เตรียมสอบท้องถิ่นเรื่องที่ควรทราบก่อนสมัครสอบท้องถิ่น

เตรียมสอบท้องถิ่น

เตรียมสอบท้องถิ่น

ลิงค์: https://iqepi.com/40303/ หรือ
เรื่อง: เรื่องที่ควรทราบก่อนสมัครสอบท้องถิ่น


เตรียมสอบท้องถิ่น 2560

การดำเนินการรับสมัครสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ ที่จัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศและมีอัตราแรกรับถึง 2 หมื่นกว่าอัตรานั้น จะมีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวออกมาให้นั่งเคาน์ดาวน์นับถอยหลังวันประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วก็ผิดหวังยังไม่มีประกาศรับสมัครสอบแต่อย่างใด ทาง กสถ.ก็ให้จังหวัดรวบรวมและยืนยันบัญชีตำแหน่งและอัตราว่างที่ อปท.ประสงค์ให้ กสถ.จัดสอบแทนครั้งแล้วครั้งเล่า ย้ำไม่ให้เปิดสอบบรรจุตำแหน่งในบัญชีเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหลายท่านเริ่มหงุดหงิดว่าเมื่อไรจะรับสมัครสอบ โดยล่าสุดปลัดเชื้อ ฮั่นจินดาก็ออกมาไลฟ์สดทางเฟสบุ๊คว่าจะมีประกาศกำหนดเผยแพร่ประกาศรับสมัครสอบในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ให้เป็นเป้าหมายใหม่ในการตั้งตารอว่าวันที่ 19 ก.ค. 60 จะมีกำหนดการออกมาจริงหรือไม่ ลองลำดับเหตุการณ์ดูดังนี้

ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.60 ที่ กสถ. ออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0803.4/พิเศษ ว 01 ลงวันที่ 1 มิ.ย. 60 เรื่อง การจ้างดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น สรุปๆ คือให้มหาวิทยาลัยของรัฐยื่นข้อเสนอ เพื่อคัดเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการสอบแข่งขัน โดยกำหนดให้ยื่นข้อเสนอภายในวันที่ 23 มิ.ย. 60

หลังจากนั้น วันที่ 3 ก.ค. 60 ก็มีหนังสือด่วนที่สุดที่ มท 0809.3/ว 29 ให้ อปท.ตรวจสอบและสรุปตำแหน่งและอัตราว่างของแต่ละตำแหน่ง (คลิกที่นี่)

ในที่นี้จะขอกล่าวสรุปเฉพาะส่วนที่สำคัญสำหรับการเตรียมสอบท้องถิ่นเท่านั้น เป็นแนวทางการวางแผนเตรียมสมัครสอบ เพื่อวางเป้าหมายที่ชัดเจน โอกาสที่จะบรรจุก็มากขึ้นและไม่ต้องเหนื่อยมากในการเตรียมสอบ

