กสศ.รับ ม.6 รับทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เรียนจบบรรจุเป็น ขรก.ครู

กสศ.รับ ม.6 รับทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เรียนจบบรรจุเป็น ขรก.ครู

ลิงค์: https://ehenx.com/7137/ หรือ
เรื่อง:


กสศ.รับ ม.6 รับทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เรียนจบบรรจุเป็น ขรก.ครู

ประกาศสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึษา เรื่องโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น) ปีการศึกษา 2564

ด้วยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดทำโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น) เพื่อให้ความช่วยเหลือเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาหรือพัฒนา รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ให้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตามพื้นฐานและศักยภาพที่แตกต่างกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีเป้าหมายในการผลิตและพัฒนาครูคุณภาพได้สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล

อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๗ และข้อ ๘ ของระเบียบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบข้อมูลและการช่วยเหลือเด็กปฐมวัย เด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ผู้ด้อยโอกาส ครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และครูพ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้จัดการจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

โครงการ หมายถึง โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น) ปีการศึกษา ๒๕๖๔ สถาบันการศึกษา หมายถึง สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่เปิดการสอนหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาประถมศึกษาหรือการศึกษาปฐมวัย และเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่หรือมีวิทยาเขตที่เปิดการสอน คณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกันกับที่ตั้งของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดไว้ให้ผู้รับทุนไปบรรจุแต่งตั้งหลังสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่โครงการกำหนด โดยการแบ่งภูมิภาคเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นักเรียนยากจน หมายถึง นักเรียนที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนซึ่งรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือนไม่เกินเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อคน (นับรวมรายได้ของสมาชิกในครัวเรือนที่ทำงานต่างพื้นที่) โดย กสศ.
จะใช้หลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์จากระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ของ สพฐ. (Proxy Means Test : PMT) ประกอบการพิจารณาร่วมด้วย

ข้อ ๒ หลักการสำคัญของโครงการ

โครงการนี้ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่

  1. ส่งเสริมให้นักเรียนยากจนที่มีศักยภาพและมีจิตวิญญาณความเป็นครูได้ศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีในคณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์อย่างมีคุณภาพ แล้วกลับไปเป็นครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นท้องถิ่นของตนเอง และสามารถจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้ตามพื้นฐานและศักยภาพที่แตกต่างกันสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
  2. สนับสนุนให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการพัฒนาและเกิดการยกระดับคุณภาพทักษะการเรียนรู้ร่วมกันของครูและผู้เรียนตั้งแต่เริ่มโครงการ
  3. สนับสนุนการปรับกระบวนการเรียนการสอนในสถาบันผลิตและพัฒนาครูซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบการศึกษาของประเทศต่อไป

ข้อ ๓ เป้าประสงค์ของโครงการ

การดำเนินงานโครงการตามประกาศนี้ มีเป้าประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้กับนักเรียนยากจนที่มีศักยภาพ และมีจิตวิญญาณความเป็นครูได้ศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์อย่างมีคุณภาพภายในระยะเวลา ๔ ปี มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ แล้วได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูรุ่นใหม่ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลระดับตำบลประมาณ ๓๐๐ แห่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาของท้องถิ่น เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา และช่วยให้มีจำนวนครูเพียงพอต่อความต้องการลดปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียนหรือมีการโยกย้ายบ่อย รวมถึงเป็นการสนับสนุนให้สถาบันผลิตและพัฒนาครูออกแบบระบบการจัดการเรียนรู้ใหม่ มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนบทบาทของครูในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาให้สามารถผลิตและพัฒนาครูได้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่และความต้องการโดยรวมของประเทศ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นตามเป้าประสงค์นี้จะสามารถนำไปสู่การยกระดับคุณภาพและระบบการศึกษาของประเทศได้

ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของโครงการ

กสศ. ดำเนินโครงการเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่ที่มีคุณลักษณะตรงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และบรรจุครูในพื้นที่ได้สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล
  2. เพื่อบูรณาการให้เกิดความร่วมมือในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานหลักในการผลิตและพัฒนาครูกับหน่วยงานที่ใช้ครู ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือก การจัดการเรียนการสอน กิจกรรมการพัฒนาทักษะวิชาชีพครู และการฝึกปฏิบัติงานในโรงเรียนและชุมชนตั้งแต่ต้นทางไปพร้อมกัน
  3. เพื่อปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนากิจกรรมเสริมสร้างที่จำเป็นให้ตรงกับลักษณะงาน มีความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกล

ข้อ ๕ ชั้นตอนการดำเนินงานโครงการ

โครงการแบ่งกระบวนการดำเนินงานออกเป็น ๖ ขั้นตอน ดังนี้

  1. ขั้นตอนที่ ๑ การสื่อสารประชาสัมพันธ์โครงการ และเชิญชวนสถาบันการศึกษาต่างๆ ยื่นแบบเสนอเข้าร่วมโครงการ
  2. ขั้นตอนที่ ๒ คัดเลือกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะคัดเลือกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์คุณภาพ ๗ ประเด็นหลัก โดยจะพิจารณาจากเอกสารแบบเสนอโครงการและการลงพื้นที่ศึกษาส ารวจและวิเคราะห์ข้อมูล
  3. ขั้นตอนที่ ๓ สถาบันการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ ดำเนินการจัดทำข้อมูลร่วมกับโรงเรียนในระดับพื้นที่ เพื่อค้นหานักเรียนกลุ่มเป้าหมาย คัดกรอง และคัดเลือกนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นผู้รับทุนในโครงการและเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา
  4. ขั้นตอนที่ ๔ สถาบันการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ เตรียมความพร้อมด้านวิชาการและสังคมให้แก่ผู้รับทุนก่อนเริ่มเข้าศึกษา และจัดการเรียนการสอนตามรายละเอียดที่เตรียมไว้สำหรับผู้รับทุนได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
  5. ขั้นตอนที่ ๕ การจัดให้มีกิจกรรมเสริมคุณภาพให้แก่ผู้รับทุน โดยความร่วมมือระหว่าง กสศ. และกับสถาบันการศึกษา เช่น การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ๆ การจัดกิจกรรมเสริมทักษะด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้รับทุน และการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญหรือพี่เลี้ยงทางวิชาการ
  6. ขั้นตอนที่ ๖ การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการ

ข้อ ๖ คุณสมบัติของสถาบันการศึกษาที่มีสิทธิ์ส่งแบบเสนอโครงการ

ให้สถาบันการศึกษาที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิ์ส่งแบบเสนอเข้าร่วมโครงการ

  1. เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการศึกษาในคณะครุศาสตร์หรือคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาประถมศึกษาหรือการศึกษาปฐมวัยโดยหลักสูตรต้องผ่านการรับทราบจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรืออยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อพิจารณารับทราบ
  2. มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน และอาจารย์นิเทศที่มีคุณวุฒิประสบการณ์การทำงาน มีผลงานวิจัยตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา และมีจำนวนเพียงพอสำหรับการจัดกลุ่มเรียนสูงสุด ๓๐ คน/สาขาวิชา/ชั้นปี
  3. สถาบันอุดมศึกษาหรือมีวิทยาเขตที่เปิดการสอน คณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกันกับที่ตั้งของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ สพฐ. กำหนดไว้ให้ผู้รับทุนไปบรรจุแต่งตั้งหลังสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่โครงการกำหนด โดยการแบ่งภูมิภาคเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
  4. สถาบันการศึกษามีความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ห้องสมุด สื่อการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ตามมาตรฐานและเหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้รับทุนได้อย่างมีคุณภาพในสถานที่ตั้งที่จัดการศึกษาให้กับผู้รับทุน
  5. สถาบันการศึกษามีหอพักสำหรับผู้รับทุนอย่างเพียงพอ มีระบบการดูแลที่ดี และเอื้อต่อการเรียนรู้ โดยสถาบันต้องเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการระบบหอพัก พร้อมกับมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบดูแลนักศึกษาในหอพัก
  6. มีโรงเรียนเครือข่ายสำหรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตามเกณฑ์มาตรฐานระบบประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นเครือข่ายสำหรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพโดยผู้บริหารและครูพี่เลี้ยงต้องมีความพร้อมให้ความดูแลช่วยเหลือผู้รับทุน

