Categories
breaking news

เปิดผลวิจัยวัคซีนโควิดสู้เดลตา

เปิดผลวิจัยวัคซีนโควิดสู้เดลตาจริงแบบเป็นๆ

ลิงค์: https://ehenx.com/15242/ หรือ
เรื่อง:


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

กรมวิทย์เปิดผลวิจัยระดับภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนไขว้-บูสเตอร์ พบสูงกว่าสูตรปกติ 3-10เท่า  ส่วนสู้’เดลตา’ตัวเป็นๆจัดการได้ 50 % ภูมิสูตรไขว้สูสีกับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ขณะที่บูสเข็ม 3ด้วยแอสตร้าฯ พุ่งสูงขึ้นกว่า 10 เท่า ส่วนบูสไฟเซอร์รู้อีก1เดือน

        เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ในการแถลงข่าว ประเด็น ภูมิคุ้มกันเมื่อฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ  โดยนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโปรแกรมการฉีดวัคซีนในประเทศไทย โดยการฉีดวัคซีน ซิโนแวค 2 เข็ม ห่างกัน 3สัปดาห์ จากนั้นมีการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มห่างกัน 8-12 สัปดาห์  ระหว่างที่ดำเนินการมามีข้อมูลว่าถ้ามีการฉีดวัคซีนไขว้เป็นวัคซีนต่างรูปแบบหรือแพลตฟอร์ม  เช่น ชนิดเชื้อตาย และไวรัลแว็กเตอร์ ภูมิคุ้มกันจะขึ้นสูงมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

   สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงร่วมกับศิริราช ได้ทำการวิจัยภูมิคุ้มกันวัคซีนสลับและวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ต่อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ซึ่งเป็นการวัดภูมิฯที่เรียกว่า Anti-S RBD เป็นภูมิฯโดยภาพรวม ที่ดำเนินการหลังจากมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 หรือ 3 แล้ว 2 สัปดาห์ เพื่อดูว่าภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนขึ้นมากน้อยแค่ไหน  ทั้งนี้ภุมิฯที่ขึ้นเป็นค่าที่ตรวจที่ห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็ป)ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเปรียบเทียบระหว่างสูตรของการฉีดวัคซีน  โดยมีอาสาสมัคร 125 รายเป็นชาย 61 หญิง 64 ราย อายุเฉลี่ย 40 ปี(18-60ปี)

ผลพบว่า การฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ไตเตอร์ภูมิคุ้มกันค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 117(58,204) แอสตร้าฯ 2 เข็ม ค่าเฉลี่ย 207(123,338) ฉีดซิโนแวคเข็มแรกและแอสตร้าฯเข็มที่ 2 อยู่ที่ 716(399,1127) ซึ่งจะเห็นว่าจะมีความกว้างของระดับภูมิอยู่เพราะแต่ละคนไม่ได้ภูมิขึ้นเท่ากันทุกคนขึ้นกับปฏิกิริยาแต่ละคนที่มีปัจจัยต่างๆมากมาย  เพียงแต่ค่ากลางที่นำมาใช้ คือ  716 เพราะฉะนั้นสูงกว่า ซิโนแวค 2 เข็ม ประมาณ6 เท่ากว่า และสูงกว่าแอสตร้าฯ 2 เข็ม ประมาณ 3 เท่ากว่า  และการฉีดบูสเตอร์ให้บุคลากรทางการแพทย์ด้วยแอสตร้าฯเป็นเข็มที่ 3 หลังฉีดซิโนแวค 2 เข็ม อยู่ที่ 1,700 สูงกว่าซิโนแวค 2 เข็ม 10 เท่ากว่า

