Categories
เหตุการณ์ปัจจุบัน

เหตุการณ์ปัจจุบัน: อดีตกษัตริย์สีหนุของกัมพูชาสวรรคตในจีน

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เหตุการณ์ปัจจุบัน ถามมาจะได้ตอบได้

สมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์ของกัมพูชา เสด็จสวรรคตแล้วในจีนวันนี้ (15 ต.ค.) สื่อทางการจีน และผู้รับใช้ใกล้ชิดระบุ
       
       “สมเด็จพระนโรดม สีหนุ เสด็จสวรรคตในกรุงปักกิ่ง” สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงาน และระบุว่า พระองค์จะมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ในวันที่ 31 ต.ค. นี้
       
       "“อดีตกษัตริย์ของเราเสด็จสวรรคตเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันจันทร์ ในกรุงปักกิ่ง ด้วยสาเหตุตามธรรมชาติ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับกัมพูชา ทุกคนรู้สึกโศกเศร้าอย่างมาก อดีตพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่เราทุกคนล้วนเคารพ รักพระองค์” นายเนียก บุนชาย รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวทางโทรศัพท์
       
       สมเด็จพระนโรดมสีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา เสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปักกิ่งในวันนี้ พร้อมกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เพื่อรับพระศพพระราชบิดากลับประเทศ และประกอบพระราชพิธีตามประเพณี
       
       สมเด็จพระนโรดม สีหนุ มักเสด็จเยือนจีนอยู่เป็นประจำเพื่อเข้ารับการถวายการรักษาพระวรกาย และพระองค์ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักในกรุงปักกิ่งนับตั้งแต่เดือน ม.ค.
       
       “พระองค์ทรงประชวรด้วยโรคหัวใจ และพระอาการทรุดลงเรื่อยๆ” ผู้ช่วยส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ กล่าว
       
       สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดพระองค์หนึ่งของเอเชีย และทรงสละราชสมบัติให้แก่สมเด็จพระนโรดม สีหมุนี เมื่อเดือนตุลาคม 2547 ด้วยเหตุผลด้านพระพลานามัย พระองค์ทรงมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งมะเร็ง เบาหวาน และความดันพระโลหิตสูง รวมทั้งหัวใจ
       
       แม้ว่าพระองค์จะสละราชสมบัติเพื่อสนับสนุนพระโอรสของพระองค์ แต่พระองค์ยังคงเป็นที่เคารพรักของประชาชนในประเทศ โดยจะสามารถเห็นพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่ตามอาคารสถานที่ต่างๆ รวมทั้งบ้านเรือนของประชาชน นอกจากนั้น พระองค์ยังสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านเว็บไซต์ส่วนพระองค์ด้วย
       
       ในข้อความที่พระองค์ทรงระบุไว้เมื่อเดือน ม.ค. ระบุว่า พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะให้พระราชทานเพลิงศพ และเก็บพระบรมอัฐิไว้ในพระราชวังจากเดิมที่มีพระราชประสงค์จะให้ฝังหลัง สวรรคต.


 

'นโรดม สีหนุ'กษัตริย์เก้าชีวิตแห่งกัมพูชา

 

แล้วโลกก็สิ้นอดีตพระมหา กษัตริย์ผู้เต็มไปด้วยสีสันมากที่สุดในโลกอีกพระองค์หนึ่ง อดีตพระมหากษัตริย์ผู้อยู่คู่การเมืองในกัมพูชามานานเกือบ 60 ปีจนได้รับยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งกัมพูชายุคใหม่ ตลอดทั้งพระชนม์ชีพทรงวนเวียนอยู่กับการเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและ โศกนาฎกรรมไม่รู้จักจบสิ้น

ทำให้ทรงมีบทบาทหลายสถานะด้วยกัน ทั้งในสถานะพระมหากษัตริย์หนุ่มที่ฝรั่งเศสปั้นขึ้นมาหมายให้เป็นกษัตริย์ หุ่น แต่กลับสละราชย์สุดท้ายก็กลับมาครองราชย์ใหม่ก่อนจะสละราชย์เป็นครั้งที่ 2 เป็นนักต่อสู้เพื่อสันติภาพที่ต้องเสด็จไปลี้ภัยต่างประเทศ 2 ครั้ง เป็นผู้นำกองกำลังฝ่ายต่อต้านหลายยุคหลายสมัยและเป็นนักโทษสมัยรัฐบาลเขมร แดง

  Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน  

กระทั่งกินเนสส์บุ้คได้บันทึกสถิติโลกไว้ว่า พระองค์ทรงเป็นนักการเมือง ที่ทรงดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลากหลายตำแหน่งมากที่สุดในโลก โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ 2 สมัย ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ หรือทรงดำรงตำแหน่งกษัตริย์โดยไม่มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 สมัย ประธานาธิบดี 1 สมัย นายกรัฐมนตรี 2 สมัย และประมุขแห่งรัฐของรัฐบาลพลัดถิ่นของพระองค์เองอีก 1 สมัย

แต่สำหรับคนไทยรุ่นศึกชิงเขาพระวิหารยกแรกเมื่อทศวรรษ. 2503 พระองค์คือ คนเขมรคนเดียวที่คนไทยรู้จักและไม่ชอบหน้ามากที่สุด ในฐานะที่ทำให้ไทยต้องเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชาจากการตัดสินของศาลโลก ถึงขนาดมีการเล่นปริศนาคำทายกันอย่างกว้างขวางในยุคนั้นว่า "สีอะไรเอ่ยที่คนไทยเกลียดมากที่สุด" คำตอบก็คือ"สีหนุ"

กระนั้น ยามเมื่อพระองค์ต้องทรงหนีภัยการเมือง ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดยเฉพาะในยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ ประเทศไทย กลับเป็นประเทศแรกที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งให้พระองค์เสด็จผ่านก่อนจะเดินทางไปปักกิ่ง หรือให้เสด็จประทับชั่วคราวระหว่างเยี่ยมราษฎรชาวกัมพูชาที่หนีภัยมาอออยู่ บริเวณชายแดน รวมไปถึงการรับรองรัฐบาลเขมรสามฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลหุ่นเฮง สัมรินที่เวียดนามหนุนหลังอยู่ ตามด้วยการรับรองรัฐบาลเขมรสี่ฝ่ายที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำในการเจรจา สันติภาพที่กรุงปารีสจนนำมาซึ่งการเลือกตั้งภายใต้การกำกับดูแลของกองกำลัง รักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2536
"สีหนุก็คือกัมพูชา กัมพูชาก็คือสีหนุ" จูลิโอ เจลเดรส์ ผู้เขียนพระประวัติของอดีตกษัตริย์ผู้นี้ ให้ความเห็นด้วยประโยคง่ายๆแค่ประโยคเดียวแต่สามารถสะท้อนภาพการเมืองใน กัมพูชาได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ดี พระองค์ทรงพูดถึงพระองค์เองไว้ครั้งหนึ่งว่าทรงเป็น "เด็กซน" ชอบชีวิตที่สุขสำราญ และชื่นชอบงานศิลป์โดยเฉพาะภาพยนตร์ ทรงเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ถึงกว่า 10 เรื่องด้วยกัน

พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ประสูติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต และสมเด็จพระมหากษัตริยานี ศรีสวัสดิ์ กุสุมะ นารีเรศ สิริวัฒนา เสด็จขึ้นครองราชย์ครั้งแรกเมื่อปี 2484 – 2498 ภายใต้การผลักดันจากฝรั่งเศสที่คิดว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าชายหนุ่มหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย อ่อนหัดและไร้เดียงสาทางการเมือง

แต่กลับผิดคาดเพราะทรงเป็นคนนำขบวนเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส จนกระทั่งสมปรารถนาเมื่อปี 2496 แต่เป็นเพราะไม่อยากเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจำกัดพระราชอำนาจทางการเมือง พระองค์จึงทรงสละราชย์เมื่อปี 2498 ให้พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต พระราชบิดาเสด็จครองราชย์แทน

สำหรับชีวิตส่วนพระองค์นั้น ทรงมีพระชายารวม 6 พระองค์ด้วยกัน มีพระโอรส 7 พระองค์ และพระธิดาอีก 7 พระองค์ รวม 14 พระองค์ โดยพระอัครมเหสีองค์สุดท้ายคือ พระมหาวีรกษัตรีย์ นโรดม มุนีนาถ สีหนุ พระวรราชมารดา หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในพระนาม ราชินีโมนิก พระราชมารดาพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

ที่มา : manager online , กรุงเทพธุรกิจ

ฝากประชาสัมพันธ์

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Categories
เหตุการณ์ปัจจุบัน

มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ให้แก่ “สหภาพยุโรป”

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ได้ทวนความรู้เรื่อง EU ไปด้วยเลย

คณะกรรมการโนเบล มีมติมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ให้แก่"สหภาพยุโรป" (European Union)หรืออียู ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ส่งเสริมความก้าวหน้าของประชาธิปไตยและความปรองดอง รวมถึงสันติภาพและสิทธิมนุษยชนในยุโรป มานานกว่า 6 ทศวรรษ

