กทม. เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ 15 ธ.ค. -5 ม.ค. 2560 |304 อัตรา 5 ตำแหน่ง (*ป.ตรีทุกสาขาสมัครได้)

แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

กทม.

“กทม.”

ลิงค์: https://iqepi.com/36611/ หรือ
ตำแหน่ง: 304 อัตรา 5 ตำแหน่ง (*ป.ตรีทุกสาขาสมัครได้)
ระดับการศึกษา: ปวช.,ปวส.,ปริญญาตรี
อัตราเงินเดือน: 9,400-17,500
อัตราว่าง: 304
ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 15 ธ.ค. – 5 ม.ค. 2560
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**



กทม.กรุงเทพมหานคร

กทม. เปิดรับสมัครสอบ กทม.ครั้งที่ 3/2559

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ครั้งที่ 3/2559

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 (9) มาตรา 29(7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พงศ.2554 และมติ ก.ก. ครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ แะลเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ในตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ จำนวน 5 ตำแหน่ง อัตราว่าง จำนวน 304 อัตรา ดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง

  1. ตำแหน่งประเภททั่วไป
    1. เจ้าพนักานสาธารณสุขปฏิบัติงาน จำนวน 32 อัตรา
    2. นายช่างโยธาปฏิบัติงาน จำนวน 50 อัตรา
    3. พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน จำนวน 200 อัตรา
  2. ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ได้แก่
    1. นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ จำนวน 12 อัตรา
    2. นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ จำนวน 10 อัตรา

2. อัตราเงินเดือนที่จะได้รับ

ผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จะได้รับเงินเดือน ดังนี้

  1. ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน
    1. ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อัตราเงินเดือน 9,400 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด
    2. ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) และอนุปริญญาที่มีหลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน 10,840 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด
    3. ประกาศนีบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาที่มีหลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน 11,500 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด
  2. ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ
    1. ปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 4 ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน 15,000 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด
    2. ปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน 15,000 บาท าหรือตามที่ ก.ก. กำหนด
    3. ประกาศนียบัตรบัณฑิตอาสาสมัครที่มีหลักสูตรการศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต่อจากวุฒิปริญญาตรีทั่วไป อัตราเงินเดือน 15,800 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด
    4. ปริญญาโททั่วไปหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน 17,500 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

ทั้งนี้ ผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน จะมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับผู้ปฏิบัติงานกู้ภัยในอัตราเดือนละ 5,000 บาท ตามหลักเกณฑ์แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง เงินเพิ่มเพิเศษรายเดือนสำหรับผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย พ.ศ.2548

รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน ครั้งที่ 3/2559 (ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน)

ตำแหน่งที่ 1 ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน

หน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ด้านการปฏิบัติการ
    1. ให้บริการในงานด้านการสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่มีมาตรฐานและสุขภาวะที่ดี
    2. ควบคุม ตรวจสอบ แนะนำการดำเนินกิจการที่มีผลกระทบด้านการสาธารณสุข เช่น ตลาดสถาที่จำหน่ายอาหาร สถานที่สะสมอาหาร สถานบริการต่างๆ ฌาปนสถาน เป็นต้น รวมทั้งการส่งเสริม ควบคุม รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายที่กำหนด
    3. เก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำรายงาน และนำเสนอเจ้าหน้าาที่ระดับสูงขึ้นไป
    4. ดูแล บำรุงรักษา เวชภัณฑ์เครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเป็นไปตามมาตรฐาน
  2. ด้านการบริการ
    1. ให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ ในงานด้านสาธารณสุขเบื้องต้น แก่ประชาชน เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสม
    2. ประสานงานกับบุคคลภายในหน่วยงานหรือส่วนราชการเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ได้รับประกาศนียบัตรหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทางการอนามัย ทางผู้ช่วยพยาบาล ทางการสาธารณสุข หรือทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี ต่อจากประกาศียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น หรือไม่น้อยกว่า 1 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
  2. ได้รับประกาศนีบัตรหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทางการสาธารณสุขทางการพยาบาล ทางการพยาบาลและผดุงครรภ์ ทางโภชนาการ ทางเซลล์วิทยา ทางการแพทย์แผนไทย หรือทางพนักงานอนามัย ซึ่งมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า หรืออนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
  3. ได้รับประกาศนียบัตรหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทางการสาธารณสุข ทางการพยาบาล ทางโภชนาการ ทางพยาธิวิทยา หรือทางเซลล์วิทยา ซึ่งมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทางการสาธารณสุข ทางการสาธารณสุขชุมชน ทางโภชนาการ ทางการแพทย์แผนไทย ทางเวชกิจฉุกเฉิน หรือทางสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม หรืออนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรืเทียบเท่า ในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ หรือสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์