ข้อ ๗ การเข้าร่วมโครงการ

สถาบันการศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๖ และมีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการให้ยื่นแบบเสนอโครงการ (Proposal) ผ่านระบบออนไลน์ที่ www.EEF.or.th ภายในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ แบบเสนอโครงการ (Proposal) ต้องแสดงแนวคิดและวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจนตามหัวข้อสำคัญตามเกณฑ์คุณภาพ ๗ ประเด็นหลัก โดยมีข้อมูลและหลักฐานที่เชื่อถือได้ ในประเด็นดังต่อไปนี้

  Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน  

  1. ความพร้อมและความน่าเชื่อถือของสถาบันสถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง ความพร้อมด้านหลักสูตร ความเชี่ยวชาญของบุคลากรผู้สอนที่ตรงตามสาขาวิชา ความเชี่ยวชาญในการทำวิจัย การมีแหล่งเรียนรู้สำหรับฝึกประสบการณ์วิชาชีพการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น มีเครือข่ายการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ บัณฑิตครูที่สำเร็จการศึกษาเป็นที่ยอมรับและเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงความพร้อมในการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าประสงค์ของโครงการ
  2. การประชาสัมพันธ์ ค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุนสถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง แนวทางการประชาสัมพันธ์ การสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงรุกเกี่ยวกับโครงการ การศึกษาต่อในวิชาชีพครูการสร้างแรงจูงใจในการเข้าศึกษาตามหลักสูตรที่โครงการสนับสนุนทุนการศึกษา โดยมุ่งสื่อสารกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในจังหวัดเขตพื้นที่บริการของสถาบันการศึกษา รวมทั้งต้องแสดงให้เห็นถึงกระบวนการ วิธีการ ในการค้นหาและคัดกรองนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติในข้อ ๙ เพื่อให้สามารถคัดเลือกผู้รับทุนได้ตามเป้าหมายของโครงการ โดยกระบวนการค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุนดังกล่าว ต้องยึดหลักการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และต้องแสดงให้เห็นมาตรการในการให้ความเป็นธรรม กรณีมีข้อทักท้วงเกี่ยวกับการค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุน
  3. การเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนก่อนเข้าศึกษาสถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง แนวทางการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนก่อนเข้าศึกษาใน ๒ ระยะ ดังนี้
    1. ระยะที่ ๑ สถาบันการศึกษาต้องเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมายก่อนคัดเลือกเข้าศึกษา ตั้งแต่การแนะแนว การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารกับนักเรียน โรงเรียนผู้ปกครอง และชุมชนในจังหวัดพื้นที่เป้าหมายหรือเขตพื้นที่บริการวิชาการของสถาบันการศึกษา รวมถึงจัดให้มีกิจกรรมการเสริมทักษะที่จำเป็น การปรับพื้นความรู้ก่อนคัดเลือก และการสร้างแรงบันดาลใจความเป็นครู
    2. ระยะที่ ๒ สถาบันการศึกษาต้องเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนผู้รับทุนก่อนเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา เพื่อปรับพื้นฐานด้านวิชาการและเสริมทักษะที่จำเป็นในการปรับตัวทัศนคติ และการใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือสังคมแห่งใหม่ การทำงานเป็นทีม ความเข้าใจต่อวิชาชีพครูการสร้างแรงบันดาลใจและมุ่งมั่นในความเป็นครูผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
  4. หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาผู้เรียนสถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง ความพร้อมในการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน มีคุณภาพตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพชั้นสูง และสามารถผลิตบัณฑิตครูที่มีคุณลักษณะ ดังนี้
    1. มีสมรรถนะพื้นฐานของวิชาชีพครูรวมถึงความสามารถในการจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย การสอนแบบบูรณาการหรือคละชั้นเรียน (Multi – grade classroom) การพัฒนานักเรียนที่มีศักยภาพต่างกัน มีสมรรถนะทางวิชาการ จิตวิญญาณความเป็นครู และคุณธรรมจริยธรรม
    2. มีสมรรถนะทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ (21st Century Skills) ที่เหมาะสม เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสารการคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การพัฒนาทักษะที่เชื่อมโยงกับการทำงาน และการเรียนรู้พหุวัฒนธรรม