อียูเป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่ประกอบด้วยรัฐสมาชิก 27 ประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ภายใต้สนธิสัญญามาสทริชต์ โดยมีต้นกำเนิดจากประชาคมถ่านหินและโลหะ (European Coal and Steel Community) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) เมื่อปี 1951 และ 1958 ตามลำดับ  โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 6 ประเทศ  ได้แก่ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมนีตะวันตก อิตาลี ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปมีโครงสร้างแบบผสมระหว่างความร่วมมือแบบเหนือรัฐ (supranationalism) และความร่วมมือระหว่างรัฐ (inter-governmentalism) อย่างชัดเจน เนื่องจากบรรดารัฐสมาชิกไม่เพียงรวมตัวกันเท่านั้น หากยังร่วมสร้างสรรค์สถาบันหรือหน่วยงานภายใน ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐสมาชิกรัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพาะ อันประกอบไปด้วย สภายุโรป คณะมนตรี คณะกรรมาธิการ และศาลยุติธรรม สหภาพยุโรปมีพื้นฐานอำนาจจากสนธิสัญญาต่างๆ ได้แก่ สนธิสัญญาปารีส (พ.ศ. 2494) สนธิสัญญาโรม (พ.ศ. 2500) สนธิสัญญาจัดตั้งตลาดเดียวแห่งยุโรป (พ.ศ. 2529) สนธิสัญญาจัดตั้งสหภาพยุโรป (พ.ศ. 2535) สนธิสัญญาอัมสเตอร์ดัม (พ.ศ. 2540) สนธิสัญญานีซ (พ.ศ. 2544) สนธิสัญญาลิสบอน (พ.ศ. 2552)

คณะกรรมการโนเบลเปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันอียูกำลังประสบภาวะยากลำบากด้านเศรษฐกิจภายใน รวมถึงปัญหาความไม่สงบด้านสังคม แต่คณะกรรมการโนเบลปรารถนาที่จะพุ่งเป้าไปยังผลสำเร็จที่สุดของอียู นั่นก็คือบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพและความปรองดอง รวมถึงการส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน  โดยความมีเสถียรภาพของอียู ได้ช่วยแปรเปลี่ยนยุโรปจากภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสงคราม เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ

ภารกิจของอียูสะท้อนให้เห็นถึงความมีภราดรภาพระหว่างประเทศ ที่สอดคล้องกับความปรารถนาของอัลเฟรด โนเบล ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมเมื่อปี 1895


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Categories
เหตุการณ์ปัจจุบัน

เหตุการณ์ปัจจุบัน: ความรู้พื้นฐาน..อาเซียน & ประชาคมอาเซียน

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สรุปเหตุการณ์ปัจจุบัน ภาษาชาวบ้าน..

อาเซียน (ASEAN) มีมาก่อนตั้งแต่ปี 2510 โดยมีชาติสมาชิิกที่ร่วมก่อตั้ง 5 ประเทศ ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมก่อตั้ง รวมมาจนถึงปัจจุบันก็ 10 ประเทศ มีกัมพูชาเป็นประเทศสุดท้ายที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก

ต่อมาเมื่อปี 2546 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาความร่วมมืออาเซียน เพื่อให้เกิด “ประชาคมอาเซียน (ASEAN COMMUNITY)” ภายในปี 2020 แต่ในปี 2551 ก็เร่งรัดมาเป็นปี 2015

 

1 ใน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ยังมีอีก 2 เสา ไม่ใช่เสาไฟฟ้ากับเสาอากาศแน่นอน แต่เป็น..ASCC กับ APSC โดย AEC จะพูดเรื่องเศรษฐกิจ, ASCC พูดเรื่องสังคมและวัฒนธรรม, APSC ว่ากันด้วยเรื่องการเมือง

พอมองภาพรวมหมด ทั้ง 3 เสาหลักแล้วจะทราบว่ามีหน่วยงานสำคัญๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องมากมายแทบจะทุกหน่วยงาน รวมกันทั้งหมดก็จะกลายเป็นหลักสูตรการสอบหัวข้อ เหตุการณ์ปัจจุบัน พอดีเลย “สังคม เศรษฐกิจ การเมือง”

เนื่องจากบาง เว็บไซต์ได้รวมเอา อาเซียน กับประชาคมอาเซียนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวหากเข้าใจเช่นนั้น จะเกิดความสับสนระหว่าง ไทยเข้าร่วมอาเซียนปี พ.ศ.ใด? กับ ไทยเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ปี พ.ศ. ใด?