อันดับแรกคงต้องดูที่ศูนย์สอบที่แบ่งเขตการจัดสอบไว้ 10 เขต ดังนี้

ภาค เขต จังหวัด สถานที่สอบ
ภาคกลาง
เขต 1
  • ชัยนาท
  • นนทบุรี
  • ปทุมธานี
  • พระนครศรีอยุธยา
  • ลพบุรี
  • สระบุรี
  • สิงห์บุรี
  • อ่างทอง
กรุงเทพมหานคร
เขต 2
  • จันทบุรี
  • ฉะเชิงเทรา
  • ชลบุรี
  • ตราด
  • นครนายก
  • ปราจีนบุรี
  • ระยอง
  • สมุทรปราการ
  • สระแก้ว
นครนายก
เขต 3
  • กาญจนบุรี
  • นครปฐม
  • ประจวบคีรีขันธ์
  • เพชรบุรี
  • ราชบุรี
  • สมุทรสงคราม
  • สมุทรสาคร
  • สุพรรณบุรี
ประจวบคีรีขันธ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1
  • กาฬสินธุ์
  • ขอนแก่น
  • ชัยภูมิ
  • นครราชสีมา
  • บุรีรัมย์
  • มหาสารคาม
นครราชสีมา
เขต 2
  • มุกดาหาร
  • ยโสธร
  • ร้อยเอ็ด
  • ศรีสะเกษ
  • สุรินทร์
  • อำนาจเจริญ
  • อุบลราชธานี
อุบลราชธานี
เขต 3
  • นครพนม
  • บึงกาฬ
  • เลย
  • สกลนคร
  • หนองคาย
  • หนองบัวลำภู
  • อุดรธานี
อุดรธานี
ภาคเหนือ เขต 1
  • เชียงราย
  • เชียงใหม่
  • น่าน
  • พะเยา
  • แพร่
  • แม่ฮ่องสอน
  • ลำปาง
  • ลำพูน
ลำปาง
เขต 2
  • กำแพงเพชร
  • ตาก
  • นครสวรรค์
  • พิจิตร
  • พิษณุโลก
  • เพชรบูรณ์
  • สุโขทัย
  • อุตรดิตถ์
  • อุทัยธานี
พิษณุโลก
ภาคใต้
เขต 1
  • กระบี่
  • ชุมพร
  • นครศรีธรรมราช
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • ระนอง
  • สุราษฎร์ธานี
สุราษฎร์ธานี
เขต 2
  • ตรัง
  • นราธิวาส
  • ปัตตานี
  • พัทลุง
  • ยะลา
  • สงขลา
  • สตูล
ตรัง

ส่วนของการเลือกศูนย์สอบจะว่าสำคัญก็สำคัญจะว่าไม่สำคัญก็ไม่เชิง เพราะจะมีผลในการขึ้นบัญชีเรียกบรรจุด้วย ที่ว่าไม่สำคัญเพราะหากท่านไม่กลัวลำบากในการไปทำงานในพื้นที่ไม่คุ้นเคยเพียง 2 ปี และเมื่อมีตำแหน่งว่างที่เขตอื่นที่ท่านหมายตาไว้สามารถทำเรื่องขอย้ายได้ เพราะหากเลือกในตอนสมัครสอบบางทีจังหวัดที่ท่านหมายตาไว้อาจไม่มีตำแหน่งที่ตรงกับคุณวุฒิของท่าน หรือมีอัตราว่างน้อย หรือมีอัตราว่างมากแต่การแข่งขันสูง ส่วนเรื่องการเดินทางไปสอบคงไม่ขอนำมาเป็นข้อพิจารณา แค่วันเดียวหากวางแผนดี อาจจะไปสำรวจพื้นที่ก่อนเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนไปในตัว จึงไม่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญ

ที่สำคัญจริงๆ คงเป็นเรื่องของการขึ้นบัญชีรอเรียกบรรจุแบบข้ามภาค/เขต ซึ่งจะเกิดขึ้นกรณีที่มีคนสอบผ่านเกณฑ์ในภาค/เขตนั้นๆ น้อย ต้องเรียกใช้บัญชีจากเขตอื่น หากเขตอื่นในภาคเดียวกันไม่มีก็ขอใช้บัญชีจากภาคอื่นที่อยู่ใกล้กันไล่ไปเรื่อยจนถึงภาคที่ไกลๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้หากมีผู้สอบผ่านเกณฑ์น้อย รายละเอียดไว้จะกล่าวในตอนท้าย

เข้าเรื่องสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตาย พลิกชะตาชีวิตจากคนธรรมดาเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เข้าสู่วงการสีกากีอย่างเต็มภาคภูมิ ขณะนี้หลายท่านคงกำลัง “รอ” เพื่อจะเลือกตำแหน่งที่จะสมัครสอบ แม้ว่าตำแหน่งและอัตราว่างที่จะเปิดสอบท้องถิ่นทั่วประเทศจะยังไม่เผยแพร่ แต่ก็พอจะทราบได้คร่าวๆ จากสรุปบัญชีตำแหน่งและอัตราว่างที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ จากทั่วประเทศที่ประสงค์ให้ กสถ. จัดสอบแทน ในหลายจังหวัดโดยยังไม่ได้สรุปรวมเป็นรายตำแหน่งส่งให้กับ กสถ. (ดลิกที่นี่)  และยังสามารถค้นดูตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบในครั้งก่อนได้ ซึ่งผู้ที่สอบผ่านได้ขึ้นบัญชีในครั้งนั้นได้รับการบรรจุทั้งหมดทุกตำแหน่งก่อนบัญชีจะหมดอายุ ดังนี้แล้วตำแหน่งที่จะเปิดสอบในครั้งนี้ก็มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะเปิดสอบในตำแหน่งเดียวกันที่เปิดสอบในครั้งก่อนทุกตำแหน่ง

ตำแหน่งที่เปิดสอบครั้งก่อน

ระดับ ปวช.

  • เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
  • เจ้าหน้าที่ทะเบียนและบัตร
  • เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
  • เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  • เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • เจ้าหน้าที่พัสดุ
  • เจ้าหน้าที่สุขาภิบาล
  • ช่างเขียนแบบ
  • ช่างเครื่องกล
  • ช่างไฟฟ้า
  • ช่างโยธา
  • ช่างสำรวจ
  • เจ้าหน้าที่การประปา
  • เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

ระดับ ปวส.

  • เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
  • เจ้าพนักงานทะเบียน
  • ทันตสาธารณสุข
  • เจ้าพนักงานธุรการ
  • เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
  • เจ้าพนักงานพัสดุ
  • เจ้าพนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน
  • นายช่างเขียนแบบ
  • นายช่างเครื่องยน
  • นายช่างไฟฟ้า
  • นายช่างโยธา
  • นายช่างสำรวจ
  • สัตวแพทย์
  • เจ้าพนักงานการประปา

ระดับปริญญาตรี

  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน
  • เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร
  • เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์
  • เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
  • นักผังเมือง
  • นักพัฒนาชุมชน
  • นักวิชาการเกษตร
  • นักวิชาการเงินและบัญชี
  • นักวิชาการประชาสัมพันธ์
  • นักวิชาการศึกษา
  • นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ
  • นักวิชาการสาธารณสุข
  • นักวิชาการสิ่งแวดล้อม
  • นักวิชาการสุขาภิบาล
  • นักสังคมสงเคราะห์
  • นิติกร
  • บรรณารักษ์
  • บุคลากร
  • พยาบาลวิชาชีพ
  • วิศวกรโยธา
  • สถาปนิก
  • นักวิชาการพัสดุ
  • เจ้าพนักงานเทศกิจ
  • ครูผู้ช่วย
    • วิชาเอก ภาษาอังกฤษ
    • วิชาเอก คณิตศาสตร์
    • วิชาเอก วิทยาศาสตร์
    • วิชาเอก เคมี
    • วิชาเอก ฟิสิกส์
    • วิชาเอก สังคมศึกษา
    • วิชาเอก พลศึกษา
    • วิชาเอก ศิลปะ
    • วิชาเอก นาฏศิลป์
    • วิชาเอก ดนตรี
    • วิชาเอก คอมพิวเตอร์
    • วิชาเอก ปฐมวัย
    • วิชาเอก ประถมศึกษา
    • วิชาเอก ภาษาจีน
    • วิชาเอก ภาษาไทย
  • เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

แล้วจะเลือกสอบตำแหน่งไหนดี อันดับแรกต้องพิจารณาจากคุณวุฒิก่อนเป็นอันดับแรก แนะนำว่าควรเลือกไว้หลายๆ ตำแหน่ง เพื่อจะได้มีตัวเลือกในการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป เรื่องของคุณสมบัติสำหรับท่านที่ไม่ทราบว่าตำแหน่งใดรับคุณวุฒิการศึกษาใด คลิกที่นี่ สำหรับครูผู้ช่วย คลิกที่นี่

ติดตามข่าวงานราชการที่นี่งานมากที่สุด
LINE it! Youtube: iqepinติดตามทาง LINE ID : @iqepi (qr code คลิกที่นี่) เพิ่มเพื่อน