     เป็นสิ่งที่ยืนยันให้ความมั่นใจว่าภูมิที่ขึ้นมีมากพอ ที่จะป้องกันเชื้อขณะนี้ที่มีการกลายพันธุ์และต้องการภุมิสูง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลของผู้ที่บูสเตอร์ด้วยไฟเซอร์ เนื่องจากประเทศไทยเพิ่งมีการฉีด และในอนาคตจะต้องมีการนำมาตรวจประเมินกันต่อไป หลังจากที่ฉีดครบ 2 เข็ม และฉีดเข็มที่ 3 แล้ว 14 สัปดาห์ คาดว่าอีกราว 1 เดือนจะทราบผล นอกจากนี้ ผลการติดตามผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนสลับชนิดแบบซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯ ทั้งการฉีด 2 เข็มและแอสตร้าฯเป็นเข็มที่ 3 นั้น ผลข้างเคียง ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากการฉีดแอสตร้าฯ จะทำให้มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ง่วงซึม  แสดงว่าที่มีการฉีดไปจำนวนมากพอสมควรไม่ได้มีอาการผิดปกติร้ายแรง หมายความว่าการฉีดสลับชนิดแบบนี้และฉีดบูสด้วยแอสตร้าฯนั้นมีความปลอดภัยนพ.ศุภกิจกล่าว

  Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน  

   หมายความสูตรสลับนี้สูสีหรือเหนือว่าฉีดแบบแอสตร้าฯ 2 เข็มอยู่บ้างในการจัดการเดลตาได้ครึ่งหนึ่ง  แต่หากดูภูมิภาพรวมก่อนหน้าจะพบว่าการฉีดสลับซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯขึ้นสูงกว่าฉีดแอสตร้าฯ 2เข็ม 3 เท่า  แต่ในการจัดการเดลตาโดยเฉพาะ พอๆกัน เพราะฉะนั้นการฉีดสลับชนิดนั้น  ภูมิขึ้นสู้เดลตาได้ดีมากพอควร แต่มีข้อได้เปรียบคือใช้เวลา 2 เข็มห่างกัน แค่ 3 สัปดาห์ จึงมีประโยชน์แง่ที่ภูมิขึ้นสูง และระยะเวลาภูมิขึ้นสูงเร็วขึ้น จากที่ฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ต้องใช้เวลาฉีดก่างกันอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ ดังนั้น สูตรไขว้นี้ก็น่าจะเป็นสูตรที่ถูก นพ.ศุภกิจกล่าว

      กรณีฉีดบูสเตอร์เข็มที่ 3  เมื่อฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แล้วตามด้วยซิโนฟาร์มแต่มีข้อจำกัดคือมีอาสาสมัครเพียง 14 ราย  พบค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 61.27 ซึ่งอาจเป็นเพราะซิโนแวคและซิโนฟาร์มเป็นรูปแบบวัคซีนคล้ายกันคือเป็นชนิดเชื้อตาย อาจทำให้การกระตุ้นไม่ได้สูงปรี้ดปร้าดมากนัก

     และการฉีดแอสตร้าฯเป็นเข็ม 3  พบว่าสู้กับเดลตาได้ดีมาก ค่าเฉลี่ย 271  หมายความว่าเจือจาง 271 เท่ายังสามารถจัดการเชื้อเดลตาได้ 50 % ซึ่งมากกว่าฉีดซิโนแวค 2 เข็มกว่า 10 เท่า ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดด้วยแอสตร้าฯได้มั่นใจว่า ขณะนี้ภูมิในร่างกายสามารถกำจัดเดลตาได้ดีมากทีเดียว ส่วนกรณีบูสเข็ม 3 ด้วยไฟเซอร์ยังไม่มีข้อมูล เพราะเพิ่งมีการฉีดจะต้องรอให้ฉีดแล้ว 2 สัปดาห์ก็จะมีการหาอาสาสมัครมาวิจัยต่อไป   