ตำแหน่งที่ 2 ตำแหน่งนายช่างโยธา

หน้าที่ความรับผิดชอบ

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาปฏิบัติงานด้านช่างโยธา ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ด้านการปฏิบัติการ
    1. สำรวจ ออกแบบ เขียนแบบ ก่อสร้าง บำรุงรักษาโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อให้ตรงตามหลักวิชาช่าง ความต้องการของหน่วยงานหรือส่วนราชการ และงบประมาณที่ได้รับ
    2. ตรวจสอบ แก้ไข และกำหนดรายละเอียดของงานให้ตรงกับแบบรูปและรายการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
    3. ถอดแบบ เพื่อสำรวจปริมาณวัสดุที่ใช้ตามหลักวิชาช่าง เพื่อประมาณราคาค่าก่อสร้าง
    4. ควบคุมงานก่อสร้าง งานปรับปรุง และซ่อมแซม หรือตรวจการจ้างตามที่ได้รับมอบหมาย พร้อมรายงานความก้าวหน้าของงาน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
    5. รวบรวมและจัดเก็บข้อมูล งานด้านโยธาและด้านระบบระบายน้ำ จัดทำระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยในงานด้านช่าง
    6. ดำเนินการป้องกัน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและระบบการระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
    7. ปฏิบัติงานด้านบำรุงรักษาแหล่งรับน้ำให้มีที่ว่างเพียงพอ เพื่อสำหรับรองรับน้ำ
  2. ด้านการบริการ
    1. ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาและฝึกอบรมเกี่ยวกับงานโยธาที่รับผิดชอบ แก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบข้อมูล ความรู้ต่างๆ และมีทักษะเหมาะสมแก่การปฏิบัติงาน
    2. ประสานงานในระดับกลุ่ม กับหน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานโยธา และแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหน่วยงานหรือส่วนราชการ และปฏิบัติหน้าทาี่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาก่อสร้าง
  2. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ สาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมโยธา หรือสาขาวิชาเทคนิคการจัดการงานก่อสร้าง หรืออนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาก่อสร้าง
  3. ได้รับประกาศนียบบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาโยธา สาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชาการก่อสร้าง

ตำแหน่งที่ 3 ตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรเทาสาธารณภัย ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ด้านการปฏิบัติการ
    1. ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจตรา รับแจ้งเหตุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
    2. ดำเนินการระงับอัคคีภัย และภัยพิบัติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่รับผิดชอบ การกู้ภัย การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การรับมือกับเหตุร้ายในรูปแบบต่างๆ เพื่อความปลอดภัยและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น
    3. จัดเตรียม ดูแล รักษาเครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนยานพาหนะต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
    4. รวบรวม จัดทำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน เช่น สำรวจแหล่งน้ำ เส้นทางจราจร แหล่งชุมชนต่างๆ บริเวณหรือพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดภัย เป็นต้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างสะดวกและทันต่อเหตุการณ์
    5. จัดทำรายงาน บันทึก และสถิติข้อมูลต่างๆ ในงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา
  2. ด้านการบริการ
    1. ให้คำปรึกษาแนะนำในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
    2. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ถ่ยทอดความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกันและบรรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้แก่หน่วยงานราชการ หรือเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถแก้ไขสถานการณ์ในเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง
    3. ประสานงานกับหน่วยงานหรือส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานและก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและความรู้ความสามารถที่ต้องการ

มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน
  2. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรืออนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี ต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
  3. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรืออนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี ต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
  4. และได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก

รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ครั้งที่ 3/2559

(ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ)

ตำแหน่งที่ 4 ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการทำงานปฏิบัติงานด้านพัฒนาระบบราชการ การบริหารทรัพยากรบุคคล หรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ด้านการปฏิบัติการ
    1. ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ เืพ่อประกอบการวางระบบการจัดทำมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานหรือของส่วนราชการ
    2. ศึกษา รวบรวม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลสารนเทศ เพื่อประกอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล
    3. ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประกอบการกำหนดความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การวางแผนทางก้าวหน้าในอาชีพ การจัดหลักสูตรและการถ่ายทอดความรู้ การจัดสรรทุนการศึกษา และการดูแลนักเรียนทุนของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการวางแผนและเสนอแนะนโยบายหรือยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานหรือส่วนราชการ และแผนการจัดสรรทุนการศึกษาและการฝึกอบรม
    4. ศึกษา รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์งาน เพื่อประกอบการพัฒนาระบบราชการ การจัดและพัฒนาโครงสร้างหน่วงาน การกำหนดตำแหน่ง และการวางแผนกำลังคน
    5. ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประกอบการวางหลักเกณฑ์การบริหารผลการปฏิบัติงา และการบริหารค่าตอบแทน
    6. จัดทำแผนยุทธศาสตร์ ติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาระบบราชการ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามนโยายและเป้าหมายที่กำหนด
    7. ศึกษา รวบรวม ตรวจสอบข้อมูล ถ้อยคำ ข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการดำเนินการทางวินัย การรักษาวินัยและจรรยา
    8. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาระบบพิทักษ์คุณธรรม
    9. ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการสรหาและเลือกสรร เพื่อบรรจุและแต่งตั้งผู้มีความรู้ความสามารถให้ดำรงตำแหน่ง
    10. ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานหรือส่วนราชการ เช่น การบรรจุแต่งตั้ง โอน ย้าย การเลื่อนเงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง การทะเบียนประวัติ การออกจากราชการ เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินการด้านบุคคลเป็นไปตามกฎหมาย กฎ มติคณะรัฐมนตรี มติ ก.ก. และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  2. ด้านการวางแผน
    1. วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือส่วนราชการ หรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
  3. ด้านการประสานงาน
    1. ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงานหรือส่วนราชการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
    2. ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานหรือส่วนราชการที่เกีย่วข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
  4. ด้านการบริการ
    1. ให้คำแนะนำ ชี้แจง ตอบปัญหาเบื้องต้นแก่หน่วยงานราชการ เอกชน ข้าราชการ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนงานตามภารกิจของหน่วยงานหรือส่วนราชการ
    2. ให้บริการข้อมูล เกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสนับสนุนภารกิจของบุคคลหรือหน่วยงานหรือส่วนราชการ และใช้ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์และมาตรการต่างๆ
    3. ดำเนินการจัดสวัสดิการและการส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

ตำแหน่งที่ 5 ตำแหน่งนักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการทำงานปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

  Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน  

  1. ด้านการปฏิบัติการ
    1. สำรวจ รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์สภาพปัญหาและสถานการณ์ทางสังคมเบื้องต้น รวมทั้งติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังทางสังคม เพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนงาน กำหนดมาตรการ การจัดทำรายงาน และการวางแผนการป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนางานด้านการพัฒนาสังคมให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สถานการณ์เกี่ยวกับยาเสพติด ชุมชนแออัด การค้าหญิงและเด็ก การใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น
    2. ส่งเสริม สนับสนุนและให้บริการเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพ และการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเบื้องต้นเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสิทธิและบริการขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนดและเป็ฯไปตามมาตรฐานรวมทั้งดำเนินการให้มีการพัฒนามาตรฐานให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลและครอบครัวที่ประสบความเดือดร้อนหรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในรูปแบบของเงิน หรือสิ่งของ การให้การสงเคราะห์แก่ผู้รับบริการสวัสดิการและการสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักฉุกเฉินในกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
    3. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงานที่กำหนด เพื่อปรับปรุงหรือจัดทำแผนงาน กำหนดมาตรการ จัดทำรายงาน และวางแผนการป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนางานด้านการพัฒนาสังคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
    4. รวบรวม ศึกษา และพัฒนาการจัดทำฐานข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการติดตามประเมินผลการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดจนบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
    5. ให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทางและฝึกอบรม เพื่อพัฒนาประชาชนในชุมชนตามวิธีการและหลักการพัฒนาชุมน พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพชุมชนและเศรษฐกิจชุมชน สร้างความสมดุลในการพัฒนาชุมชน และความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนระดับฐานรากอันนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน เช่น การสนับสนุนการรวมกลุ่มและการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน การสร้างเครือข่ายชุมชน การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชน การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพอย่างครบวงจร การส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชน การส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว เป็นต้น
    6. ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพชุมชน กรรมการชุมชน ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน และการพัฒนากลุ่มต่างๆ ในชุมชน เพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาชุมชน
    7. ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนางานด้านการจัดการความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของชุมชน เช่น การส่งเสิรมสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพ การจัดทำและพัฒนาหลักสูตรให้เป็นมาตรฐานและสอดคล้องกับตลาดแรงงาน จัดทำคู่มือการสอน ข้อสอบมาตรฐานกลาง การให้คำปรึกษา แนะนำ และสนับสนุนด้านวิชาการและเทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงาน การอนุรักษ์ส่งเสริม เผยแพร่ ฟื้นฟู บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น งานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาการท่องเที่ยว เป็นต้น
  2. ด้านการวางแผน
    1. วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือส่วนราชการ หรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
  3. ด้านการประสานงาน
    1. ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงาน หน่วยงานหรือส่วราชการ องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนองค์กรอื่น เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
    2. ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริงแก่บุคคล หน่วยงานหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนองค์กรอื่นเพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
  4. ด้านการบริการ
    1. ให้บริการข้อมูล เอกสาร ตำรา สื่อ และคู่มือในรูปแบบต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาสังคมแก่หน่วยงานหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายสังคม หรือประชาชนทั่วไป เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้ความรู้ และเพื่อประโยชน์ในการจัดบริการทางสังคมและให้การช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
    2. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานภาคีการพัฒนา ประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มหรือองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน ชุมชน หน่วยงานหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
    3. ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรม และถ่ายทอดความรู้แก่บุคลากรภายในหน่วยงานหรือส่วนราชการ ครอบครัว กลุ่มชุมชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน เครือข่าย หรือประชาชนทั่วไป เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านการพัฒนาสังคมตามหลักการพัฒนาชุมชน หลักมนุษยสัมพันธ์ หลักจตวิทยาและหลักการสังคมสงเคราะห์

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน
  2. ได้รับประกาศนียบัตรบัณฑิตอาสาสมัคร
  3. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

 

คำเตือน!!

  1. ผู้สมัครสอบต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ครบถ้วนอยู่ก่อนหรือในวันปิดรับสมัคร คือวันที่ 6 มกราคม 2560
  2. ผู้สมัครสอบตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงานต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบกอยู่ก่อนหรือในวันยื่นเอกสารหลักฐานของตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน มิฉะนั้นให้ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้
  3. ผู้สมัครสอบ สมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อส่งใบสมัครสอบแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อความใดๆ ได้อีก
  4. ผู้สมัคสอบต้องเลือกสมัครในตำแหน่งระดับปฏิบัติงาน หรือระดับปฏิบัติการเพียงระดับเดียวและสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่งของระดับที่เลือกนั้น เมื่อสมัครสอบแล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้
  5. ผู้สมัครสอบ “ต้องเข้าสอบทั้งสองภาค” คือสอบข้อเขียนภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) และสอบข้อเขียนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ในวันเดียวกัน
  6. ผู้ที่ขาดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ไม่มีสิทธิเข้าสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.)