เมื่อเลือกตำแหน่งที่ “สามารถสมัครได้” ตรงตามคุณวุฒิที่มีแล้ว ขั้นต่อมาก็พิจารณาจาก “อัตราแรกบรรจุ” จัดเป็นข้อพิจารณายอดนิยมของหลายท่าน มีที่ว่างมากก็น่าจะมีโอกาสได้รับการบรรจุมากกว่า แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ตามมาคือ อัตราการแข่งขันก็จะสูงขึ้นด้วย เพราะคนส่วนใหญ่คิดเหมือนกัน เมื่อเป็นดังนี้แล้วกลายเป็นว่าผู้ที่สมัครตำแหน่งที่มีอัตราแรกบรรจุน้อยอาจเฮงขนาดที่มีคนสมัครสอบเท่ากับจำนวนแรกบรรจุเลยทำข้อสอบกันแบบสบายๆ แค่ผ่านเกณฑ์ให้ได้ขึ้นบัญชียังไงก็ได้บรรจุรอบแรกแน่นอน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นแล้วแต่จำไม่ได้ว่าเป็นการสอบของหน่วยงานใด

ลำดับถัดมาสำหรับการพิจารณาเลือกตำแหน่งที่จะสมัครสอบท้องถิ่น “หลักสูตรการสอบ” หรือเนื้อหาที่จะออกสอบ หากท่านเตรียมตัวมาดีอ่านและติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย พรบ.ต่างๆ เป็นปกติการพิจารณาตำแหน่งที่ต้องการสมัครสอบกรณีที่มีคุณวุฒิที่สามารถสมัครได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง คงข้ามหัวข้อนี้ไปได้เลย เพราะหลายปีที่ผ่านมากว่าจะถึงวันที่ กสถ.จะประกาศรับสมัครสอบ กฎหมายเปลี่ยนแปลงไปมาก ขนาดเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่มีการรัฐประหารเปลี่ยนรัฐบาล ปี 2557 เป็นต้นมา ด้วยว่าถือเอาการปฏิรูปประเทศเป็นธงนำ บวกกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านต่างๆ อย่างมโหฬาร ทำให้การรัฐประหารครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น กฎหมายอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปภายใต้รัฐบาล พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นับกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว ใครที่เคยอ่านหนังสือเตรียมสอบครั้งก่อนต้องบอกว่า..ลืมให้สิ้น แล้วเริ่มอ่านกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งประกาศ-คำสั่ง คสช. ที่ออกมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 นับถึงปัจจุบันไม่น่าจะต่ำกว่า 300 ฉบับ แต่อย่าเพิ่งตกใจท่านไม่ต้องอ่านทั้งหมด เลือกอ่านเฉพาะที่เกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น และเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่หมายตาไว้เท่านั้น

ในประกาศรับสมัครสอบโดยปกติจะระบุหลักสูตรการสอบภาค ก ภาค ข ไว้ให้ชัดเจน แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะออกตามที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบเป๊ะๆ ทั้งหมด เช่นการสอบครั้งที่ผ่านมาน่าจะเป็นการสอบที่มีผู้เข้าสอบบ่นเรื่องหลักสูตรการสอบกันค่อนข้างหนาหู เพราะออกนอกหลักสูตรการสอบไปไกลโพ้นทะเลเลย ทำให้มีผู้สอบผ่านได้ขึ้นบัญชีน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ครั้งนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเป็นผู้ออกข้อสอบ เปลี่ยนจาก ม.รามคำแหง เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการจัดการสอบที่มีข้อถกเถียงกันในตอนนั้นว่าจะจัดสอบรวมที่ กทม. หรือจะแบ่งเป็นศูนย์สอบ ปีนี้ตามข่าวที่ไม่เป็นทางการ “ม.บูรพา” อย่างไรก็ดีสำหรับปีนี้ได้ยินแว่วๆ ว่าจะพยายามจะควบคุมข้อสอบให้อยู่ในหลักสูตรการสอบให้มากที่สุด

หลักสูตรการสอบที่ชัดเจนที่สุดในนาทีนี้คือ หลักสูตรการสอบ ภาค ก  ตามประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2560 ระบุไว้ในหมวด 4 ข้อ 17 ดังนี้

หมวด 4
หลักสูตรการสอบและวิธีการสอบแข่งขัน
ข้อ 17 หลักสูตรการสอบแข่งขันในตำแหน่งประเภททั่วไปและประเภทวิชาการให้มีการทดสอบ ดังนี้

(1) ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) กำหนดคะแนนเต็ม 100 คะแนน