    3. มีเจตคติและสมรรถนะเฉพาะ สำหรับการกลับไปปฏิบัติงานในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล เช่น ความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชน ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ความอดทนต่อสภาพยากลำบากการใช้ชีวิตพอเพียง และการปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นต้น รวมถึงมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้จากการเชื่อมโยงความรู้เชิงทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงเรียนที่จะไปบรรจุและแต่งตั้งหลังสำเร็จการศึกษาและชุมชนบ้านเกิดของตนเองทั้งนี้ การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน สถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้เรียน ดังนี้
      1. ขนาดกลุ่มเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนดไว้ประมาณห้องละ 25 – 30 คน
      2. มีกระบวนการหรือกิจกรรมเสริมที่มากกว่าหลักสูตรปกติ และวางแนวทางไว้สำหรับนักศึกษาแต่ละชั้นปีอย่างชัดเจน
      3. มีการเน้นวิธีการสอนแบบบูรณาการหรือการสอนแบบคละชั้นเรียน
      4. มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อสังเกตพฤติกรรมของนักศึกษา ให้การสนับสนุนอย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ
      5. มีกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการนิเทศติดตามนักศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภา
      6. มีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับสาขาวิชาที่เรียน
      7. มีแนวทางและกลไกในการติดตามผู้รับทุนหลังสำเร็จการศึกษาเพื่อสร้างความต่อเนื่องทางวิชาการ และเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องอีก ๖ ปี นอกจากนี้ สถาบันการศึกษา ต้องแสดงให้เห็นศักยภาพและความพร้อมที่จะสร้างกลไกการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น
  5. การจัดระบบดูแลและช่วยเหลือนักศึกษาผู้รับทุนสถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง แนวทางและกลไกในการดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพของผู้รับทุน โดยครอบคลุมทั้งด้านสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ สวัสดิภาพด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม รวมถึงการจัดระบบหอพัก ระบบอาจารย์พี่เลี้ยง ระบบการให้คำปรึกษา การสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตลอดระยะเวลาของการศึกษา การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต ทักษะสังคมและการกำหนดมาตรการในการดูแลและป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลให้ผู้รับทุนเรียนไม่จบตามหลักสูตร รวมถึงปัญหาในมิติอื่น ๆ ด้วย
  6. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ (Enrichment program) สถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น การมีระบบฝึกปฏิบัติการจริงในบริบทพื้นที่ห่างไกลอย่างสม่ าเสมอ เพื่อให้ผู้รับทุนมีโอกาสฝึกปฏิบัติงานสอนร่วมกับครูพี่เลี้ยง การเพิ่มเติมรายวิชาจำเป็นนอกเหนือจากสาขาวิชาเอก การปฏิบัติงานเป็นทีม และกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ในพื้นที่ การอบรมด้านภาษาต่างประเทศ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการศึกษาดูงาน เป็นต้นรวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถาบัน และการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้รับทุนรักถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง และมีทักษะในการพัฒนาชุมชน เช่น การร่วมกิจกรรมของชุมชนการศึกษาวิจัยชุมชนในช่วงปิดภาคเรียน เป็นต้น ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรจัดขึ้นทุกปีการศึกษา
  7. การจัดทำข้อมูลและการเข้าร่วมพัฒนาทางวิชาการสถาบันการศึกษาต้องแสดงให้เห็นถึง แนวทางการจัดทำฐานข้อมูลผู้รับทุน ฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ ฐานข้อมูลเพื่อการติดตามประเมินผู้รับทุน ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ และพฤติกรรมเป็นรายบุคคล เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และใช้ประโยชน์ร่วมกัน การพัฒนากระบวนการทำงานในอนาคตร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการในรูปแบบต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาเครือข่ายหรือ กระบวนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC)