วิธีการรับสมัครสอบ

เปิดรับสมัครสอบทางอินเตอร์เน็ต (Internet) ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2560 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) โดยเปิดที่เว็บไซต์ http://ksb.bangkok.go.th หรือ http://www.bangkok.go.th/exam หัวข้อประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ครั้งที่ 3/2559

หลักสูตรและวิธีการสอบ

1. ทุกตำแหน่ง ยกเว้นตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน ผู้สมัครจะต้องสอบตามหลักสูตรทุกภาค โดยจะต้องสอบภาคความรู้ความสามารรถทั่วไป (ภาค ก.) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ก่อนเมื่อสอบผ่านทั้ง 2 ภาคแล้ว จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานต้นฉบับพร้อมสำเนา จำนวน 3 ฉบับ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและคุณวุฒิการศึกษาตรงตามที่กำหนดในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ จึงจะมีสิทธิเข้ารับการทดสอบสุขภาพจิต วัดคุณลักษณะที่เหมาะสมกับตำแหน่ง และทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสัมภาษณ์ ในวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าัรบการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)

2. ตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน ผู้สมัครจะต้องสอบตามหลักสูตรทุกภาค โดยจะต้องสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) เฉพาะการสอบข้อเขียนก่อน เมื่อสอบผ่านทั้ง 2 ภาค แล้ว จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานต้นฉบับพร้อมสำเนา จำนวน 3 ฉบับ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและคุณวุฒิการศึกษาตรงตามที่กำหนดในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ จึงจะมีสิทธิเข้าทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย และเมื่อทดสอบฯ ผ่านแล้ว มีสิทธิเข้ารับการทดสอบสุขภาพจิต วัดคุณลักษณะที่เหมาะสมกับตำแหน่ง และทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสัมภาษณ์ ในวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด แล้วจึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ครั้งที่ 3/2559 (ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน)

ภาค ก. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ทดสอบความรู้ความสามารถ ดังต่อไปนี้ โดยวิธีสอบข้อเขียน

1. วิชาความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 60 คะแนน)

(1) ความสามารถทางด้านการคิดคำนวณ ทดสอบความสามารถในการประยุกต์ใช้ความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของจำนวนหรือปริมาณ การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ และข้อมูลต่างๆ

(2) ความสามารถด้านเหตุผล ทดสอบความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ ข้อความ หรือรูปภาพ การคิดวิเคราะห์ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ สถานการณ์ หรือแบบจำลองต่างๆ

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 60 คะแนน)

(1) ความเข้าใจภาษา ทดสอบความสามารถในการอ่านและการทำความเข้าใจกับบทความ หรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความ หรือข้อความ ทั้งนี้ รวมไปถึงการสรุปความและตีความด้วย

(2) การใช้ภาษา ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา และการเรียงข้อความ

3. วิชาความรอบรู้และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ (คะแนนเต็ม 80 คะแนน)

ทดสอบโดยวิธีสอบข้อเขียนในเรื่องต่อไปนี้

(1) การปกครองท้องถิ่น หลักธรรมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษญชน

(2) กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

(3) กฎหมายว่าด้วยระบเียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร

(4) กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(5) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

(6) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

(7) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ

ภาค ข. ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน

  1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานสาธารณสุขเบื้องต้น ได้แก่
    1. หลักการพยาบาลเบื้องต้น การฟื้นฟูสุขภาพ
    2. การควบคุมและป้องกันโรค
    3. การส่งเสริมสุขภาพอนามัย การวางแผนครอบครัว งานอนามัยแม่และเด็ก งานอนามัยโรงเรียนงานสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อมงานโภชนาการ งานทางด้านระบาดวิทยา
    4. งานสุขศึกษา เผยแพร่ อบรม สาธิต ให้ความรู้ด้านสาธารณสุขมูลฐานแก่เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่น ชุมชน ประชาชน อาสาสมัครที่ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข
    5. แนวทางส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการหน่วยงานสาธารณสุขในระดับต่างๆ เขียนโครงการเพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
  2. กฎหมายและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุข ได้แก่
    1. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535
    2. พระราชบัญญัติควบคุมการโฆาณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493
    3. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ าพ.ศ.2535
    4. พระราชบัญญัติการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
    5. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2556
    6. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
  3. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิตามหลักประกันสุขภาพ ประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน ประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว และสิทธิผู้ป่วย