ให้ทดสอบโดยข้อสอบปรนัย โดยให้คำนึงถึงระดับความรู้ความสามารถที่ต้องการตามระดับตำแหน่ง ประกอบด้วยวิชา ดังนี้

(1.1) วิชาความสามารถในการศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผล กำหนดคะแนนเต็ม 30 คะแนน
ให้ทดสอบความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผลโดยการให้สรุปความหรือให้จับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราว หรือให้วิเคราะห์เหตุการณ์หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้ม หรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูลหรือสมมติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผลอย่างอื่น ซึ่งจะทดสอบความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างก็ได้

(1.2) วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ กำหนดคะแนนเต็ม 30 คะแนน

ให้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและอำนจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา กฎหมายว่าดว้ยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ระเบียบงานสารบรรณ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และระเบียบกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ

(1.3) วิชาภาษาไทย กำหนดคะแนนเต็ม 20 คะแนน

ให้ทดสอบความรู้และความสามารถในการใช้ภาษา โดยการให้สรุปความและหรือตีความจากข้อความสั้นๆ หรือบทความ และให้พิจารณาเลือกใช้ภาษาในรูปแบบต่างๆ จากคำ หรือกลุ่มคำ ประโยค หรือข้อความสั้นๆ หรือให้ทดสอบโดยการอย่างอื่นที่เหมาะสมกับการทดสอบความรู้ความสามารถ ดังกล่าว

(1.4) วิชาภาษาอังกฤษ กำหนดคะแนนเต็ม 20 คะแนน

ให้ทดสอบความรู้ความสามารถภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน ทางการอ่าน กาสรุปความ การตีความ หรือให้ทดสอบโดยการอย่างอื่นที่เหมาะสมกับการทดสอบความรู้ความสามารถดังกล่าว

ดูสัดส่วนคะแนนของทั้ง 3 ภาค

  • ภาค ก. 100 คะแนน แบ่งเป็น
    • ความสามารถในการศึกษาวิเคราห์และสรุปเหตุผล 30 คะแนน
    • ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ 30 คะแนน
    • ภาษาไทย 20 คะแนน
    • ภาษาอังกฤษ 20 คะแนน
  • 2. ภาค ข. 100 คะแนน
  • 3. ภาค ค. 100 คะแนน

จะเห็นว่าภาค ก ไม่เหมือนการสอบภาค ก. ของที่ใด เพราะมีส่วนของความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการเพิ่มเข้ามา มองภาพรวมทั้งหมดแล้วจะเห็นว่าส่วนที่เป็นกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ในการสอบท้องถิ่นจะเยอะมาก เพราะอยู่ในส่วนของภาค ข 100 คะแนน ยังมีอยู่ในภาค ก อีก 30 คะแนน

เมื่อทราบหลักสูตรการสอบแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เฉพาะ พรบ. ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เลย แล้วคิดว่าแต่ละตำแหน่งจะสอบเรื่องอะไรบ้างคลิกที่นี่ เป็นแนวทางการสอบ ภาค ข ตามประกาศรับสมัครสอบครั้งก่อน

แต่ในส่วนของภาค ข. นอกจาก พรบ. กฎ ระเบียบ คำสั่ง ต่างๆ ที่เพิ่มจากส่วนของภาค ก ยังมีอีกหัวข้อสำคัญโดยระบุไว้ในหลักสูตรการสอบเฉพาะตำแหน่งหรือ ภาค ข เพียงว่า “ลักษณะงานที่ปฏิบัติ” แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าลักษณะงานที่ปฏิบัติแต่ละตำแหน่งมีอะไรบ้าง ให้ดูจากมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง (คลิกที่นี่) โดยแต่ละตำแหน่งจะมีหัวข้อลักษณะงานที่ปฏิบัติ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นปัญหาของหลายท่านมากๆ เพราะแม้จะทราบรายละเอียดลักษณะงานที่ปฏิบัติแต่ก็เป็นความรู้ที่ค่อนข้างจะจำกัดขอบเขตยากที่สุด

ท่านทั้งหลายลองรวบรวมสิ่งที่ท่านต้องอ่านเพื่อเตรียมสอบ ถ่วงน้ำหนักดูว่าตำแหน่งที่เลือกไว้ในใจ ตำแหน่งใดต้องเตรียมตัวมากและยากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละท่านจริงๆ เพราะบางตำแหน่งดูเหมือนเนื้อหาที่ต้องเตรียมตัวสอบมาก แต่ด้วยความรู้เดิมในตำแหน่งที่จะสมัครมีไม่น้อยเช่นกันแบบนี้ปริมาณเนื้อหาเตรียมสอบก็อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ  ตำแหน่ง A ต้องอ่าน พรบ. ตามประกาศรับสมัครสอบ 10 ฉบับ ไม่รวมแก้ไขเพิ่มเติม แต่ตำแหน่ง B ระบุไว้เพียง 3 ฉบับ ไม่รวมแก้ไขเพิ่มเติม ที่ต้องบอกว่าไม่รวมแก้ไขเพิ่มเติมเพราะ พรบ. บางฉบับมีการแก้ไขเพิ่มเติมเยอะมาก ท่านลองถ่วงน้ำหนักดูว่าจะสามารถเตรียมตัวสอบตำแหน่งใดได้ดีกว่ากัน

นอกจากนี้แล้วการพิจารณาเรื่องตำแหน่งที่เป็นส่วนเล็กๆ ที่ท่านอาจนำมาพิจารณาร่วมคือ “ตำแหน่งเกื้อกูล” ตำแหน่งเกื้อกูลมีประโยชน์ตอนที่ท่านสอบผ่านได้ขึ้นบัญชีรอเรียกบรรจุ ซึ่งจะไปเกี่ยวกับเรื่องของการใช้บัญชีข้ามภาค/เขตด้วย เมื่อบัญชีของเขตใดหมดจะไปขอใช้บัญชีของเขตอื่นในภาคเดียวกัน เมื่อบัญชีทั้งภาคหมด ยังสามารถขอใช้บัญชีจากภาคที่อยู่ใกล้ๆ กันไปจนถึงภาคที่อยู่ไกลออกไป เมื่อบัญชีตำแหน่งใดหมดทั้งประเทศ แต่ อปท. มีความต้องการตำแหน่งนั้น ก็จะมาถึงการใช้บัญชีของผู้สอบได้ในตำแหน่งอื่นซึ่งมีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ผู้สอบผ่านระดับสูงกว่าสามารถบรรจุในระดับต่ำกว่าได้ในกรณีที่เกิดการขอใช้บัญชีเกื้อกูล เกี่ยวกับการใช้บัญชีเกื้อกูลศึกษาได้จากลิงค์ คลิกที่นี่

เรื่องต่อไปที่ควรต้องทราบหากอยากสอบผ่านและได้บรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น การเตรียมตัวสอบที่ดีนอกจากทราบเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนใครแล้วยังต้องทราบ “เกณฑ์การตัดสิน” เพื่อประเมินตัวเองก่อนถึงวันสอบจริง ต้องทำข้อสอบเท่าไร แค่ไหน จึงจะสอบผ่านได้ขึ้นบัญชีเรียกบรรจุในรอบแรก ก่อนสอบอะไรก็ปรับปรุงแก้ไขได้ แต่หลังสอบท่านไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกแล้ว นอกจากนอนรอผลจากการกระทำที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมเท่านั้น

เกณฑ์ตัดสินตามประกาศ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2560 ระบุไว้ในหมวด 5 ข้อ 18 ดังนี้

หมวด 5

การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

ข้อ 18 การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้สอบแข่งขันได้ให้ถือเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ค่วามสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) แต่ะภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้สอบแข่งขันได้ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) วิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบด้วย

ข้อ 19 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้นำคะแนนจากการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) มารวมกันแล้วจัดเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ

กรณีที่มีผู้สอบแข่งขันได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำหน่ง (ภาค ค) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) เท่ากัน ให้ผู้สบได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) มากกว่า เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังได้คะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่สมัครสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ทั้งนี้ ให้พิจารณาจากเอกสารในการสมัครสอบ

แปลไทยเป็นไทยให้เข้าใจง่ายๆ คือ แต่ละภาค ต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 60% และภาษาอังกฤษต้องไม่ต่ำกว่า 50%
ผู้ที่จะสอบผ่านได้ขึ้นบัญชี “ขั้นต่ำ” ต้องทำคะแนนแต่ละภาค ดังนี้