 

 

เหตุการณ์ปัจจุบัน ที่ควรทราบเพื่อเตรียมสอบงานราชการ เปิดสอบ

สมาคมประชาชาติแห่งเอชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN)

 

ก่อ ตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 มีประเทศสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และมีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม คือ บรูไนดารุสซาลาม เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ทำให้มีประเทศสมาชิก 10 ประเทศ โดยมีประเทศกัมพูชาเป็นสมาชิกล่าสุด

 

คำขวัญ

“One Vision, One Identity, One Community”
(หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม)

สัญลักษณ์อาเซียน
“รวงข้าว 10 ต้นมัดรวมกันไว้”
หมายถึง ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 10 ประเทศรวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยสีที่ปรากฏในสัญลักษณ์ของอาเซียน เป็นสีที่สำคัญของธงชาติของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน

asean

สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง
สีแดง
หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า
สีขาว
หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีเหลือง
หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat)  ตั้งอยู่ที่่ กรุงจากาตาร์

เลขาธิการ : ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ (เริ่มดำรงตำเเหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2551)

ปฏิญญากรุงเทพ     8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 (วันอาเซียน)

กฎบัตรอาเซียน     16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

กฎบัตรอาเซียนที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2552

ภาษาราชการ      ภาษาอังกฤษ

โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการจัดตั้ง 

ประชาคมอาเซียน : ASEAN COMMUNITY

ให้สำเร็จในปี 2558 (ค.ศ.2015) 

เร่งรัดการจัดตั้งประชาคมอาเซี่ยนจากเดิมที่กำหนดไว้เป็นปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ.2020)

 

 

มีวิสัยทัศน์ สร้างประชาคมอาเซียนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง มีกฎเกณฑ์กติกาที่ชัดเจน มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ได้มีการจัดทำกฎบัตรอาเซียน หรือ ธรรมนูญอาเซียนในปี 2551

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะ ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก

1. ประชาคมความมั่นคงอาเซียน

2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

3. ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน

 

แผนการจัดตั้ง..ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC Blueprint)

เน้น 5 เรื่อง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม สวัสดิการสังคม สร้างอัตลักษณ์อาเซียน สิทธิมนุษยชน

เป้าหมายหลัก

1. สร้างประชาแห่งสังคมที่เอื้ออาทร

2. แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องมาจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ

3. ส่งเสริมความยั่งยืนและการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง

4. ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนในระดับรากหญ้า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งรับรู้ข่าวสาร

แผนการจัดตั้ง..ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint)

เน้นเรื่อง

1. เปิดเสรีการค้า สินค้า บริการ การลงทุน ตลาดทุน และ แรงงานฝีมือ (7 สาขา วิศวกร, สถาปนิก, นักสำรวจ, แพทย์, พยาบาล, ทันตแพทย์ และนักบัญชี)

2.ช่วยเหลือประเทศที่มีการพัฒนาน้อยกว่า

เป้าหมายหลัก

1. เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว

2. สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

3. พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค

4. บูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

แผนการจัดตั้ง..ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (APSC Blueprint)

เป้าหมายหลัก

1. สร้างค่านิยมและแนวปฏิบัติร่วมกัน เช่น ไม่ใช้กำลังแก้ไขปัญหา ไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์

2. เสริมสร้างขีดความสามารถของอาเซียนในการเผชิญภัยคุกคามความมั่นคง

3. ให้ประชาคมอาเซียนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและสร้างสรรค์กับประชาคมโลก

โดยใช้อาเซียนเป็นบทบาทนำในภูมิภาค

—————————————————-

สำหรับ ในประเทศไทย กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศจะทำหน้าที่เป็น สำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามข้อ 13 ของกฎบัตรอาเซี่ยน ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ

 

ภาครัฐมีหน้าที่กำหนดเป้าหมาย ทิศทางยุทธศาสตร์ของประเทศและการใช้ประโยชน์จากประชาคมอาเซียน

บทบาทของภาคราชการ

1. พัฒนาระบบ

2. ปรับปรุงกฎหมาย

3. พัฒนาบุคลากร (ภาษา-วัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน-ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียน)

 

การ ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซี่ยน ครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 20 จัดขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศเขมร ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2555โดยให้ความสำคัญกับการสร้างประชาคมอาเซี่ยน โดยนายกรัฐมนตรีของไทยได้เสนอเสาที่ 4 เพื่อให้คนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •