อบต.เขวาไร่ เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ 20 มี.ค. -10 เม.ย. 2557  เจ้าหน้าที่พัสดุ,เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน,นายช่างโยธา,เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,นักวิชาการศึกษา,นนักวิชาการเกษตร

"อบต.เขวาไร่ เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ 20 มี.ค. -10 เม.ย. 2557  เจ้าหน้าที่พัสดุ,เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน,นายช่างโยธา,เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,นักวิชาการศึกษา,นนักวิชาการเกษตร"

ลิงค์: https://iqepi.com/?p=13060 หรือ
ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่พัสดุ,เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน,นายช่างโยธา,เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี,นักวิชาการศึกษา,นนักวิชาการเกษตร
ระดับการศึกษา: ปวช.  ปวส.  ปริญญาตรี  
อัตราเงินเดือน: 7,640-11,860
อัตราว่าง: 6
ปฏิบัติงานที่: มหาสารคาม
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 20 มี.ค. – 10 เม.ย. 2557
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


 

 

 

 

ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่

เรื่อง  การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบล

——————————————————

ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคามจะดำเนินการรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบล ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 17 (5) และมาตรา 25      แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นพ.ศ 2542 ข้อ 54 (1) แห่งประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดมหาสารคาม เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบล ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล(ก.อบต.) ในการประชุมครั้งที่ 10/2554 เมื่อวันที่30พฤศจิกายน 2554 ประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดมหาสารคามเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือกโดยการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบล พ.ศ. 2555ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2555 ประกอบกับมติคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดมหาสารคามในการประชุมครั้งที่2/2557 เมื่อวันที่26 กุมภาพันธ์ 2557 จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนตำบลในตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

๑.ตำแหน่งที่รับสมัครสอบแข่งขัน

๑.๑ ตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑

(๑) ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ จำนวน ๑ อัตรา

๑.๒ ตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๒

(๑) ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน จำนวน ๑ อัตรา

(๒) ตำแหน่งนายช่างโยธา จำนวน ๑ อัตรา

(๓) ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี จำนวน ๑ อัตรา

๑.๓ ตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ 

(๑) ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา จำนวน ๑ อัตรา

(๒)ตำแหน่ง นักวิชาการเกษตร จำนวน ๑ อัตรา

๒.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับสมัครสอบ

ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งของผู้สมัคร

สอบแข่งขัน ดังต่อไปนี้

๒.๑ คุณสมบัติทั่วไป

ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดมหาสารคาม เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลลงวันที่๑๑เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันรับสมัคร

(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ 

(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง 

(๕) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไร้ความสามารถ

หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคตามที่คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลกำหนด  ดังนี้ 

(ก)โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

(ข)โรควัณโรคในระยะอันตราย

(ค)โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม

(ง)โรคติดยาเสพติดให้โทษ

(จ)โรคพิษสุราเรื้อรัง

(๖) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรฐานทั่วไปหรือหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานส่วนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นหรือตามกฎหมายอื่น

(๗) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม 

(๘) ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง 

(๙) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 

(๑๐)ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด

อาญาเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 

(๑๑) ไม่เคยเป็นผู้ถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการรัฐวิสาหกิจ หรือ

หน่วยงานอื่นของรัฐ 

(๑๒)ไม่เป็นผู้ถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามมาตรฐานทั่วไปหรือหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานส่วนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นหรือตามกฎหมายอื่น 

(๑๓)ไม่เป็นผู้ถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามมาตรฐานทั่วไปหรือหลักเกณฑ์และวิธีการ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานส่วนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นหรือตามกฎหมายอื่น 

(๑๔)ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนตำบล ซึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖ ของคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดมหาสารคาม (ก.อบต.จังหวัดมหาสารคาม)อาจพิจารณายกเว้นให้สามารถเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนตำบลได้ในกรณี ดังนี้ 

(๑) ผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ ๖ (๗) (๙) (๑๐) หรือ (๑๔)

(๒) ผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ ๖ (๑๑) หรือ (๑๒)ซึ่งได้ออกจากงานหรือราชการ 

เกินสองปีแล้ว และมิใช่กรณีออกเพราะกระทำผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่ 

(๓) ผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ ๖ (๑๓)ซึ่งได้ออกจากงานหรือราชการเกินสามปีแล้วและมิใช่กรณีออกเพราะกระทําผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่

 สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรไม่สามารถสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลได้ทั้งนี้ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๐๙๐๔/ว ๙ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๐และตามความในข้อ ๕ ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๒๑

๒.๒ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งของผู้สมัครสอบแข่งขัน

ผู้สมัครสอบตำแหน่งใดจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่

คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) กำหนดประกาศไว้ ตามเอกสาร(ภาคผนวก ก.) แนบท้ายประกาศนี้

 

3. อัตราเงินเดือนที่จะได้รับ

ผู้สอบแข่งขันได้ และได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจะได้รับอัตราเงินเดือน ดังนี้

3.1 ตำแหน่ง สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1

3.1.1  ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อัตราเงินเดือน 7,640.-  บาท หรือตามที่ ก.อบต.กำหนด

3.2 ตำแหน่ง สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 2

3.2.1  ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรืออนุปริญญาหลักสูตรหลักสูตร ๒ ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมตอนปลายหรือเทียบเท่า  อัตราเงินเดือน 8,800.-  บาท หรือตามที่ ก.อบต.กำหนด

3.2.2  ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี ต่อจาก

ประกาศนียบัตรมัธยมตอนปลายหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน9,330.-  บาท หรือตามที่ ก.อบต.กำหนด

3.3 ตำแหน่ง สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3

3.3.1  ปริญญาตรี ที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 4  ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า เงินเดือน 11,860.- บาท หรือตามที่ ก.อบต.กำหนด

3.3.2  ปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า5 ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายเฉพาะปริญญาที่ ก.พ. กำหนดให้ได้รับเงินเดือนตามหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 12,560.- บาท หรือตามที่ ก.อบต.กำหนด 

๔.วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบแข่งขัน 

๔.๑ วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบแข่งขัน

          ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอซื้อใบสมัครสอบและเอกสารแนะนำการสมัครสอบได้ใน ราคาชุดละ ๑๐๐ บาทและกำหนดการรับสมัครสอบแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ ๒๐เดือนมีนาคมพ.ศ.๒๕๕๗ถึงวันที่๑๐เดือน เมษายนพ.ศ.๒๕๕๗ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการณองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ดูรายละเอียดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม หรือสอบถามทางโทรศัพท์ได้ที่ ๐๔๓-๗๗๙-๕๒๐และตรวจสอบผ่านเว็บไซต์www.dla.go.th(ข่าวประชาสัมพันธ์)

4.2ค่าธรรมเนียมสอบ

ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสอบ สำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบ

ตามอัตราดังนี้

(1) ตำแหน่ง สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ1 ค่าธรรมเนียม  300  บาท

(2) ตำแหน่ง สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 2 ค่าธรรมเนียม  300  บาท

(3) ตำแหน่ง สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 ค่าธรรมเนียม 300  บาท 

ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่จะเสนอให้คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล  พิจารณายกเว้นเป็นรายกรณีไป 

๕. เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการรับสมัครสอบแข่งขัน

 ผู้สมัครต้องกรอกข้อความในใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบด้วยลายมือตัวเองและ

ยื่นใบสมัครด้วยตัวเองต่อเจ้าหน้าที่รับสมัครพร้อมเอกสารและหลักฐานต่อไปนี้

(๑) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่ใส่แว่นตาดำ ขนาด ๑ นิ้วถ่ายครั้งเดียวกัน ไม่เกิน 

๖ เดือน จำนวน ๓ รูป โดยให้ผู้สมัครติดรูปถ่ายในใบสมัคร จำนวน ๑ รูปและบัตรประจำตัวสอบ                  จำนวน ๒รูป 

(๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมรับรองสำเนา

ถูกต้อง อย่างละ ๑ ฉบับ 

(๓) ระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript) (ฉบับจริง)มาแสดงในวันรับสมัคร

โดยผู้สมัครสอบจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันที่ปิดรับสมัครกรณีหลักฐานทางการศึกษาเป็นภาษาต่างประเทศให้แนบฉบับที่แปลเป็นภาษาไทย พร้อมสำเนา อย่างละ ๑ ฉบับ 

(๔) ใบรับรองแพทย์ปริญญาที่แสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน

นับตั้งแต่วันตรวจร่างกาย จำนวน ๑ฉบับ 

(๕) สำเนาเอกสารอื่น ๆ เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)

(๖)ให้ผู้สมัครสอบตรวจสอบคุณสมบัติและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน

ตรงตามประกาศรับสมัครสอบ กรณีที่มีเหตุผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบหรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบขององค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้นและไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุแต่งตั้งผู้สมัครสอบสามารถสมัครได้คนละ ๑ ตำแหน่ง ถ้าสมัครเกิน๑ ตำแหน่งคณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาและอนุญาตให้เข้าสอบแข่งขันเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น

ผู้สมัครสอบแข่งขันผู้ใดเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือข้าราชการหรือพนักงานส่วน

ท้องถิ่นอื่นและประสงค์จะสมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งที่มีระดับไม่สูงกว่าตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ซึ่งใช้คุณวุฒิเดียวกับตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่จะต้องยื่นหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุอนุญาตให้มาสมัครสอบแข่งขันได้พร้อมกับใบสมัครสอบ หากไม่มีหนังสือรับรองดังกล่าวผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าสอบสำหรับการสอบแข่งขันครั้งนั้น

ทั้งนี้ในหลักฐานสำเนาทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบรับรองสำเนาถูกต้องและลงลายมือชื่อกำกับ

ไว้ทุกฉบับ

๕.๑ การยื่นใบสมัคร 

ยื่นใบสมัครที่กรอกข้อความในใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบ พร้อมหลักฐาน ด้วยตนเอง ในวัน เวลา และสถานที่รับสมัคร

ผู้สมัครที่เป็นข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งที่ระดับไม่สูงกว่าที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่และใช้คุณวุฒิการศึกษาเดียวกับตำแหน่งที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่จะต้องมีหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบรรจุและแต่งตั้งอนุญาตให้สมัครสอบ หากผู้สมัครสอบรายใดไม่มีหนังสืออนุญาตดังกล่าวจะไม่มีสิทธิสอบ หรือถ้าเป็นผู้สอบแข่งขันได้จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

ผู้สมัครสอบจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติตามประกาศนี้ และรับรองว่าตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติ

ทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบหากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครสอบรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในการรับสมัครสอบแข่งขันแล้วให้ถือว่าผู้สมัครสอบรายนั้นขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบและไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ หรือคุณวุฒิการศึกษาไม่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบแข่งขันอันเป็นผลทำให้ผู้สมัครไม่มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันตามประกาศรับสมัครดังกล่าว หากตรวจสอบพบเมื่อใด ให้ถือว่าการรับสมัครและการได้เข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะสำหรับผู้นั้นตั้งแต่ต้นและจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

 

 

 

๖. เงื่อนไขการรับสมัคร

๖.1ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบในข้อ 2.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบคือวันที่10  เมษายน 2557 ทั้งนี้การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรซึ่งประกาศนียบัตร (หรือปริญญาบัตร)ของสถานศึกษาใดจะถือตามกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์

๖.2ผู้สมัครสอบต้องเลือกสมัครในตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้น ระดับ 1, 2 และ ระดับ 3 และสมัครสอบได้เพียง1ตำแหน่งเท่านั้นเมื่อสมัครแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้

๖.3 ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครจริงและจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆในใบสมัครพร้อมทั้งยื่นหลักฐานในการสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน

๖.4ประกาศต่าง ๆ ขององค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ เกี่ยวกับการสอบแข่งขัน จะปิดไว้ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม และสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-437๗-9๕๒๐ ในวันและเวลาราชการ และทางเว็บไซต์ www.dla.go.th (ข่าวประชาสัมพันธ์)โดยเป็นหน้าที่ของผู้สมัครที่จะต้องสนใจติดตามประกาศทุกระยะ ดำเนินการปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามประกาศกำหนด โดยจะอ้างเหตุผลว่าไม่ทราบประกาศภายหลังไม่ได้

๗. หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน 

หลักสูตรการสอบแข่งขันแบ่งเป็น ๓ ภาค คือ 

๗.๑ ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ก) คะแนนเต็ม๑๐๐ คะแนน

โดยข้อสอบปรนัย ดังนี้ (สอบภาคเช้า)

(1) วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล คะแนนเต็ม๒๕ คะแนน

ทดสอบความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล โดยการให้สรุปความหรือให้จับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราว หรือให้วิเคราะห์เหตุการณ์หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจหรือสังคมหรือให้หาแนวโน้มหรือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูลหรือสมมติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผลอย่างอื่นซึ่งจะทดสอบความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้

(2)  วิชาภาษาไทย คะแนนเต็ม๒๕ คะแนน

ทดสอบความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาโดยการให้สรุปความและหรือตีความจาก

ข้อความสั้นๆหรือบทความและให้พิจารณาเลือกใช้ภาษาในรูปแบบต่างๆจากคำหรือกลุ่มคำประโยคหรือข้อความสั้นๆหรือให้ทดสอบโดยการอย่างอื่นที่เหมาะสมกับการทดสอบความรู้ความสามารถ

(๓) วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ คะแนนเต็ม ๕๐คะแนน

ทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยการ

จัดตั้งและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยงานสารบรรณ และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

 ๗.๒ ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) คะแนนเต็ม๑๐๐ คะแนน

ทดสอบความรู้ความสามารถที่จะใช้ในการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะตามที่ระบุไว้ในมาตรฐาน

กำหนดตำแหน่งโดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย (สอบภาคบ่าย)

๗.๓ ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) คะแนนเต็ม ๑๐๐คะแนน โดยวิธีการสัมภาษณ์ 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติ

การศึกษา ประวัติการทำงาน และพฤติกรรมที่ปรากฏทางอื่นของผู้เข้าสอบจากการสัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จริยธรรมและคุณธรรม การปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอย่างอื่นเป็นต้น

 

๘. เกณฑ์การตัดสิน 

๘.๑ ผู้สมัครสอบจะต้องสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) ตามเกณฑ์การตัดสินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ จึงจะมีสิทธิสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)

๘.๒ การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้สอบแข่งขันได้ให้ถือเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในภาคความรู้ ความสามารถทั่วไป(ภาค ก) ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง(ภาค ข)และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง(ภาค ค)ที่สอบตามหลักสูตรแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ 

๙. การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 

๙.๑การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้จัดเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดลงมา

ตามลำดับในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากันให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง(ภาค ค)มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)เท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง(ภาค ข)มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ( ภาค ข)เท่ากันให้ผู้ได้คะแนนวิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการในภาคความรู้ความสามารถทั่วไป(ภาค ก)มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังได้คะแนนเท่ากันอีกให้ผู้ที่สมัครสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่าทั้งนี้ให้พิจารณาจากเอกสารในการสมัครสอบ

๙.๒ บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันประกาศขึ้นบัญชีแต่ถ้ามีการ

สอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีกและได้ขึ้นบัญชีแข่งขันได้ใหม่แล้วบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิกเว้นแต่ได้มีการเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุแต่งตั้งหรือได้มีการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้และได้มีการเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุแต่งตั้งภายในอายุบัญชีที่กำหนดไว้และต่อมาบัญชีได้ครบระยะเวลาตามที่ระบุหรือก่อนมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ ให้ถือว่าผู้นั้นยังมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งแต่ทั้งนี้ผู้นั้นจะต้องไปรายงานตัวต่อองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ที่จะบรรจุแต่งตั้งไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันถัดจากวันที่บัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นมีอายุครบตามที่ประกาศหรือวันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้วแต่กรณี 

๑๐. การยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

ผู้ใดได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ถ้ามีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ให้เป็นอันยกเลิก

การขึ้นบัญชีผู้นั้นในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ คือ 

๑๐.๑ผู้นั้นได้ขอสละสิทธิรับการบรรจุและแต่งตั้งเมื่อมีการเรียกมารายงานตัวเพื่อบรรจุ

แต่งตั้ง

๑๐.๒ผู้นั้นไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุเข้ารับราชการภายในเวลาที่องค์การบริหาร

ส่วนตำบลเขวาไร่กำหนดโดยมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งให้ทราบกำหนดเวลาล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๑๐วัน นับตั้งแต่วันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับลงทะเบียน 

 ๑๐.๓ผู้นั้นมีเหตุไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามกำหนดเวลาที่จะบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้ 

๑๐.๔ผู้นั้นประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้โดยการโอนแต่

ส่วนราชการที่บรรจุไม่รับโอนและได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่รับโอนผู้นั้นจึงไม่ประสงค์จะรับการบรรจุ

  ๑๐.๕ผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้ไปแล้วให้ยกเลิกการขึ้นบัญชี

ผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทุกบัญชีในการสอบครั้งเดียวกัน

การยกเลิกการขึ้นบัญชีเฉพาะรายตาม(๑๐.๓)เนื่องจากไปรับราชการทหารตามกฎหมาย

ว่าด้วยการรับราชการทหารเมื่อออกจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายและประสงค์จะเข้ารับราชการในตำแหน่งที่สอบได้และบัญชีนั้นยังไม่ได้ยกเลิก ให้ขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีเดิมเป็นลำดับแรกที่บรรจุในครั้งต่อไป

๑๑. การบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้

๑๑.๑ การบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้จากบัญชีผู้สอบแข่งขันนี้ ผู้นั้นจะต้องดำรงตำแหน่งในองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่อย่างน้อย ๑ ปีไม่มีข้อยกเว้น จึงจะขอโอน ไปสังกัดหน่วยงานราชการอื่นได้ 

๑๑.๒การบรรจุและแต่งตั้งจะบรรจุและแต่งตั้งจากผู้ที่สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้นหรือตำแหน่ง อื่นที่กำหนดคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงกันกับคุณวุฒิที่ผู้นั้นนำมาสมัครสอบแข่งขันและเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องและเกื้อกูลกันตามที่คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนดโดยต้องเรียกบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 

๑๑.๓ การรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งเป็นข้าราชการประเภทอื่นจะรับโอนและบรรจุแต่งตั้ง

ในตำแหน่งที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งในระดับและการศึกษา เงินเดือน ตามที่ประกาศไว้ ถ้าผู้สอบแข่งขันได้ถึงลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งมีวุฒิการศึกษาสูงกว่าที่ได้กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ จะนำมาใช้เพื่อเรียกร้องสิทธิใดๆ เพื่อประโยชน์ของตนเองไม่ได้ 

๑๑.๔บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไม่อนุญาตให้องค์การบริหารส่วนตำบลอื่นองค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่นอื่น หรือส่วนราชการอื่นใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปบรรจุแต่งตั้งเว้นแต่มีระเบียบหรือหนังสือจากคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดให้ดำเนินการเป็นอย่างอื่น

๑๑.๕ การอนุญาตให้ใช้บัญชี ให้บรรจุแต่งตั้งได้เฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่

เท่านั้น ไม่อนุญาตให้หน่วยงานอื่นใช้บัญชีเพื่อบรรจุแต่งตั้งได้เมื่อบรรจุแต่งตั้งครบตามจำนวนอัตราที่ว่างแล้วหากภายหลังมีตำแหน่งว่างลงอาจแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ที่อยู่ในลำดับถัดไปให้ดำรงตำแหน่งได้แต่ต้องบรรจุและแต่งตั้งเรียงตามลำดับที่ที่สอบแข่งขันได้

๑๒. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน วัน เวลาสถานที่สอบแข่งขัน 

การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันวัน เวลา สถานที่สอบ จะประกาศให้ทราบ 

ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่และตรวจสอบผ่านเว็บไซต์www.dla.go.th (ข่าวประชาสมพันธ์)ในวันที่๑๗เมษายน ๒๕๕๗

องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ดำเนินการสอบแข่งขันฯดังกล่าวในรูปแบบคณะกรรมการ

โดยยึดหลักความรู้ความสามารถ ความเสมอภาคและความเป็นธรรม อย่าหลงเชื่อและยอมเสียทรัพย์สิน ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลหรือผู้ที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบได้และหากผู้ใดได้ทราบข่าวประกาศใดเกี่ยวกับการแอบอ้างหรือทุจริตเพื่อให้สอบได้ โปรดแจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ ได้ทราบทางโทรศัพท์ หมายเลข ๐๔๓ – ๗๗๙-๕๒๐เพื่อจักได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

  ประกาศ ณวันที่  ๖เดือนมีนาคมพ.ศ. ๒๕๕7 

 

 

 

 

 

( นายทองใบ  แก้วลาด )

รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่

                             ประธานคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบล

 

ภาคผนวก ก

แนบท้ายประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่

เรื่อง  การคัดเลือกโดยการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบล

ระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗

ลงวันที่ ๖เดือนมีนาคมพ.ศ. ๒๕๕๗

 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้

๑.สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑

๑.๑ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ รหัสตำแหน่ง ๑๐๑

ชื่อตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พัสดุ

หน้าที่และความรับผิดชอบ

 

ปฏิบัติงานชั้นต้นเกี่ยวกับการพัสดุที่ไม่ยาก  ภายใต้การกำกับตรวจสอบโดยใกล้ชิดหรือตามคำสั่งหรือ

แบบหรือแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่อย่างแน่ชัดหรือละเอียดถี่ถ้วนและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

 

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

 

ลงบัญชีและทะเบียนพัสดุ  ตรวจสอบใบสำคัญช่วยเก็บและจ่ายพัสดุครุภัณฑ์  อุปกรณ์และเครื่องมือ  เครื่องใช้ต่าง ๆ เก็บรวบรวมและรักษาเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายพัสดุครุภัณฑ์และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

 

ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางบัญชี พาณิชยการ 

เลขานุการ การตลาด การขาย บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป  ช่างโยธา ช่างก่อสร้าง ช่างเครื่องยนต์ 

ช่างกลโรงงาน หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

 

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

๑. มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานพัสดุอย่างเหมาะสมแก่การ

ปฏิบัติงานในหน้าที่

๒. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล กฎหมายว่าด้วย

ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน  และกฎหมาย  กฎระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่เกี่ยวข้องที่ใช้ปฏิบัติงานในหน้าที่

๓. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานธุรการและงานสารบรรณอย่างเหมาะสมแก่การ

ปฏิบัติงานในหน้าที่

๔.มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๕.มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดแม่นยำ

 

 

 

๒.สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๒

๒.๑ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน รหัสตำแหน่ง ๒๐๑

ชื่อตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน

หน้าที่และความรับผิดชอบ

 

ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับงานพัฒนาชุมชน ภายใต้การกำกับตรวจสอบโดยทั่วไป หรือตาม

คำสั่งหรือแบบ หรือแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่อย่างกว้าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

 

เป็นเจ้าหน้าที่ขั้นต้นปฏิบัติงานที่ค่อนข้างยากเกี่ยวกับงานพัฒนาชุมชนตามที่ได้รับมอบหมาย 

เช่น สำรวจข้อมูลเบื้องต้นในเขตพัฒนาชุมชน เพื่อจัดทำแผนงานดำเนินการ และสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มของประชาชนประเภทต่าง ๆ แสวงหาผู้นำท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือ เป็นผู้นำและเป็นที่ปรึกษากลุ่มในการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่นของตน ดูแล ส่งเสริมประชาชนให้มีความสนใจ ความเข้าใจและความคิดริเริ่มในการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่นของตน ร่วมทำงานพัฒนากับประชาชนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำและฝึกอบรมประชาชนในท้องถิ่นตามวิธีการและหลักการพัฒนาชุมชน เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ต่อครอบครัวในด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมในครัวเรือน อำนวยความสะดวกและประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นทุกด้าน ติดตามผลงานและจัดทำรายงานต่าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

๑. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค(ปวท.) หรืออนุปริญญาหรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้

ทุกสาขาที่ ก.พ.,ก.ค.หรือ ก.อบต. รับรอง หรือ

๒.ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้ทุกสาขา ที่ ก.พ. 

ก.คหรือ ก.อบต. รับรอง

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

๑. มีความรู้ในการพัฒนาชุมชนอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล  กฎหมายว่า

ด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

๒. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานธุรการ และงานสารบรรณอย่างเหมาะสม แก่การ

ปฏิบัติงานในหน้าที่

๔. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๕. มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดแม่นยำ

๖. มีความสามารถในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานที่อยู่ในความ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๒.๒ ตำแหน่ง นายช่างโยธา รหัสตำแหน่ง ๒๐๒

ชื่อตำแหน่ง นายช่างโยธา 

หน้าที่และความรับผิดชอบ

 

ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับงานช่างโยธา ภายใต้การกำกับตรวจสอบโดยทั่วไปหรือตามคำสั่ง หรือแบบ

หรือแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่อย่างกว้าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

 

เป็นเจ้าหน้าที่ขั้นต้นปฏิบัติงานที่ค่อนข้างยากเกี่ยวกับงานช่างโยธาตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น การ

ช่วยออกแบบ การควบคุม การก่อสร้าง และบำรุงรักษาด้านโยธา การวางโครงการก่อสร้างในงานด้านช่างโยธา การให้คำปรึกษาแนะนำที่เกี่ยวกับงานด้านโยธา เช่น ทาง สะพาน ช่องน้ำ อาคาร อุโมงค์ เขื่อน อาคาร ชลประทาน อาคารการประปา ท่าเทียบเรือ สนามบิน และสิ่งก่อสร้างอื่น เป็นต้น ปฏิบัติงานสำรวจต่าง ๆ เกี่ยวกับงานด้านช่างโยธา เช่น สำรวจทางเพื่อการก่อสร้าง สำรวจและทดลองวัสดุ ทดลองหาคุณสมบัติของดิน สำรวจหาข้อมูลการจราจร สำรวจทางอุทกวิทยา สำรวจทางอุตุนิยมวิทยา คัดลอกแบบ เขียนแบบ คำนวณสามัญ ซ่อมสร้างวัสดุ ครุภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ในการสำรวจ ทดลองทุกชนิดให้ได้มาตรฐาน เป็นต้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

๑. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค(ปวท.) หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางเทคนิควิศวกรรมโยธา 

เทคนิควิศวกรรมสำรวจ สถาปัตยกรรม เทคนิคสถาปัตยกรรม  ช่างก่อสร้าง ก่อสร้าง  ช่างสำรวจ ช่างโยธา หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้ หรือ

๒. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางเทคนิควิศวกรรม

โยธา เทคนิควิศวกรรมสำรวจ สถาปัตยกรรม เทคนิคสถาปัตยกรรม  ช่างก่อสร้าง ก่อสร้าง ช่างสำรวจ ช่างโยธาหรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

๑.มีความรู้ในงานช่างโยธาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒.มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

บริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

๓.มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานธุรการและงานสารบรรณอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๔.มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๕.มีความสามารถในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ

๖.มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดแม่นยำ

 

 

 

 

 

 

2.๓ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี รหัสตำแหน่ง  20๓

ชื่อตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี

หน้าที่และความรับผิดชอบ

 

 

ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับงานการเงินและบัญชีภายใต้การกำกับตรวจสอบโดยทั่วไปหรือตามคำสั่งหรือแบบหรือแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่กว้าง ๆและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

 

 

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

เป็นเจ้าหน้าที่ขั้นต้นปฏิบัติงานที่ค่อนข้างยากเกี่ยวกับงานการเงินและบัญชีตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น การรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆเพื่อประกอบการจัดทำงบประมาณประจำปี ทำฎีกาเบิกเงิน เช่น บัญชีเงินสดประจำวันบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีแยกประเภทตรวจสอบใบสำคัญหมวดรายจ่ายตรวจทานงบใบสำคัญที่ไม่มีปัญหาทำรายงานการเงินเป็นประจำทุกเดือนและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

 

 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางบัญชีพณิชยการ

เลขานุการ การบริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป สำหรับทางการบริหารธุรกิจการจัดการทั่วไป จะต้องมีการศึกษาวิชาบัญชีไม่น้อยกว่า 9หน่วยกิตหรือทางอื่นที่ก.อบต. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้ หรือ

2. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่าหรือไม่ต่ำกว่านี้ทางบัญชีพณิชยการเลขานุการ การบริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป สำหรับทางการบริหารธุรกิจการจัดการทั่วไป จะต้องมีการศึกษาวิชาบัญชีไม่น้อยกว่า 15หน่วยกิตหรือทางอื่นที่ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

 

 

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

1. มีความรู้ในวิชาการบัญชีอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

2. มีความรู้ในระเบียบเกี่ยวกับการเงินการคลังมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายเทศบาลและกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

3. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานธุรการและงานสารบรรณอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

4. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

5. มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดแม่นยำ

6. มีความสามารถในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓

๓.๑ ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา รหัสตำแหน่ง ๓๐๑

ชื่อตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา

 

หน้าที่และความรับผิดชอบ

         ปฏิบัติงานการศึกษาที่ยากพอสมควรโดยมีคู่มือ หรือแนวทางปฏิบัติ หรือคำสั่งอย่างกว้างๆ และอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบเฉพาะกรณีที่จำเป็น และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

 

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานที่ยากพอสมควรเกี่ยวกับงานการศึกษา โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ

หลายอย่าง ทำหน้าที่ช่วยศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับหลักสูตร แบบเรียนการเทียบความรู้ การจัดการความรู้ งานกิจการนักศึกษา งานวินัยและพัฒนานักศึกษา งานบริการและสวัสดิการ งานนักศึกษาวิชาทหาร การจัดพิพิธภัณฑ์การศึกษา และการบริการและส่งเสริมการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา ซึ่งได้แก่ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการกำลังคน หลักสูตร ตำราเรียน ความรู้พื้นฐาน ตลอดจนความต้องการ ด้านการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาจัดประชุมอบรมและสัมมนาเกี่ยวกับการศึกษา เผยแพร่การศึกษา เช่นออกรายการทางวิทยุ โทรทัศน์ การเขียนบทความ จัดทำวารสาร หรือเอกสารต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

 ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางบริหาร กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การศึกษา พาณิชยศาสตร์ คณิตศาสตร์ สถิติ สังคมวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ วารสารศาสตร์ จิตวิทยา มนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือทางอื่นที่  ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

๑.มีความรู้ความสามารถในงานการศึกษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา 

กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

๓. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมืองเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งของประเทศไทย

๔. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาและคอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๕.มีความสามารถในการศึกษาและจัดการข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาและสรุปเหตุผล

๖. มีความรู้ความสามารถในการติดต่อประสานงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓.๒ ตำแหน่ง นักวิชาการเกษตร รหัสตำแหน่ง ๓๐๒

ชื่อตำแหน่ง นักวิชาการเกษตร

 

หน้าที่และความรับผิดชอบ

 

ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับวิชาการเกษตร ภายใต้การกำกับตรวจสอบโดยใกล้ชิดและปฏิบัติหน้าที่อื่น

ตามที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

 

เป็นเจ้าหน้าที่ขั้นต้นทำหน้าที่ช่วยศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิเคราะห์ วิจัยเกี่ยวกับงานวิชาการเกษตร

เช่น การปรับปรุง บำรุงพันธุ์ การขยายพันธุ์ การคัดพันธุ์ต้านทานโรคและศัตรูพืช การปรับปรุงวิธีการผลิต การใช้ปุ๋ย การเก็บรักษาผลผลิตจากข้าว พืชไร่ พืชสวน ไหมและยางพารา เป็นต้น สาธิตการปลูกพืชและการปราบศัตรูพืช ให้คำปรึกษาแนะนำ อบรม และส่งเสริมวิชาการและความก้าวหน้าทางการเกษตรแก่เจ้าหน้าที่เกษตรกรและประเมินโดยทั่วไปช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการทดลองและวิเคราะห์วิจัยพันธุ์พืช วัตถุมีพิษปุ๋ยเคมี ตลอดจนช่วยตรวจสอบควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมและปฏิบัติงานห้องปฏิบัติการหรือในสถานีทดลอง ซึ่งดำเนินการค้นคว้าทดลองและวิเคราะห์วิจัยเพื่อปรับปรุงกรรมวิธีการผลิต ผลผลิต และคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรของสถานีและพื้นที่ทดลองในความรับผิดชอบ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

 ได้รับปริญญาตรี  หรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางเกษตรศาสตร์ สัตว์แพทย์ เทคโนโลยีทาง

การเกษตรการจัดการศัตรูพืช พืชไร่ พืชสวน โรคพืชวิทยา พัฒนาการเกษตร เทคโนโลยีการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์  หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

๑.มีความรู้ในวิชาการเกษตรอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

2. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎหมายว่าด้วย

ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

         3. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งของประเทศไทย

4. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๕.มีความสามารถในการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และสรุปเหตุผล

๖.มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรและประชาชนโดยทั่วไปและมีอัธยาศัย

และมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก ข

รายละเอียดวิชาที่จะดำเนินการสอบแข่งขัน

แนบท้ายประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่

เรื่อง การรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบล

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗

 

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบล

 

ตำแหน่งที่เริ่มต้นจากสายงานในระดับ 1 

 

ก. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 100คะแนน)  ทุกตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1

ให้ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปโดยวิธีสอบข้อสอบปรนัย ดังต่อไปนี้

1. วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม 25 คะแนน) 

ทดสอบความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล โดยการให้สรุปความหรือจับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราว หรือให้วิเคราะห์เหตุการณ์หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง  เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูลหรือสมมุติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์หรือสรุปเหตุผลอย่างอื่น 

ทดสอบความรู้ความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ ข้อความหรือรูปภาพ การคิดวิเคราะห์ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความสัญลักษณ์ สถานการณ์หรือแบบจำลองต่าง ๆ 

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 25คะแนน )

ทดสอบความรู้ความสามารถในการใช้ภาษา โดยการให้สรุปความและหรือตีความจากข้อความ

สั้น ๆ หรือบทความและให้พิจารณาเลือกใช้ภาษาในรูปแบบต่าง ๆ จากคำหรือกลุ่มคำประโยคหรือข้อความสั้น ๆ หรือให้ทดสอบโดยการอ่าน และการทำความเข้าใจกับบทความหรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความ หรือข้อความทั้งนี้ รวมถึงการสรุปความและตีความด้วย

ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษาและการเรียงความ 

3. วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)

ทดสอบความรู้ในเรื่องต่อไปนี้ 

(1)กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล

(2)กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(3) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

(4) กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(5) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

(6) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

(7) พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 

และที่แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด

 

 

 

 

 

ข. ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน ) 

ทดสอบความรอบรู้และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง  ตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดที่เกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบแข่งขันฯ (ภาคผนวก ก) 

 

สายงานที่เริ่มตันจากระดับ ๑ 

๑.ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พัสดุ

๑.ความรู้ในงานการบัญชีอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒.กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ 

-พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.๒๔๗๕และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.๒๕๐๘และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.๒๕๑๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐

-พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒พระราชกฤษฎีกาว่าด้วย

หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖

-ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๓๕

-ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครอง พ.ศ.๒๕๔๑

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บ

รักษาเงินและการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

๓.เหตุการณ์ปัจจุบัน (การเมือง เศรษฐกิจ สังคม)

ค. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่โดยวิธีดังนี้

1. ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) (คะแนนเต็ม 100คะแนน) 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัวประวัติการศึกษาประวัติการทำงานการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์โดยยึดหลักสมรรถนะเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆเช่นประสบการณ์ท่วงทีวาจาอุปนิสัยอารมณ์ทัศนคติคุณธรรมจริยธรรมจิตสำนึกต่อองค์กรความรับผิดชอบความมุ่งมั่นการปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานรวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ปฏิภาณไหวพริบความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

 

 

 

 

 

ตำแหน่งที่เริ่มต้นจากสายงานในระดับ 2

 

ก. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 100คะแนน) ทุกตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 2

ให้ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปโดยวิธีสอบข้อสอบปรนัย ดังต่อไปนี้

 

1. วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม 25 คะแนน) 

ทดสอบความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล โดยการให้สรุปความหรือจับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราว หรือให้วิเคราะห์เหตุการณ์หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง  เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูลหรือสมมุติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์หรือสรุปเหตุผลอย่างอื่น 

ทดสอบความรู้ความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ ข้อความหรือรูปภาพ การคิดวิเคราะห์ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความสัญลักษณ์ สถานการณ์หรือแบบจำลองต่าง ๆ 

 

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 25คะแนน )

ทดสอบความรู้ความสามารถในการใช้ภาษา โดยการให้สรุปความและหรือตีความจากข้อความสั้น ๆ หรือบทความและให้พิจารณาเลือกใช้ภาษาในรูปแบบต่าง ๆ จากคำหรือกลุ่มคำประโยคหรือข้อความสั้น ๆ หรือให้ทดสอบโดยการอ่าน และการทำความเข้าใจกับบทความหรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความ หรือข้อความทั้งนี้ รวมถึงการสรุปความและตีความด้วย

ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษาและการเรียงความ 

 

3. วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)

ทดสอบความรู้ในเรื่องต่อไปนี้ 

(1)กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล

(2)กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(3) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

(4) กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(5) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

(6) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

(7)พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 

และที่แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด

 

ข. ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน ) 

ทดสอบความรอบรู้และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง  ตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดที่เกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบแข่งขันฯ (ภาคผนวก ก) 

 

 

 

 

 

 

สายงานที่เริ่มตันจากระดับ ๒ 

๑.เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน ๒

๑.ความรู้ในงานสาธารณสุขชุมชนอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒.กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ดังนี้

-รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒

-พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐

-พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖

-ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

พ.ศ.๒๕๔๘

-ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖และที่แก้ไขเพิ่มเติม

๓.เหตุการณ์ปัจจุบัน (การเมือง เศรษฐกิจ สังคม)

๒.นายช่างโยธา ๒

๑.ความรู้ในงานช่างโยธาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒.กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ดังนี้

-รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ.๒๕๑๘และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.

๒๕๓๕และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ.๒๕๔๓

-ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖และที่แก้ไขเพิ่มเติม

๓.มาตรฐานถนน ทางเดิน ทางเท้า

๔.ความรู้ทางวิชาช่างโยธา การจัดการก่อสร้าง การเขียนแบบ การสำรวจ ทฤษฎีโครงสร้าง

๕.เหตุการณ์ปัจจุบัน (การเมือง เศรษฐกิจ สังคม)

 

 

 

 

 

 

๓.  เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2

 

1) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2)ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

3) ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535  และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน

4) พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

5) พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

6) พระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

7) ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

8) ข้อบังคับว่าด้วยการฝากและถอนคืนเงินต่อกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2495 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

9) หลักบัญชีเบื้องต้น

 

ค. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่โดยวิธีดังนี้

1. ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) (คะแนนเต็ม 100คะแนน) 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัวประวัติการศึกษาประวัติการทำงานการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์โดยยึดหลักสมรรถนะเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆเช่นประสบการณ์ท่วงทีวาจาอุปนิสัยอารมณ์ทัศนคติคุณธรรมจริยธรรมจิตสำนึกต่อองค์กรความรับผิดชอบความมุ่งมั่นการปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานรวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ปฏิภาณไหวพริบความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

ตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3

 

ก. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 100คะแนน) 

ให้ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปโดยวิธีสอบข้อเขียน ดังต่อไปนี้

1. วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม 25 คะแนน) 

ทดสอบความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล โดยการให้สรุปความหรือจับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราว หรือให้วิเคราะห์เหตุการณ์หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง  เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูลหรือสมมุติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์หรือสรุปเหตุผลอย่างอื่น 

ทดสอบความรู้ความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ ข้อความหรือรูปภาพ การคิดวิเคราะห์ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความสัญลักษณ์ สถานการณ์หรือแบบจำลองต่าง ๆ 

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 25 คะแนน)

ทดสอบความรู้ความสามารถในการใช้ภาษา โดยการให้สรุปความและหรือตีความจากข้อความสั้น ๆ หรือบทความและให้พิจารณาเลือกใช้ภาษาในรูปแบบต่าง ๆ จากคำหรือกลุ่มคำประโยคหรือข้อความสั้น ๆ หรือให้ทดสอบโดยการอ่าน และการทำความเข้าใจกับบทความหรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความ หรือข้อความทั้งนี้ รวมถึงการสรุปความและตีความด้วย

ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษาและการเรียงความ 

3.วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)

ทดสอบความรู้ในเรื่องต่อไปนี้ 

(1) กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล

(2) กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(3) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

(4) กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(5) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

(6) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

(7) พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 

  และที่แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด

 

ข. ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) 

ทดสอบความรอบรู้และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง  ตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดที่เกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบแข่งขันฯ (ภาคผนวก ก) 

 

สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓

๑.ตำแหน่ง  นักวิชาการศึกษา ๓

๑.ความรู้ในงานการศึกษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒.กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ดังนี้

-รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒

. -พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖

-พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

๓.เหตุการณ์ปัจจุบัน (การเมือง เศรษฐกิจ สังคม)

 

 

๒.ตำแหน่ง  นักวิชาการเกษตร ๓

๑.ความรู้ในงานบริหารงานบุคคลอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

๒.กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ดังนี้

-รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒

-พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐

-พระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙

-พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖

-ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๘

๓.เหตุการณ์ปัจจุบัน (การเมือง เศรษฐกิจ สังคม)

 

ค. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่โดยวิธีดังนี้

 

1. ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) (คะแนนเต็ม 100คะแนน) 

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัวประวัติการศึกษาประวัติการทำงานการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์โดยยึดหลักสมรรถนะเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆเช่นประสบการณ์ท่วงทีวาจาอุปนิสัยอารมณ์ทัศนคติคุณธรรมจริยธรรมจิตสำนึกต่อองค์กรความรับผิดชอบความมุ่งมั่นการปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานรวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ปฏิภาณไหวพริบความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด

อนุญาตให้ข้าราชการสมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการ

 

เขียนที่………………………………….…………………….

                                                                          วันที่……..…..เดือน………….…….…..พ.ศ…………….

ข้าพเจ้า(นาย/นาง/นางสาว)………………………………………………ตำแหน่ง………………………………สังกัด……………………………………………………………….. เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง (หรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจในการสั่งบรรจุและแต่งตั้ง)  อนุญาตให้………………………………………………………………….…………ตำแหน่ง………………..………………………ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัด……………………………………….……….……………………….… สมัครสอบแข่งขันตามประกาศ…………………………………………………ลงวันที่ ………………………………………………..เรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………………..……………………..

 

ทั้งนี้ หาก(นาย/นาง/นางสาว)……………………………………………………………………….….…สอบแข่งขันได้

และมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งข้าพเจ้ายินยอมให้(นาย/นาง/นางสาว) …….………………..…….………………………..โอน/ย้าย มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ตามผลการสอบแข่งขัน

 

 

 

 (ลงชื่อ)

(……………………………………………..)

ตำแหน่ง………………………………………………..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคามดำเนินการ

สอบแข่งขันฯในรูปแบบคณะกรรมการโดยมีหน่วยงานกลางเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบแข่งขัน โดยยึดหลักความรู้ความสามารถ ความเสมอภาคและความเป็นธรรม อย่าหลงเชื่อและยอมเสียทรัพย์สินให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลหรือผู้ที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบได้และหากผู้ใดได้ทราบข่าวประกาศใดเกี่ยวกับการแอบอ้างหรือทุจริตเพื่อให้สอบได้ โปรดแจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ ได้ทราบทางโทรศัพท์ หมายเลข ๐๔๓ – ๗๙๙-๕๒๐ เพื่อจักได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

สมัครงาน อบต.เขวาไร่ งานราชการ มหาสารคาม อบต.เขวาไร่ รับสมัคร สอบ อบต.เขวาไร่ 2557 สอบ อบต.เขวาไร่ 57 อบต.เขวาไร่ เปิดสอบ


วิธีการสมัครงานข้าราชการ อบต.เขวาไร่ :สมัครด้วยตนเอง  

องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม 

โทรศัพท์ ๐๔๓-๗๗๙-๕๒๐

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: 17 เม.ย. 2557
สอบวันที่:
ประกาศผลสอบ:
ดาวน์โหลดรายละเอียด/ประกาศรับสมัครสอบ คลิกที่นี่!!


ฝากประชาสัมพันธ์














Comments

comments