  • ภาค ก. ความสามารถวิเคราะห์ฯ+ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ+ภาษาไทย คะแนนเต็มเฉพาะ 3 ส่วน 80 คะแนน ต้องได้ 50 คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษอีก 10 คะแนน จะแบ่งสัดส่วนยังไงก็ได้แต่ภาษาอังกฤษยืนพื้นเลยต้องได้ 10 คะแนนต่ำกว่านี้ไม่ได้ มากกว่านี้ดี เช่น
    • ถ้าท่านชอบคำนวณท่านอาจจะทำคะแนนขั้นต่ำดังนี้
      + ความสามารถวิเคราะห์ฯ 25 คะแนน
      + ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ 15 คะแนน
      + ภาษาไทย 10 คะแนน
      + ภาษาอังกฤษ 10 คะแนน
    • หรือถ้าไม่เก่งคำนวณอาจจะแบ่งส่วนคะแนน
      + ความสามารถวิเคราะห์ฯ 10 คะแนน
      + ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ 25 คะแนน
      + ภาษาไทย 15 คะแนน
      + ภาษาอังกฤษ 10 คะแนน
  • 2. ภาค ข. ต้องได้ 60% คะแนนเต็ม 100 คะแนน ต้องได้ 60 คะแนน
  • 3. ภาค ค. ต้องได้ 60% คะแนนเต็ม 100 คะแนน ต้องได้ 60 คะแนน

คำว่า “ขั้นต่ำ” หมายความว่าได้ขึ้นบัญชีแน่ๆ แต่ถ้ามีท่านอื่นๆ ทำคะแนนได้มากกว่าท่าน มีคนสอบผ่านเกณฑ์ได้ขึ้นบัญชีไว้เยอะ บัญชีมีอายุแค่ 2 ปี ท่านได้ลำดับท้ายๆ อาจเรียกไม่ถึงบัญชีหมดอายุก่อนก็ไม่ได้รับการบรรจุ

ในการจัดลำดับขึ้นบัญชีจะนำเอาคะแนนรวมทั้ง ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค รวมกัน แต่หากมีคะแนนเท่ากันทั้ง 3 ภาค จะพิจารณาจากคะแนนภาค ค ก่อน หากยังเท่ากันอีกก็พิจารณาคะแนนภาค ข หากยังเท่ากันก็เอาลำดับการสมัครก่อนหลังมาพิจารณา จะเห็นว่าไม่มีการนำคะแนนภาค ก มาพิจารณาเลยในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน แต่ภาค ก ก็ยังมีความสำคัญอยู่มาก ไม่ใช่แค่ผ่านเกณฑ์ 60% แต่เพราะทุกคะแนนของภาค ก จะถูกนับรวมในขั้นตอนแรกเพื่อจัดลำดับขึ้นบัญชี ถ้าท่านทำคะแนนภาค ก ได้ 100 เต็มก็เอามาหมด 100 เต็ม เอามารวมกับภาค ข ที่อาจทำได้ 70 คะแนน แล้วรวมกับภาค ค 60 คะแนน รวมแล้ว 230 คะแนน อาจจะมากกว่าท่านที่ทำคะแนนภาค ข ได้ 100 คะแนนเต็ม แต่ทำคะแนนภาค ก และภาค ค ได้น้อยกว่าท่าน จึงไม่ต้องกังวลทำให้เต็มความสามารถทุกภาคก็พอ

คิดว่าบทความนี้จะคลี่คลายข้อสงสัยสำหรับบางท่านในการสอบท้องถิ่นครั้งยิ่งใหญ่ที่กว่าจะเปิดรับสมัครได้มีการเตรียมการนานทุกที คาดว่าจะมีผู้สมัครสอบหลายแสนคนเพราะมีอัตราว่างทั่วประเทศเบื้องต้นเท่าที่ทราบมากกว่า 20,000 กว่าอัตรา หวังว่าด้วยวิธีการพิจารณาเช่นนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบผ่านได้ขึ้นบัญชีเรียกบรรจุรอบแรก

 


ฝากประชาสัมพันธ์

Comments

comments