ข้อ ๘ การพิจารณาแบบเสนอโครงการ

กสศ. จะแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณาคัดเลือกแบบเสนอโครงการ โดยพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลและหลักฐานตามที่สถาบันการศึกษาเสนอและตัดสินคัดเลือกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการ ตามเกณฑ์คุณภาพในข้อ ๗ และในการพิจารณาคัดเลือกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอาจลงพื้นที่เพื่อรับฟังการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานโครงการ รวมถึงการสืบค้นข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาทั้งนี้ กสศ. จะได้มีการพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพแบบเสนอโครงการ และคัดเลือกแบบเสนอโครงการของสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุด ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณที่เหมาะสมผลการพิจารณาแบบเสนอโครงการของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่กสศ. แต่งตั้งให้ถือเป็นที่สุด

ข้อ ๙ คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน

ผู้ขอรับทุนต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่าในปีการศึกษา ๒๕๖๓
  3. เป็นนักเรียนยากจนตามความหมายในประกาศนี้
  4. เป็นผู้ที่บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองและผู้ขอรับทุน มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบล ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่ผู้รับทุนจะไปบรรจุและแต่งตั้งหลังสำเร็จการศึกษา ตามบัญชีรายชื่อท้ายประกาศนี้ไม่น้อยกว่า ๓ ปีติดต่อกันจนถึงวันสมัคร
  5. เป็นผู้ที่มีผลการเรียนสะสมเฉลี่ย ๕ ภาคการศึกษา ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายไม่ต่ ากว่า ๒.๕๐
  6. เป็นผู้มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครูและมีความประสงค์จะเป็นครูในพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นท้องถิ่นของตน
  7. เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม
  8. เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาในระหว่างรับทุน
  9. เป็นผู้ที่ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

ข้อ ๑๐ การคัดเลือกผู้รับทุน

ให้สถาบันการศึกษาที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ เป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกผู้รับทุนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๙ ดังนี้

  1. กสศ. จะจัดส่งข้อมูลให้สถาบันการศึกษาใช้ในการคัดเลือกผู้รับทุนดังรายการ ต่อไปนี้
    1. รายชื่อโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ผู้รับทุนจะไปบรรจุและแต่งตั้งหลังสำเร็จการศึกษา ตามบัญชีรายชื่อท้ายประกาศนี้ เพื่อประกอบการวางแผนคัดเลือกผู้รับทุน
    2. รายชื่อโรงเรียนในเขตตำบลซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตาม ๑) และมีนักเรียนยากจนกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ทั้งนี้ กสศ. จะแจ้งเกณฑ์การคัดกรองระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนของ สพฐ. ให้กับสถาบันการศึกษาเมื่อได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการแล้ว
  2. การคัดเลือกผู้รับทุนจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบทุกขั้นตอน โดยยึดหลักความถูกต้อง ความเป็นธรรม การมีส่วนร่วม และความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด โดยสถาบันการศึกษาต้องจัดให้มีคณะทำงานและบุคลากรรับผิดชอบโดยตรง เพื่อประสานงาน จัดทำข้อมูลโรงเรียนและนักเรียนกลุ่มเป้าหมายตลอดจนวางแผนและคัดเลือกผู้รับทุนร่วมกับหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  3. ให้สถาบันการศึกษา ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับทุนโครงการให้ทราบเป็นการทั่วไปและรับฟังคำคัดค้าน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วันทำการ ทั้ง ณ ที่ทำการและในระบบสารสนเทศของสถาบันการศึกษาในกรณีที่มีการทักท้วงหรือมีการคัดค้านใด ๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้รับทุน ให้สถาบันการศึกษาพิจารณาวินิจฉัยข้อทักท้วงนั้น ด้วยกระบวนการที่เป็นธรรม และแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและ กสศ.ทราบ
  4. เมื่อดำเนินการตาม ๑๐.๑ – ๑๐.๓ แล้ว ให้สถาบันการศึกษาส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกไปยังกสศ. ในการนี้ กสศ. อาจจัดให้มีการสุ่มตรวจคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้รับทุนได้
  5. ให้สถาบันการศึกษาจัดเก็บข้อมูลผู้ได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นระบบ และพร้อมรับการตรวจสอบ โดยจะต้องมีผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับรองเอกสารในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกรายการ

ข้อ ๑๑ เงื่อนไขการรับทุน

เมื่อผู้รับทุนสำเร็จการศึกษาตามโครงการแล้ว จะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นท้องถิ่นที่เป็นภูมิลำเนาของตน ตามความต้องการของทางราชการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ในกรณีที่ผู้รับทุนยุติการศึกษา หรือศึกษาไม่จบตามหลักสูตรที่โครงการกำหนด หรือเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ปฏิบัติหน้าที่ครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลครบตามกำหนดเวลาข้างต้น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรผู้รับทุนต้องชดใช้เงินทุนตามจำนวนที่ได้รับไป โดยปรับลดสัดส่วนลงตามระยะเวลาที่ปฏิบัติราชการไปแล้ว ทั้งนี้ กสศ. จะกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ในสัญญาผู้รับทุนต่อไป