ตำแหน่ง นายช่างโยธาปฏิบัติการ

  1. งานช่างรังวัด
  2. งานช่างเขียนแบ ออกแบบ และการกำหนดรายการ
  3. ข้อกำหนด กฎหมายควบคุมอาคาร และผังเมือง
  4. งานถอดแบบ การประมาณราคา
  5. การควบคุมการก่อสร้าง
  6. การวางแผนงานโครงการก่อสร้าง
  7. การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การระบายน้ำและการบำรุงรักษาแหล่งน้ำ
  8. การให้คำปรึกษา แนะนำ หรือตรวจสอบเบื้องต้นแก่หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป

ตำแหน่ง พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน

  1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการและปฏิบัติการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น สำรวจตรวจตราเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัย การป้องกันและบรรเทาอันตรายจากอุทกภัย วาตภัย และภัยอื่นๆ เป็นต้น รวมทั้งทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย
  2. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
    1. พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
    2. พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535
    3. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอัคคีภัย) และกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) กฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ.2537) กฎกระทรวงฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540)
    4. กฎกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555
  3. ผู้สอบข้อเขียนได้จะต้องเข้ารับการทดสอบการปฏิบัติงานพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย ซึ่งจะต้องทดสอบผ่านทุกข้อจึงจะถือว่า “ผ่าน” ดังนี้
    1. วิ่งระยะทาง 1,000 เมตร เกณฑ์การทดสอบ ผู้ที่ทำเวลาไม่เกิน 5 นาที ถือว่า “ผ่าน” และมีสิทธิเข้าทดสอบในข้อ 2
    2. ว่ายน้ำ ระยะทาง 50 เมตร เกณฑ์การทดสอบ ผู้ที่ทำเวลาไม่เกิน 1 นาที 30 วินาที โดยไม่สาวลู่ ถือว่า “ผ่าน” และมีสิทธิเข้าทดสอบในข้อ 3
    3. ทดสอบความรพร้อมในการปฏิบัติงานด้วยท่าต่างๆ จำนวน 4 ท่า เกณฑ์การทดสอบจะต้องผ่านทุกท่าจึงจะถือว่า “ผ่าน” ดังนี้
      1. ดึงข้อ การปฏิบัติ ผู้เข้ารับการทดสอบจับราวเดี่ยวด้วยท่าจับคว่ำมือ มือห่างกันเท่าช่วงไหล่ปล่อยตัวให้ตรงจนแขน ลำตัว และขาเหยียดตรง เท้าพ้นพื้น เมื่อได้ยินสัญญาณ “เริ่ม” ผู้เข้ารับการทดสอบออกแรงโดยงอแขนดึงตัวให้คางพ้นหรือเสมอระดับราวแล้วปล่อยตัวลงให้แขน ลำตัว และขาเหยียดตรงเท่ากับการนับ 1 ครั้ง เกณฑ์การทดสอบ ผู้ที่ดึงข้อได้ครบ 5 ครั้ง ถือว่า “ผ่าน” หากดึงข้อไม่ครบ 5 ครั้ง และเท้าแตะพื้น ถือว่า “ไม่ผ่าน”
      2. ผลักบันไดตามช่องที่กำหนดไว้ เข้าไปติดตั้งประจำที่บนรถดับเพลิง ในท่ายืนเท้าไม่พ้นพื้น เกณฑ์การทดสอบ ผู้ที่ทำเวลาไม่เกิน 15 วินาทีต่อครั้ง และไม่เกิน 2 ครั้ง ถือว่า “ผ่าน”
      3. แบกตุ๊กตาน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ขึ้นและลงบันไดดับเพลิงความสูง 2 เมตร เกณฑ์การทดสอบ ผู้ที่ทำเวลาไม่เกิน 45 วินาที ถือว่า “ผ่าน”
      4. ดันพื้น การปฏิบัติ ผู้เข้ารับการทดสอบนอนคว่ำมือยันพื้น แขนทั้งสองเหยียดตรงห่างกันพอประมาณ ลำตัวเหยียดตรงปลายเท้าจรดพื้น ยุบแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกันให้บริเวณหน้าอกห่างจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร ห้ามติดพื้น แล้วดันลำตัวขึ้น แขนทั้งสองเหยียดตรง ห้ามทำตัวแอ่น หรือเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือแขนทั้งสองข้างขึ้นไม่พร้อมกัน เท่ากับการนับ 1 ครั้ง เกณฑ์การทดสอบ ผู้ที่ทำได้ 20 ครั้ง ภายในเวลา 1 นาที ถือว่า “ผ่าน”
      5. ทั้งนี้การทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย จะไม่มีการกำหนดคะแนนและใช้เกณฑ์การตัดสิน “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ผู้ที่ผ่านการทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกายจึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินในภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป

ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ

ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ การบริหารทรัพยากรบุคคล หรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ได้แก่

  1. การจัดและปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังขององค์กร
  2. การพัฒนาระบบราชการและการพัฒนาระบบงาน
  3. การวางแผนกำลังคน
  4. การกำหนดตำแหน่ง มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ระบบจำแนกตำแหน่ง
  5. การวิเคราะห์งานและการประเมินคุณภาพงานของตำแหน่ง
  6. การให้ได้ัรบเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
  7. หลักการและแนวทางในการสรรหาและเลือกบุคคล
  8. การบรรจะและแต่งตั้ง
  9. การฝึกอบรมและการพัฒนาบุคคล
  10. การเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ
  11. สวัสดิการและสิทธิประโยชน์เกื้อกูล
  12. การเสริมสร้างวินัยและจรรยาบรรณข้าราชการกรุงเทพมหานคร
  13. การออกจากราชการ
  14. การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)
  15. การพัฒนาองค์กร
  16. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเบื้องต้น

ตำแหน่ง นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ

ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านพัฒนาสังคม ได้แก่

  1. ข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน และการสังคมสงเคราะห์
    1. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546
    2. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
    3. พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556
    4. ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน พ.ศ.2536 และ พ.ศ.2539 (ฉบับที่ 2)
    5. ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการชุมชน และกรรมการชุมชน พ.ศ.2555
    6. ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน พ.ศ.2554
    7. ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยกองทุนพัฒนาชุมชนกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2538
    8. ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์ พ.ศ.2557
    9. ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยสภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2549
  2. ความรู้และกระบวนการเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน
    1. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม ชุมชน และการสังคมสงเคราะห์ เช่น หลักการพัฒนาชุมชน หลักการส่งเสริมการมีส่วนร่วม สนับสนุนการเข้าถึงสิทธิและบริการขั้นพื้นฐาน ข้อมูลชุมชน วิธีการและกระบวนการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพชุมชนและผู้นำชุมชน การจัดการความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านต่างๆ การวางแผนงาน โครงการและการติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนและสังคมในด้านต่างๆ เป็นต้น
    2. ทักษะเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนและการสังคมสงเคราะห์ เช่น เทคนิคการประสานงานเทคนิคการถ่ายทอดความรู้และการฝึกอบรม หลักการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
    3. การส่งเสริมอาชีพ กองทุนชุมชน และการบริหารเงินออม

ดาวน์โหลดประกาศ เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

สมัครงาน กทม. งานราชการ กรุงเทพมหานคร กทม. รับสมัคร สอบ กทม.2559 สอบ กทม. 59 ehenbook.com กทม. เปิดสอบ


วิธีการสมัครงานข้าราชการ กทม. :online
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: 2 ก.พ. 2560
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:

ดาวน์โหลดไฟล์ กทม. คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง
แผนที่ | เว็บรับสมัคร | ไฟล์แนบ 1 |

 


แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments

comments