      นพ.ศุภกิจ กล่าวด้วยว่า โดยสรุป 1.คนที่ฉีดสลับสูตร ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯ จะให้ภูมิคุ้มกันต่อเดลตาดีพอๆกับการฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม แต่ข้อเด่นคือระยะเวลาภูมิขึ้นสั้นลง ใช้เวลา 5 สัปดาห์หลังฉีดเข็มแรก  2.ไม่แนะนำให้ฉีดแอสตร้าฯตามด้วยซิโนแวค เพราะว่าไม่ได้มีความแตกต่างกับการฉีดซิโนแวค 2 เข็มเดิม แต่ถ้าเหตุผลเรื่องการแพ้ไม่เป็นไร 3.การฉีดกระตุ้นด้วยแอสตร้าฯหลังได้รับซิโนแวค 2 เข็มสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมากกับสายพันธุ์เดลตา และ4.การฉีดกระตุ้นด้วยซิโนฟาร์ม หลังได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มภูมิสูงขึ้นแต่ยังน้อยกว่ากระตุ้นด้วยวัคซีนต่างชนิด แต่จำนวนอาสาสมัครอาจจะมีแค่ 14 รายจะเพิ่มจำนวนอีก เพื่อให้มั่นใจมากขึ้น ส่วนการสู้สายพันธุ์เบตา ที่ระบาดในภาคใต้ค่อนข้างจำกัดวง ก็จะทำต่อไป เพื่อลองดูว่า บูสเข็ม 3 แล้วจัดการเชื้อเบตาได้แค่ไหน ขณะนี้มีข้อมูลอยู่บ้างแต่จำนวนยังน้อย ขอให้รออีกระยะจะนำผลมารายวาน  

       งานวิจัยนี้แสดงว่าระดับภูมิทั่วไปที่สูงสอดคล้องกับภูมิที่จัดการกับเดลตาได้ครึ่งหนึ่งสูงด้วยเป็นไปในทิศทางเดียวกันเช่นนั้น แต่ก็ยังมีกรณีที่ฉีดไขว้ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯที่ภูมิทั่วไปขึ้นสูงกว่าแอสตร้าฯ 2 เข็มแต่ภูมิที่สู้เดลตากลับสูสีกัน แต่ข้อดีคือฉีดไขว้ใช้เวลาที่ภูมิขึ้นเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม  การที่ภูมิขึ้นมาแค่ไหน ภูมิคุ้มกันในน้ำเลือดนี้ ไม่ได้เป็นกลไกเดียวของร่างกาย ในการป้องกันตัวเองจากเชื้อโรค ยังมีอันอื่นที่งานวิจัยนี้ไม่ได้วัดอีก เพราะฉะนั้นภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนยังมีประโยชน์ ซึ่งในการใช้จริงแสดงว่าซิโนแวค 2เข็ม ยังป้องกันติดเชื้อได้ 72 % และป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 98 %  ซึ่งข้อมูลจากการใช้จริงเป็นการวัดประสิทธิผลและข้อมูลในห้องแล็ปเป็นการวัดประสิทธิภาพ ที่ต้องทำเพื่อประสานกัน นพ.ศุภกิจกล่าว  

ศึกษาวิธีฉีดเข้าผิวหนังแทนกล้ามเนื้อ 

    นพ.ศุภกิจ กล่าวอีกด้วยว่า ขณะนี้กำลังมีการวิจัยกรณีการฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังแทนฉีดเข้ากล้ามเนื้อตามที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากประสบการณ์จากการฉีดวัคซีนชนิดอื่น เมื่อฉีดเข้าชั้นผิวหนังจะใช้วัคซีนเพียง 25 % กระตุ้นภูมิได้สูงกว่าฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ต้องใช้วัคซีน 100 % หากวิจัยนี้สำเร็จก็จะเพิ่มจำนวคนที่จะได้รับวัคซีนขึ้น 4-5เท่า โดยใช้วัคซีนจำนวนเท่าเดิม และจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารวัคซีนอย่างมาก แต่ต้องรอผลงานวิจัยเพราะการจะดำเนินการอะไรจะต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ต่อเรื่องนั้น ก็จะเร่งมือดำเนินการศึกษาต่อไป

แหล่งที่มา

Comments

comments

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2567-2569
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.