบ่งระยะเวลาในการดำเนินการเพื่อจัดตั้ง AEC เป็น 4 ช่วงเวลาตั้งแต่การเริ่มใช้พิมพ์เขียว ซึ่งในขณะนี้เราได้เข้าสู่ช่วงที่ 3 ของแผนดำเนินการ คือ ตั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2555-ธันวาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งในการประชุม AEM ครั้งนี้ได้มีการแถลงว่าประเทศสมาชิกอาเซียนดำเนินการตามแผนก่อนถึงกำหนดการ เปิด AEC อย่างเป็นทางการแล้วถึง 79.7%

    สำหรับผลในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ยืนยันให้มาเลเซียและ อินโดนีเซียลดภาษีสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใน พ.ศ. 2558 โดยใช้มาตรการภายในประเทศ เช่นใช้ภาษีสรรพสามิตแทนภาษีนำเข้าหากมีความจำเป็น รวมทั้งกระตุ้นให้ เวียดนามและกัมพูชาลดภาษีสินค้าปิโตรเลียม

    ส่วนด้านการค้าบริการนั้น ที่ประชุมได้เร่งให้จัดข้อผูกพันการค้าบริการชุดที่10 ให้เสร็จก่อนการเปิด AEC โดยเน้นให้นักลงทุนในธุรกิจบริการของอาเซียนสามารถถือหุ้นได้อย่างน้อย 70% ในธุรกิจบริการที่ได้มีการตกลงกัน

    ในด้านการขนส่งสินค้า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้สินค้าของอาเซียนไม่ต้องสำแดงมูลค่าสินค้า ณ ท่าเรือต้นทางในหนังสือรับรอง เฉพาะกรณีที่สินค้านั้นๆผลิตได้ทั้งหมดในประเทศสมาชิก หรือ มีการผลิตและแปรสภาพสินค้าตามเกณฑ์ที่อาเซียนได้กำหนดไว้เพื่ออำนวยความ สะดวกทางด้านการค้าให้กับผู้ส่งออกของอาเซียน โดยแนวทางดังกล่าวมีผลบังคับใช้ภายใน 1 มกราคม พ.ศ. 2557

    นอกจากความก้าวหน้าจากการประชุม AEM นี้แล้ว การเตรียมความพร้อมสู่ AEC โดยรวมของประเทศสมาชิกก็เป็นไปในทิศทางที่ดี ประเทศสมาชิกโดยเฉพาะ 6 ประเทศผู้ผลิตหลักของอาเซียน (ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน) ได้ร่วมมือกันลดภาษีนำเข้าอย่างเป็นรูปธรรมให้กับสินค้าอุตสาหกรรม ให้อยู่ที่ 0-5% เช่นสินค้า จำพวกอุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ รถกระบะ ชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่อยู่ใน sensitive list เช่น สินค้าเกษตรต่างๆ ข้าว ยางพารา ยังไม่อาจลดภาษีได้ตามแนวทางข้างต้น

    นอกจากการลดภาษีดังกล่าวแล้ว โรดแมพสู่ AEC ยังรวมถึงการเปิดการค้าเสรีภาคบริการ หรือ Trade in Services ภายใต้ข้อตกลง ASEAN Framework Agreement on Services (AFAS)  อีกด้วย ข้อตกลง AFAS นี้แยกย่อยออกเป็นการเปิดการค้าเสรี 4 โหมด ซึ่งโหมดที่ 1 และ 2 นั้นมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและค่อนข้างประสบความสำเร็จ ส่วนโหมดที่ 3 และ 4 ยังพัฒนาไปได้ค่อนข้างช้าเนื่องจากอุปสรรคหลายประการภายในประเทศสมาชิกเอง ทั้ง 4 โหมดภายใต้ AFAS คือ

    1. Cross-Border Supply หมายถึงการให้บริการจากพรมแดนของประเทศสมาชิกหนึ่งไปสู่พรมแดนของประเทศ สมาชิกอื่นที่เป็นลูกค้า โดยผู้ให้บริการไม่ต้องปรากฏตัวอยู่ในประเทศประเทศลูกค้า เช่น การศึกษาผ่านทางไกล บริการผ่านสื่อสารโทรคมนาคม และบริการให้คำปรึกษาผ่าน internet เป็นต้น ในส่วนนี้ได้ดำเนินการแล้ว และถือว่าได้รับผลดีและมีความพร้อมหากต้องเข้าสู้ AEC ในไม่ช้า