ข้อ ๑๒ การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ

กสศ. จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ดังนี้

  1. สนับสนุนงบประมาณสำหรับสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการ ดังนี้
    1. การจัดทำฐานข้อมูลและกระบวนการคัดกรอง/คัดเลือกนักเรียนในพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้ได้ผู้รับทุน ตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรรจาก กสศ. โดยส ารองรายชื่อผู้รับทุนไว้ร้อยละ ๕๐ของจำนวนผู้รับทุนที่ได้รับจัดสรร
    2. การเตรียมความพร้อมนักเรียนกลุ่มเป้าหมายก่อนคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา
    3. การเตรียมความพร้อมและปรับพื้นฐานวิชาการให้แก่ผู้รับทุนก่อนเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา
    4. การจัดโครงการพัฒนาระบบการดูแล ช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาผู้รับทุน
    5. การจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับทุน
    6. การจัดโครงการพัฒนาการทำงานร่วมกับแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพและครูพี่เลี้ยงในพื้นที่ ทั้งนี้ การสนับสนุนงบประมาณตาม (๑) – (๖) กสศ. จะแจ้งให้ทราบเมื่อสถาบันการศึกษาได้รับ การคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการแล้ว
  2. สนับสนุนงบประมาณให้สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายให้แก่ผู้รับทุน ดังนี้
    1. ค่าธรรมเนียมการศึกษา จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี
    2. ค่าที่พัก จำนวน ๒,๐๐๐ บาท/คน/เดือน
    3. ค่าครองชีพ จำนวน ๖,๐๐๐ บาท/คน/เดือน
    4. ค่าต าราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น จำนวน ๒,๐๐๐ บาท/คน/เดือน
  3. สนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตร หรือการจัดเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ โดยมุ่งหวังให้ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบการศึกษาของประเทศได้
  4. สนับสนุนให้มีผู้เชี่ยวชาญเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับพื้นที่และระดับชาติ จัดกิจกรรมเสริมคุณภาพให้แก่ผู้รับทุน จัดให้มีการประชุมติดตามความก้าวหน้าโดยคณะอนุกรรมการกำกับทิศทาง ผู้ทรงคุณวุฒิและการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการเป็นระยะในแต่ละปีการศึกษา
  5. สนับสนุนให้ผู้รับทุนที่มีศักยภาพสูงเข้าร่วมเวทีทางวิชาการ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
  6. สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางไกลจากต่างประเทศที่มีบริบทหรือสภาพปัญหาคล้ายกันมาเป็นแนวทางการศึกษาใหม่ๆ โดยอาจจัดโปรแกรมแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันกับประเทศที่น่าสนใจ เช่น การสอนในโรงเรียนขนาดเล็กของฟินแลนด์ หรือนิวซีแลนด์ เป็นต้น
  7. จัดระบบการสนับสนุน ติดตาม ประเมินผล และวิจัยเพื่อให้ได้องค์ความรู้และหนุนเสริมการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น
    1. การติดตามความก้าวหน้าโดยคณะอนุกรรมการกำกับทิศทาง
    2. การสนับสนุนการทำงานทางวิชาการของอาจารย์ในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง
    3. การวิจัยประเมินผลความสำเร็จการดำเนินงานโครงการทุกปีการศึกษา

ข้อ ๑๓ กำหนดเวลาการคัดเลือกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการ

  1. เปิดรับแบบเสนอโครงการ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ถึง ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๓
  2. พิจารณาแบบเสนอโครงการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ระหว่างเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ถึง เดือนสิงหาคม ๒๕๖๓
  3. ประกาศผลการพิจารณาสถาบันการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก และลงนามข้อตกลงระหว่างสถาบันการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก กับ กสศ. ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓
  4. ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสถาบันการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓

ข้อ ๑๔ แบบเสนอโครงการ (Proposal) ของสถาบันการศึกษาให้ใช้แบบตามท้ายประกาศนี้ โดยยื่นผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์www.EEF.or.th

ข้อ ๑๕ ในกรณีมีปัญหาหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้กสศ.ขอสงวนสิทธิ์เป็นผู้วินิจฉัย ชี้ขาด และคำวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

(นายสุภกร บัวสาย)
ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

Comments

comments

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2567-2569
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.