    2. Consumption Abroad การให้บริการที่เกิดขึ้นในพรมแดนของประเทศผู้ให้บริการ โดยอาศัยการเคลื่อนย้ายของผู้บริโภคเป็นเงื่อนไขสำคัญ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริการด้านการท่องเที่ยว การออกไปรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต่างประเทศ การไปศึกษาในต่างประเทศ เป็นต้น สำหรับโหมดข้อตกลงด้านนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จและดำเนินการไปได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เช่นกัน ประเทศสมาชิกให้สิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ กับประชาชนในภูมิภาคอาเซียนเพื่อเข้ารับบริการในประเทศของตน

    3. Commercial Presence หรือ การเข้าไปลงทุนจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้บริการในประเทศลูกค้า หรือ ประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศอื่น ข้อนี้ยังไม่ค่อยมีการพัฒนามากนัก เนื่องจากหลายประเทศยังคงกังวลในเรื่องของการที่ชาวต่างชาติจะมาเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในประเทศตนเอง อย่างที่เห็นในประเทศไทยหากภาครัฐยอมให้ต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ในกิจการต่างๆได้ 100% ก็อาจถูกมองว่าขายชาติ ปล่อยให้ชาวต่างชาติมาครอบงำประเทศตน ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ก็คำนึงถึงปัญหานี้เช่นกัน ข้อตกลงในด้านนี้จึงยังไม่ค่อยพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก

    4. Movement of Natural Persons หรือการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถไปยังประเทศสมาชิก ต่างๆอย่างอิสระ หลายท่านคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า หากเปิดAEC ในปี พ.ศ. 2558 นั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือก็จะเกิดขึ้นตามมาด้วย แรงงานฝีมือในที่นี้มีทั้งหมด 8 วิชาชีพ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงยอมรับร่วมในคุณสมบัตินักวิชาชีพของอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangements: MRAs) ซึ่งประกอบไปด้วยอาชีพต่างๆ เช่น แพทย์  วิศวกร  สถาปนิก  นักบัญชี   เป็นต้น

    ข้อตกลงในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคลากรสายวิชาชีพนี้ยังไม่ค่อยประสบ ความสำเร็จมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากหลายประเทศเกรงว่าประชาชนจากประเทศสมาชิกอาจหลั่งไหลเข้ามา แย่งอาชีพประชาชนของตนเอง แต่ในทางกลับกันหลายประเทศ อย่างเช่นประเทศไทย ก็กลัวปัญหาในเรื่องของสมองไหล เช่น แพทย์ที่มีฝีมืออาจอยากจะย้ายไปทำงานในประเทศที่ได้ค่าตอบแทนสูงกว่า เป็นต้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวภาครัฐจึงต้องคิดไตร่ตรองและออกนโยบายต่างๆเพื่อ ป้องกันปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีในอนาคต ดังนั้นการพัฒนาข้อตกลงในด้านนี้จึงเป็นไปได้อย่างช้าๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดปัญหาจากการขาดแคลงแรงงานในกลุ่มวิชาชีพดังกล่าว ที่มีคุณภาพในบางประเทศ แต่อาจมีมากเกินไปในอีกประเทศหนึ่ง

    ถ้ามองในภาพรวมก็ดูเหมือนว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนค่อยๆพัฒนาแนวทางเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิด AEC ใน พ.ศ. 2558 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี การเปิด AEC นี้จะประสบความสำเร็จ และนำประโยชน์สูงสุดมาสู่ภูมิภาคของเราก็คงต้องอาศัย การรักษาคำมั่นสัญญาร่วมกัน หรือ commitment ของประเทศสมาชิกในการผลักดันแนวทางและข้อตกลงภายใต้ พิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้เป็นผลได้จริง รวมทั้งพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง และนโยบายของภาครัฐภายในประเทศตนให้เอื้อต่อการผลักดันประชาคมดังกล่าวให้ เกิดขึ้นจริงได้ หากประเทศสมาชิกเองไม่ยึดมั่นในข้อตกลงและไม่ช่วยกันผลักดันแนวทางต่างๆให้ เป็นผล ก็อยากที่AEC จะประสบความสำเร็จเหมือนองค์กรระดับภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจาก อาเซียนเองไม่มีบทลงโทษใดๆเหมือนกับองค์กรระดับภูมิภาคอื่น ที่จะลงโทษประเทศสมาชิกหากไม่ปฏิบัติตามกฎและข้อตกลงของกลุ่ม ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันการร่วม มือทางเศรษฐกิจในครั้งนี้

    ที่มา: เว็บไซต์ข่าว มติชนออนไลน์

  • เหตุการณ์ปัจจุบัน

    โอลิมปิก 2020

    กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน

    2020 และพาราปิกเกมส์ ในปี 2020 จากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี)

    ในการประชุมที่กรุงบูโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

    เมืองแห่งนี้เคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ฤดูร้อน มาแล้ว เมื่อปี 1964

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2564-2565
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.